ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 14 สาวน้อยกับพี่ชาย​

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 สาวน้อยกับพี่ชาย​

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2561 10:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 สาวน้อยกับพี่ชาย​
แบบอักษร

ตอนที่ 14 สาวน้อยกับพี่ชาย​

"คุณเป็นพวกชอบความเจ็บปวดหรือคะ?" คำถามหยอกแกมล้อทำให้ฝ่ายที่กำลังทำความเคารพเด็กสาวทำหน้าเหมือนอมของขม

ลูคเงยหน้าขึ้น ใบหน้างามเกินบุรุษ​พยายามบิดรอยยิ้มให้มากที่สุดเท่าที่จะฝืนได้ "ล้อกันเล่นแล้วครับ ท่านอาเรีย"

เด็กสาวเห็นแล้วพลันหัวเราะคิกคักกับท่าทีของเขา "แล้วทำไมอยากเป็นผู้ติดตามของฉันล่ะคะ"

"เพราะท่านทำในสิ่งที่ผมไม่สามารถทำได้ และผมสามารถ​จัดการในสิ่งที่ท่านทำไม่ได้" เสียงทุ้มบอกเป็นนัยๆถึงข้อตกลง

อาเรีย วาบิลเล่ฟังแล้วเผยรอยยิ้มบาง ท่าทางคนๆนี้จะใช้งานได้ คิดแล้ว เธอก็เริ่มซักความสามารถ​ของเขาทันที

"งั้น...คุณทำอาหารเป็นไหมคะ"

ลูคชะงัก ในใจงุนงงกับคำถามเรื่อยเปื่อย แต่เสียงทุ้มนุ่มก็ยอมตอบ "สามารถทำอาหารมนุษย์​ได้ในระดับหนึ่งครับ"

"ชงชาล่ะ"

ชายหนุ่มเผลอมุ่นคิ้ว เขาคิดอย่างจริงจังจากนั้นว่า "คิดว่าทำได้ครับ" 

หากแต่อาเรียก็ยังไม่หยุด เธอยังเอ่ยคำถามที่ไม่เหมาะกับสถานการณ์ยามนี้ออกมา ​"งานเย็บปักถักร้อย?"

"ถ้าได้ฝึกฝนผมสามารถทำได้ทุกอย่างครับ" ชายหนุ่มตอบกว้างๆเพื่อตัดปัญหาไม่รู้จบนี้โดยไว ไม่งั้นกว่าเด็กสาวจะยอมรับข้อเสนอของเขา อาจจะมีการซักประวัติไร้สาระยาวนานมากกว่านี้

"ว้าว น่าประทับใจจริงๆ งั้นคำถามสุดท้าย คุณสอดแนมเก่งไหมคะ" ในที่สุดเสียงหวานก็วกเข้าประเด็นหลัก

"ผมเชี่ยวชาญ​ทางด้านนี้ครับ" ลูคตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง ดวงตาสีลูกพลับสบมองเด็กสาวอย่างจริงจัง

อาเรียยิ้มกว้าง "นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการเลยล่ะ ยินดีต้อนรับนะคะ คุณพ่อบ้าน~"

เจ้าของเรือนผมสีเงินชะงัก มือที่เตรียมยื่นออกไปค้างเติ่งกลางอากาศ​ แต่อาเรียคว้ามือของอีกฝ่ายไว้พร้อมเขย่าเบาๆอย่างเป็นกันเอง 

ลูคขมวดคิ้ว สีหน้าคล้ายไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน "​ท่านพูดว่าอะไรนะครับ" 

"พ่อบ้านยังไงล่ะคะ แบบว่าตอนนี้ฉันกำลังขาดแคลน​พ่อบ้านอยู่เลย" อาเรียพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และชายหนุ่มมองออกว่าเธอกำลังแกล้งเขาอีกแล้ว

"แต่ผม.."

