email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 เวลาแห่งความสุขที่แสนสั้น

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 เวลาแห่งความสุขที่แสนสั้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2561 08:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 เวลาแห่งความสุขที่แสนสั้น
แบบอักษร

ตอนที่ 7

เวลาแห่งความสุขที่แสนสั้น

องค์ชายสาม "เป้ยเออร์ของเปิ่นหวางดูซีดเซียวนักหักโหมทำอะไรมาอย่างนั้นรึ?"

@@@@@@


"คุณหนูเจ้าคะ...ว้าย!"

เสียงร้องของสาวใช้คนสนิททำให้ร่างบางถึงกับสะดุ้ง อองตองใบหน้าแดงซ่านก่อนจะรีบขืนตัวจากอ้อมอกแกร่งขององค์ชายสาม

โป๊ก!

"นูปี้ขอประทานอภัยเพคะหวางเยี่ย นูปี้ไม่ได้ตั้งใจมาขัดจัง...เอ่อมารบกวนหวางเยี่ยและคุณหนูเพคะ" เสี่ยวหงคุกเข่าลงโขกศีรษะกับพื้น ก่อนละล่ำละลักกราบทูลด้วยความหวาดกลัว

"มีอะไรก็ว่ามา!" สุรเสียงดุดันราวข่มขู่ข่มทำให้สาวใช้ร่างอวบสั่นเทายิ่งกว่าเดิม

"นูปี้เพียงจะมาแจ้งว่า...เอ่อ...ว่าน้ำอุ่นสำหรับคุณหนูเตรียมเรียบร้อยแล้ว คุณหนูจะให้นูปี้เช็ดตัวให้เลยหรือไม่เจ้าคะ?"

“เช็ดหน้าก็เพียงพอกระมัง” อองตองเอ่ยตอบสาวใช้

“ไม่ได้!” องค์ชายสามตัดบทก่อนที่เธอจะทันได้พูดต่อ

“เหตุใดจะไม่ได้เพคะ?”

“ไม่ได้ก็คือไม่ได้ เสี่ยวหง เช็ดตัว!” องค์ชายสามหันไปรับสั่งกับสาวใช้ พระเนตรสีเทามองข้ามสายตาขุ่นมัวที่จ้องมองพระองค์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“หม่อมฉันพึ่งอาบน้ำเสร็จนะเพคะ อากาศเย็นเช่นนี้เหตุใดจึงต้องเช็ดตัวอีก ทรงไร้เหตุผลเกินไปแล้ว!” หนาวก็หนาวจะให้อาบน้ำเช็ดตัววันละสามเวลารึไงเล่าบ้ารึเปล่า!

“เปิ่นหวางไม่ต้องการให้กลิ่นกายบุรุษอื่นติดอยู่บนตัวเจ้า...นั่นคือเหตุผล”

ฉ่า...

อองตองได้ยินเสียงแก้มของเธอที่ร้อนผ่าวเพราะความขัดเขิน ใบหน้างดงามขึ้นซับสีแดงระเรื่อเมื่อคิดถึงคำพูดเมื่อสักครู่ของเขา 'เปิ่นหวางไม่ต้องการให้กลิ่นกายบุรุษอื่นติดอยู่บนตัวเจ้า' นี่คือเหตุผลเรอะ! ไร้สาระเกินไป เหตุผลบ้าบออะไรกัน! ร่างบางแสร้งไม่สนใจในเหตุผลนั้น ดวงตาดอกท้อตวัดสายตาขุ่นก่อนจะตอบออกไป

"เช่นนั้นคงต้องเสียมารยาทแล้ว หม่อมฉันต้องทำความสะอาดร่างกายขอหวางเยี่ยเสด็จกลับไปก่อนเถิดเพคะ"

"เปิ่นหวางบอกกับเจ้าว่าจะกลับเช่นนั้นหรือ บอกเมื่อใดกัน!" ร่างสูงแย้มสรวลมุมปากด้วยท่าทางยียวน ดูเอาเถิด นางขัดเขินเสียจนหน้าแดงแต่ยังไม่วายออกฤทธิ์ออกเดชกับพระองค์ได้

พยาบาลสาวหน้างอง้ำ นี่ใช่องค์ชายน้ำแข็งในความทรงจำจริงเหรอ! ทำไมถึงยั่วยวนกวนโทสะ หน้าด้านหน้าทนได้ขนาดนี้

"เช่นนั้นขอหวางเยี่ยได้โปรดเสด็จลงจากเตียงของหม่อมฉันด้วยเพคะ เพราะทรงขวางอยู่หม่อมฉันจึงลงจากเตียงไม่สะดวก" อยากอยู่ก็อยู่ไป เธอจะไปว่าอะไรได้ ยุคนี้มันยุคเจ้ายุคนายนี่นะ

"ให้เปิ่นหวางอุ้มเจ้าลงหรือไม่?”

