email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 10 เจ็บปวด

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 เจ็บปวด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2561 20:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 เจ็บปวด
แบบอักษร

ตอนที่ 10

เจ็บปวด

องค์ชายสาม "หัวใจเจ้าเจ็บปวดอย่างนั้นหรือ..แล้วหัวใจของเปิ่นหวางเล่ามันเป็นสุขหรืออย่างไร!"

@@@@@@



เรือนร่างองอาจของรองแม่ทัพหลวงยังคงคุกเข่ารอรับโทษจากองค์ชายสาม

"มิใช่ว่าเจ้าไม่รู้ เจ้ารู้ดีแต่กลับยังเปล่งวาจาสามหาว! มู่หรงไป๋ชุนโทษฐานล่วงเกินเบื้องสูงอย่าว่าแต่ตำแหน่งรองแม่ทัพเช่นเจ้า แม้แต่แม่ทัพหลวงยังยากที่จะละเว้นโทษทัณฑ์นี้!" กลิ่นอายสูงศักดิ์โดยชาติกำเนิดแผ่ออกมากดข่มทุกผู้คน ณ ที่แห่งนี้ มู่หรงไป๋ชุนก้มศีรษะลงต่ำก่อนจะกราบทูลด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

"หม่อมฉันเป็นชายชาติทหารกล้าทำกล้ารับ! ขอหวางเยี่ยโปรดลงทัณฑ์ตามเห็นสมควรเถิดพ่ะย่ะค่ะ"

"ดี! ดียิ่งนักเราขอชื่นชมในความเป็นทหารหาญของเจ้า!” ตรัสจบองค์ชายสามจึงหันมารับสั่งกับองครักษ์คนสนิท

“มู่หรงไป๋ชุนก้าวล่วงเบื้องสูงกล่าววาจาอุกอาจ ลงฑัณฑ์ด้วยการโบยห้าสิบไม้! เห็นแก่ที่ทำคุณต่อแผ่นดินเปิ่นหวางลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือโบยยี่สิบห้าไม้ นำตัวไปรับโทษเดี๋ยวนี้!"

“พ่ะย่ะค่ะ!”

สิ้นเสียงรับสั่งร่างบางที่พึ่งได้สติผวาลงคุกเข่าเบื้องหน้าผู้เป็นสหาย

"หวางเยี่ย...ขอได้โปรดระงับโทสะอย่าได้ลงโทษท่านรองแม่ทัพเลยเพคะ"

"เปิ่นหวางเป็นเชื้อพระวงศ์พูดแล้วย่อมไม่คิดคืนคำ!"

"เช่นนั้นขอหวางเยี่ยลงโทษหม่อมฉันด้วยเพคะ...หม่อมฉันเป็นต้นเหตุให้รองแม่ทัพต้องโทษหม่อมฉันยินดีถูกโบยไปพร้อมกัน!"

“หลิงเป่าเป้ย! ออกไป นี่ไม่ใช่เรื่องของเจ้า!” องค์ชายสามตวาดออกไปอย่างเหลืออด

“ไม่ออกเพคะ”

“เป้ยเป้ยหลบไปเสียอย่าได้ทำเช่นนี้ ตัวข้าล่วงเกินเบื้องสูงย่อมต้องรับโทษ อย่าทำให้ข้าต้องเป็นห่วงเจ้ามากไปกว่านี้ได้หรือไม่?” มู่หรงไป๋ชุนกล่าวกับสหาย เขาจะยอมให้นางถูกโบยได้อย่างไร

“เต่เจ้ากำลังจะถูกโบย”

“โบยเพียงยี่สิบห้าครั้งสำหรับชายชาติทหารที่ผ่านสงครามมานับไม่ถ้วนอย่างข้าจะนับเป็นอะไรได้! ออกไปเถิด" มู่หรงไป๋ชุนกล่าวกับร่างบางด้วยน้ำเสียงปลอบโยน เขาไม่ต้องการให้ดวงตาดอกท้อเต็มไปด้วยน้ำตาเช่นนี้!

"ไม่! ทุกอย่างเกิดเพราะข้าเอง เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าทนได้ข้าก็ทนได้เช่นกัน!"