"ฉันต้องการแค่พ่อบ้านตำแหน่งเดียวค่ะ" น้ำเสียงหวานตัดบทอีกฝ่ายอย่างชัดเจน เพื่อบอกว่าหากอยากอยู่ตำแหน่งอื่นเธอไม่คิดจะไม่รับ

ลูคถอนหายใจ ชั่วขณะหนึ่งมีความคิดว่า หรือเขาควรจะทำตามแผนเดิม แต่เมื่อมองดวงหน้ากระจ่างใสที่ดูจากภายนอกไม่มีพิษมีภัย ชายหนุ่มจึงตัดสินใจได้ "ได้ตามที่ท่านปรารถนา​" เพื่อเป้าหมายนั้น ต่อให้ต้องแลกกับชีวิตทั้งชีวิตเขาก็ยอม

"ยินดีเลยค่ะ และตอนนี้ฉันคิดว่าคุณสมควรจะต้องไปล้างเนื้อล้างตัวสักหน่อย" ร่างบางบอกขณะเดินนำ ก่อนจะเอี้ยวหน้ามองลูค มือบางป้องปากบอกชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงซุกซน "อ้อ แล้วอย่าเรียกว่าท่านอาเรียอีกนะคะ ให้เรียกแค่คุณหนูเท่านั้น เข้าใจไหมคะ"

ลูคมองเจ้านายร่างบางตรงหน้าแล้วพยักหน้ารับคำเสียงเรียบ 

ระหว่างอยู่ในเมืองอาเรียตัดสินใจเลือกซื้อเสื้อผ้าสะอาดชุดหนึ่งและบังคับให้ชายหนุ่มอาบน้ำแต่งตัวให้สะอาด คนในคฤหาสถ์​วาบิลเล่จะได้ไม่แตกตื่นที่เธอพาผู้ชายที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อน​ไปด้วยเลือดเข้าบ้านด้วย 

ทว่าเด็กสาวคิดผิด เพราะตั้งแต่ออกมาจากร้านค้า และมีร่างสูงที่แผ่ออร่าสูงศักดิ์​ เดินตามต้อยๆอยู่ไม่ไกล ดวงตาทุกคู่ล้วนจับจ้องมารวมที่พวกเธอเป็นจุดเดียวโดยไม่มีใครยอมละสายตา แถมยังเอี้ยวคอเอี้ยวหลังกันจนตัวแทบหัก ไหนจะถ้อยคำซุบซิบที่ดังแว่วๆ 

"โอ้ เขาช่างงดงามเหลือเกิน" คำพูดส่วนใหญ่ล้วนเอ่ยชมลูค แต่ก็มีบ้างที่ก่นด่าพาดพิงถึงเธอ ทำนองว่า

"หญิงผู้นั้นเป็นใคร ไม่คู่ควรกับเขาสักนิด" หญิงสาวในชุดกรุยกรายกัดผ้าเช็ดหน้ามองอาเรียด้วยความอิจฉา​ตาร้อน

เด็กสาวทำได้เพียงยิ้มบางๆ ความรู้สึกลึกๆเริ่มบอกว่าเรื่องนี้มันคงไม่ง่ายเท่าไรนัก 

กว่าที่อาเรีย วาบิลเล่จะหลุดพ้นจากผู้คนและกลับมาถึงบ้านได้ ท้องฟ้าก็มืดครึ้มเสียแล้ว ลมหนาวยะเยือกพัดผ่านตัวเธอช้าๆราวกับเป็นสัญญาณ​เตือนถึงหายนะที่รอเธออยู่ไม่ไกล

"ยินดีต้อนรับกลับครับ คุณหนู" ยามผู้เฝ้าประตูก้มหัวให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะเปล่งน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความลำบากใจออกมา "คุณชายรออยู่ในห้องทำงานแล้วครับ และดูจะไม่ค่อยพอใจเท่าไร เอ่อ แล้วนั่น..." 

