email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 11 ตัดสินใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 ตัดสินใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2561 20:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 ตัดสินใจ
แบบอักษร

ตอนที่11

ตัดสินใจ

มู่หรงไป๋ชุน "เจ้าจะตัดใจและหันหลังจากบุรุษผู้นั้นได้จริงหรือ?"

@@@@@@



ราตรีต่อมา

ศาลาชมจันทร์ โรงหมอเป้ยกวาน

"เป้ยเป้ย เจ้าแน่ใจแล้วรึว่าจะเลื่อนวันเดินทางให้เร็วขึ้น?" รองแม่ทัพหนุ่มสอบถามสหายสนิทเรื่องการเดินทางไปศึกษาต่อที่แคว้นเกา

“แน่ใจสิ ทำไมรึ?”

“เลื่อนเข้ามาร่วมเดือนเชียวรึ?”

“อืม” นางตอบรับเบาๆในลำคอ

"ช่วงนี้ข้าได้ข่าวว่าโจรชุมนัก โดยเฉพาะชนกลุ่มน้อยในเขตชายแดนแคว้นเกา บอกตามตรงข้ากังวลเรื่องความปลอดภัยของเจ้า! อย่างไรคิดให้ดีก่อนเถิด" รองแม่ทัพหนุ่มพยายามหาเหตุผลหว่านล้อมให้นางอยู่ในเมืองหลวงต่อ จากกันครานี้กว่านางจะร่ำเรียนสำเร็จคงใช้เวลาร่วมปี ตัวเขาเองคงคิดถึงนางใจแทบขาด!

"ข้าเพียงต้องการหาประสบการณ์ในชายแดนก่อนที่จะเดินทางไปแคว้นเกาเท่านั้น! เห็นเตีย(พ่อ)บอกว่าโรงหมอในกองทัพขาดแคลนหมอนัก หมอส่วนใหญ่จะทนงานที่หนักขนาดนั้นไม่ได้ร่ำร้องขอย้ายขอลาออกร่ำไป"

"แล้วเจ้าจะทนได้รึ! ชายแดนมีสภาพแร้นแค้นออกปานนั้น สภาพผู้คนรึก็แตกต่างจากเมืองหลวง จะอย่างไรเจ้าก็คือคุณหนูในห้องหอไม่เคยพลัดบ้านไปไกล จากไปคราแรกก็จะไปถึงโรงหมอชายแดนข้า...ห่วงยิ่งนัก"

"ขอบคุณที่เจ้ายังห่วงใยข้าบ้างนะชุนชุน" ริมฝีปากอิ่มแย้มยิ้มยินดีเมื่อได้ฟังคำกล่าวของสหาย

"ข้าเป็นห่วงคนที่ต้องรับผิดชอบดูแลเจ้าต่างหาก! เจ้าร้ายกาจเรื่องมากออกปานนี้ ผู้ใดจะไปทนไหว! แค่คิดข้าก็มองเห็นหายนะอันเลือนรางแล้ว ฮ่าๆๆๆ"

"นี่! มู่หรงไป๋ชุน บุรุษปากสุนัขเลิกจิกกัดข้าสักนาทีจะขาดใจตายรึไม่! ถ้าข้าเกิดไปสิ้นใจตายที่ชายแดน คร้านว่าเจ้าจะร้อ...อุ๊บ!"

"อำอะไออ๋องเอ้าเอี้ยอุอุษอากอุอั๊กอิดอากอ้าทำไอ?" (ทำอะไรของเจ้าเนี่ยบุรุษปากสุนัขปิดปากข้าทำไม) ยังไม่ทันที่หลิงเป่าเป้ยจะพูดจบ มือหนาพลันยกมาปิดปากบางเอาไว้ เขาไม่ต้องการให้นางพูดในสิ่งที่เขาไม่อยากฟัง

“เป้ยเป้ย ถือว่าข้าขอร้อง เจ้าจะดุด่าว่ากล่าวข้า จะทุบตีข้าอย่างไรก็ได้ ขอเพียงเจ้าไม่พูดเรื่องตาย รับปากข้าได้รึไม่ รับปากข้าสิ เป้ยเป้ย!" รองแม่ทัพหนุ่มเอ่ยขึ้นเสียงสั่น ดวงตาอินทรีย์จ้องมองดวงตาดอกท้อนิ่ง บัดนี้ใบหน้าทั้งคู่ห่างกันเพียงฝ่ามือกั้น สายตาอ้อนวอนที่เหมือนจะมีสิ่งแอบแฝงของเขาทำเอาร่างบางขึ้นสี

ชั่วขณะที่ตาสวงดวงประสานกัน หลิงเป่าเป้ยกลับทำสิ่งที่คาดไม่ถึง

หมับ!