กล่าวจบใจของบุรุษที่เป็นถึงรองแม่ทัพพลันอบอุ่น มู่หรงไป๋ชุนสัมผัสได้ถึงความรักความห่วงใยผ่านการปกป้องของนาง

ความรู้สึกของรองแม่ทัพแตกต่างกับบุรุษสูงศักดิ์ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กงหยางเฟยเทียนขบพระทนต์แน่นทันทีที่ได้ยินถ้อยคำแสดงความรักความห่วงใยเหล่านั้น

"เปิ่นหวางคงไม่สามารถลงโทษผู้ที่ไร้ซึ่งความผิด ขอคุณหนูห้าโปรดอภัย...นำตัวมู่หรงไป๋ชุนไปรับการลงโทษเดี๋ยวนี้!" กงหยางเฟยเทียนตรัสกับหลิงเป่าเป้ยก่อนจะหันไปรับสั่งกับทหารองครักษ์ด้วยสุรเสียงเย็นชา

น้ำตาพลันไหลออกจากดวงตาดอกท้อบุรุษผู้นี้ช่างใจร้ายและไร้เหตุผลแม้จะรู้ว่าทรงตรัสแล้วคืนคำไม่ได้แล้วอย่างไรเล่า! ไม่พูดแต่แรกจะตายหรืออย่างไร! เหตุใดชุนชุนต้องถูกโบย!

"ช่างเป็นสหายที่เป็นห่วงเป็นใยกันยิ่งนัก! หากห่วงถึงเพียงนั้นจะนั่งคุกเข่าเพื่อสิ่งใด! มิสู้รีบลุกตามไปดูแลบุรุษคนสำคัญของเจ้าเสียสิเป้ยเออร์!"

"หม่อมฉันไปแน่เพคะ!" ร่างบางพยุงกายลุกขึ้นเผชิญหน้า ใบหน้างามเปื้อนน้ำตามองพระพักตร์หล่อเหลาด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

"แม้หม่อมฉันมิใช่ผู้ถูกลงทัณฑ์แต่ทุกไม้ที่กระทบลงบนร่างของชุนชุนทำให้หัวใจของหม่อมฉันเจ็บปวดไม่ต่างกัน ขอหวางเยี่ยโปรดรับรู้ว่าพระองค์ทรงลงทัณฑ์หม่อมฉันแล้วและหม่อมฉันจะไม่มีวันลืมความรู้สึกในวันนี้!” ร่างบางย่อตัวทำความเคารพก่อนจะหมุนกายจากไป

"หัวใจเจ้าเจ็บปวดอย่างนั้นหรือเป้ยเออร์ แล้วหัวใจของเปิ่นหวางเล่าคิดว่ามันเป็นสุขหรืออย่างไร!” ร่างบางที่กำลังจะเดินจากไปหยุดชะงักเมื่อได้ยินสุรเสียงตัดพ้อ

“สตรีของเปิ่นหวางปกป้องเป็นห่วงเป็นใยบุรุษอื่นต่อหน้า...เปิ่นหวางต้องเป็นสุขและไม่เจ็บปวดใช่รึไม่?"

"เจ้าโกรธเปิ่นหวางที่ลงโทษคนสำคัญของเจ้าแต่เจ้ารู้บ้างหรือไม่! หากเป็นองค์ไท่จื่อหรือองค์ชายพระองค์อื่นเกรงว่าแม้แต่ศีรษะมู่หรงไป๋ชุนก็ไม่อาจจะรักษาเอาไว้ได้!"

อองตองยังคงยืนนิ่ง ไม่แม้แต่จะหันมองร่างสูงที่เสด็จจากไป ตอนนี้หัวใจเธอเจ็บเจ็บจนไม่สามารถแยกแยะได้เลยว่าเป็นความรู้สึกของผู้ใด หากเป็นของเจ้าของร่างเธอคงจะจัดการกับมันได้ไม่ยาก แต่หากเป็นเธอเป็นหลิงเป่าเป้ยคนใหม่ผู้นี้เล่า! เธอจะทำอย่างไร เธอกลัวใจตนเองเหลือเกิน...กลัวว่าจะโอนอ่อนไปกับเขาเช่นหลิงเป่าเป้ยคนเก่าแล้วต้องมาเจ็บปวดเจียนตาย!

