email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 นางเอก VS นางร้าย

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 นางเอก VS นางร้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2561 08:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 นางเอก VS นางร้าย
แบบอักษร

ตอนที่ 8

นางเอก VS นางร้าย

ว่านเจียวจู "หม่อมฉันจะแสดงให้หวางเยี่ยรู้ว่าสตรีเช่นใดที่เหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาสาม"

@@@@@@


"เป็นคุณหนูแห่งจวนเสนาบดีฝ่ายขวา‘ว่านเจียวจู’ ขอรับ"

เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะเมื่อบ่าวชายรายงานว่าสตรีใดที่รอการรักษาอย่างเร่งด่วน

"นางอยู่ที่ใด?" ยังไม่ทันที่เธอจะตอบสิ่งใดบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้าก็ผุดลุกขึ้นด้วยความร้อนรนเสียแล้ว

“อยู่ที่เอ่อ...ห้องรักษาด้านหน้าพ่ะย่ะค่ะ”

"นำทาง!"

สิ้นเสียงรับสั่ง องค์ชายสามก็เสด็จตามบ่าวชายผู้นั้น พระองค์ไม่แม้แต่จะหันมาตรัสถามหรือบอกอะไรกับร่างบางด้านข้างแม้เพียงครึ่งคำ!

อองตองนิ่งไปเมื่อมองเห็นความเป็นห่วงเป็นใยที่องค์ชายสามมีต่อสตรีผู้นั้น ว่านเจียวจูสำคัญกับพระองค์แค่ไหนคงไม่ต้องมีใครบอก ท่าทางร้อนรนนั้นบอกเธอได้ชัดเจนแล้ว! ร่างบางริมฝีปากสั่นระริก สองมือเล็กกำแน่นข้างลำตัวเธอพยายามระงับอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูง หึ! ยังไม่ถึงสองชั่วยามบุรุษผู้นั้นก็ลืมสิ้นว่ากล่าวสิ่งใดกับหลิงเป่าเป้ยผู้นี้ไว้ หวางเฟยอย่างนั้นรึ! ว่าที่พระชายาสามอย่างนั้นรึ! โกหกทั้งเพ! นี่สินะลมปากของบุรุษเชื่อถืออันใดไม่ได้เลย!

ราวหัวใจของเธอถูกบีบรัดมันเจ็บปวดเหลือเกิน...นี่หัวใจของเธอใช่มั้ยหลิงเป่าเป้ยหัวใจของเธอเท่านั้นที่เจ็บปวดไม่ใช่หัวใจของฉัน ไม่ใช่แน่ๆ!

“คุณหนูเจ้าขา...คือ”

"ข้ามิได้เป็นอันใดเสี่ยวหง”

“คุณหนูจะไปหรือไม่เจ้าคะ?”

“ไปสิ!”อองตองหันไปกล่าวกับสาวใช้ก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า

“มีเรื่องดีๆเช่นนี้จะไม่ให้ไปได้อย่างไร! รนมาหาที่ถึงเป้ยกวานก็อย่ามาหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกันคุณหนูว่านเจียวจู!"

@@@@@@


เมื่อก้าวเข้ามาในห้อง ร่างบางไม่แม้แต่จะหันมองบุรุษที่ประทับนิ่งอยู่บนพระเก้าอี้ข้างเตียง สายตาของหลิงเป่าเป้ยคนใหม่มองเลยสาวใช้ไปยังร่างระหงที่แม้จะมีสีหน้าซีดเซียวแต่ยังงดงามอ่อนหวาน ว่านเจียวจูผู้นี้เพียบพร้อมทั้งความงดงามและความน่ารักสมวัย

อองตองจ้องใบหน้าเล็กราวฝ่ามือที่ขาวซีดแต่กลับไม่ได้ดูเหมือนคนป่วยหนัก ยิ่งมองริมฝีปากจิ้มลิ้มที่ยังมีสีชมพูระเรื่อและลมหายใจที่สม่ำเสมอก็ยิ่งทำให้แน่ใจ

ตอแหล! ป่วยการเมืองสิไม่ว่า! คิดจะหลอกพยาบาลปลิดชีพอย่างเธอเหรอ ไม่มีทาง!