“เหตุใดต้องอุ้มเพคะ?” อองตองเอ่ยถามด้วยความงุนงงจะมาไม้ไหนอีกล่ะเนี่ย!

"เป้ยเออร์ของเปิ่นหวางดูซีดเซียวนักหักโหมทำอะไรมาอย่างนั้นรึ?"

"หวางเยี่ย!" ร่างเล็กถลึงตาใส่ร่างสูงอย่างดุดันหนอย...ไอ้องค์ชายบ้ากาม ครั้งหน้าขอให้เอวเดาะ นกเขาไม่ขัน แต่...ทำไมเราต้องคิดถึงครั้งหน้า! ไม่นะอองตองแกจะปล่อยตัวปล่อยใจให้เขาง่ายๆไม่ได้!จะยอมให้เขาทำยันเช้าแบบเดิมไม่ได้!

“เบิกตาโตเช่นนี้ คงหักโหมมาจริงเช่นที่คาด”

“มิได้หักโหมสิ่งใดเพคะ เพียงพลั้งโดนเข็มตำ!มิได้สาหัสสักเท่าใด”

“เข็ม...อย่างนั้นรึ?” องค์ชายสามตรัสด้วยสุรเสียงต่ำ ดวงเนตรสีเทาทอดมองร่างบางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“หากกล่าวว่าเข็ม ก็คงเป็นเข็มของเจ้าสมุทร!”

“หา!” กล้าพูดนะ เข็มเจ้าสมุทรเรอะ! แหม...ไอ้เข็มใหญ่ เข็มทน เข็มเท่าภูเขาแม่จะบ้าตาย!

“หึ เอาเถิด...เปิ่นหวางจะออกไปรอข้างนอก” องค์ชายสามตรัสขึ้นพร้อมสรวลเล็กน้อย จากนั้นจึงก้าวลงจากเตียง

ร่างบางก้าวตามลงมาก่อนจะย่อตัวลงพร้อมเอ่ยคำขอบคุณ

“ขอบพระทัยเพคะ”

“เรื่องเข็ม?”

“หวางเยี่ย!”

"ฮ่าๆๆ เอาเถิดพี่จะเลิกเย้าเจ้าแล้ว...เสี่ยวหงเจ้าจงไปแจ้งแก่แม่ครัวคืนนี้เปิ่นหวางจะรับอาหารที่นี่ให้แม่ครัวจัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อยและอย่าลืมยาบำรุงร่างกายและยาแก้ปวดเมื่อยให้กับคุณหนูของพวกเจ้าด้วย อีกอย่าง...หากเป้ยเออร์ของเปิ่นหวางเสร็จธุระแล้วให้คนไปแจ้งทันที...เปิ่นหวางจะเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนนาง!" ตรัสจบร่างสูงก็เสด็จจากไปทันที

สองนายบ่าวทำได้เพียงอ้าปากค้าง กับถ้อยรับสั่งที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยิน

“รับสั่งยาวเป็นขบวนทรงคิดว่าเป็นตำหนักของพระองค์อย่างนั้นรึ!” อองตองกรอกตามองบน ก่อนจะหันไปกล่าวกับสาวใช้

“คิกๆ คุณหนูเจ้าคะ ทรงตรัสว่า เป้ยเออร์ของเปิ่นหวางเรียกแทนพระองค์ว่าพี่ เช่นนั้นหมายความว่า...”

“หยุดเลยเสี่ยวหง มิได้หมายความสิ่งใดทั้งนั้น!ข้าต้องการเช็ดตัวแล้วเนื้อตัวเหนอะหนะไปหมดเจ้าไม่รู้หรืออย่างไร?" หลิงเป่าเป้ยบ่ายเบี่ยงการตอบคำถามของสาวใช้คนสนิท ก่อนจะสาวเท้าไปถอดอาภรณ์ที่หลังฉากกั้น

"แต่เมื่อครู่คุณหนูพึ่งบอกเองว่าอากาศเย็น...ไม่อยากเช็ดตัว" สาวใช้คนสนิทเกาหัวแกรกๆด้วยความงุนงง

"ข้าเคยพูดแบบนั้นรึ?"

"พูดสิเจ้าคะ"

“ไม่เห็นจำได้..." อองตองแสร้งเฉไฉเพราะไม่ต้องการตอบคำถามนั้น

"แต่..."

"นี่เสี่ยวหง จะให้ข้ารอเจ้าอีกนานรึไม่ เลิกสนใจเรื่องอื่นแล้วมาเช็ดตัวให้ข้าเสียที!”