ตั้งสติสิอองตอง! ตั้งสติสักที! ร่างบางพยายามเตือนสติตัวเอง

เธอเคยเจอสถานการณ์กดดันมากกว่านี้ไม่ใช่เหรอ เธอคืออดีตพยาบาล อาชีพของเธออยู่บนพื้นฐานความเป็นตายของผู้คนมาโดยตลอด กดดันขนาดนั้นเธอยังผ่านมันมาได้แล้วตอนนี้ทำไมเธอจะผ่านมันไปไม่ได้! สิ่งสำคัญในตอนนี้คือเธอต้องทบทวนตัวเอง ต้องจัดการกับความรู้สึกของเจ้าของร่างคนเก่าและต้องยอมรับว่าตอนนี้เธอคือหลิงเป่าเป้ยจริงๆ หลิงเป่าเป้ยคนใหม่ที่ยังมีชีวิตอยู่ร่างกายและหัวใจดวงนี้เป็นของเธอ มันจะเป็นของเธออย่างแท้จริง!

@@@@@@

"โอ้ย! เบาเบาได้รึไม่ท่านลุงกวงท่านมือหนักเยี่ยงนี้จะฆ่าข้าหรืออย่างไร?"

"หยุดพูดเลยนะชุนชุน! แหมๆ ใครกันเล่าที่กล่าววาจาเป็นสุภาพบุรุษต่อหน้าองค์ชายสามโบยเพียงยี่สิบห้าครั้งสำหรับชายชาติทหารที่ผ่านสงครามมานับไม่ถ้วนอย่างข้าจะนับเป็นอะไรได้! หึ!ดูสารรูปเจ้าตอนนี้สิใบหน้าหล่อเหลาชื้นไปด้วยเหงื่อริมฝีปากบางที่คุณหนูในห้องหอหลงใหลคลั่งไคล้แตกระแหง แล้วยังดวงตาอินทรีย์ที่แดงก่ำราวกับผ่านการร้องไห้นี่เล่า! นี่รึท่านรองแม่ทัพมู่หรงที่สั่นคลอนจิตใจสตรี ข้าอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงนัก!"

มู่หรงไป๋ชุนจ้องมองใบหน้าที่อยู่ห่างเพียงชุ่น(นิ้ว)ราวกับตกอยู่ในภวังค์ เขาเผลอมองตามนิ้วเรียวที่ชี้ไปตามส่วนต่างๆตามที่ปากนางว่า มองดวงตาดอกท้อแฝงแววซุกซน มองใบหน้างดงามผุดผาดชวนให้ใจสั่นไหวแล้วยังมองริมฝีปากอิ่มที่แย้มรอยยิ้มงดงามนั้นอีกเล่า! อยากกดริมฝีปากตนเองกับริมฝีปากที่ยิ้มล้อเลียนตอนนี้ยิ่งนัก!

หมอกวงที่กำลังทำแผลที่หลังให้เผลอหลุดส่งเสียงหัวเราะออกมา

"ท่านทั้งสองยังคงสนิทสนมกันเหมือนเดิมทำให้ข้าอดระลึกถึงสมัยที่เป็นหมอประจำของจวนตระกูลหลิงไม่ได้...ผู้ใดจะไปรู้ว่าเด็กน้อยแสนซนทั้งสองในครานั้น จะกลับกลายเป็นพวกท่านในวันนี้ คุณหนูห้าหลิงเป่าเป้ยผู้แสนซุกซนยิ่งกว่าเด็กผู้ชายกลับกลายเป็นสตรีรูปโฉมล่มเมืองมีทักษะการแพทย์เป็นเลิศ ส่วนคุณชายใหญ่ตระกูลมู่หรงที่โดนล้อเลียนว่าอ่อนโยนเหมือนพวกตัดแขนเสื้ออยู่เสมอกลายเป็นแม่ทัพที่หล่อเหลาองอาจเป็นยอดดวงใจของสตรีทั้งแคว้น ยิ่งคิดข้าก็ยิ่งขบขัน”