"ขออภัย ‘เม่ยเม่ย’ ที่ ‘เจียเจี่ย’ ชักช้าจนเสียมารยาท เหตุเพราะเจียเจี่ยกำลังทานอาหารเย็นทำให้เม่ยเม่ยที่กำลังเจ็บป่วยและรอเพียงเจี่ยเจียต้องทนอยู่กับอาการเช่นนี้เป็นนานสองนาน"

ถ้อยคำแสนหวานที่หลิงเป่าเป้ยเอื้อนเอ่ยทำให้ว่านเจียวจูที่นั่งพิงสาวใช้คนสนิทถึงกับชะงัก นี่หลิงเป่าเป้ยกล้าประกาศสงครามตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องอย่างนั้นรึ! หากไม่โง่งมจนเกินไปนักก็จะรู้ว่าหลิงเป่าเป้ยกำลังบอกเป็นนัยว่านางเองที่เสียมารยาท เป็นนางที่ต้องการหมอหญิงในเวลาที่เจ้าของโรงหมอเป้ยกวานและแขกผู้สูงศักดิ์กำลังรับประทานอาหารกันอยู่

หึ!หลิงเป่าเป้ยยังคงเป็นหลิงเป่าเป้ยผู้โง่เขลา สตรีที่มีดีแต่เพียงหน้าตาผู้นี้จะรู้รึไม่ว่าที่องค์ชายสามเอือมระอานางเป็นเพราะการกระทำที่ขาดการยั้งคิดกิริยาวาจารึก็ไม่เหมาะสมเช่นสตรีชนชั้นสูงพึงกระทำ! ร้ายกาจขนาดนี้แม้จะงดงามล่มเมืองก็หาได้มีบุรุษใดพึงใจไม่! อย่างไรก็เป็นเพียงตัวร้าย นางเองต่างหาก ว่านเจียวจูผู้นี้จะเป็นตัวเอกผู้งดงามอ่อนหวาน ตัวเอกที่น่าสงสารเพราะโดนสตรีร้ายการดุจมารในคราบโฉมงามรังแกครั้งแล้วครั้งเล่า!

หวางเยี่ยเพคะหม่อมฉันจะแสดงให้หวางเยี่ยรู้ว่าสตรีเช่นใดที่เหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาสามของพระองค์!

"ขอเจียเจี่ยอย่าได้มีโทสะ เม่ยเม่ย...เพียงแต่ผ่านมาแล้วเกิดวิงเวียนศีรษะกะทันหันคนขับรถม้าเห็นว่าโรงหมอเป้ยกวานอยู่ใกล้ที่สุดเม่ยเม่ยจึงต้องเสียมารยาทรบกวนการรับประทานอาหารของเจียเจี่ย" ว่านเจียวจูกล่าวพร้อมกับพยุงตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก

กิริยาและอาการเช่นนั้นหากเป็นผู้อื่นคงรู้สึกสงสารจนแทบอยากตระกองกอดร่างเล็กนุ่มนิ่มนั้นไว้แนบอก เพียงแต่ท่าทางสั่นระริกเพราะเสแสร้งนั้นใช้ไม่ได้กับหลิงเป่าเป้ยคนนี้ อ้อ...อยากแสดงบทนางเอกเพื่อหวังให้เธอกลายเป็นนางร้าย แหมๆๆเรายังห่างชั้นกันเป็นสิบปีนะเด็กน้อยวันนี้พี่สาวจะสอนให้รู้ว่านางเอกที่แท้จริงต้องทำยังไง!

"เม่ยเม่ยเข้าใจความต้องการของเจี่ยเจียผิดไปแล้ว เจียเจี่ยเพียงต้องการบอกกล่าวหาได้คิดเป็นอย่างอื่น" กล่าวจบเธอก็ตรงเข้าไปประคองร่างของว่านเจียวจูขึ้น อองตองจงใจเบียดร่างเข้าแทรกสาวใช้ส่วนตัวของว่านเจียวจูแบบเนียนๆ ก่อนจะประคองร่างนั้นให้กลับนอนลง

"นอกจากอาการวิงเวียนแล้วเม่ยเม่ยมีอาการอย่างอื่นอีกรึไม่ อย่างเช่นหน้ามืดหรืออยากอาเจียน?"