ฉัวะ!!

“อ๊าก! เป้ยเป้ย เหตุใดเจ้าจึงกัดมือข้า?”                

“สมน้ำหน้า! คิดว่าข้าจะซึ้งอย่างนั้นรึ...มีคนสมประกอบผู้ใดจะปิดปากผู้อื่นแล้วบังคับให้ตอบคำถาม! เป้ยเป้ย รับปากข้า รับปากข้าสิ!  หนอย! แล้วข้าจะรับปากเจ้าได้อย่างไรในเมื่อเจ้าปิดปากข้าอยู่ โง่งม!”

“นี่เจ้า! อยากโดนรัดเช่นตอนเด็กๆใช่หรือไม่?” กล่าวจบร่างสูงก็ดึงร่างเล็กให้ปลิวมาปะทะอก หลิงเป่าเป้ยเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา...หล่อคมเข้ม! หล่อมากอ่ะ! สร้างฮาเร็มในโลกนี้จะผิดมั้ยนะ! เสียดายของ...

"ชุนชุน หากไม่เลื่อนใบหน้าของเจ้าออกไปตอนนี้ ข้าจะถือว่าเจ้ายินยอมให้จุมพิต จากนั้นเจ้าจะกลายเป็นฮูหยินของโรงหมอเป้ยกวาน ฮูหยินมู่หรง ตกลงรึไม่?"

"เฮ้ย! บ้า! เจ้านี่มันสตรีวิปลาสหลิงเป่าเป้ย”

“ฮูหยินมู่หรงจ๋า! มามะ” ร่างบางกางวงแขนก่อนออกตัววิ่งไล่ร่างสูง นางทำราวกับว่าหากชักช้าเขาจะกลายเป็นฮูหยินของนางจริงๆ

“เป้ยเป้ย ฮ่าๆ เจ้าบ้าไปแล้ว สตรีไร้ยางอาย!"

กึก!

ร่างบางที่กำลังสนุกพลันชะงักไป! สตรีไร้ยางอาย! คำๆ ตลอดสองวันมานี้นางได้ยินจากองค์ชายสามนับครั้งไม่ถ้วน! ใบหน้างดงามพลันสลดเมื่อคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา เป็นเหตุให้รองแม่ทัพหนุ่มร้อนรนเพราะเข้าใจว่าสหายมีโทสะ

"เป้ยเป้ย เจ้าเป็นอันใดข้าพูดอะไรผิดไปหรือไม่ ข้าขอโทษ...เจ้าก็รู้ว่าข้าแค่ล้อเล่นเท่านั้น"

"ข้าเปล่าโกรธเจ้านะชุนชุน ข้าเพียงรู้สึกเหนื่อยล้าเพราะช่วงนี้มีคนมาให้รักษาเพิ่มขึ้นเท่านั้น” ร่างบางจำต้องโกหกเพื่อให้สหายรักสบายใจ นางไม่สามารถเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กับใครฟังได้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นหากผู้ใดได้ฟังคงยากที่จะรับได้ ไม่เว้นแม้แต่ตนเอง...

"เจ้าช่วยตระเตรียมทุกอย่างที่ข้าต้องการภายในสองวันนี้ด้วยเถิดนะ อย่างไรข้าก็ไม่คิดเปลี่ยนใจ อีกอย่างข้าต้องการไปอย่างเงียบๆ ไม่ให้มีผู้ล่วงรู้มากนัก"

"แล้วใครที่สมควรรู้บ้างเล่า?"

"นอกจากเตีย(พ่อ)เหนียง(แม่)และเจ้าแล้วก็คงเป็นพี่เฟยอวี่ ข้าพึ่งส่งคนไปแจ้งพี่เฟยอวี่วันนี้เองส่วนเสี่ยวหงคงไม่ต้องนับกระมัง อย่างไรนางก็ต้องไปกับข้า"

กล่าวจบ ใบหน้าหล่อเหลาของรองแม่ทัพหนุ่มก็เต็มไปด้วยความสงสัย

"นี่เจ้าจะบอกข้าว่าเจ้ากราบทูลเพียงองค์ไท่จื่อโดยไม่คิดจะกราบทูลองค์ชายสามใช่หรือไม่?" รองแม่ทัพรู้สึกได้ว่าสหายของเขามีท่าทีแปลกๆ เพราะหากเป็นหลิงเป่าเป้ยในอดีต นางคงหาเหตุเข้าพบเพื่อกราบทูลองค์ชายสามเสียด้วยซ้ำ นี่มันแปลกเกินไปแล้ว!

