สวัสดีกันด้วนะคับชาวReaderทุกท่าน กระผมเป็นไรต์มือให่ถ้าอยากติอะไรติได้เลยนะคับ และขอบคุณทุกคอมเมนต์ ไลค์ ติดตาม และทุกการสนับสนุนด้วยะคราบ ขอบคุณคราบ (/^_^)/

The Emperor 32 เมืองพิรุณ!

ชื่อตอน : The Emperor 32 เมืองพิรุณ!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 382

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2561 22:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
The Emperor 32 เมืองพิรุณ!
แบบอักษร

​​​​หลงเฟิง เยว่หลินและพวก รวมถึงคณะศิษย์ที่ถูกคัดเลือกมาโดยเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายต่างพากันมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเพื่อที่จะไปประลองการปรุงยาที่จัดขึ้นในอีก10 วันข้างหน้า 

การประลองปรุงยาครั้งนี้สำคัญต่อหลงเฟิงเป็นอย่างมาก เป้าหมายมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากเขาคว้าที่1ได้ จะได้รับทรัพยากรมาแก้คำสาปของแม่นางเก็นบุ(เต่าดำ)เพื่อที่จะได้กลับเป็นชายอีกครั้ง หลงเฟิงไม่ต้องการรับความอัปยศอดสูอีกแล้ว หาไม่เช่นนั้นพึงฆ่าตัวตายเสียยังประเสริฐกว่า 

.

ในเวลานี้ทั้งคณะได้เดินทางโดยสารสัตว์อสูรมีปีกมาได้ระยะทางหนึ่งแล้ว ผ่านมาประมาณ3ชั่วยามได้ทั้งคณะจึงพากันหยุดพักผ่อนกัน เยว่ฉีเฟิงจัดตั้งกระโจนที่พักตรงข้างๆหุบเข้า โดยเลือกที่เป็นทางโดยที่ตรงเนินเขาแห่งหนึ่งที่ขนาบข้างไว้เป็นครึ่งวงกลม เพื่อกันเป็นแนวป้องกันตามธรรมชาติ และตั้งกระโจมที่นำมาพร้อมกลับแหวนมิติ

หลงเฟิงซึ่งไม่ได้เตรียมกระโจมมา เยว่หลินที่เห็นดังนั้นพลันหยิบยื่นกระโจมให้ หลงเฟิงรีบบอกปัด โดยอ้างว่าจะลองไปของกับปูของนางดู

"ไม่ต้องกังวล ข้ามีกระโจมอยู่สองอันพอดี ตระเตียมไว้เพื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ดังนั้นเจ้ารับไว้เถอะ"เยว่หลินกล่าวจนกระทั่งหลงเฟิงได้แต่รับไว้แต่โดยดี

หลงเฟิง เยว่หลิน ฉางหยวน ล่งหวินและมิ่งเหิน กระโจมของพวกเขาอยู่ที่ติดกลับประโจมของเจ้าสำนักเพราะเป็นผู้ได้รับเลือกเข้าแข่งขันโดยมีฉินเฟยและเป่ยลู่ ผู้อาวุโสแผนกปรุงยาและแผนกลมปราณตั้งกระโจมถัดมาจากพวกเขา โดยกระโจมพวกนี้เลิศหรูไม่น้อยเลยทีเดียว

สักพักไม่นานหลังจากการตั้งกระโจมแล้ว ประมาณตอนเย็นๆ พลันปรากฎกลิ่นหอมฟุ้งกระจายออกมา รบกวนให้หลงเฟิงในตอนนี้กำลังนั่งอยู่ในกระโจมบ่มเพาะพลังผึกตนอยู่ จนกระทั่งถึงตอนนี้เขายังไม่ได้หลอมรวมดวงใจหลอมมังกรที่ได้มาจากนครโบราณเข้าไป หลงเฟิงคิดว่าควรหาที่ปราศจากผู้คนรบกวนและลึกลับในการทำการหลอมรวมมันเข้าไป 

หลงเฟิงเลิกกระโจมออกไป เห็นตรงใจกลางโดยมีกระโจมของพวกเขาร้อมลอบไว้ เยว่หลินและฉางหยวนกำลังนั่งรวมหัวกันอยู่ เมือ่เยว่หลินเห็นหลงเฟิงเดินออกมากล่าวว่า