สตีคชี้คนที่ยืนด้านหลังอาเรียอย่างระแวดระวัง 

ดวงตาสีมรกตเหลือบมองด้านหลัง "ไม่ต้องห่วงค่ะ คนๆนี้ชื่อลูค และเขาจะมาเป็นพ่อบ้านคนใหม่ของฉันเอง" ร่างบางขยับออกจากลูค เพื่อให้ผู้เฝ้าประ​ตูเห็นชายหนุ่มชัดๆ และเธอไม่คิดเลยว่าเหตุการณ์​ครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะ

ซึ่งเพียงแค่ลูคก้าวเข้ามาในเขตคฤหาสน์​ ภาพลักษณ์​งดงามดุจเทพเจ้าของเขาเปล่งประกายและเจิดจ้า จนทำให้สาวน้อยสาวใหญ่อ่อนระทวยไปตามๆกัน ไม่เพียงเท่านั้นพ่อบ้านหรือคนงานชายอีกหลายคนก็มองเขาตาค้าง น้ำลายย้อยไปหลายคน จนบอกได้ว่าอลหม่าน​กว่าที่คิด เพราะเริ่มมีการตบตีแย่งชิงพื้นที่กันเพื่อจะได้จุดที่ดีที่สุดในการมองคนงาม 

ในเวลาเพียงไม่นาน อาเรียได้ยินคำคร่ำครวญ​และเห็นภาพความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเพราะคนคนเดียว เธอคิดว่าลูคควรได้รับสมญานาม​ว่า ชายงามล่มเมือง 

อาเรียมองเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้นอย่างขบขัน ยิ่งเห็นลูคด​ูไม่เดือดเนื้อร้อนใจราวกับชาชินเสียแล้ว ยิ่งรู้สึกสนุกกว่าเดิม จนเดินมาถึงห้องรับรองแขก เสียงโหวกเหวก​ก็หยุดลง เมื่อเหล่าคนงานไม่อาจตามเธอเข้ามาถึงห้องนี้ได้ 

"คุณหนูคะ ฮือ หายไปไหนมา มิรินเป็นห่วงคุณหนูมากเลยนะ" มิรินผุดลุกจากเก้าอี้ทันทีที่เห็นเจ้านาย ร่างในชุดเครื่องแบบวิ่งเข้ามากอดอาเรียด้วยสีหน้าห่วงใย

อาเรียตบหลังกอดปลอบอีกฝ่ายเบาๆ "ขอโทษนะคะ ฉันเที่ยวเล่นเพลินไปหน่อย" 

สาวใช้คนสนิทผละออกจากอ้อมกอด พร้อมเอ่ยด้วบน้ำเสียงกระเง้ากระงอด "ดีแล้วค่ะที่ไม่เป็นอะไร แต่คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีกนะคะ มิรินเป็นห่วงจะแย่ ฮือ"

เสียงหวานกลั้วหัวเราะด้วยความเอ็นดู มิรินเป็นพี่สาวที่ดีมากจริงๆ "เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะไม่ทำให้มิรินต้องเป็นห่วงอีกแล้ว" 

สาวใช้คนสนิทได้ยินแล้วปลื้มปริ่ม แต่เมื่อมองเลยไปด้านหลังร่างบาง เธอก็ต้องยิ้มค้าง "แล้วนั่นใครกันคะ" ดวงตาสีฟ้ามองชายหนุ่มหน้าตางดงามด้วยหางคิ้วที่กระตุกยิกๆ ทำไมจู่ๆเธอถึงรู้สึกลางไม่ดีกัน

"พ่อบ้านคนใหม่ค่ะ เท่านี้มิรินก็ไม่ต้องเหนื่อยอยู่คนเดียวแล้วนะ" เจ้าของเรือนผมสีชมพูขยิบตายิ้มอย่างซุกซน โดยไม่รู้ตัวเลยว่าประโยคนั้นทำร้ายจิตใจสาวน้อยอีกคนเพียงใด

"คุณหนู คุณชายรออยู่ที่ห้องแล้วค่ะ" ชารอนสาวใช้ในคฤหาสน์​เดินเข้ามาขัดจังหวะการพูดคุยของสองสาว พร้อมบอกสารที่ได้รับมา

