มี Ebook แล้วนะคะ ^^

บทที่ 1 :: สัตว์หน้าขน

ชื่อตอน : บทที่ 1 :: สัตว์หน้าขน

คำค้น : น่ารัก,หมา,อัลวิส,หล่อ,โรแมนติก,ดราม่า,สวย,รัก,หวาน,นักรบ,อาเรซ,อลิส

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มิ.ย. 2561 22:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 :: สัตว์หน้าขน
แบบอักษร

NUKE Association USA

“ผมขอคัดค้านการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัท เราต้องสูญเสียรายได้ไม่น้อยหากรัฐบาลเข้ามามีส่วนรู้เห็น!! ขอให้คุณอาเรซทบทวนแผนกลยุทธ์ข้อนี้ด้วย!!” เดวิดหันหน้าไปทางนักรบด้วยแววตาไม่ยอมแพ้ ห้องประชุมเต็มไปด้วยความกดดัน

เสียงคัดค้านอีกหลายเสียงดังขึ้นสนับสนุนเดวิด บรรยากาศในตอนนี้ตึงเครียดมากกว่าปกติหลายเท่าตัว

‘เดวิด โจนส์’ ผู้นำกลุ่มคัดค้านนโยบายการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการธุรกิจผลิตอาวุธหรือใช้ชื่อย่อว่า NUKE

นักรบ อาร์ ราเมอเรส เป็นผู้นำฝ่ายเสนอและผลักดันนโยบายปรับเปลี่ยนนี้เองโดยไม่สนใจเสียงคัดค้าน

ร่างสูงของผู้บริหารสูงสุดคนปัจจุบันยืนขึ้น ธุรกิจค้าอาวุธที่บรรพบุรุษทำมาช้านานตั้งแต่สมัยสงครามโลกไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ง่าย แต่มันก็ไม่ยากเกินกว่าความสามารถของนักรบ ชายหนุ่มเอ่ยอธิบายที่มาของนโยบายปรับธุรกิจ

“ผมอยากให้ทุกคนลองมองโลกปัจจุบันที่เรากำลังยืนอยู่ พวกคุณต้องยอมรับว่าทุกวันนี้เป็นยุคแห่งข้อมูล มันจะไม่มีอะไรเป็นความลับอีกต่อไป รัฐบาลมีดาวเทียมและสายลับคอยจับตาดูเราเสมอ ถ้าหากเราไม่ปรับเปลี่ยนหาทางเอาตัวรอด ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าธุรกิจนี้จะยั่งยืนไปได้แค่ไหน”

เสียงทรงอำนาจข่มหลายคนให้รู้สึกหวั่นเกรงยามที่ต้องเผชิญหน้ากับนักรบตาสีน้ำตาลเข้มของเขาจ้องแน่วนิ่งแข็งกร้าวจนคนมองหายใจไม่ออก รังสีกดดันที่แผ่ไปทั่วบริเวณ เสียงคัดค้านค่อยๆ เงียบลงโดยทันที นักรบปรายตามองแล้วพูดต่อ

“ต้นตระกูลของพวกเราย้ายมาจากอิตาลี บรรพบุรุษของหลายคนในห้องนี้มาอเมริกาโดยหวังพึ่งน้ำบ่อหน้า ปู่ทวดของผมรวมกลุ่มคนขึ้นมาเพื่อหาเงินเลี้ยงปากท้องของเพื่อนพ้องด้วยการทำธุรกิจขายเหล้า ซึ่งมันเป็นของผิดกฎหมายในยุคนั้น พวกอเมริกันเรียกเราว่าพวกค้าของเถื่อน เราต้องปรับตัวมาใช้ความรุนแรงเพื่อปกป้องตัวเอง เราเปลี่ยนจากค้าของเถื่อนเป็นมาเฟีย เราเริ่มจากตรงนั้น ถ้าวันนั้นเราไม่เปลี่ยนเราก็ไม่รอด”

เป็นที่รู้กันว่านักรบมีอุดมการณ์เด็ดเดี่ยวและไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง เขาฉลาดและอ่านเกมขาดเสมอ แต่เกมธุรกิจครั้งนี้มันมีผลกระทบขนาดใหญ่เกินกว่าจะรับได้และเริ่มหวั่นวิตกกับผลประโยชน์ที่อาจจะลดลง ทั้งห้องเงียบกริบ ผู้บริหารหลายคนเริ่มเอนเอียงไปทางนักรบ