"มาๆเยว่หยาง ข้าจะให้เจ้ารับรู้รสฝีมือของข้า"นางลุกขึ้นมาพร้อมๆกับในมือถือถ้วยๆหนึ่ง ในนั้นบรรจุด้วยแกงร้อนๆชามหนึ่ง ส่วนฉางหยวนกำลังคีบเนื้อย่างเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

"เอ่อ...ข้าไม่หิว....อุ๊บบ"หลงเฟิงที่ยังพูดไม่ทันจบพลันถูกเยว่หลินใช้ตะเกียบคีบเนื้อในน้ำแกงใส่ปากอย่างรวดเร็ว ความอร่อยไหลผ่านลำคอของเขาไปอย่างช้าๆ

"อร่อยยิ่ง ข้าไม่คิดว่ารสชาติจะออกมาดีเยี่ยงนี้ เจ้าฝีกมือก็ใช้ได้เหมือนกันนี่"หลงเฟิงกล่าวชมเชย เยว่หลินที่ได้ฟังพลันยกยิ้มขึ้นอย่างสดใส

"แน่นอนอยู่แล้ว ข้าซะอย่าง ทำไมจะทำไม่ได้"นางกล่าวพลางเท้าเอวขึ้น เชิดหน้าพูดอย่างน่าขบขัน

"จ้าๆ ถ้าเจ้าไม่กินเดี๋ยวก็หมดหรอก เพราะข้าจะแย่งกิน"หลงเฟิงที่พูดแบบนั้นออกไป ทำให้เยว่หลินที่ได้ฟังพลางริบถ้วยแกงมา ทำท่าเหมือนไม่ให้แย่งขนมเหมือนเด็กน้อยยิ่ง ไม่นานนัก เยว่หลินจึงบอก

"ถ้าอยากกินก็มานั่งกินดีๆกับพวกข้าซะ"หลงเฟิงพยักหน้าและเริ่มไปร่วมวงรับประทานอาหารกับพวกเขา

.

.

หลังจากเดินทางมายาวนานถึง9วัน ในที่สุดเยว่ฉีเฟิงก็กล่าวขึ้น

"นั่นไง เมืองหลวง"พิรุณ"สถานที่จัดงานอยู่ในเขตพระราขวังของราชวงศ์เฟิง ที่นี่มีกฎว่าห้ามขับขี่สัตว์พาหนะอยู่ในตัวเมืองเพราะจะเป็นการลบหลู่ราชวงศ์ ฉะนั้นพวกเราจะลงเดินที่นี่"เยว่ฉีเฟิงพลันสั่งขึ้น ทำให้พวกนกล่อนลงสู่พื้นและเหล่าศิษย์ก็ทยอยลงจากนกที่เป็นสัตว์พาหนะ เดินเข้าแถวตามพื้นดินอย่างเป็นระเบียบ

ไม่นานกระเรียนประกายเงินก็ล่อนลงมาสุดท้าย สายตาของเหล่าศิษย์หาได้มองไปที่นกกระเรียนไม่ หรือเยว่หลิน แต่ทุกผู้ทุกคนล้วนเหม่อมองหาหญิงที่ตนเพียงแค่เชยชมก็มีขวัญกำลังใจแล้ว

ไม่นานบุคคลที่พวกมันรอคอยก็ก้าวย่างลงมา ผ้าแพรคลุมหน้าสี้ขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะในฤดูร้อน ชุดสีฟ้าสกใสพร้อมปักลายหงส์สีขาวยิ่งทำให้สง่าและงดงามมากยิ่งขึ้น 

หลงเฟิงเดินลงมาพร้อมๆที่ขมวดคิ้ว หลายวันที่เดินทางมานี้มันถูกรบเร้าจากพวกล่งหวังและมิ่งเหิน จึงทำให้หงุดหงิดและอยากจะเข้าไปบีบคอให้ตายคามือข้างนี้เลยที่เดียว เสียดายติดตรงที่เยว่หลินพลันเข้ามาช่วยไว้ได้ทันตลอด

"หยุดมองแม่นางเยว่หยางได้แล้วกระมัง พวกเราต้องรีบเดินทางไปยังเขตพระราชวังของเมืองหลวงพิรุณแห่งนี้"เยว่หลินส่งสายตาตำหนิกวาดไปทั่วพร้อมๆกับที่ฉางหยวนก็ทำเหมือนกันปานองค์รักษ์รักษาพระองค์ก็มิปาน