"เอ่อ...มะ ไม่เจ้าค่ะเม่ยเม่ยมีเพียงอาการวิงเวียนเท่านั้น" ว่านเจียวจูมึนงงกับพฤติกรรมเช่นนี้ของหลิงเป่าเป้ย หากเป็นปกติเมื่อหลิงเป่าเป้ยเห็นนางแสดงกิริยาอาการเช่นเมื่อครู่คงจะอดรนทนไม่ไหวแต่นี่นางกลับ...แสร้งทำมารยาเป็นห่วงเป็นใยต่อหน้าผู้อื่นแล้วยังรอยยิ้มอ่อนโยนนั่นอีกเล่า! ขนาดนางเป็นสตรียังรู้สึกตาพร่าไปกับความงดงามราวเทพธิดานี้แล้วกับบุรุษเล่าจะตาพร่าไปสักเท่าใด!

หึ...ว่านเจียวจูผู้นี้จะรอดูว่าสตรีอารมณ์ร้ายเช่นเจ้าจะอดกลั้นได้ถึงเมื่อใด!

"เท่าที่เจียเจี่ยตรวจดูเบื้องต้น เม่ยเม่ยคงอ่อนเพลียจากการเดินทางอย่างรีบเร่งทันทีที่ทราบว่าหวางเยี่ยอยู่กับเจี่ยเจียครึ่งค่อนวันกระมัง?" หลิงเป่าเป้ยแย้มยิ้มอย่างงดงามก่อนก้มลงกระซิบที่ข้างหูของว่านเจียวจูพอให้ได้ยินกันสองคน

“นี่เจ้า!” ดวงตาของว่านเจียวจูวาวโรจน์ ก่อนจะแสร้งเก็บกริยาเมื่อรับรู้ว่านางอยู่ในสถานะใด

อองตองมองท่าทีอดกลั้นของคนตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะกล่าวเสียงดังขึ้น

"เม่ยเม่ยรอสักครู่ เจียเจี่ยได้ให้เสี่ยวหงไปนำยาบำรุงร่างกายมาให้เม่ยเม่ยแล้ว ยานี้เป็นยาที่หวางเยี่ยสั่งให้ท่านหมอกวงต้มให้เจียเจี่ยเหตุเพราะช่วงนี้พักผ่อนน้อยเจี่ยเจียจึงมีอาการเช่นเดียวกันกับเม่ยเม่ยหากไม่รังเกียจขอเม่ยเม่ยได้โปรดกินยานั้นเสียก่อนเจียเจี่ยอยู่ในโรงหมอตลอดจะกินเวลาใดก็ได้ไม่เป็นปัญหา"

ว่านเจียวจูถึงกับหนังตากระตุก นี่นางกล้าปดว่าองค์ชายสามห่วงใยจนมีรับสั่งให้ท่านหมอกวงต้มยาให้อย่างนั้นรึ ไม่มีทาง! ต่อหน้าผู้คนมากมาย องค์ชายสามไม่มีทางทำเช่นนั้น เป็นไปไม่ได้!

"หวางเยี่ยเพคะทรงมีรับสั่งให้ท่านหมอกวงต้มยาให้เจี่ยเจียจริงรึเพคะ?" ร่างเล็กที่มีหลิงเป่าเป้ยประคองอยู่พยุงตัวเองขึ้นมาตรัสถาม ดวงตากลมโตจ้องมองบุรุษสูงศักดิ์ด้วยความคาดหวัง

อองตองยิ้มเยาะอยู่ในใจ...เริ่มอยู่ไม่สุขเสียแล้วสิ ว้า อ่อนจัง!...นี่มันแค่เริ่มต้นนะเด็กน้อย

"เป็นเช่นนั้น...เปิ่นหวางสั่งให้หมอกวงเป็นคนเตรียมยาให้เป้ยเออร์เอง ทำไมรึ! เจ้ามีสิทธิ์ซักฟอกเปิ่นหวางตั้งแต่เมื่อใดเจียวจู!

ถ้อยดำรัสด้วยสุรเสียงเย็นชาทำให้ร่างที่ประคองกันอยู่ถึงกับชะงักสำหรับหลิงเป่าเป้ยนางงุนงงไม่น้อยที่บุรุษผู้นั้นพูดราวกับเข้าข้างนาง ส่วนว่านเจียวจูนั้นแตกต่าง ร่างทั้งร่างสั่นระริกดวงตากลมโตแดงก่ำเมื่อได้ยินคำเรียกขานหลิงเป่าเป้ยอย่างสนิทสนมว่า ‘เป้ยเออร์’ ส่วนนางที่สนิทสนมกับพระองค์มาตั้งแต่เด็กกลับเรียกเพียง‘เจียวจู’ หาใช่ ‘จูเออร์’ ไม่!

