ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Omega 5

คำค้น : Yaoi, NC, SM, 18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12k

ความคิดเห็น : 47

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2561 00:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Omega 5
แบบอักษร

Omega 5


แสงแดดที่สาดส่องเข้ามากระทบเปลือกตาทำให้ตากลมค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา พร้อมกับความรู้สึกปวดหัวราวกับจะเป็นไข้


        “อ๊ะ” อาเชอร์ร้องออกมาเพราะความรู้สึกปวดหัว พร้อมกับตากลมที่กวาดสายตาไปรอบๆ ก็พบว่า...เขาอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย! ที่นี่คือที่ไหนกัน? อาเชอร์ถามตัวเองในใจหลายครั้งแล้วพยายามนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เมื่อคืน...เกิดอะไรขึ้นกันนะ...


แกร็ก

เสียงเปิดประตูห้องนอนทำให้อาเชอร์หันไปมองคนตัวสูงที่เดินเข้ามาในห้องนอนทันที


        “คะ...คุณสเวน” อาเชอร์เบิกตากว้างทันทีเมื่อเห็นหน้าของคนที่เดินเข้ามา ในห้องแต่คำถามว่าทำไมอีกคนถึงมาอยู่ที่นี่


        “ตื่นแล้วก็ลุก” สเวนว่าเสียงเรียบพร้อมกับมองหน้าอาเชอร์ด้วยสายตาเรียบนิ่งอย่างไม่เป็นมิตร ซึ่งเป็นสายตาที่ทำให้อาเชอร์รู้สึกแปลกๆ และกลัวด้วยพร้อมๆ กัน


        “เอ่อ...ทำไมผม...”


        “ลุก” สเวนว่าย้ำ


        “คะ...ครับ” อาเชอร์รีบลุกจากเตียงนอนของอีกคนทันที แต่เพราะความปวดหัวทำให้ร่างบางเซไปนิดๆ แต่ก็ยังทรงตัวได้


        “...” บรรยากาศในห้องตกอยู่ในความเงียบทันทีเมื่อสเวนไม่พูดอะไรออกมา และอาเชอร์ก็ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาเช่นเดียวกัน จนร่างบางรู้สึกว่าเขาไม่ควรจะอยู่ที่นี่ต่อ อาเชอร์กำท่าจะเดินออกจากห้องไปแต่...


        “มึงเป็นโอเมก้า” อาเชอร์ชะงักไปทันทีกับคำพูดของร่างสูง พร้อมกับหันกลับไปหาสเวนทันที


        “คะ...คุณพูดอะไร?”


        “มึงเป็นโอเมก้าแต่โกหกว่าเป็นเบต้า” สเวนพูดอีกครั้ง ทำให้อาเชอร์ทำหน้าเลิกลั่กทันที


        “มะ...ไม่ใช่นะ ผมไม่ได้...”


        “นี่มึงยังจะกล้าเถียงอีกหรือไง?” สเวนว่าเสียงเข้มพร้อมกับมองร่างบางด้วยความไม่พอใจ แหงแหละ...เขาไม่ชอบพวกโอเมก้า ไม่ชอบกลุ่มชนชั้นต่ำพวกนี้ ส่วนเรื่องเมื่อคืน...มันก็แค่เรื่องผิดพลาดเท่านั้น!


        “ผม...คือ...ผม...โอ๊ย” อาเชอร์ร้องออกมาทันทีเมื่อร่างสูงเดินเข้ามาคว้าแขนของเขาอย่างแรงพร้อมกับบีบข้อมือเล็กจนร่างบางรู้สึกเจ็บไปหมด


        “ที่โกหกว่าเป็นเบต้าแล้วไปทำงานในผับ เพราะตั้งใจจะจับพวกลัลฟ่าสินะ”


        “ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ!” อาเชอร์ปฏิเสธออกมาทันควัน แหงแหละ...เรื่องอะไรเขาต้องยอมรับในสิ่งที่ไม่จริงด้วย!


        “แล้วทำไมต้องโกหก!”


        “ผม...ผมก็แค่อยากทำงาน อยากหาเงิน”


        “เฮอะ เรื่องเงิน”


        “แล้วมันผิดตรงไหนล่ะครับที่ผมอยากทำงาน อยากหาเงิน ผมก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน” อาเชอร์เถียงออกมา


        “ผิดตรงที่มึงโกหกชนชั้นที่แท้จริงของมึงไงล่ะ”


        “แต่ผมก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน”


        “ทำไมจะไม่เดือดร้อน เวลาที่มึงเป็นฮีท...” สเวนชะงักไปทันทีเพราะเกือบเผลอพูดอะไรที่ไม่อยากจะพูดออกมา ซึ่งคำพูดของสเวนทำให้อาเชอร์เบิกตากว้างทันที เป็นฮีทงั้นเหรอ?...หรือว่า...ว่าแล้วความทรงจำที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก็ย้อนกลับในหัวของร่างบางอีกครั้ง ภาพที่เขาเป็นฮีท ภาพที่เขามีความต้องการทางเพศสูง และภาพของเขากับอีกคน...