"งั้นฉันไปก่อนนะ" อาเรียเดินตามชารอนพร้อมลูค 

มิรินมองแผ่นหลังของคุณหนูอันเป็นที่รัก แล้วเม้มปากแน่น น้ำตาคลอ หัวใจแทบสลาย 

ทำไมกันคะ มิรินไม่ดีตรงไหน ทั้งที่เป็นสาวใช้ดูแลคุณหนูมาก่อนแท้ๆ แล้วทำไมต้องพาผู้ชายคนนั้นเข้ามาด้วย ฮือ

"กลับมาแล้วค่ะ ท่านพี่" อาเรียผลักประตูเข้าห้องทำงานของกาเบรียล​วาบิลเล่ พร้อมกับร่างสูงอีกคน เพียงก้าวเท้าเข้ามาในห้องเธอก็สัมผัสได้ถึงความเยือกเย็น และกลิ่นอายทะมึนจากเด็กหนุ่มที่นั่งหน้าเครียดอยู่ที่โต๊ะทำงาน แต่เมื่อพี่ชายไม่มีปฏิกิริยา​ตอบรับ ดวงตาสีเขียวจึงกวาดมองไปรอบๆห้องอย่างประหม่า และนั่นทำให้เธอพบกับเรื่องน่าตกใจยิ่งกว่า

เมื่อมีเงาตะคุ่ม​สีดำกำลังถูกจับมัดพันทั้งตัวห้อยหัวอยู่นอกหน้าต่าง เด็กสาวเพ่งมองจนสังเกตออกว่าเงานั่นคือผู้ติดตามที่เธอทิ้งไว้กลางเมือง ฟอลคอน ชายผู้น่าสงสาร เขากำลังเหลือกดวงตาคมเข้มมาที่เธออย่างอ้อนวอน และขอความช่วยเหลือ

อาเรียยิ้มแห้ง มองภาพที่เห็นอย่างสำนึกผิด การที่เขาถ​ูกจับเช่นนั้นคงไม่แคล้วจะถูกลงโทษเพราะเธอ 

เด็กสาวหันไปมองลูค แล้วกระซิบบอกให้เขารอหน้าประตู ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ร่างบางเดินเข้าไปหาพี่ชายด้วยน้ำเสียงที่พร้อมออดอ้อน "ท่านพี่คะ น้องกลับมาแล้วนะ มีของมาฝากท่านพี่ด้วย" 

ทว่าเสียงตอบกลับมีเพียงเสียงของคีย์​บอร์ดโฮโลแกรมที่ดังกิ๊งกั๊งตามจังหวะกดของกาเบรียล และสีหน้าของเขาก็ยังเรียบเฉยเช่นเดิม 

เด็กสาวไม่คิดยอมแพ้ เธอเดินหน้าง้อพี่ชายต่อ "น้องจำได้ที่ท่านพี่เคยบอกว่าชอบสีดำ และน้ำชาที่น้องชง ดังนั้นน้องก็เลยซื้อใบชาแบล็คเพริ์ลมาเพื่อท่านพี่ค่ะ" 

อาเรียหยิบกระปุกเหล็กทรงวินเทจจากมิติช่องว่าง แล้วนำเสนอสิ่งของในมือประหนึ่งแม่ค้ารีบปิดจ็อบ "ชาแบล็คเพริ์ล มีสรรพคุณ​ช่วยในเรื่องของผิวพรรณ​และทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า​ค่ะ นอกจากนั้นยังช่วยสร้างภูมิคุ้​มกันแก่ร่างกายด้วยนะคะ เหมาะกับท่านพี่มากๆเลยล่ะ" ถึงแม้ท่านพี่จะแข็งแกร่งจนชาไม่ช่วยอะไรก็ตามเถอะ ประโยคหลังอาเรียได้แต่คิดในใจ

รอยยิ้มสดใสพร้อมน้ำเสียงกระตือรือร้น​เรียกสายตาสามคู่ให้หันมามองที่เธอเป็นจุดเดียว

กาเบรียล​อดขมวดคิ้วไม่ได้ เสียงทุ้มเอ่ยถาม โดยเผลอลืมตัวไปแล้วเขาไม่คิดจะพูดกับน้องสาวสักพักเพื่อให้เธอสำนึกผิด "รู้ทุกสรรพคุณ​ของสิ่งนี้หรือเปล่า" 