"คุณหนูเจ้าคะยามาแล้วเจ้าค่ะ" เสี่ยวหงเอ่ยขึ้นพร้อมยื่นถ้วยยามาให้ตรงหน้า อองตองประคองร่างเล็กให้อยู่ในท่านั่ง ก่อนจะยื่นมือไปรับถ้วยยาเอาไว้

"ดื่มขณะที่ยายังร้อนเถิดเม่ยเม่ย” เสียงกังวานใสเอ่ยขึ้นขณะที่ประคองถ้วยยาเข้ามาใกล้

“อย่างไรราตรีนี้พักเพื่อดูอาการจะดีกว่า เจียเจี่ยจะให้พ่อบ้านไปแจ้งแก่ท่านราชครูเอง ตอนนี้ว่าเม่ยเม่ยจำต้องพักผ่อนให้มาก...”

“เอ่อ...อึก!” ว่านเจียวจูทำท่าขยับปากพูด แต่อองตองรึจะเปิดโอกาสนั้น! ถ้วยยาถูกยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากเพื่อบังคับให้ดื่ม ก่อนที่เธอจะเอ่ยต่อช้าๆ

“เม่ยเม่ยอย่าได้เป็นกังวล หากพรุ่งนี้ดีขึ้นแล้วเจียเจี่ยจะนำรถม้าของเป้ยกวานไปส่งถึงจวนราชครูเอง"

ความมีน้ำใจของหลิงเป่าเป้ยทำให้คนฟังถึงกับซาบซึ้ง แม้จะเป็นว่านเจียวจูสตรีที่เป็นคู่แข่งหัวใจนางยังดูแลช่วยเหลือในฐานะหมอโดยไม่เลือกปฏิบัติช่างเป็นสตรีที่น่าเลื่อมใสโดยแท้...

อองตองแสร้งมองไม่เห็นสายตาชื่นชมระคนเลื่อมใสของทุกคนในห้อง ร่างบางยังคงยื่นไปรับถ้วยยาถ้วยที่สองด้วยรอยยิ้มละมุนแตกต่างกับสิ่งที่คิดในใจ

ว่านเจียวจูเอ๋ย...ยกที่สองกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว!


เพล้ง!

ตุบ!

เสียงถ้วยยาตกกระทบพื้นก่อนที่ร่างของหลิงเป่าเป้ยจะทรุดลงตามไป ร่างที่หมดสติถูกพระหัตถ์หนาคว้าเอาไว้ก่อนที่ศีรษะจะกระแทกกับพื้น องค์ชายสามช้อนเรือนร่างแบบบางของนางแนบพระอุระ

"เป้ยเออร์ เป้ยเออร์! เจ้าเป็นอันใดตื่นสิเป้ยเออร์ หมอกวงท่านจงตามมาดูอาการนางเดี๋ยวนี้!" วรองค์สูงใหญ่อุ้มร่างที่หมดสติขึ้นก่อนจะสาวพระบาทออกจากห้องทันที

ว่านจูเจียวมองการกระทำนั้นราวกับคนไร้สติองค์ชายสามไม่คิดจะปิดบังความรู้สึกที่มีต่อหลิงเป่าเป้ยเฉกเช่นเมื่อก่อนแม้แต่น้อย

“หวางเยี่ย...” ว่านเจียวจูพยายามเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้า ดวงตางดงามรื้นน้ำตาเมื่อองค์ชายสามไม่ได้ปรายตามองนางแม้แต่น้อย

"เรียนคุณหนูว่าน ข้าน้อยขออนุญาตแจ้งความประสงค์ของหวางเยี่ยสักครู่จะได้รึไม่ขอรับ?" ต้าจวิน องครักษ์คนสนิทขององค์ชายสามค้อมตัวลงถามอย่างให้เกียรติ

"เชิญท่านองครักษ์แจ้งมาเถิด" เสียงของต้าจวินทำให้นางได้สติ

"หวางเยี่ยเร่งเสด็จมาที่นี่เมื่อทรงทราบว่าคุณหนูมาที่เป้ยกวาน พระองค์มีพระประสงค์จะเตือนคุณหนูสักหลายอย่าง แต่ด้วยเพราะห้องนี้มีคนอื่นอยู่หวางเยี่ยจึงไม่สะดวกและหากจะขอสนทนากับคุณหนูตามลำพังก็จะเป็นที่ครหา หวางเยี่ยไม่ต้องการให้ว่าที่หวางเฟยเข้าใจพระองค์ผิด!”

