email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 โทสะองค์ชายสาม

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 โทสะองค์ชายสาม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2561 08:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 โทสะองค์ชายสาม
แบบอักษร

ตอนที่ 9

โทสะองค์ชายสาม

มู่หรงไป๋ชุน "เพราะชาติกำเนิดที่สูงส่งของบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้า ข้าต้องยินยอมให้สตรีที่รักถูกแตะเนื้อต้องตัวอย่างไรก็ได้เช่นนั้นหรือ!"

@@@@@@



องค์ชายสามบรรจงวางร่างเล็กนุ่มนิ่มลงบนเตียงนอนช้าๆริมพระโอษฐ์ยกขึ้นเล็กน้อยเมื่อทอดพระเนตรแพขนตาที่กระพริบขึ้นลงตรงหน้า

"เชิญท่านหมอกวงกลับออกไปได้แล้วเปิ่นหวางจะดูแลนางเอง" องค์ชายสามหันไปรับสั่งกับหมอกวงที่ยืนนิ่งอยู่ตรงมุมห้อง

"หม่อมฉันยังไม่ได้ตรวจดูอาการของคุณหนู..."

"เปิ่นหวางคิดว่าบอกเจ้าชัดเจนแล้ว" ยังไม่ทันที่ท่านหมอกวงแห่งเป้ยกวานจะพูดจบร่างสูงกลับแทรกขึ้นมาพร้อมแผ่รังสีกดดันเสียก่อน หมอวัยกลางคนตัวสั่นเทาก่อนจะลนลานทำความเคารพแล้วเร่งรีบออกไป

ทันทีที่หมอกวงจากไป ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง

ราวหนึ่งเค่อต่อมา(15นาที)


"เป้ยเออร์...ผ่านมาหนึ่งเค่อแล้ว เจ้าควรลืมตาได้แล้วกระมัง"

"แคกๆ ๆ"

“ลุกขึ้นเถิด แสร้งนอนนิ่งนานๆไม่เมื่อหรืออย่างไร?”

ร่างเล็กบนเตียงส่งเสียงไอสองสามครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับร่างสูง ริ้วสีชมพูอ่อนจางที่พาดผ่านสองแก้มนวลขับเน้นให้นางดูน่ารักใคร่

"หรือเป้ยเออร์ของเปิ่นหวางคิดว่าการแสร้งหมดสติครานี้เปิ่นหวางจะโง่งมจนดูไม่ออก?" องค์ชายสามทรงอดรนทนไม่ไหว พระหัตถ์หนาเชยคางมนขึ้นสบดวงเนตรสีเทาของพระองค์

"คือหม่อมฉัน เอ่อ...ไม่ได้ตั้งใจที่จะหลอกลวงเบื้องสูงนะเพคะเพียง...เพียงแต่หม่อมฉันหม่อม...อื้อ"

องค์ชายสามจัดการปิดปากบางก่อนที่นางจะทันได้พูดจบริมฝีปากร้อนกดจุมพิตริมฝีปากอิ่มด้วยความหลงใหล คราแรกพระองค์เพียงต้องการหยอกเย้าร่างบางก่อนปรับความเข้าใจกันเล็กน้อยเท่านั้นเพราะการมอบจุมพิตแสนหวานพร้อมอ้อมกอดอบอุ่นคงทำให้นางใจอ่อนและยอมรับฟังเหตุผล แต่เมื่อสัมผัสกับความหอมหวานตรงหน้ากลับไม่เป็นอย่างที่คิดเสียแล้ว...

