ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทพิเศษ:ภาค ชายาอ๋อง(จบ)

ชื่อตอน : บทพิเศษ:ภาค ชายาอ๋อง(จบ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ต.ค. 2563 21:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทพิเศษ:ภาค ชายาอ๋อง(จบ)
แบบอักษร

วันนี้ข้าต้องกลับวังอ๋องดึกมากๆเพราะงานคัดเลือกพระสนมในครั้งนี้ ข้าต้องนั่งรถม้าไปและกลับจากวังหลวงไปวังอ๋องซึ่งปรกติแล้วข้าจะขี่เสี่ยวโกโก้แทน

"พวกเจ้าเป็นใครกัน...อัก"องค์รักษ์ที่คอยอยู่คุ้มกันข้าร้องออกมาจนข้าต้องกระโดดออกมาจากรถม้า

"ฆ่า"คำเดียวพยางค์เดียวรู้เรื่อง เหล่านักฆ่ากว่าสิบคนเข้ามาโจมตีข้าพร้อมกันรอบทิศทาง

ข้าใช้วิชาย่ำราตรีกระโดดลอยตัวอยู่กลางอากาศ ข้าจะทำให้พวกเจ้าได้เห็นสามวิชาหลักของพรรคเคียงจันทร์ ท่าแรกจันทร์เลื่อนลอย ตัวข้ากลืนหายไปกับความมืดที่แม้แต่นักฆ่ายังต้องตกใจ วิชานี้ใช้ได้เฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้นมันสามารถลบจิตและกลิ่นอายได้หมดจด หากแต่มีคนเพียงแค่หยิบมือที่สามารถใช้วิชานี้ได้

พวกนักฆ่าหันหลังชนกันสอดส่องหาเป้าหมาย ข้าตวัดนิ้วใช้กำลังภายในหลอมรวมก่อเกิดเป็นกระบี่ไร้รูปร่างขึ้น วิชานี้มีชื่อว่า กระบี่แสงจันทร์ ข้าตวัดนิ้วทีหนึ่งก็จัดการนักฆ่าได้คนหนึ่ง นักฆ่ากว่าสิบคนค่อยๆนอนตายไปทีละคนๆ

จนกระทั่งคนสุดท้าย ข้าใช้เข็มยาสลบซัดใส่มันคนหนึ่ง เมื่อข้าจัดการกับเหล่านักฆ่าได้แล้วก็เป่านกหวีดไม้เรียกอ้ายมืดมาหาข้า อย่าสงสัยไป อ้ายมืด ก็คืออีกาส่งสารของข้านั่นเอง ข้าใช้เลือดพวกนักฆ่าขีดๆเขียนๆขอท่านหมอมาสักคนสองคนแล้วพับใส่กระบอกเล็กที่ผูกไว้กับ อ้ายมืด ก่อนที่จะส่งมันบินออกไปหาฮ่องเต้

ระหว่างที่กำลังรอท่านหมอข้าก็ปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้แก่องค์รักษ์ทั้งห้าของข้าที่ฮ่องเต้ทรงพระราชทานไว้ให้ แต่ดูเหมือนว่าฝีมือจะไม่ค่อยเอาอ่าว เดี๋ยวต้องฝึกเพิ่มจะได้ไม่ต้องเอาชีวิตมาทิ้งให้เสียเปล่า

เมื่อข้าจัดการกับองค์รักษ์เสร็จแล้วข้าก็ไปจัดการกับพวกนักฆ่าต่อ ค้นตัวไปทีละคนๆดูสิว่ามีอะไรที่พอจะใช้ประโยชน์ได้บ้าง เมื่อค้นจนถึงนักฆ่าคนสุดท้ายที่ข้าไม่ได้ฆ่าก็เอาผ้าหลายๆฝืนที่ประดับไว้รอบรถม้ามามัดมันไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้ อืม ต้นไม้ต้นนี้ดูแข็งแรงดี ผูกมันไว้กับต้นไม้ต้นนี้เลยก็แล้วกัน

"เหลียงเฟย เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง"ฮ่องเต้หลังจากที่ได้รับจดหมายเลือดพระองค์ก็รีบมาทันทีโดยยังไม่ลืมสั่งให้องค์รักษ์แบกท่านหมอหลวงมาด้วย

"หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ แต่พวกองค์รักษ์ต้องการการรักษาด่วน"ข้าละมือจากผ้าที่ใช้มัดนักฆ่ากับต้นไม้ต้นหนึ่งอยู่ก่อนที่จะหันไปคุยกับฮ่องเต้

"จัดการให้เรียบร้อย"ทหารที่ตามมารับคำสั่งก่อนที่จะแยกย้ายกันไปจัดการ

"นักฆ่าคนนั้น หม่อมฉันยกให้ฝ่าบาท หม่อมฉันทูลลาเพคะ"ข้าชี้ไปที่นักฆ่าที่ผูกไว้กับต้นไม้ใกล้ๆ ก่อนที่จะถอนสายบัวแล้วใช้วิชาย่ำราตรีกลับวังอ๋อง

คิดจะฆ่าข้าหรือ ไม่ง่ายนักหรอก...