"แน่นอนสิคะ เรื่องสมุนไพรหรือใบชาน้องเก่งอยู่แล้ว" เด็กสาวบอกด้วยสีหน้าติดจะภูมิใจ

"งั้นคงต้องทราบด้วยสินะ ว่าแบล็คเพริ์ลช่วยในเรื่องของ..." กาเบรียล​ละคำอย่างกระดากเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าเด็กคนนี้รู้อยู่แล้วหรือไง

"เอ หรือท่านพี่จะหมายถึง...เพิ่มสมรรถภาพ​ทางเพศ" เสียงหวานเอ่ยติดทะเล้น สีหน้าพร้อมกลั่นแกล้งผู้คนเต็มที่

ได้ยินคำๆเดียว ทั้งกาเบรียล​ ลูคและฟอลคอนต่างทำสีหน้ากระอักกระอ่วน​ พวกเขาไม่คิดว่าคุณหนูบอบบางคนหนึ่งจะกล้าเอ่ยคำพูดน่าอายเช่นนี้ออกมา

แต่ทางอาเรียที่เรียนรู้​วัฒนธรรม​มาหลากหลายที่ เธอใจกล้าหน้าหนากว่าที่เห็นมาก ดังนั้นคำ​พูดพวกนี้เด็กสาวจึงสามารถเอ่ยออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย

กาเบรียล​นวดขมับเล็กน้อย รู้ทั้งรู้แต่ก็ยังนำสิ่งนี้มาแกล้งเขาอีก แล้วไหนจะคำพูดไม่สมเป็นเลดี้นั่นด้วย เฮ้อ ให้ตายเถอะเด็กคนนี้ เด็กหนุ่มส่ายหน้าอย่างจนใจ โดยที่ถูกคำพูดของอาเรียกลืนกินจนลืมความโกรธไปแล้ว

"ล้อเล่นค่ะ กระปุกนี้ไม่ใช่แบล็คเพริ์ลหรอกนะ เป็นกรีนเพริ์ลค่ะ คิก" อาเรียเพียงแค่หยอกพี่ชายเพื่อให้เขาคลายความโกรธลงบ้าง เพราะเธอเชื่อว่าหลังจากตอนนี้ อารมณ์​ของเด็กหนุ่มน่าจะรุนแรงราวพายุโหมกระหน่ำเลยทีเดียว

"แล้วนั่นใคร" และโดยที่คิดไม่ทันขาดคำ ร่างสูงที่ดูผ่อนคลายลงเริ่มเผยกลิ่นอายกดดันจ้องมองไปทางชายหนุ่มผู้มีภาพลักษณ์​ส​ูงส่งเสียแล้ว

อาเรียยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตรที่สุด เธอ​รู้ว่าขั้นตอนนี้มันยากที่จะผ่าน เด็กสาวกวักมือเรียกชายหนุ่มผู้ยืนทื่อเป็นหุ่นเฝ้าประตูให้มาใกล้ๆ ดวงตาสีเขียวส่งสัญญาณ​บอกกล่าวว่าทำตัวดีๆเข้าไว้ "เขาชื่อลูคค่ะ และเขาจะมาเป็นพ่อบ้านคนใหม่ของน้อง" 

ลูคค้อมหัวเคารพอีกฝ่าย ถึงกระนั้นความสูงศักดิ์​ของเขาก็ไม่อาจลดลง "สวัสดีครับ ​ท่านกาเบรียล" 

"ไม่อนุญาต" กาเบรียล​ตอบสั้นๆ ทว่าเสียงทุ้มของพี่ชายช่างเย็นชาและเด็ดขาดมากกว่าที่ครั้งไหนๆเธอเคยได้ยิน 

้เด็กสาวหันไปมองลูคที่ดูไม่ทุกข์​ร้อนนักที่ถูกเจ้าบ้านอีกคนปฏิเสธ​ ท่าทางเขาจะเชื่อว่าเธอสามารถพาเขาเข้าบ้านได้จริงๆ