ร่างบางถูกสัมผัสรุกเร้ากระตุ้นให้ตอบสนอง ความต้องการทางธรรมชาติทุกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง อองตองส่งเสียงเบาในลำคอ มือเล็กที่ระดมทุบตีกลับขยุ้มอาภรณ์ของเขาเอาไว้ ริมฝีปากอิ่มเผยอรับจุมพิตจากเขาด้วยความเร่าร้อน

“อา...เป้ยเออร์” การตอบสนองของร่างบางทำให้เส้นความอดทนขาดผึง! มือหนากดรั้งท้ายทอยขึ้นให้นางตอบรับสัมผัสร้อนได้ถนัดถนี่จากจุมพิตหยอกเย้ากลับเป็นเร่าร้อนลิ้นหนาถูกส่งเข้าไปพัวพันในโพรงปากก่อนดูดกลืนเรียวลิ้นเล็กอย่างหิวกระหาย


พรึบ!

มือหนากระตุุกสายรัดออกจากเอวคอดกิ่วอาภรณ์ทั้งสองชั้นถูกเหวี่ยงไปรวมกันบนพื้น เรือนร่างขาวผ่องปรากฏสู่สายตาอีกครั้ง องค์ชายสามทอดพระเนตรร่างที่เหลือเพียงอาภรณ์ชั้นในด้วยความพอพระทัย ก่อนจะดันร่างเล็กแนบลงไปกับเตียงช้าๆ...

ร่างบางอยู่ในอารมณ์วาบหวามจนไม่รับรู้เลยว่าอาภรณ์ทั้งสองชั้นถูกถอดออกไปแล้ว เรือนร่างงดงามเหลือเพียงเอี๊ยมและกางเกงแพรตัวบางปกปิด! สัมผัสเร่าร้อนทำให้นางไร้ซึ่งเรี่ยวแรง แขนเล็กเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอเขาเพื่อพยุงตัวเองเอาไว้ปฏิกิริยาเช่นนั้นทำให้ทรวงอกอิ่มบดเบียดกับร่างหนาแนบแน่น องค์ชายสามส่งเสียงครางด้วยความพึงพอใจก่อนจะเคลื่อนริมฝีปากหนาลงมาที่ซอกคอหอมกรุ่น จมูดโด่งกดลงสูดดมความหอมหวานในขณะที่ลิ้นร้อนลากไล้ขบเม้มจนถึงเนินอกอวบอิ่ม ร่างเล็กถึงกับผวาเมื่อลิ้นร้อนตวัดผ่านยอดอก ปราการตัวบางไม่สามารถลดทอนสัมผัสร้อนจากบุรุษตรงหน้าได้แม้แต่น้อยกลับกันความรู้สึกชื้นแฉะกลับยิ่งกระตุ้นความต้องการให้เพิ่มสูงขึ้น

"เป้ยเออร์...หากไม่ผลักไสเปิ่นหวางเสียแต่ตอนนี้เปิ่นหวางคงต้องรบกวนเจ้าอีกครั้งแล้ว"

ร่างบางราวกับตกอยู่ในภวังค์ สัมผัสเร่าร้อนทำให้สติและความยับยั้งชั่งใจเลือนหาย จวบจนได้ยิน‘เปิ่นหวางคงต้องรบกวนเจ้าอีกครั้งแล้ว!’ ที่คุ้นเคย สติที่มีอยู่น้อยนิดจึงถูกเรียกให้กลับคืนมา!

เพราะประโยคเช่นนี้ของกงหยางเฟยเทียนทำให้เธอเผลอตัวเผลอใจครั้งแล้วครั้งเล่า! บุรุษผู้นี้เคียวกรำจนปวดระบมช่วงล่างไปหมด ทำให้เธออับอายจนต้องหนีกลับมา!

อองตองเอ๋ยถ้าเธอยังทำตัวไร้ค่าแบบนี้จะไม่กลายลูกไก่ที่เขาจะบีบก็ตายจะคลายก็รอดอย่างนั้นหรือ! แล้วไหนจะบ่าวไพร่ในโรงหมอเป้ยกวานนี่อีกหากพวกเขารู้ว่าเธออยู่ร่วมห้องกับองค์ชายสามจนดึกดื่นความศรัทธาและความยำเกรงที่เคยมีให้ก็คงไม่เหลือ! ไม่ได้! เธอจะยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ไม่ได้! เธอคือหลิงเป่าเป้ยคนใหม่คือสาวไทยยุค 4G ไม่ใช่เหรอ ที่แล้วมาก็ให้มันแล้วกันไป! มีดีอยู่กับตัวจะกลัวขึ้นคานอะไรนักหนา!