“พอถึงยุคที่รัฐบาลกวาดล้างมาเฟียคือยุคของทวดผม เราเปลี่ยนจากใช้ความรุนแรงมาเป็นนักธุรกิจ เราลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เราเปิดคาสิโน เราค้าผู้หญิง เราขายยาเสพติด เรายังคงทำผิดกฎหมาย เรารอดมาด้วยการยัดเงินใต้โต๊ะ เราใช้เงินซื้อศาลซื้อตำรวจ เราเปลี่ยนมาใช้กำลังเพื่อกำจัดคนที่รู้ความลับ เราทำแบบนั้นมาตั้งแต่สมัยทวดของผมจนถึงตอนนี้”

สายตาหลายคู่เริ่มเปลี่ยนไป นักรบจ้องมองเดวิด ผู้ที่ยังคงมีแววตาแข็งขืน

“มาถึงยุคสงคราม มาเฟียหลายตระกูลติดคุกในสมัยของปู่ผม ท่านเรียนรู้ว่าการใช้ความรุนแรงไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป เราสามารถก้าวนำคนอื่นได้ถ้าเรามีความรู้ เราก่อตั้งบริษัท RMI เพื่อผลิตเครื่องจักรไอน้ำในอุตสาหกรรม เราผลิตเทคโนโลยีให้ก้าวนำเยอรมันและรัสเซีย

เราสร้าง RMI จากเงินสกปรกของเราเอง ธุรกิจนี้ทำให้เราก้าวพ้นคำว่ามาเฟียป่าเถื่อน แต่มันเป็นเพียงบริษัทที่ใช้ฟอกเงิน เพราะความต้องการเงินของเราไม่สิ้นสุด เราก่อตั้ง NUKE เพื่อผลิตอาวุธสงครามผิดกฎหมาย เราเสียเงินปกปิดความลับและยัดเงินใต้โต๊ะให้นักการเมืองเพิ่มขึ้นอีกไม่รู้กี่ร้อยเท่าเพื่อจะทำผิดกฎหมายต่อไป”

ดวงตาสีน้ำตาลแข็งกร้าวขึ้น นักรบไม่มีวันเปลี่ยนใจในสิ่งที่เขาได้ตัดสินใจไปแล้ว แม้ว่าในอนาคตนับจากนี้อาจเกิดการแตกหักกันระหว่างพันธมิตรก็ตาม!!

“สมัยพ่อของผม เราก็ยังติดอยู่ในวงเวียนเดิม พวกคุณรู้ว่ามีสายลับทั้ง เอฟบีไอ ซีไอเอ และอีกมากมายส่งสปายเข้ามาสืบเรื่องของเราจนนับไม่ถ้วน เราทุกคนหวาดกลัวว่าความลับของเราจะหลุดออกไป เราสร้างเงื่อนไขต่างๆ ขึ้นมาเพื่อให้ตัวเองปลอดภัย เราสร้างกฎว่าความลับคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ห้ามแตะต้องห้ามเปิดเผย แม่ผมเลิกกับพ่อเพราะไอ้ความลับทางธุรกิจงี่เง่าล้าหลังไม่ยอมปรับเปลี่ยน และผมเชื่อว่าอีกหลายครอบครัวก็คงเจอปัญหาเดียวกัน

เราต้องเสียเงินปิดปากหรืออาจต้องจ้างฆ่าคนไม่น้อย แต่เราก็ยังต้องเสียเวลามานั่งระแวงทุกย่างก้าวว่าเราจะพากันไปนอนในคุกเมื่อไหร่และเรายังต้องจ่ายเงินค่าคุ้มครองมากขึ้นไม่มีที่สิ้นสุด ผมว่ามันถึงเวลาที่เราต้องเปลี่ยน เปลี่ยนจากเหยื่อเป็นผู้ล่า ผมจะไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครหน้าไหนมาสูบผลประโยชน์จากหยาดเหงื่อบรรพบุรุษของเรา

ผมจะไม่ประมาทเทคโนโลยีและสายลับของรัฐบาล และผมจะไม่ยอมเป็นหมาวิ่งหางจุกตูดให้รัฐบาลต้อนเราเข้ามุมอีกต่อไป”

ใบหน้าของหุ้นส่วนหลายคนเริ่มเครียดเมื่อมองข้อเท็จจริงข้อนี้

“เอาล่ะ! เรื่องอดีตผ่านไป ผมอยากให้ทุกคนมองสภาพปัจจุบันของเรา ผมเชื่อว่าตราบใดที่โลกนี้ยังมีความขัดแย้งเราก็ยังขายอาวุธได้ และยามใดที่โลกนี้เข้าสู่ความสงบสุข ผมก็ยังเชื่อว่ามันสงบสุขเพราะคนที่มีเงินและมีอาวุธในมือได้เป็นผู้นำ และแน่นอนว่าเรายังขายอาวุธได้