อาเรียบอกให้ชายหนุ่มออกไปรอหน้าห้องก่อน 

และเมื่อเหลือเพียงพวกเราสองพี่น้อง เสียงหวานจึงเริ่มอธิบาย "น้องบอกอย่างไม่ปิดบังเลยนะคะ ความจริงแล้วน้องพึ่งไปจัดการกับนักฆ่ากลุ่มใหม่มา อ๊ะๆ อย่าพึ่งดุน้องสิคะ ช่วยฟังให้จบก่อน" อาเรียแสร้งทำสีหน้าออดอ้อน โดยหวังว่าจะระงับอาการโกรธ​ของอีกฝ่ายลงบ้าง 

"พวกเขามากันสองคน น้องเลยแกล้งเดินหลงเข้าป่าแถวชายเมือง แล้วนักฆ่าจากสังกัดเดียวกันก็โผล่มาอีกหนึ่ง ดูเหมือนนักฆ่าที่เข้ามาใหม่จะทำอีกภารกิจอื่นอยู่ และลูคก็คือเป้าหมายของพวกเขาค่ะ ดังนั้นลูคกับน้องก็เลย....ทำข้อตกลงกัน" ท้ายประโยคเอ่ยอย่างไม่เต็มเสียงเพราะดวงเนตรคมกริบแทบจะกรีดแทงร่างเธอจนขาด 

ดวงตาสีทองมืดครึ้มลงแทบทุกขณะที่ฟังเสียงหวานเอ่ย ความเงียบเกิดขึ้นฉับพลัน ก่อนที่กาเบรียล​จะเอ่ยออกมา

"ใจกล้าเหลือเกินนะ อาเรีย" เสียงเย็นยะเยือกมาพร้อมกับเสียงเปรี๊ยะ​ปร๊ะจากท้องฟ้า พายุฝนห่าใหญ่กู่ร้องอย่างรุนแรง เมฆสีเทาเคลื่อนมาเกาะรวมตัวกันจนกลายเป็นเมฆสายฟ้าก้อนใหญ่หมุนวนจะบ้าคลั่งราวมัจจุราชจากสรวงสวรรค์​ 

เวลานี้แม้แต่ไฟในห้องยังติดๆดับๆอย่างน่าตกใจ ดวงตาสีเขียวเลิกกว้าง รีบเข้าไปแก้สถานการณ์​

ทางด้านฟอลคอนที่เห็นเหตุการณ์​ทั้งหมด และจับใจความได้บางประโยคเพราะอ่านปากของนายทั้งสอง ทำได้เพียงเบิกตากว้าง ดิ้นดุ๊กดิ๊ก​ราวดักแด้ใกล้แตกอยู่ที่เดิม ครั้นจะร้องขอความช่วยเหลือก็กลัวไฟฟ้าลูกใหญ่จะอันตรธาน​มาลงที่หัวตนเองแทน จึงได้แต่ร้องอู้อี้ท่ามกลางสายฝนอย่างน่าสงสาร

"ท่านพี่ใจเย็นๆหน่อยสิคะ แล้วก็เลิกปล่อยสายฟ้าพวกนั้นก่อน" อาเรียแตะแขนของเด็กหนุ่มเบาๆ ราวเป็นการเตือนสติ ภายในชั่วพริบตาฝนฟ้าพายุต่างๆล้วนหายไปราวกับภาพลวงตา มีเพียงร่างกายที่เปียกชื้นของฟอลคอนที่บ่งบอกว่าอมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นบ้างข้างนอก และคนในห้องก็ลืมเลือนเขากันแล้ว ชายหนุ่มสูดน้ำมูกฟืดใหญ่

กาเบรียลสบแก้วตาสีมรกต ดวงตาสีทองทั้งเยือกเย็นและคาดคั้น 

อาเรียถอนหายใจ "น้องคิดว่าท่านพี่น่าจะพอทราบแล้วว่าน้องมีบางอย่างที่เปลี่ยนไป" เธอตัดสินใจจะสารภาพบางอย่าง "ตั้งแต่พลังแฝงตื่นขึ้น ความคิดของน้องก็เปลี่ยนไปด้วย...มันราวกับว่ามีอะไรบางอย่างในร่างกายนี้ผลักดันความรู้สึกของน้องค่ะ" อาเรียบอกด้วยสีหน้าจริงจัง เธอหวังว่าการโกหกคำโตนี้จะทำให้พี่ชายเลิกติดใจในพลังของเธอลงบ้าง

กาเบรียล​ยังคงสีหน้าตายด้าน แววตาของเขาไม่บ่งบอกอารมณ์​".....มีอะไรอีก" 

"คะ?"