ที่สำคัญ เธอลืมไปได้อย่างไรว่าหลิงเป่าเป้ยคนก่อนมีนัดสำคัญกับรองแม่ทัพหลวง ‘มู่หรงไป๋ชุน’ ในต้นยามซวี(19.00น.)ที่จะถึงนี้ มู่หรงไป๋ชุนหรือชุนชุน สหายสนิทเพียงหนึ่งเดียวของเธอ!

“อีกไม่ถึงสองเค่อ(30นาที)ชุนชุนต้องมาถึงอย่างแน่นอนโรงหมอเป้ยกวานแห่งนี้อยู่ใกล้กับค่ายทหารกองทัพหลวงเสียด้วย ไม่ได้การแล้ว” อองตองส่งเสียงขมุบขมิบกับตนเอง


ฟุบ!!

ร่างสูงสัมผัสเพียงความว่างเปล่าเมื่อโน้มตัวเข้าหาอีกครั้ง กงหยางเฟยเทียนทอดพระเนตรร่างบางที่พลิกไปชิดขอบเตียงดวงเนตรสีเทาทอดมองร่างบางอีกครั้งก่อนจะผุดลุกขึ้นพร้อมประคองให้นางลุกขึ้นมาด้วยกันบัดนี้ร่างบางมีเพียงกางเกงแพรตัวบางและเอี๊ยมแดงตัวน้อยที่พร้อมจะหลุด แม้จะยกสองแขนขึ้นปกปิดก็ไม่อาจบดบังความงดงามของเรือนร่างนางได้ยิ่งใบหน้างดงามแดงระเรื่อ ริมฝีปากบวมเจ่อกอปรกับลมหายใจหอบถี่ ยิ่งทำให้ความต้องการยากจะสงบร่างสูงสูดลมหายใจเข้าลึก ทรงใช้ความพยายามและความอดทนอย่างยิ่งเพื่อบังคับไม่ให้กระชากร่างนางกดลงกับเตียงแล้วทำให้นางตกเป็นของพระองค์อีกครั้ง!

“เป้ยเออร์...เปิ่นหวางต้องขออภัยเจ้าอีกครั้งที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ"

"ไม่ใช่ความผิดของหวางเยี่ยหรอกเพคะ ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะหม่อมฉัน...เป็นหม่อมฉันที่ไร้ยางอายเช่นหวางเยี่ยเคยตรัสเอาไว้สตรีดีงามผู้ใดจะกล้าปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบุรุษที่มิใช่สามีของตนเอง!" เหมือนมีก้อนจุกอยู่ที่ลำคอของเธอ ร่างบางไม่สามารถเอ่ยสิ่งใดออกไปอีก น้ำตาที่คิดว่าเหือดหายปริ่มที่ขอบตาอีกครั้ง!

"เป้ยเออร์อย่าคิดเช่นนั้นได้หรือไม่! เปิ่นหวางรู้สึกผิดนักที่ใช้วาจาร้ายกาจกับเจ้าครานั้น! เรื่องที่เกิดขึ้นใช่จะเป็นความผิดของเจ้าเท่านั้น เปิ่นหวางเองก็ผิดที่ไม่รู้จักหักห้ามใจ เหตุเพราะเปิ่นหวางต้องการเจ้า!” พระหัตถ์หนาเอื้อมไปกุมมือเล็กที่สั่นเทาของนางเอาไว้

“เป้ยเออร์...ลืมเรื่องเลวร้ายที่ผ่านมาจะได้หรือไม่เรา..."

"หากหวางเยี่ยคิดจะสานสัมพันธ์เพราะเรื่องผิดพลาดที่หม่อมฉันเป็นผู้ก่อหม่อมฉันไม่ต้องการเพคะ!"