เหล่าศิษย์ทั้งหลายที่ถูกจ้องมองมาพลันรีบหลบสายตาลง แต่ก็มีบางคนเหลือบมามายังหลงเฟิงบ้า่งเป็นบางครั้ง แต่ก็โดนสายตาของพวกเยว่หลินกวาดใส่จนพลันรู้สึกหนาวเหน็บไปตามๆกัน

"อะฮึ่มๆ พวกเราเดินทางกันได้แล้วละ"เยว่ฉีเฟิงกล่าวเสร็จก็ชักชวนพวกเย่วหลินและฉินเฟยและเป่ยลู่และเดินนำไปโดยทันที ทำให้เยว่หลินและพวกเลิกถลึงตาใส่พวกศิษย์ทั้งหลายและเดินอาดๆตามหลงเฟิงที่ตอนนี้เดินไปแล้ว พวกผู้อาวุโสฉินเฟยและเป่ยลู่ก็เพียงแค่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอายิ่ง

.

.

ไม่นานจึงเดินถึงกำแพงเมือง สมเป็นเมืองหลวงจริงเชียว มีเหล่ายามเดินอาดๆไปมามากมายหลายคน คอยสอดส่องตรวจตราอย่างเคร่งครัดยิ่ง ซึ่งไม่ทราบว่าพวกมันทำอย่างนี้เป็นประจำหรือไม่ หรือเพียงแค่วันพรุ่งนี้จะมีการจัดการประลองปรุงยาขึ้น

"ไม่ทราบว่าท่านผู้ทรงเกียรติเดินทางร่วมงานประลองใช่หรือไม่"ยามผู้หนึ่งถามด้วยความเคารพและเป็นธรรมชวนให้ผู้อื่นมีความรู้สึกดีต่อมัน

"ใช่แล้ว มีทั้งหมด5คน พวกเรามาจากสำนักรุ่งอรุณสุริยะ หวังว่าท่านคงจะรู้จักกระมัง"เยว่ฉีเฟิงกล่าวขึ้น ทำให้คนผู้นั้นตะลึงลนลานรีบประสานมือคารวะกล่าวขึ้น

"มิได้ๆ ขออภัยที่ผู้เยาว์ไม่สามารถนำท่านไปส่งถึงเขตพระราชวังได้แล้ว ท่านเจ้าสำนักปรุงยาอันเลื่องชื่อทางตอนใต้โปรดตามข้าพเจ้าไปพบพานผู้นำทางของพวกท่าน"ยามผู้นั้นพลันรับน้อมกายแต่สายตาก็เหลือบไปเห็นหญิงงามนางหนึ่งอดตื่นตระหนกไม่ได้ แต่มันหาใช่โจรราคะ แต่เป็นองค์รักษ์รักษาประตูเมืองจึงรีบน้อมกายเดินนำไป 

ไม่นานจึงเดินมาพบกับบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งดูจากเครื่องทรงและอุกรณ์ที่สวมใสที่เป็นเหล็กวาววับดูท่าคงเป็นราชองค์รักษ์ภายในรั้วพระราชวัง ฉับพลันที่มันเห็นเยว่ฉีเฟิงพลันถลันกายออกมาและประสานมือคุกเข่าคารวะ หลงเฟิงลอบครุ่นคิดในใจ'สมเป็นราชองค์รักษ์เสียจริง'

"ไม่ต้องมากพิธี เรามาเพื่อเข้าร่วมการประลองปรุงยาที่จะจัดขึ้นนี้ โปรดนำพาเราไป"เยว่ฉีเฟิงกล่าว มันผู้นั้นประสานมือลุกขึ้น มันมีหน้าที่นำพาส่งผู้ที่เข้าประลองมิใช่กงการอะไรของมันที่ต้องถามว่ามีใครไปประลองบ้าง

แต่ฉับพลันก็มีบางสิ่งหยุดชะงักขาของมันไว้ มันจับจ้องไปยังสตรีชุดฟ้ามีผ้าปิดหน้าที่ยืนอยู่ด้านหลังเยว่ฉีเฟิง นางมีผิวพรรณที่ขาวผ่องทรวดทรงสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบดุจนางสวรรค์ แค่มองก็ทราบได้ว่าเป็นโฉมสะคราญอย่างแน่นอน พลางครุ่นคิด'สตรีนางนั้นงดงามยิ่งนัก' มองไปมาจนได้ยินสุ้มเสียงกระแอมไอครานึงจึงได้สติรีบยิ้มแย้มนำพวกทั้งคณะไปในทันที