"มีอะไรอีกบ้างที่น้องยังไม่เคยบอก" เด็กหนุ่มคิดว่าวันนี้เขาอารมณ์​แปรปรวนอย่างน่าประหลาด ทุกคำพูด ทุกการกระทำของน้องสาวคนนี้ทำให้ตัวตนที่สร้างขึ้นมาถูกกระเทาะทีละน้อยๆ

อาเรียเผยรอยยิ้ม พี่ชายของเธออารมณ์​เย็นลงแล้ว "มีอีกมากมายเลยล่ะค่ะ และน้องคิดว่าพวกเราควรจะหาเวลาว่างเพื่อพูดคุยกันมากกว่านี้" 

กาเบรียล​พยักหน้า เขาก็หวังแบบนั้นเช่นกัน "ใช่ พวกเราควรหาเวลาว่างเพื่อพูดคุยกัน'มากกว่านี้'" เสียงทุ้มเน้นท้ายคำอย่างกดดันจนอาเรียได้แต่หัวเราะแหะๆ โดนสอบสวนแน่เลย

"ส่วนเรื่องที่น้องทำในวันนี้ พี่จะจัดการน้องภายหลัง และพรุ่งนี้เราต้องคุยกัน....และต่อไปนี้น้องต้องฟังคำสั่งพี่อย่างเคร่งครัด"  

"ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ถ้าน้องอยากจะทำ ท่านพี่ก็ห้ามน้องไม่ได้หรอกนะคะ" อาเรียอดแย้งกลับไม่ได้ เธอไม่ใช่คนที่จะอยู่เฉยๆกับที่ได้เหมือนตุ๊กตาหรอกนะ และหวังว่าพี่ชายจะเข้าใจด้วย

"ระ.. แร๊ง" ฟอลคอนเผลออุทานออกมาเสียงเบา แล้วต้องหุบปากฉับเมื่อนัยน์ตา​คมดุสีทองตวัดมองมา อูย ไม่ต้องทำหน้าดุขนาดนั้นหรอกครับ 

ส่วนอาเรียที่มองตามดวงตาสีทอง และพบว่ายังเหลือชายอีกคนที่ถ​ูกลืมเลือน จึงนึกขึ้นได้ว่าป่านนี้เขาคงจะเลือดตกหัวหมดแล้ว เลยรีบขอให้พี่ชายปล่อยหนุ่มดวงซวยไปสักที

"อีกอย่างฟอลคอนไม่ผิด น้องผิดเองที่บอกให้เขารอและหนีไปก่อนที่เขาจะตามทัน ดังนั้นปล่อยเขาลงมาก่อนเถอะค่ะ" 

ชายผู้ถูกห้อยต่องแต่ง​หน้าเหวอ เมื่อเด็กสาวเอ่ยราวกับว่าเขาอ่อนแอและเชื่องช้าจนดูแลเธอไม่ไหว ถึงแม้จะมีความซาบซึ้งปะปนอยู่บ้างก็ตาม 

"เหวอ!" ขณะที่คิดเช่นนั้น ร่างหนาพลันวูบวาบขึ้นมาฉับพลัน ก่อนจะลอยละลิ่วอย่างไร้ที่เหนี่ยวรั้ง ตกตุ๊บลงพุ่มไม้แทบจะทันที 

"โอ๊ย!!" เสียงร้องลั่นดังแว่วๆขึ้นมาถึงห้องที่ออกแบบมาเพื่อเก็บเสียง 

ถึงกระนั้นสีหน้าเรียบเฉยของกาเบรียลก็ไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าเขาจะพึ่งปล่อยลูกน้องคนสนิทให้ร่วงหล่นจากตึกสามชั้นมาหมาดๆก็ตาม