"เป้ยเออร์ เหตุใดถึงยังไม่ยอมเข้าใจและรับฟังเปิ่นหวางบ้าง!ต้องให้เปิ่นหวางทำเช่นไรเจ้าถึงจะพอใจ?" เพราะอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงพระหัตถ์หนาจึงเผลอบีบไหล่บอบบางจนนางนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดเมื่อทอดพระเนตรสีหน้าเจ็บปวดแต่กลับไม่ยอมจำนนกงหยางเฟยเทียนจึงค่อยละจากร่างบางไป

"จัดการอาภรณ์ของเจ้าให้เรียบร้อยก่อนเถิดเป้ยเออร์เรายังมีเรื่องเกี่ยวกับการขอสมรสพระราชทานจากเสด็จพ่อที่ต้องหารือ!"

“จะไม่มีการหารือเรื่องนี้เพคะ!”

“เป้ยเออร์!”

"หม่อมฉันขอปฏิเสธเรื่องสมรสพระราชทานหม่อมฉันกระทำเรื่องเลวร้ายละทิ้งศักดิ์ศรีเพราะความรักมาครั้งหนึ่งแล้วจึงอยากเหลือศักดิ์ศรีไว้ให้ตนเองบ้าง" ร่างบางทูลตอบพร้อมรีบจัดการกับอาภรณ์ที่กระจัดกระจายของตนเอง

"นี่เจ้า! เจ้าต้องการปั่นหัวเปิ่นหวางใช่หรือไม่! อยากเห็นเปิ่นหวางร้อนรนอยากแก้แค้นเปิ่นหวางมากใช่หรือไม่?"

ร่างบางทอดถอนใจ หากโต้เถียงเช่นนี้คงไม่จบลงง่ายๆเป็นแน่

"หวางเยี่ย...ได้โปรดกลับไปก่อนเถิดเพคะหม่อมฉันขอเวลาคิดทบทวนเรื่องนี้สักพัก”

“ขออภัยคุณหนูเจ้าค่ะ”

เสียงของสาวใช้ทำให้องค์ชายสามหยุดถ้อยคำที่จะกล่าวเอาไว้

“เอ่อ...ท่านรองแม่ทัพไป๋มารอพบคุณหนูอยู่ที่ห้องรับรองแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูจะออกไปพบหรือไม่เจ้าคะ?” เสี่ยวหงถามออกไปไม่เต็มเสียง นางรู้ดีว่าคุณหนูอยู่กับผู้ใดในห้องนั้น!

“หวางเยี่ยทรงทราบแล้วใช่หรือไม่เพคะว่าหม่อมฉันมีแขก อย่างไรวันนี้คงไม่สามารถหารือเรื่องใดในยามนี้ได้ หม่อมฉันไม่สะดวก” ร่างบางรีบกราบทูลตามน้ำก่อนหันไปสั่งสาวใช้คนสนิทต่อ

"เสี่ยวหงจงไปเรียนเชิญท่านรองแม่ทัพไปรอข้าที่ศาลาชมจันทร์ อีกสักครู่ข้าจะตามไปอ้อ...แล้วอย่าลืมลูกท้อเชื่อมให้ท่านรองแม่ทัพระหว่างรอด้วยเล่า!"

"เจ้าค่ะคุณหนู"เสี่ยวหงรับคำพร้อมรีบจากไปตามคำสั่ง

"หึ! นี่สินะเหตุผลสำคัญที่ไม่อยากพูดคุยเรื่องสมรสพระราชทานของเจ้าไม่คิดว่านอกจากเสด็จพี่แล้วจะยังมีรองแม่ทัพมู่หรงที่ขยันไปมาหาสู่โดยที่เจ้ายิ่งกว่าเต็มใจ!"