"ทำไมรึ ชุนชุน เจ้าสงสัยที่ข้าไม่กราบทูลเรื่องนี้กับองค์ชายสามหรือสงสัยว่าทำไมเมื่อวานพระองค์ถึงเสด็จมาเป้ยกวานและยังสงสัยท่าทีระหว่างข้ากับพระองค์ด้วยใช่หรือไม่?"

"เป้ยเป้ย! นี่เจ้ามานั่งอยู่ในใจข้าหรือไร เหตุใดจึงรู้ดีถึงเพียงนั้น?"

"เจ้าเองก็รู้ใจข้าดีเช่นเดียวกันมิใช่เหรอชุนชุน?”

“อืม...ไม่ผิด ข้ารู้ใจเจ้าที่สุด”

“เช่นนั้นก็ไปหาคำตอบเอาเองเถิด...วันนี้ข้าเหนื่อยเต็มที คงต้องเสียมารยาทไม่ไปส่งเดินมาทางไหนก็กลับไปทางนั้นก็แล้วกัน ราตรีสวัสดิ์!" กล่าวจบร่างบางก็ลุกเดินจากไป

“เป้ยเป้ย”

“ขอโทษนะชุนชุน เพื่อนของเจ้ายังไม่พร้อมจะตอบสิ่งใดตอนนี้” เพราะไม่ต้องการกุเรื่องราวโกหกมากไปกว่านี้การบ่ายเบี่ยงไม่ตอบคำคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

คล้อยหลังร่างบาง มู่หรงไป๋ชุนได้แต่ลอบถอนหายใจกับตนเอง

"เจ้าจะตัดใจและหันหลังจากบุรุษผู้นั้นได้จริงหรือ เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยเจ้าไปเล่า!"

@@@@@@


ยามเฉิน(07.00-08.59น.)

ณ ที่ประทับส่วนพระองค์ฮ่องเต้แคว้นเหลียง


"ว่าอย่างไรนะเทียนเออร์ พ่อไม่ได้ฟังผิดไปใช่หรือไม่?”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“มิใช่ว่าเจ้าไม่มีใจให้กับหลิงเป่าเป้ย บุตรีแพทย์หลวงหลิงเส่าเหวินหรอกรึ! เหตุใดจึงต้องการหมั้นหมายและขอสมรสพระราชทานกับนาง?" กงหยางเฟยหลงหวงตี้ตรัสถามพระโอรสองค์ที่สามด้วยความงุนงง

เทียนเออร์รู้ดีไม่ใช่รึว่าหลิงเป่าเป้ยคือยอดดวงใจของพระเชษฐา องค์ไท่จื่อกงหยางเฟยอวี่ พระโอรสองค์โตมาดหมายให้สตรีผู้นี้เป็นไท่จื่อเฟย สู้อดทนรอให้นางเต็มใจยอมรับตำแหน่งว่าที่มารดาของแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ ท่ามกลางเหล่าขุนนางที่พยายามยัดเยียดบุตรีของตนและถวายฎีกาเรื่องการอภิเษก ไท่จื่อก็หาได้สนใจไม่ ยังคงยึดมั่นในรักแรกและรอนางแต่เพียงผู้เดียว ล่วงเลยมายี่สิบกว่าหนาว อวี่เออร์ก็ไม่เคยตบแต่งสตรีใดแม้แต่คนเดียว!

ใช่ว่าพระองค์จะไม่ทรงทราบถึงปัญหารักสามเศร้าระหว่างโอรสทั้งสองกับสตรีผู้มีใบหน้างดงามปานล่มเมืองผู้นี้ อวี่เออร์นั้นรักมั่นในหลิงเป่าเป้ยเฉกเช่นที่นางก็รักมั่นในเทียนเออร์เช่นเดียวกัน ปัญหานี้ยืดเยื้อมาหลายปีแต่อวี่เออร์ไม่เคยกล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่อนาง ไม่แม้แต่จะขอให้พระองค์ช่วยเหลือ ส่วนเทียนเออร์ก็ไม่เคยแสดงท่าทีว่าสนใจ คงมีแต่นางเพียงผู้เดียวที่เพียรพยายามทำให้เทียนเออร์หันมอง

พระองค์ทรงคิดว่าเมื่อถึงเวลาจะมอบสมรสพระราชทานแก่อวี่เออร์และหลิงเป่าเป้ย เพราะเมื่อถึงเวลานางคงตัดใจจากเทียนเออร์และยอมอภิเษกเป็นไท่จื่อเฟย ตอนนี้หลิงเป่าเป้ยคิดจะตัดใจและกำลังเดินทางไปแคว้นเกาเพื่อศึกษาด้านการแพทย์ในอีกเดือนข้างหน้านี้แล้ว ทุกอย่างกำลังเดินไปตามที่ควรจะเป็น หากเทียนเออร์ไม่มาขอสมรสพระราชทานกับนางเสียก่อน หากเรื่องราวกลับกลายเป็นเช่นนี้แล้วอวี่เออร์จะทำอย่างไร!