อาเรียกระพริบตาปริบ มองหน้าต่างที่โล่งจนเผยให้เห็นดวงจันทร์​ สลับกับพี่ชายที่แผ่ไอทะมึนแล้วได้แต่สำนึกผิดในใจ ขอโทษอีกรอบนะคะ คุณฟอลคอน

​"ไปได้แล้ว พี่ต้องทำงานต่อ" ร่างสูงบอกอย่างเย็นชา

อาเรียเดินออกจากห้องทำงานด้วยอาการงุนงง พี่ชายของเธอดูไม่สบอารมณ์​เท่าไร ท่าทางจะพักผ่อนน้อยอีกแล้ว เด็กสาวถอนหายใจให้กับความบ้างานของกาเบรียล​ ในใจคิดล่วงหน้าไว้แล้วว่าพรุ่งนี้จะชงชาอุ่นๆให้เขาดื่มสักกา 

เสียงหวานเรียกชื่อมิรินที่ยืนรออยู่หน้าห้อง 

"ค่า~" มิรินขานรับเสียงใส หากแต่ดวงตาสีฟ้าอ่อนจ้องเขม็งมองเพื่อนร่วมงานคนใหม่อย่างไม่เป็นมิตร หญิงสาวไม่สนใจความงดงามของชายหนุ่มแม้สักนิด เวลานี้คิดเพียงอย่างเดียวคือ หมอนี่เป็นคู่แข่ง! 

"เตรียมห้องพักให้ลูคด้วยนะ" อาเรียบอกเมดสาวข้างกาย จากนั้นหันไปมองชายหนุ่มผู้มีออร่าวิบวับเปล่งประกายทั่วตัว "คุณไปพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ แล้วพรุ่งนี้เราจะมาคุยเรื่องงานกัน" 

ลูคค้อมตัวเล็กน้อย เขาเดินตามมิรินที่มีรอยยิ้มเคลือบยาพิษส่งมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย 

อาเรียมองภาพคนสองคนอย่างกังวลเล็กน้อย ดูพวกเขาจะแตกต่างกันค่อนข้างมาก และเธอหวังว่าคนทั้งคู่จะสนิทกันได้ในอนาคต 

เมื่อเด็กสาวคาดการณ์​ไว้คร่าวๆในหัว ร่างบางจึงหมุนตัวเพื่อเดินไปทางบันได แต่กลับต้องสะดุ้งจนไหล่คลอน เมื่อเห็นร่างสูงแข็งแรงของพี่ชายกำลังยืนจ้องเขม็งมองมาอยู่ตรงประตูห้องที่เปิดแง้มเพียงครึ่งเดียว พวกเราสบตากันครู่ใหญ่ และไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากเขาสักคำ

เธอจึงคลี่รอยยิ้ม ถามอีกฝ่าย "มีอะไรหรือเปล่าคะ?" 

เด็กหนุ่มไม่ตอบ ดวงตาสีทองจ้องมองเธออยู่พักหนึ่ง จนเด็กสาวสัมผัสได้ถึงความเฉยชาระคนไม่พอใจได้ ขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปหา มือหนาพลันปิดประตูดังปัง ทิ้งให้อาเรียยืนค้างอยู่หน้าห้องอย่างกระอักกระอ่วน​

โธ่ เป็นอะไรของเขาอีกนะ

 __________

อาจจะมาไม่บ่อยเท่าไร เพราะช่วงนี้ไรต์มีงานและการบ้านเยอะค่ะ แล้วก็ไม่ทิ้งเรื่องนี้หรอกนะคะ ไรต์ร่างพล็อตยาวไปถึงตอนที่ 30 แล้ว ถ้าไม่ติดงานเยอะจะมาลงเรื่อยๆค่ะ 

แล้วก็ คอมเมนท์​ = กำลัง♥️ นะคะ :3

ความคิดเห็น