"เจ้าค่ะ...ไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ"

สิบห้านาทีต่อมา

"คุณหนูเจ้าคะรอยนี่!เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ?" เสี่ยวหงอุทานออกมาทันที่เมื่อเรือนร่างที่ปราศจากอาภรณ์ของคุณหนูของนางเต็มไปด้วยรอยแดง

“คุณหนูเจ้าคะ ตั้งแต่ลำคอ เนินอก หน้าท้อง หา! ยัง...ยังมีที่ต้นขาสองข้างเลยนะเจ้าคะ!”

หา! นี่ไอ้องค์ชายบ้ากามมุดเข้าไปดูด...เอ้ย มุดเข้าไปฝากรอยกุหลาบถึงต้นขาเลยเหรอเนี่ย

“นี่เจ้าค่ะ เป็นรอยเข้าไปเรื่อยๆจนเกือบถึง...”

“เสี่ยวหง!...สำรวจขนาดนี้เจ้าไม่มุดเข้าไปเลยล่ะ?” อีกนิดเดียวคงแหวกขาเธอออกเพื่อสำรวจแล้วมั้ง!

“โธ่...คุณหนูเจ้าขา นูปี้เป็นห่วงนะเจ้าคะ”

"ข้าเพียง...โดนแมลงกัด" อองตองโกหกออกไป ตอนนี้เธอทั้งอับอายทั้งคิดแค้น พระเจ้า! นี่เธอลืมไปได้ยังไงว่าเธอโดนฝากรักไว้ทั่วทั้งตัว! ยิ่งคิดก็ยิ่งเป็นกังวล เสี่ยวหงช่างสำรวจ ดูท่าทางฉลาดขนาดนี้จะต้องไม่เชื่อแน่ๆ

"มันอยู่ที่ใดเจ้าคะคุณหนูไอ้แมลงที่กัดคุณหนูนั่นมันอยู่ที่ใด เหตุใดจึงมีฤทธิ์ร้ายกาจเพียงนี้!"

พยาบาลสาวถึงกับหน้าเหวอ...เพ้ย! เชื่อเว้ยเฮ้ย! เสี่ยวหงถึงกับเชื่อว่าเธอโดนแมลงกัด ฮ่าๆๆ นางช่างไร้เดียงสานัก น่ารักเกินไปแล้ว...

"ว่าอย่างไรเจ้าคะคุณหนูแมลงอะไร?"

                อองตองคิดไปอมยิ้มไปพลันนิสัยขี้แกล้งที่ติดตัวมาก็เริ่มทำงาน

"แมลงตดปู๊ด! เจ้ารู้จักหรือไม่?"

"แมลงตอปุด...อันใดกันเจ้าคะนูปี้ไม่เคยได้ยินมาก่อน"

"แมลงตดปู๊ด ต่างหากเล่า! ออกเสียงช้าๆ ชัดๆ ดูปากข้านะตด...ปู๊ด" อองตองสอนไปกลั้นขำไปจนใบหน้าแดงก่ำ

"มันเป็นแมลงมีพิษและพิษของมันอยู่ที่ก้นเมื่อเราไปสัมผัสมันมันจะพ่นแก๊ส...เอ่อพ่นควันพิษออกมาเพื่อทำให้ผิวหนังเราแสบแดงร้อนถ้าโดนตานี่ถึงกับตาบอดเลยทีเดียวรู้รึไม่!"

"หา! นูปี้คิดไม่ถึงว่าในแคว้นเหลียงจะมีแมลงที่สามารถพ่นควันพิษได้ มันช่างร้ายกาจนัก!”

เอ้า! เอาเข้าไปเสี่ยวหงเอ๋ยเสี่ยวหงสาวใช้คนสนิทที่พึ่งพ้นวัยปักปิ่น(15ปี)คนนี้ของเธอน่ารักน่าหยิก

“ร้ายกาจมากทีเดียว” เออ..นี่ก็พลอยเป็นไปกับเขาด้วยฮ่าๆๆ

"ชื่อเรียกแบบสุภาพของมันก็คือแมลงผายลม!"

"แล้วปู้ด! ล่ะเจ้าคะมันคืออันใด...อย่าบอกนะว่าฮิๆ ว่ามันคือเสียงผายลมที่ดังปู้ดๆ ใช่ไหมเจ้าคะคุณหนู?"

"ฮ่าๆ ๆ ใช่แล้วเสี่ยวหงเจ้านี่ฉลาดขึ้นมาบ้างแล้วเหมาะสมกับตำแหน่งสาวใช้คนสนิทของข้านัก!"

"เจ้าค่ะ...เสี่ยวหงพยายามที่จะเก่งกาจอย่างคุณหนูคุณหนูบอกอะไรเสี่ยวหงจะเชื่อและจดจำจะได้ไม่เป็นภาระของคุณหนูเจ้าค่ะ" สาวใช้คนซื่อพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขณะที่มือเล็กก็ทำความสะอาดร่างกายให้ผู้เป็นนาย

"พูดได้ดี เสี่ยวหงจงเชื่อข้าเถิด...เพราะข้าเรียนมา!"