“เห็นพวกท่านหยอกล้อเล่นกันโดยไม่แบ่งแยกหญิงชายทำให้หมอแก่ๆ อย่างข้าอดคิดไม่ได้ว่าตอนนี้ข้ายังคงหนุ่มแน่นและพวกท่านยังคงเป็นเด็กน้อยเช่นวันวาน"ท่านหมอกวงพูดไปยิ้มไปขณะที่สองมือยังคงทำแผลให้กับรองแม่ทัพหนุ่ม

"ท่านลุงกวง นี่ท่านเห็นหรือไม่!สตรีแก่นกะลาที่บอกว่าข้าตัดแขนเสื้อครานั้นกำลังนั่งใช้สายตาโลมเลียจาบจ้วงใบหน้าหล่อเหลาของข้าอยู่! ช่างน่าละอายนัก! นางคิดว่านางงดงามเป็นหนึ่งฮ่าๆ บุรุษที่ไหนจะชายตามองนางเล่า!"

เมื่อได้ฟังคำเหน็บแนมของสหายสนิทใบหน้างามก็ขึ้นสี ร่างบางผุดลุกขึ้นยืนชี้หน้าก่อนจะกล่าววาจาที่เจ็บแสบไม่แพ้กัน

"ชุนชุน!ข้าใช้สายตาโลมเลียจาบจ้วงเจ้าตอนไหนไม่ทราบ เจ้ามันบุรุษหน้าหนาพูดได้ไม่อายปาก! บุรุษปากสุนัขมีดีแค่หน้าตาหล่อเหลาเก่งกาจและมาจากตระกูลใหญ่ เหอะ!ข้าก็ไม่แลมองเจ้าเช่นเดียวกัน"เพียงคนเดียวของนางกล่าวออกมา

"ฮ่าๆ ๆ ๆ คุณหนูห้าขอรับท่านรองแม่ทัพรูปงาม เก่งกาจและมาจากตระกูลใหญ่ นี่ยังไม่เพียงพออีกรึขอรับ สตรีใดก็อยากได้คู่ครองแบบท่านแม่ทัพกันทั้งนั้น ฮ่าๆ ๆ ๆ"ท่านหมอกวงหัวเราะออกมาอย่างอดรนทนไม่ได้

"รูปงามแล้วอย่างไรเล่าเจ้าคะ ฝีปากเหมือนเป็นญาติสนิทสุนัขแบบนั้นคุณหนูห้องหอผู้ใดจะทนได้เล่า! ผู้ที่น่าสงสารที่สุดเห็นจะเป็นตัวข้า ข้าเวทนาเห็นว่าไม่มีผู้ใดคบค้าจึงจำต้องอดทนมาสิบกว่าปี! "นางพูดไปพลางทำสีหน้าเบื่อหน่ายแต่มุมปากกลับประดับไปด้วยรอยยิ้ม

"ขออภัยที่ข้าบังอาจซักถามเหตุใดคุณหนูห้าจึงคบหาท่านรองแม่ทัพเป็นสหายเพียงคนเดียวเล่าขอรับ ข้ารู้มาว่ามีคุณหนูตระกูลเล็กใหญ่มากมายต้องการคบหาและสานสัมพันธ์กับท่าน?"ท่านหมอกวงยกยิ้มก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยมานาน

"ท่านลุงกวงอย่าได้เกรงใจข้ากับชุนชุนรู้จักท่านมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยเคารพท่านเหมือนญาติสนิทผู้หนึ่ง เหตุใดเรื่องแค่นี้ข้าจะตอบท่านไม่ได้เล่าเจ้าคะ"ร่างบางยกยิ้มให้ผู้สูงวัยกว่าก่อนตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มฟังดูอบอุ่น

"อย่างที่ท่านลุงทราบ คุณหนูตระกูลเล็กใหญ่เหล่านั้นเข้าหาข้าด้วยผลประโยชน์ทั้งนั้น ต่อหน้าพูดจาไพเราะหลับหลังว่าร้ายนินทาคอยอิจฉาริษยากัน ข้าเบื่อหน่ายยิ่งนัก! ท่านรู้หรือไม่ สตรีพวกนั้นแม้จะมีหน้าตางดงามแต่พวกนางกลับ ไร้หัวใจ”

“ไร้หัวใจหรือขอรับ?”