"หวางเยี่ยกล่าวหนักเกินไปแล้วเพคะชุนชุนคือสหายสนิทที่สุดของหม่อมฉันและถ้าหากหวางเยี่ยสนพระทัยเรื่องของหม่อมฉันบ้างคงจะทรงทราบว่าหม่อมฉันต้องพบปะกับชุนชุนในยามนี้เพราะเหตุใด"

"หึ! ชุนชุนอย่างนั้นรึ! เจ้าเรียกรองแม่ทัพหลวงว่าชุนชุนเรียกเสด็จพี่ว่าพี่เฟยอวี่แล้วเปิ่นหวางเล่า! เจ้าเรียกขานเปิ่นหวางว่าอย่างไร?"

"หวางเยี่ยอย่างไรเล่าเพคะ!"

"เป้ยเออร์! นี่มันจะเกินไปแล้วนะ เจ้าจะยั่วยุโทสะเปิ่นหวางให้ได้ใช่รึไม่?"

"หม่อมฉันหาได้ต้องการยั่วยุหวางเยี่ยหากไม่อยากมีโทสะหวางเยี่ยควรเสด็จกลับตำหนักเพคะหม่อมฉันมีแขกคนสำคัญขออภัยที่ต้องทูลลา" พูดจบร่างบางก็หมุนกายจากไป นางไม่แม้แต่จะหันมองร่างที่ยังยืนนิ่งเพราะคำกล่าวไล่ของนางเมื่อครู่

กงหยางเฟยเทียนกำพระหัตถ์แน่น ทรงข่มกลั้นโทสะที่มีก่อนจะเสด็จตามออกไป

"เป้ยเออร์! กลับมาคุยกันดีก่อนจะได้หรือไม่ เป้ยเออร์" กงหยางเฟยเทียนใช้สุรเสียงที่อ่อนลงหลายส่วน พระองค์ตรัสเรียกนางให้หยุดพร้อมพระหัตถ์หนาเอื้อมคว้าท่อนแขนของนางไว้

“เปิ่นหวางขอร้อง กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องเสียก่อน”

"หม่อมฉันรองแม่ทัพหลวงมู่หรงไป๋ชุน ถวายบังคมหวางเยี่ยพะยะค่ะ" มู่หรงไป๋ชุนคุกเข่าทำความเคารพองค์ชายสามเขารู้สึกไม่สบอารมณ์และรีบเดินเข้ามาทันทีที่มองเห็นนางถูกบุรุษสูงศักดิ์ดึงรั้งเอาไว้

"หม่อมฉันขอบังอาจกราบทูลสักเรื่อง สหายของหม่อมฉันเป็นสตรีที่ยังไม่ได้ออกเรือนไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะถูกบุรุษแตะเนื้อต้องตัวนะพะยะค่ะ"

"บังอาจ! เจ้าเป็นเพียงรองแม่ทัพหลวงมีสิทธิ์อันใดมาสั่งสอนองค์ชายเช่นเปิ่นหวาง!” สุรเสียงทรงอำนาจตวาดขึ้นทันทีที่ได้ยินถ้อยคำที่ไม่คำนึงถึงฐานะของบุรุษตรงหน้า

“มู่หรงไป๋ชุนคุกเข่ารับโทษเดี๋ยวนี้!"

สิ้นสุรเสียงขององค์ชายสามมู่หรงไป๋ชุนพลันคุกเข่าลงเฉกเช่นบุคคลทั่วไปพึงกระทำเมื่อพบเชื้อพระวงศ์สูงศักดิ์ เชื้อพระวงศ์ที่คนอย่างเขาไม่สามารถแตะต้องได้! ในใจรองแม่ทัพหลวงพลันเจ็บปวด

‘เพราะชาติกำเนิดที่สูงส่งของบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้าข้าต้องยินยอมให้สตรีที่รักถูกแตะเนื้อต้องตัวอย่างไรก็ได้อย่างนั้นหรือ! สวรรค์! คนต้อยต่ำอย่างข้าจะทำสิ่งใดเพื่อสตรีที่รักได้บ้าง!’


-จบตอน-

ความคิดเห็น