พวกคุณตัดสินใจได้จากงบการเงินที่ทางเลขาผมสรุปให้ ใจความสั้นๆ คือภายใต้การบริหารของผมหลายปีมานี้ รายได้เราไม่เคยน้อยลง ผมเชื่อว่าเราสามารถปรับเปลี่ยนมาทำธุรกิจค้าอาวุธแบบถูกกฎหมายได้แบบที่มีกำไรงอกงาม...แน่นอน”

คำว่า ‘รายได้ไม่เคยน้อยลง’ ทำให้หลายคนเอนเอียงมาทางนักรบ

ประชุมครั้งนี้ทำให้ฝ่ายเดวิดแพ้ราบคาบ ดวงตาสีน้ำเงินของเดวิดแข็งกร้าว เขาเป็นคู่แข่งขบเขี้ยวกับนักรบมาตั้งแต่สมัยเรียน จนถึงตอนนี้ เดวิดถูกนักรบแซงหน้าขึ้นมาบริหารทั้ง RMI และ NUKE

นักรบดูแลทั้งบริษัทส่งออกเครื่องจักรและอาวุธสงคราม

เดวิดจะไม่ปล่อยให้นักรบนั่งเก้าอี้บริหารนานกว่านี้หรอก

ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้อาเรซ แกกับฉันได้เห็นดีกันแน่!!


สองปีต่อมา

‘ลุงรบไม่กลับบ้านวันคริสต์มาสเหรอฮะ’

เสียงหลานชายวัยสองขวบดังเจื้อยแจ้วเข้ามาในสาย นักรบอมยิ้มกับน้ำเสียงใสซื่อของคนถาม

“ลุงต้องทำงาน”

‘ทำที่ไหนครับ ทัพไปหาได้ไหม’

“รัสเซียครับ ไกลมาก เอาไว้ทัพโตแล้วลุงจะพามา”

‘ตะ...แต่...แต่ว่า...’

บอดี้การ์ดร่างสูงเดินมาบอกชายหนุ่มว่าถึงเวลาขึ้นเครื่องบินส่วนตัว ตอนนี้นักบินและเครื่องบินพร้อมออกเดินทาง นักรบพยักหน้าเบาๆ เป็นสัญญาณตอบรับว่าเข้าใจแล้ว แต่ขายาวก็ยังไม่ยอมก้าวเดิน

“ลุงสอนว่ายังไง” คนเป็นลุงแสร้งทำเสียงขรึม

‘สอนว่า...เวลาผู้ชายตัวโตทำงาน...ห้ามกวนเด็ดขาด’ หลานชายเอ่ยแผ่ว

“อืม” ร่างสูงอมยิ้มกับประโยคที่จอมทัพท่องออกมา

หลานชายรีบแย้ง ‘แม่บอกว่า...วันคริสต์มาสเป็นวันหยุด แต่ซานต้าต้องทำงานแจกของขวัญ ....แล้ว...แล้ว...ลุงรบจะไปช่วยซานต้าทำงานเหรอฮะ แล้ว....ลุงรบจะเอาของขวัญมาให้ทัพไหมฮะ’

นักรบชะงักกับคำถามใสซื่อ

เขาต้องทำงานหนักมากกว่าเดิมเพื่อยืนยันคำพูดว่าสามารถทำให้ NUKE กลายเป็นกลุ่มค้าอาวุธถูกกฎหมายให้ได้

แม้มันต้องใช้เวลาหลายปีแต่สักวันมันก็ต้องสำเร็จ นักรบวางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้ว ต่อจากนี้จะไม่มีองค์กรลับลวงโลกอะไรอีก เขาจะหลุดพ้นจากคำว่าพ่อค้าอาวุธผิดกฎหมาย ต่อไปนี้เขาจะมีชื่อตามหลังว่านักธุรกิจค้าอาวุธได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ไม่ต้องหลบซ่อนไร้เกียรติ

ไม่ต้องเลียแข้งขาหาพรรคพวก

ไม่ต้องประจบนักการเมืองสกปรก

ไม่ต้องรู้สึกผิดต่อลูกหลาน

นักรบยังจำวันที่บิดาเรียกไปหาเพื่อบอกความจริงเกี่ยวกับธุรกิจครอบครัวได้แม่นยำ เขาจำภาพวันที่แม่ร้องไห้เสียใจได้อย่างชัดเจน พ่อเลือกธุรกิจมาก่อน ครอบครัวมาทีหลัง วันที่แม่ทิ้งเขาไปคือวันที่โลกของนักรบล่มสลาย นักรบวัยเด็กวันนั้นไม่สามารถมองโลกแล้วรู้สึกแบบเดิมได้อีก เขาไม่สามารถมองพ่อเป็นคนดีดังเดิมได้อีก