@@@@@@


"เครื่องเสวยที่โรงหมอแห่งนี้ถูกพระโอษฐ์หวางเยี่ยรึไม่เพคะ?" พยาบาลสาวเอ่ยถามเพื่อลดความอึดอัด ก็จะไม่ให้อึดอัดได้ยังไง กินไปจ้องไป กินไปจ้องไปอยู่แบบนี้!

"เปิ่นหวางกินง่ายอาหารที่โรงหมอแห่งนี้รสชาติไม่เลว"

“เพคะ แม่ครัวคงยินดีไม่น้อยที่หวางเยี่ยทรงโปรด”

"เจ้ารู้รึไม่เป้ยเออร์รสชาติอาหารที่เรากินไม่สำคัญเท่ากับว่าเรากินอาหารนั้นกับผู้ใด..."

น่าน...โดนอีกแล้ว ร่างเล็กใบหน้าขึ้นสี อองตองไม่กล้าสบตากับองค์ชายสามด้วยทั้งงุนงงระคนเขินอาย แหม องค์ชายบ้ากามก็มีมุมจีบสาวแบบนี้บ้างเหมือนกัน!

"เสี่ยวหง! เจ้าเป็นอันใดจ้องเป้ยเออร์ของเปิ่นหวางจนตาแทบถลนนางผิดปกติอันใดรึ?"

สาวใช้ร่างอวบคุกเข่าลงทันทีที่ได้ยินสุรเสียงตวาด

"ทูลหวางเยี่ย...นูปี้มองหาแมลงเพคะเมื่อวานมีแมลงรุมกัดจนคุณหนูของนูปี้มีรอยแดงทั่วทั้งตัวนูปี้กลัวว่ามันจะอยู่แถวๆ นี้จึงต้องคอยระแวดระวัง ขอหวางเยี่ยได้โปรดอภัยด้วยเพคะ"

แมลงรุมกัด รอยแดงทั่วทั้งตัว...ร่างสูงรู้สึกสะกิดในพระทัยจึงตรัสถามออกไปอีกครั้ง

"แมลงอย่างนั้นรึแมลงอันใด?"

"เอ่อ...คือนูปี้ไม่กล้าทูลเพคะ"

"ตอบเปิ่นหวาง! เจ้าคงไม่อยากให้เปิ่นหวางมีโทสะ"

“เสี่ยวหง...” อองตองรีบเอ่ยขัดขึ้น แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

"แมลงผายลมเพคะ!"


พรวด!

ร่างสูงถึงกับสำลักอาหารที่พึ่งเสวยเข้าไปแมลงผายลม! แมลงผายลมอย่างนั้นรึ! นี่นางถึงกับเปรียบเทียบสายเลือดมังกรอันสูงส่งกับแมลงผายลม! หลิงเป่าเป้ยเจ้าช่างกล้าเกินไปแล้ว ร่างสูงสีพระพักตร์ดำคล้ำคิดจะหันไปต่อว่าสตรีใจกล้าแต่เสียงหัวเราะสดใสกลับดังขึ้นเสียก่อน

กงหยางเฟยเทียนทอดพระเนตรร่างบางราวกับตกอยู่ในภวังค์ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาขับเน้นใบหน้างดงามล่มเมืองให้ยิ่งงามนัก! หากจะกล่าวว่าทรงหลงใหลรอยยิ้มแบบนี้ของนางก็คงไม่ผิด รอยยิ้มสดใสจริงใจเช่นนี้แตกต่างจากรอยยิ้มปั้นแต่งที่หลิงเป่าเป้ยใช้ล่อลวงผู้คนในอดีต

แตกต่างราวกับเป็นคนละคน!

อองตองมองร่างสูงที่แย้มยิ้มไปกับเธอด้วยความสุข! แต่เวลาแห่งความสุขคงอยู่กับเธอได้ไม่นาน...

"ถวายพระพรหวางเยี่ย คารวะคุณหนูห้า ท่านหมอกวงให้บ่าวมาเรียนว่ามีสตรีชนชั้นสูงป่วยหนักไม่สะดวกให้หมอที่เป็นบุรุษตรวจรักษาท่านหมอกวงจึงให้มาเรียนเชิญคุณหนูไปดูอาการนางขอรับ" บ่าวชายผู้หนึ่งกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน

"สตรีชนชั้นสูงอย่างนั้นรึผู้ใดกัน?"

"เป็นคุณหนูแห่งจวนเสนาบดีฝ่ายขวา‘ว่านเจียวจู’ ขอรับ"


-จบตอน-

ความคิดเห็น