        “เมื่อคืน...”


        “โอเมก้าอย่างมึงก็ดีแต่ยั่วยวนพวกอัลฟ่า”


        “ผมไม่ได้ยั่วยวนนะ!”


        “แล้วที่มึงทำเมื่อคืนคืออะไร?” สเวนกลั้วลิ้นในปากถามพร้อมมองคนตรงหน้าอย่างเหยียดๆ ซึ่งสายตาของอีกคนทำให้อาเชอร์หน้าชาทันที แหงแหละ...อีกคนมองเขาราวกับไม่ใช่คน มองเขาราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าขยะแขยง


        “คุณนี่มัน...ดีแต่ดูถูกคนอื่น”


        “ก็ดีกว่าดูผิด”


        “แต่คุณก็ไม่ควรใช้สายตาแบบนั้นมองเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ผมก็คน คุณก็คน แค่ผมเป็นโอเมก้า แล้วคุณเป็นอัลฟ่า มันก็ไม่ได้ทำให้ค่าเป็นคนของเรามันต่างกัน โอ๊ย!” อาเชอร์ร้องออกมาอีกครั้งเมื่อมือหนาบีบข้อมือของเขาแน่นจนร่างบางน้ำตาคลอ


        “อย่าปากดีให้มาก”


        “อึก...ผมเจ็บนะ”


        “เจ็บก็หยุดปากดี โอเมก้าอย่างมึงไม่มีสิทธิ์มาปากดีใส่กู” สเวนว่าก่อนจะปล่อยมือจากข้อมือของอาเชอร์ ซึ่งพอร่างบางมามองที่ข้อมือของตัวเองก็เห็นว่าขึ้นรอยแดงจนน่ากลัว เกินไปแล้ว...คนตรงหน้าของเขาทำเกินไปแล้ว แม้ว่าอยากจะพูดแบบนี้แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถทำได้ เพราะคนตรงหน้าน่ากลัวเกินไป ทั้งเย็นชา ปากร้ายและชอบดูถูก!


        “ไสหัวไปซะ” หลังจากที่ปล่อยมือของอาเชอร์ สเวนก็พูดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเป็นคำพูดที่ทำให้คนฟังรู้สึกโมโหไม่น้อย แต่ก็นะ...ถึงจะโมโหแค่ไหนแต่อาเชอร์ก็ไม่กล้าต่อปากต่อคำกับอีกคนอีกแล้ว


        “ผมก็ไม่อยากอยู่หรอก” อาเชอร์ว่าส่งท้ายก่อนจะออกจากห้องของอีกคนไปทันที แม้ว่าจะรู้สึกปวดหัวจนแทบแตกแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาอ่อนแอ...อาเชอร์เดินออกจากห้องของสเวน ซึ่งเขาเพิ่งสังเกตว่าเขากำลังอยู่ในโรงแรมหรูระดับห้าดาว ซึ่งเขาจำได้ว่าเป็นธุรกิจของตระกูลอีเมอร์สัน


        “ให้ตายสิ” อาเชอร์พึมพำออกมากับตัวเองเพราะรู้สึกเหมือนจะหน้าทิ่มลงไปกับพื้นเพราะความปวดหัว


        “เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” พนักงานของโรงแรมรีบเข้ามาถามอาเชอร์ทันที


        “เอ่อ...ไม่เป็นอะไรครับ”


        “ไม่เป็นอะไรแน่นะคะ?” พนักงานสาวถามย้ำ เพราะเห็นว่าอีกคนหน้าซีดมาก อาเชอร์ยิ้มรับก่อนจะเดินออกจากโรงแรมไป และไปขึ้นรถเมล์กลับหอพักตัวเอง…หอพัก...อาเชอร์กลับมาถึงหอพักตอนเกือบเที่ยง ร่างบางซื้อข้าวและยาขึ้นมากินบนห้อง ซึ่งหลังจากที่กินข้าวกินยาเสร็จร่างบางก็นอนต่อเพราะความป่วยทันที...หัวค่ำ...อาเชอร์ตื่นขึ้นมาตอนเย็นเพราะรู้สึกหิวข้าวมาก และพอร่างบางเดินออกมาจากห้องก็เจอกับจัสตินทันที


        “อาเชอร์!” จัสตินเรียกชื่ออาเชอร์เสียงดัง


        “จะ...จัสติน...”


        “เมื่อคืนมึงหายไปไหนมา!” จัสตินถามเสียงเข้มพร้อมกับมองหน้าอาเชอร์อย่างคาดคั้น


        “เอ่อ...คือ...”