มิใช่ว่าพระองค์ลำเอียงรักพระโอรสไม่เท่ากัน แต่อวี่เออร์คือรัชทายาท คือผู้ที่จะสืบราชบัลลังก์ องค์ไท่จื่อก็คืออนาคตของแคว้นเหลียง หากมีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจโดยเฉพาะเรื่องระหว่างพี่น้อง แคว้นเหลียงจะระส่ำระสายสักเท่าใด! ช่างน่าปวดเศียรเวียนเกล้ายิ่งนักโอรสสวรรค์ทำได้เพียงทอดถอนพระทัยก่อนจะตรัสถามพระโอรสออกไป

"เทียนเออร์เกิดเหตุใดระหว่างเจ้ากับหลิงเป่าเป้ยกันแน่ เจ้าจึงได้มาขอหมั้นหมายและขอสมรสพระราชทาน"

"ทูลเสด็จพ่อ ลูกพึ่งรู้ใจตนเองพ่ะย่ะค่ะ ลูกพึ่งรู้ว่านางสำคัญก็ตอนที่นางตัดใจและคิดจะจากไป ลูกรู้ว่าลูกช่างโง่เขลา แต่อย่างไรลูกก็ต้องการให้นางเป็นหวางเฟยและจะสมรสกับนางทันทีหลังจากนางกลับมาจากแคว้นเกา" องค์ชายสามตรัสกับฮ่องเต้ด้วยสุรเสียงหนักแน่น จะให้พระองค์กราบทูลพระบิดาได้อย่างไรว่าหลงรักนางมานานและข้าวสารก็เป็นข้าวสุกเสียแล้ว

"ลูกทราบดีว่าเสด็จพ่อทรงเป็นกังวลเรื่องใด ลูกจะคุยกับเสด็จพี่เองพ่ะย่ะค่ะ ลูกขอยอมรับผิดกับเรื่องทุกอย่าง"

"ให้เวลาพ่อสักนิดได้รึไม่เทียนเออร์ พ่อจะคุยกับอวี่เออร์เอง ได้ความอย่างไรแล้วพ่อจะให้ฉินกงกงไปรายงาน"

"พ่ะย่ะค่ะ ลูกไม่รบกวนเวลาของเสด็จพ่อแล้ว โปรดถนอมพระวรกาย ลูกขอทูลลาพะย่ะค่ะ" องค์ชายสามค้อมวรองค์ถวายความเคารพก่อนจะหมุนวรกายจากไปที่

"จากนี้พี่จะเป็นฝ่ายทำเพื่อเจ้าบ้างเป้ยเออร์..."

@@@@@@


ฮัดเช้ย!

"ผู้ใดแอบนินทาข้า! เจ้าใช่รึไม่เสี่ยวหง?" ร่างบางยกมือท้าวสะเอวก่อนจะหันหน้าไปทางสาวใช้คนสนิท

"เปล่านะเจ้าคะคุณหนู เสี่ยวหงจะกล้านินทาอะไรคุณหนูเล่าเจ้าคะ"

"ไม่รู้สิ เจ้าอาจจะเหนื่อยที่ต้องเร่งเก็บข้าวของเตรียมเดินทางตั้งแต่ยามเหม่า(05.00-06.59น.)จึงพาลนินทาข้าก็เป็นได้" ร่างบางไม่วายกลั่นแกล้งสาวใช้คนซื่อ เสี่ยวหงของนางนี่ซื่อเกินไป นางหลอกอันใดก็เชื่อเสียหมด!

"เอาล่ะๆ ข้าไม่แกล้งเจ้าแล้ว ข้าจะกลับจวนก่อนเจ้าอยู่ดูพวกสาวใช้เก็บข้าวของอยู่ที่เป้ยกวาน ไม่ต้องตามข้ามา" กล่าวจบร่างบางก็ก้าวเดินออกมา


“คุณหนูเจ้าคะ อย่าพึ่งไปเจ้าค่ะ”

หลิงเป่าเป้ยหมุนตัวกลับมาถามสาวใช้ที่ค้อมตัวอยู่ด้านหลัง เอ๊ะ! หนังตากระตุกอีกแล้ว

“มีเรื่องใดรึ?”

"เรียนคุณหนู องค์ชายสามเสด็จมาพบคุณหนู ตอนนี้ประทับอยู่ที่เรือนรับรองเจ้าค่ะ"

“-____-“

-จบตอน-

ความคิดเห็น