“ว่าที่หวางเฟย! ต้าจวิน นี่เจ้าพูดอะไร?”

ต้าจวินไม่สนใจท่าทีแตกตื่นของสตรีตรงหน้า เขามีหน้าที่เพียงปฏิบัติตามรับสั่ง

“ที่ผ่านมาหวางเยี่ยทำเป็นหลับพระเนตรข้างลืมพระเนตรข้างยอมให้คุณหนูกระทำตามอำเภอใจกับว่าที่หวางเฟยมาตลอด เพราะบางคราว่าที่หวางเฟยก็ร้ายกาจกับคุณหนูเฉกเช่นเดียวกัน”

“ว่าที่หวางเฟย คือ หลิงเป่าเป้ยอย่างนั้นรึ?”

“ที่ผ่านมาทรงปฏิบัติต่อคุณหนูเช่นน้องสาวคนเล็กเพราะคุณหนูเป็นถึงหลานสาวคนเดียวของแม่นมหลิงสตรีที่เปรียบเสมือนมารดาคนที่สองฝากฝังให้หวางเยี่ยดูแลหลานรักของนางก่อนที่นางจะไป ดังนั้น คุณหนูควรตระหนักถึงสถานะของตนและพึงระลึกไว้เสมอว่าคุณหนูหลิงเป่าเป้ยคือว่าที่พระชายาสาม จากนี้ไปขอคุณหนูอย่าได้ล่วงเกินว่าที่หวางเฟยมิเช่นนั้นหวางเยี่ยจะไม่ไว้หน้าคุณหนูอีกต่อไป!" กล่าวจบต้าจวินก็ค้อมตัวทำความเคารพและจากไปอย่างรวดเร็ว

“ไม่จริง!” ร่างเล็กของว่านเจียวจูสั่นระริกน้ำตาไหลอาบสองแก้ม บัดนี้นางไม่มีแม้แต่แรงจะกรีดร้องหรือร่ำไห้เพราะหัวใจของนางช่างเจ็บปวด

จบแล้ว...จบสิ้นทุกอย่าง! นางเพียรพยายามสร้างสถานการณ์ให้หลิงเป่าเป้ยเข้าใจว่าองค์ชายสามรักใคร่ชอบพอนาง

นางวางแผนให้หลิงเป่าเป้ยเห็นองค์ชายสามส่งรอยยิ้มละมุนให้กับนางทั้งๆที่วันนั้นเป็นนางที่ร้องขอให้พระองค์ยิ้มให้! นางขอร้องพระองค์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนตัดใจกลับไปเป็นน้องสาวที่น่ารักเฉกเช่นเดิม! ทำไมอย่างนั้นหรือ ก็เพราะนางรู้ว่าองค์ชายสามซ่อนความรู้สึกภายใต้หน้ากากที่แสนเย็นชาอย่างไรเล่า!

หากไม่รักดวงเนตรสีเทาจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทุกครั้งที่หลิงเป่าเป้ยร้องไห้หรือ! หากไม่ห่วงหาดวงเนตรสีเทาจะทอดมองจนลับสายพระเนตรเช่นนั้นหรือ! แม้จะรู้มาโดยตลอดแต่นางก็ไม่ยอมแพ้ อย่างไรเพื่อองค์ไท่จื่อ องค์ชายสามจะไม่มีทางให้หลิงเป่าเป้ยรับรู้!

แล้วสิ่งที่นางเห็นเมื่อครู่คือสิ่งใด! เหตุใดองค์ชายสามที่วางองค์ห่างเหินกับหลิงเป่าเป้ยมาโดยตลอดกลับแสดงท่าทีห่วงใยรักใคร่นางถึงเพียงนี้!

ไม่! นางไม่ยอม! นางไม่มีวันยอมให้หลิงเป่าเป้ยอย่างเด็ดขาด คอยดูต่อไปเถิด!

"เสี่ยวหนู!” ว่านเจียวจูเรียกหาสาวใช้คนสนิท

“เจ้าคะ”

“บอกคนขับรถม้าให้เตรียมตัวข้าจะกลับจวน!"

-จบตอน-

ความคิดเห็น