"ข้าถูกลอบฆ่า"ราวฟ้าผ่ากลางท้องพระโรง ระหว่างที่พวกขุนนางถกเถียงกันเรื่องเกณฑ์การคัดเลือกพระสนมของข้า ข้าก็โผล่เข้าท้องพระโรงพร้อมกับเรื่องที่น่าสนใจอย่างการลอบฆ่าข้า

"พระชายา ท่านมีเรื่องแค้นเคืองกับผู้ใดรึเปล่าพะยะค่ะ"ขุนนางท่านหนึ่งเอ่ยถามข้า

"ข้ามีเยอะ..."ข้ากวาดสายตาทั่วท้องพระโรงก่อนที่จะถอนสายบัวให้กับฮ่องเต้"...ซึ่งข้าไม่จำเป็นที่จะต้องสาธยายร่ายชื่อออกมาท่านก็คงจะรู้ดี ในท้องพระโรงแห่งนี้ใครบ้างที่กล่าวตำหนิการคัดเลือกพระสนมของข้า ใครบ้างที่เสนอการคักเลือกใหม่ หนึ่งในคนเหล่านี้แหละที่คิดจะสังหารข้า"

"..."ขุนนางนับร้อยๆคนเงียบเสียง แต่ละคนมองหน้ากันอย่างระแวดระวัง ข้าที่ตอนนี้เปลี่ยนมาใส่ชุดบุรุษแย้มรอยยิ้มที่ทำให้คนในท้องพระโรงต้องสั่นสะท้าน

"ขออภัยพะยะค่ะฝ่าบาท ผู้นำชนเผ่าทางทะเลผู้หนึ่งนำองค์หญิงของเผ่ามาผูก สัมพันธไมตรีด้วยพะยะค่ะ"นายทหารคนหนึ่งเข้ามากลาบทูลเรื่องสำคัญ

"...ข้าไม่รับ"พระสุรเสียงที่ทรงพลังเอ่ยกังวานไปทั่วท้องพระโรง

"อีกไม่นานพวกเขาก็จะมาถึงแล้วพะยะค่ะ"ทหารคนเดินเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

"ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นไร ข้าขอให้พระองค์ฟังอีกฝ่ายหนึ่งก่อนเพคะ"ข้าเอ่ยเพื่อความสงบของประชาชน ถ้าฝ่ายนั้นเข้ามาถึงในเมืองหลวงแล้วจำเป็นที่จะต้องให้เข้าวังหลวงก่อนที่จะสร้างความเดือดร้องให้ประชาชนทั่วไป

"ข้าไม่คิดว่า แค่เผ่าๆเดียวข้าจะฆ่าล้างบางพวกมันไม่ได้"

"แล้วพระองค์ทรงรู้หรือไม่เพคะว่าคนเผ่านั้นมีหน้าตาเป็นเช่นไร เผ่าชื่อว่าอะไร และอาศัยอยู่ที่ไหน...พระองค์ไม่ได้ทรงรู้อะไรเกี่ยวกับพวกเขาเลยแล้วแบบนี้จะสังหารพวกเขาได้อย่างไร"

"ดี...ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้พวกมันเข้ามา"สิ้นเสียงฝ่าบาทก็เดินออกไปจากท้องพระโรง

"...อ้าว พวกท่าน จะมามัวยือเซ่ออยู่ทำไม รีบไปจัดเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับสิ ยังไงพวกเขาก็เป็นแขกควรที่จะต้อนรับพวกเขาอย่างดี"ข้าเอ่ยสั่งการอีกเล็กน้อย ก่อนที่จะออกไปจัดการเรื่องการคัดเลือกพระสนมต่อ

เย็นวันต่อมาคณะเดินทางของชนเผ่าทางทะเลก็มาถึงยังวังหลวง พวกขุนนางต้อนรับอย่างดีเหมือนกับที่ข้าได้สั่งการเอาไว้จะมีก็แต่ประธานในงานเลี้ยงที่นั่งทำหน้ายู่ยี่ตั้งแต่เริ่มงานนั่นแหละ โชคดีหน่อยที่ฮองเฮาไม่ทำหน้าเศร้าอย่างที่ฝ่าบาทหวั่นเกรงเอาไว้ งานเลี้ยงจึงยังคงเป็นงานเลี้ยงต่อไป