เขาไม่สามารถไว้ใจหรือเชื่อใจใครได้อีก

ในวัยเด็กที่ร้าวราน นักรบมีความคิดจะเปลี่ยนแปลงวงจรธุรกิจโสมมนี้ให้ใสสะอาด มาวันนี้เหลืออีกนิดเดียวเท่านั้นมันก็จวนจะประสบความสำเร็จ

แต่การเปลี่ยนแปลงไม่เคยง่าย เขาต้องเจอกับการแก่งแย่งชิงดี การต่อสู้กับขั้วอำนาจ ประสบการณ์มากมายทำให้นักรบค่อยๆ กลายเป็นคนที่เขาเองก็ไม่คิดว่าจะเป็น หัวใจสีแดงของเขาค่อยๆ ถูกย้อมให้เป็นสีดำ

เขาทำงานหนักจนลืมไปแล้วว่าบ้านและครอบครัวให้ความรู้สึกอย่างไร

เขาไม่เจอแม่นานจนจำไม่ได้ว่าเจอท่านครั้งล่าสุดวันไหน

เขาทำให้น้องชายแท้ๆ หวาดกลัวตัวเขาในสภาพนี้

เขาทำให้ภาพนักรบคนไร้หัวใจเด่นชัดขึ้นมาจนมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเขาไปแล้ว

นักรบยอมรับว่าหลานชายตัวน้อยทำให้เขานึกย้อนถึงตัวเองตอนเด็ก

และตอนที่เขามีชีวิตชีวามากกว่านี้

‘ลุงฮะ!!’ เสียงเล็กๆ ดังขึ้นข้างหู

เสียงนั้นเรียกสติของนักรบ “ครับ”

‘ลุงจะเอาของขวัญมาให้ทัพไหมฮะ’ ปลายสายอ้อน

ร่างสูงถอนหายใจ “ลุงจะส่งไปให้”

‘เย้!!’ หลานชายดีใจทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าของขวัญคืออะไร

ขายาวก้าวเดินขึ้นเครื่องบินส่วนตัว “เอาไว้เจอกันหลังปีใหม่นะครับ”

‘ครับ จอมทัพจะรอน๊า’

นักรบวางสายพร้อมกับเดินเข้ามานั่งในเครื่องบิน กายแกร่งยามนี้อ่อนเพลียเหลือเกิน

จมูกโด่งได้กลิ่นหอมของสมุนไพร สมองหยุดสั่งการ ความนึกคิดเบาหวิวไร้ความกังวลเมื่อได้ดมกลิ่นบำบัดจากแพทย์ส่วนตัว บางทีเขาอาจจะพักผ่อนน้อยเกินไป หวังว่าไฟล์บินรอบนี้เขาจะหลับสนิทอย่างเต็มอิ่มก่อนถึงที่หมาย นักรบหลับตาลงเตรียมเข้าสู่นิทรา




กลิ่นอับชื้นลอยคละคลุ้งในอากาศ ดวงตาของนักรบลืมขึ้นช้าๆ แสงแดดสว่างจ้าภายนอกสาดส่องลงมาจนเขาต้องยกมือมาบังไว้

“เอ๋ง!! บ็อก!!”

เสียงร้องของสุนัขดังขึ้นไม่ไกลนัก อยากรู้ว่าใครกล้าเอาสัตว์เลี้ยงหน้าขนขึ้นมาบนเครื่องบิน!

แต่....

นักรบมองไปรอบลานซีเมนต์ก็รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่บนเครื่องบิน

พรึ่บ!!

ชายหนุ่มยืนขึ้นมองรอบตัวด้วยความแปลกใจ เขาไม่รู้ว่ามันคือที่ไหน คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก

แผล็บ!!

สุนัขตัวใหญ่ขยับเข้ามาเลียใบหน้าของเขา นักรบถอยหนีทันที! น้ำลายเหนียวหนืดและเหม็นบูดของมันทำให้นักรบแทบอาเจียน ชายหนุ่มยกมือขึ้นมาหวังจะเช็ดรอยน้ำลายออกจากใบหน้า

“บ็อก!”

เสียงสบถของเขากลายเป็นเสียงเห่าของลูกสุนัข นักรบมองอุ้งมือที่เต็มไปด้วยขนสีน้ำตาลแซมสีดำ กรงเล็บเล็กๆ มีรอยเปื้อนฝุ่น

บ้าไปแล้ว!!!

มือเขากลายเป็นมือที่เต็มไปด้วยขน เสียงร้องของเขากลายเป็นเสียงเห่า

เท้าเล็กวิ่งไปบ่อน้ำที่เจิ่งนองบนพื้นซีเมนต์ นักรบชะโงกมองเงาตัวเอง

ลูกสุนัข!!!

นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย!!!!

ความคิดเห็น