“เจ้าค่ะ พวกนางทุกคนไร้ซึ่งความจริงใจ สิ่งที่ชุนชุนมีให้กับข้าเป็นสิ่งที่ไม่ว่าคุณหนูในห้องหอคนใดก็ให้ไม่ได้! ชุนชุนคบหาข้าห่วงใยข้าทำให้ข้าทุกอย่างด้วยความเต็มใจเมื่อข้าสุขเขาจะร่วมสุขเมื่อข้ายิ้มเขาจะร่วมหัวเราะเมื่อข้าทุกข์มีเพียงเขาที่อยู่เคียงข้างเมื่อข้าล้มลงมีเพียงมือเขายื่นเข้ามาหา เมื่อข้าถูกผู้คนเย้ยหยันมีเพียงเขาที่ยังเชื่อมั่นในตัวข้า ท่านลุงรู้หรือไม่นอกจากคนในครอบครัวแล้วบุรุษผู้นี้จะเป็นคนสุดท้ายที่จะปล่อยมือจากข้าไป!"ร่างเล็กบอกกล่าวความในใจให้ฟังด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว ก่อนจะหันไปสบกับเจ้าของดวงตาอินทรีย์ที่นอนเป็นผักเพราะบาดแผล หลิงเป่าเป้ยมอบรอยยิ้มหวานละมุนให้สหายอย่างที่ไม่เคยมอบให้ผู้ใด

"บุรุษปากสุนัขผู้นี้คือคนสำคัญ...คือสหายรักเพียงคนเดียวของข้าและข้าหลิงเป่าเป้ยจะเป็นคนสุดท้ายที่จะปล่อยมือจากเขาเช่นกัน!"

"อ่า...ขออภัยคุณหนูลุงผู้นี้ได้ยินเช่นนั้นแล้วอดรู้สึกซาบซึ้งใจมิได้"ท่านหมอกวงพูดไปซับน้ำตาไป หลิงเป่าเป้ยได้สติว่าตนเผลอพูดความในใจ ก็ร่ำร้องว่าพลาดแล้ว!รองแม่ทัพปากสุนัขนั่นต้องเก็บเอาเรื่องวันนี้มาล้อเลียนนางอีกเป็นสิบปียี่สิบปีแน่!

"เอ่อ...ข้าขอตัวไปเตรียมสำรับสำหรับคนป่วยก่อนนะเจ้าคะดึกดื่นแล้วบุรุษปากสุนัขที่ยังไม่มีสิ่งใดตกถึงท้องจะพาลส่งเสียงเห่าหอนให้ข้ารำคาญหู!" กล่าวจบร่างบางก็รีบสาวเท้าออกจากห้องทันที

มู่หรงไป๋ชุนรับรู้ถึงความรักความผูกพันของนางจากก้นบึ้งหัวใจ แม้ในฐานะใดเขาก็รับได้ทั้งนั้น! ความรักสำหรับเขาไม่ใช่การได้นางมาครอบครอง นาง...สำคัญกว่านั้น!

"เจ้าเองก็เป็นคนสำคัญ...คือสหายรักเพียงคนเดียวของข้ามู่หรงไป๋ชุนเช่นกัน!"

ร่างบางหันกลับมามองใบหน้าหล่อเหลาของผู้พูดก่อนจะส่งรอยยิ้มหวานยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา!

"อย่ามาใช้วาจาหวานหูล่อลวงขอข้าวน้ำกินฟรี! ค่ารักษาทุกอย่างข้าจะส่งไปเก็บที่จวนของเจ้าโดยตรง!" กล่าวจบร่างบางก็หุนหันจากไป

"ฮ่าๆๆ ฟังดูเถิดท่านลุงกวง บางคราข้าก็ยังสงสัยว่าข้ารักนางเข้าไปได้อย่างไร สตรีวิปลาส ฮ่าๆๆๆ"


-จบตอน-


ความคิดเห็น