"ทูลฝ่าบาท กระหม่อมนำลูกสาวมาในครั้งนี้ก็เพื่อผูกสัมพันธไมตรีกับพระองค์หวังว่าพระองค์จะเมตตาลูกสาวของกระหม่อม"ชายวัยกลางคนพยักหน้าให้กับหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ

หญิงสาวผู้มีเรือนร่างที่เย้ายวนผิวสีน้ำผึ้ง ก้าวเท้าออกมาพร้อมกับจังหวะเพลงที่ดังขึ้น นางเริ่มส่ายสะโพกโยกย้าย ไปมาตรงหน้าฮ่องเต้อย่างไม่กลัวเกรง เสื้อผ้าที่มีอยู่น้อยชิ้นยิ่งส่งเสริมให้นางดูเหมือนนางคณิกามากกว่าองค์หญิง ขุนนางแต่ละคนของแคว้นซางหลงต่างก้มหน้าลงด้วยความหวั่นเกรง เพราะตอนนี้พระพักตร์ของฮ่องเต้นั้นไม่มีความเมตตาอยู่เลย ส่วนฮองเฮาที่นั่งอยู่ข้างๆก็อยู่ในอาการตกตะลึงพูดอะไรไม่ออก

"บังอาจ!"เพียงแค่คำเดียว

"อัก..."ข้ากระอักเลือดออกมาคำโต"เย็นก่อนเพคะ..."ข้ากระโดดลงมาขั้นกลางระหว่างพลังฝ่ามือของฮ่องเต้กับองค์หญิง ขนาดข้าที่มีวิชาอาภรณ์ดวงดาราคุ้มกันอยู่ก็ยังถึงขั้นกระอักเลือด นี่ถ้าองค์หญิงโดนเข้าไปเต็มๆคงจะต้องสิ้นชีพเป็นแน่

ข้าห้ามฮ่องเต้ให้พระองค์ใจเย็นลง ถึงแม้ว่านางจะทำตัวไม่น่ารักแต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นสตรี การปกป้องสตรีคือหน้าที่ของข้า และก่อนที่เรื่องจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ข้าก็ต้องขอความช่วยเหลือจากฮองเฮาให้ทรงพาฮ่องเต้กลับตำหนัก ส่งสัญญาณให้ท่านอ๋องที่ทำหน้าเป็นกังวลมาทางข้าให้จัดการเรื่องต่างๆต่อ ส่วนข้าก็หอบหิ้วสังขารไปหาท่านหมอหลวง

เช้าวันต่อมา คณะทูตกลับไปพร้อมกับองค์หญิงแต่สัมพันธไมตรียังคงอยู่ ในการคัดเลือกพระสนมในปีนี้ก็จบลงด้วยการแต่งตั้งคุณหนูคนที่เหลือเป็นพระสนมขั้นต่ำสุด เพราะนางนั้นขอเอาไว้ด้วยเพราะอยากอยู่อย่างสงบๆ

"ท่านพี่...คราวหน้าอย่าทำอย่างนี้อีกนะ"ท่านอ๋องในอ้อมกอดเอ่ย

"ข้าให้สัญญากับน้องหญิงไม่ได้หรอกนะ"

"ทำไม? รึว่าท่านคิดที่จะมีอนุ"ท่านอ๋องเสียงแข็งขึ้นมาทันที

"ข้าไม่คิดที่จะมีหรอกน่า น้องหญิงว่าข้าแข็งแกร่งหรือไม่"

"แข็งแกร่งสิ"

"เพราะฉะนั้นข้าจึงต้องปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่าอย่างไรเล่า..."ข้าโน้มลงมาจุมพิตภรรยาข้าอย่างแผ่วเบา"...ทีนี้น้องหญิงเข้าใจหรือไม่"

"...ข้า เข้าใจแล้ว"

ข้าช้อนตัวน้องหญิงขึ้นมาอุ้มพามาวางไว้บนเตียง ไล้ใบหน้างามที่มีสีแดงพาดผ่านอย่างเอ็นดู ข้าประกบริมฝีปากกับคนงามอีกครั้งแต่ครั้งนี้ทั้งยาวนานและดื่มด่ำยิ่งกว่าครั้งก่อนๆ ข้าปลดเสื้อคนงามทั้งๆที่ปากยังประกบอยู่

ต่อจากนี้เป็นแค่เรื่องของเราสองคน คนอื่นไม่เกี่ยว... 

ความคิดเห็น