ไม่นานจึงเดินมาถึงเขตราชวังพลันปรากฎองค์รักษ์ถือหอกยามกั้นขวางไว้

"ท่านผู้ทรงเกียรติ โปรดทรงแสดงบัตรร่วมงานประลอง"มันคนนึงพูดขึ้นมา เยว่ฉีเฟิงจึงหยิบยื่นบัตรสีทองใบหนึ่งให้ ไม่นานพวกมันก็คารวะ

"เชิญท่าน"เยว่ฉีเฟิงและคณะเดินเข้าไปในเขตราชวัง เขตราชวังนั้นพื้นที่กว้างขวางมากมาย หลายลี้พอตัว ทั้งคณะเดินเข้ามาพลันปรากฎสายตาจับจ้องมาที่หลงเฟิงเป็นตาเดียว 

หลงเฟิงในขณะนี้พลางขุ่นหมองอย่างยิ่ง ปรกติมันชอบให้ผู้คนจับจ้องมองมา แต่จ้องมองแบบเคารพยำเกรง นอบน้อม ไม่ใช่แบบนี้ที่จ้องมองมาเหมือนเห็นแกะน้อยน่าหม่ำ เหล่าสตรีที่ร่วมงานมองมาอย่างอิจฉาตาร้อน

ไม่นานทั้งคณะก็เดินมาพลันปรากฎราชองค์รักษ์สวมใส่ชุดเกราะและเครื่องแต่งกายเหมือนกันกับชายที่มาส่ง แต่ต่างตรงที่เครื่องแบบรวมทั้งชุดเกราะเป็นสีทองอร่ามตายิ่ง

เยว่ฉีเฟิงยื่นบัตรสีทองใบเดินให้มันดู ราชองค์รักษ์พลันยิ้มรับและคารวะ

"เชิญพวกท่าน เดี๋ยวข้าพเจ้าจะนำไปที่พัก"มันคารวะจบก็เดินนำหน้าไป

ไม่นานทั้ังคณะก็เดินมาถึงสถานที่คล้ายๆบ้านเล็กๆ มีอยู่ทั้งหมด10กว่าหลัง ที่ข้างหน้าบ้านพลันมีเครื่องหมายรูปดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นเครื่องหมายของสำนัก

องค์รักษ์นั้นพอส่งเสร็จก็กล่าวคารวะแล้วเดินจากไป เยว่ฉีเฟิงจึงบอกขึ้น

"พวกเจ้าไปเก็บของในบ้าน เยว่หลินและหลินเยว่หยางและฉินเฟยนอนบ้านเดียวกันหลังหนึ่ง ข้า ฉางหยวน ล่งหวินและมิ่งเหินอีกหลังหนึ่ง เป่ยลู่เจ้าคัดเลือกศิษย์มานอนกับเจ้าก็แล้วกับน ที่เหลือแบ่งกันตามสะดวก" ทุกคนที่ได้ยินคำสั่งพลันปฎิบัติตามโดยการแบ่งกัน หลายคนทะเลาะกันเลือกบ้านที่ใกล้บ้านของหลงเฟิงมากที่สุดจน ในที่สุดบ้านของหลงเฟิง เยว่หลินและฉินเฟยพลันอยู่ตรงกลาง ประกบไว้ด้วยบ้านของเยว่ฉีเฟิงและเป่ยลู่ เหตุการณ์จึงคลี่คลายลง

หลังจากเข้ามาในห้องเก็บสัมภาระเรียบร้อย หลงเฟิงก็กล่าวขึ้น

"ข้าจะออกไปเดินเที่ยวรอบหนึ่ง เจ้าจะไปด้วยไหม เยว่หลิน"เยว่หลินที่ได้ยินพลันพยักหน้าครานึงกล่าวตอบ

"อืมม ข้าไม่พลาดอยู่แล้ว เดี๋ยวชวนพี่ฉางหยวนไปด้วย"

"งั้นข้าออกไปรอข้างนอกนะ"เยว่หลินรับคำครานึง หลงเฟิงจึงเดินออกไปด้านนอกชมแสงตะวันยามเย็นทันใดนั้นสายตาดันเหลือบไปเห็นบุคคลๆหนึ่งยืนพิงต้นไม้อยู่ 

ฉับพลันนั้นแววตาของหลงเฟิงทอประกานอำมหิตขึ้น กำหมัดแน่นขึ้นจ้องมองไป เป็นบุคคลที่หลี่เฟิงหลงไม่มีทางลืม มันเป็นตัวการสำคัญเลย

หลี่หวังลิ่ง!!!

ความคิดเห็น