        “ตอบมา ห้ามโกหก!” อาเชอร์กัดปากอย่างครุ่นคิดก่อนจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้จัสตินฟัง แต่ไม่ได้บอกเรื่องเป็นโอเมก้าและเป็นฮีท เขาเล่าแค่ว่าเขาถูกช่วยเพราะเกือบถูกลวนลาม


        “สเวน อีเมอร์สันเนี่ยนะ!” จัสตินพูดชื่อของใครอีกคนเสียงดังด้วยความตกใจ


        “อืม...แต่ว่าเราไม่ได้...”


        “มึงห้ามไปยุ่งกับเขาเลยนะ”


        “รู้แล้ว เราไม่คิดจะยุ่งกับคนนิสัยไม่ดีแบบนั้นหรอก”


        “รู้ก็ดี เพราะนอกจากเขาจะนิสัยไม่ดี สาวๆ ในสต็อกของเขาก็ไม่ได้น้อยหน้า มึงก็เห็นอยู่ในงานวันเกิด” อาเชอร์พยักหน้ารับ เขาจำได้ดีว่าอีกคนเป็นสาเหตุทำให้เกิดเรื่องทะเลาะขึ้น


        “แล้วนี่จะไปกินข้าวใช่มั้ย? ไปกินกัน กูก็จะไป”


        “อือๆ เราอยากกินร้านประจำ” จัสตินพยักหน้ารับ ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันไปกินข้าวที่ร้านประจำที่อยู่หน้าปากซอยทันที...ทางด้านของสเวน...เรื่องราวเมื่อตอนกลางวันยังคงค้างคาอยู่ในหัวของเขา ทั้งเรื่องความปากดีของอาเชอร์และเรื่องที่อีกคนเป็นโอเมก้า ใช่...เขารู้ว่าอีกคนเป็นโอเมก้า แต่มันแปลก...ที่เขากลับไม่ได้รู้สึกรังเกียจอีกคนอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งๆ ที่พยายามบอกตัวเองว่าเขารังเกียจ แต่มัน...กลับไม่ใช่


        ‘อ๊ะ...อื้อ...อา...’ เสียงครวญครางของใครอีกคนลอยเข้ามาในความคิดของเขา พร้อมกับใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยแรงอารมณ์ ทั้งๆ ที่ไม่ควรเก็บมาคิด แต่สเวนกลับห้ามความคิดตัวเองไม่ได้จริงๆ


        “แม่งเอ๊ย” ร่างสูงสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะคว้ากุญแจรถคันหรูเปิดประทุนแล้วขับออกไปทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะไปไหนหรอก เขาแค่จะขับรถเล่นชมวิวยามค่ำคืนของเมืองก็เท่านั้นเอง เผื่อว่าอะไรๆ ที่มันว้าวุ่นอยู่ในหัวมันจะลดลงลงมาบ้าง


        “นั่นมัน...” สเวนพึมพำออกมาเมื่อเผลอเหลือบสายตาไปเห็นใครคนหนึ่งที่คุ้นตาข้างถนน ซึ่งร่างบางกำลังยืนอยู่กับใครคนหนึ่ง ใบหน้าหวานมีรอยยิ้มสดใส และกำลังถูกอีกคนที่ยืนด้วยยีผมไปมา ซึ่งดูแล้วทั้งสองคนคงจะสนิทสนมกันมาก ถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิทก็คงจะเป็น...คนรัก


        “เฮอะ” สเวนสบถออกมาก่อนจะขับรถออกไปทันทีอย่างรวดเร็ว เขาไม่คิดจะสนใจ ไม่คิดจะใส่ใจอะไรทั้งนั้นแหละ!...แทนที่ไปขับรถเล่นจะทำให้สมองของสเวนโล่งโปร่งขึ้น กลับกลายเป็นว่าร่างสูงกลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาแทน ร่างสูงขับรถมายังโรงแรมของเขาก่อนจะโทรไปยังเบอร์ๆ หนึ่ง


        “มาหาหน่อยที่โรงแรม” พูดจบร่างสูงก็วางสายไปทันทีและรอไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เสียงออดหน้าห้องก็ดังขึ้น


        “วิเวียนดีใจที่คุณโทรมาวิเวียน” หญิงสาวเผยยิ้มทันทีพร้อมกับเดินเข้ามาในห้องของสเวน


        “งั้นเหรอ?”


        “เรื่องเมื่อคืนวิเวียนจะไม่เก็บเอามาคิด เพราะฉะนั้น...” วิเวียนเว้นวรรค ก่อนจะยื่นมือมาลูบไล้ที่ใบหน้าของสเวน


        “...คืนนี้เรามาเริ่มกันใหม่นะคะ” พูดจบหญิงสาวก็เขย่งปลายเท้าประกบจูบร่างสูงทันที ก่อนที่อะไรๆ จะดำเนินไปอย่างที่ทั้งคู่ต้องการ





















...

พระเอกปากร้ายยยยยยย สงสารน้องงงงงงง ฮือออออ เรื่องนี้พระเอกจะน่าหมั่นไส้หน่อยนะคะ ไม่สิๆ ไม่หน่อยหรอก มากเลยแหละ 55555

___จางบิวตี้___

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว