ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 23

คำค้น : หลินหลง,อี้เทา,ตั๋วลู่,จงซิน,วิลเบอร์,ปราบบผี,แฟนตาซี,วาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.3k

ความคิดเห็น : 42

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2561 22:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
23
แบบอักษร



2018-03-23

ขบวนของหลินหลงเดินทางมาถึงเมืองหลวงด้วยความราบรื่น พวกเขาเข้าวังอย่างเรียบง่ายปราศจากคนมารอต้อนรับ เพราะเป็นการเสด็จส่วนพระองค์โดยองค์ชายตั๋วลู่และองค์ชายจงซินต่างลากคนของตัวเองเข้าพักที่ตำหนักของตนโดยไม่สนเสียงบ่นของอี้เทาและหลินหลงที่อยากจะพักด้วยกัน

"อาบน้ำก่อนไหมหลินหลงน้องจะได้นอนพักให้สบาย" องค์ชายตั๋วลู่ถาม

"เราไม่ต้องเข้าไปเคารพท่านพ่อท่านแม่ก่อนหรือ" หลินหลงเอียงคอถามซึ่งมันน่ารักนักจนองค์ชายตั๋วลู่อดไม่ได้ที่จะบีบแก้มยุ้ยอย่างมันเขี้ยว

"ไปเป็นไร ตอนนี้ท่านพ่อก็มีงานของท่าน เรารอพบตอนรับประทานอาหารเย็นทีเดียวเลยก็ได้"

"งั้นข้าอาบน้ำก่อน ไปกันเถอะวิลเบอร์" หลินหลงชวนวิลเบอร์ที่ยังเป็นลูกสุกรไม่เปลี่ยนแปลงเดินไปยังห้องอาบน้ำ โดยมีองค์ชายตั๋วลู่มองตามด้วยความเสียดายเพราะเขาอยากไปอาบด้วยแต่ก็มีงานอื่นที่ต้องจัดการ

"ได้ความว่าอย่างไร"  องค์ชายตั๋วลู่ถามองครักษ์ที่ใช้ให้ไปสืบข่าวเรื่องสิบสองนักษัตร

"พวกเราได้ใช้สายของเราออกหน้าไปติดต่อขอซื้อแล้วพ่ะย่ะค่ะ เพียงได้ของมาชิ้นเดียวเป็นกำไลข้อเท้าวัวคู่หนึ่ง สายอ้างว่าเป็นทรัพย์เดิมที่ถูกบ่าวขโมยมาขาย ทางนั้นไม่สงสัยอันใดขายคืนให้เท่ากับราคาที่ซื้อมาพ่ะย่ะค่ะ ส่วนอีกสองชิ้นนั้นเจ้าของมิยอมขาย ข้ามิกล้าตื๊อมากกว่านี้ด้วยเกรงว่ามันจะทราบความลับ"

"ดีแล้ว เอารายละเอียดของผู้ครอบครองมาให้ข้าปรึกษาหลินหลงกับอี้เทาเสียก่อนว่าพวกเขาต้องการจะทำอย่างไร เจ้าไปได้แล้ว สองชั่วยามนี้อย่าให้ผู้ใดมารบกวนข้า" 

องครักษ์รับคำสั่งอย่างนอบน้อมแล้วจากไปโดยเร็ว

ส่วนทางตำหนักขององค์ชายจงซินนั้นสถานการณ์ตึงเครียดผิดกับตำหนักขององค์ชายตั๋วลู่นัก อี้เทายืนจ้องหน้าองค์ชายจงซินด้วยโทสะ

"ข้าไม่นอนกับท่าน" อี้เทาปฏิเสธเสียงแข็ง

"ทำไมล่ะ ห้องข้าสุขสบายที่สุดแล้ว ห้องอื่นล้วนปราศจากเครื่องเรือน นางกำนัลยังไม่ได้ทำความสะอาดถ้าเจ้าจะไปพัก พวกนางก็คงลำบากแถมกว่าจะเสร็จก็คงเป็นตอนเย็น พักกับข้านั่นแหละดีแล้ว" องค์ชายจงซินโกหกหน้าด้านๆ

"ท่านจึงไปหลอกเด็กอมมือเถิด อาจจะมีหนึ่งในร้อยที่หลงเชื่อวาจาผายลมของท่าน ถ้าตำหนักนี้ไม่มีที่ให้ข้าพัก ข้าไปพักกับหลินหลงก็ได้" อี้เทาขยี้เท้าเตรียมสะบัดหน้าจากไปแต่องต์ชายจงซินรีบคว้าตัวไว้จึงถูกอี้เทาเตะหน้าแข้งจนคนร้องโอดโอย รีบปล่อยมือจากอี้เทามากุมหน้าแข้งตนเอง

"เมียจ๋า ทำไมใจร้ายกับข้าแบบนี้" องค์ชายจงซินร้องดังขึ้นอีกเมื่อเห็นขันที่นางกำนัลต่างออกมาดู

"ผู้ใดเป็นเมียท่าน เจ้าเด็กนี่" อี้เทาบิดหูองค์ชายจงซินจนร้องโอดโอยยิ่งกว่าเก่า

"เจ็บ โอ๊ย เจ็บๆๆๆ ข้ายอมแล้ว จะให้คนไปจัดห้องให้เดี๋ยวนี้"

"ดี อย่าได้คิดเล่นลูกไม้กับข้าอีกเป็นอันขาด" อี้เทาปล่อยหูองค์ชายจงซินเดินสะบัดหน้าตามนางกำนัลไปยังห้องพัก เขาอยากนอนจะแย่ยังต้องมาเสียเวลาไร้สาระกับเจ้าเด็กบ้านี่อีก อี้เทาบ่นในใจจนหลับไป


พวกเขามาถวายความเคารพฮ่องเต้ ฮองเฮาและพระสนมหลิว จากนั้นรับประทานอาหารร่วมกันโดยมีเจิ้งจื่อยี่มานั่งตัวลีบรับประทานอาหารอยู่ด้วยในฐานะพี่ชายของว่าที่พระคู่หมั้นทั้งสอง จากนั้นพวกผู้ใหญ่ก็ขอตัวไปพักผ่อน พวกคนหนุ่มย้ายกลับมาปรึกษากันที่ตำหนักขององค์ชายตั๋วลู่

"นี่น่ะหรือกำไลคู่ปีฉลู" หลิงหลงหยิบขึ้นมาดู คนขององค์ชายตั๋วลู่ขอซื้อมาได้เมื่อหลายวันก่อนโดยนำมาให้ปินกงกงเก็บรักษาไว้ จนกระทั่งองค์ชายตั๋วลู่กลับมาถึงวัง ปินกงกงจึงนำออกมาจากช่องลับให้พวกเขา

"น้องสัมผัสพลังอะไรได้หรือไม่" อี้เทาถาม เขารู้ตัวดีว่ามีพลังแฝงไม่เท่าหลิงหลง นอกจากกระแสพลังอ่อนๆจากกำไลแล้วเขาก็ไม่สามารถจับสิ่งใดได้อีก

"ข้าคิดว่าน่าจะตามกระแสพลังของมันได้นะ ถ้าหากเป็นอย่างที่ข้าเดาว่าของชิ้นอื่นก็มีกระแสพลังที่เหมือนกัน" หลิงหลงวางกำไลลงบนผ้ากำมะหยี่ วิลเบอร์ร้องอู๊ดเป็นเชิงสนับสนุน

"สำหรับสุกรที่คนข้าหาที่อยู่มาได้แล้ว ก็เหลืออีกชิ้นหนึ่งสินะที่อยู่ในเมืองหลวง" องค์ชายตั๋วลู่หยิบรายงานขึ้นมาให้ดูกันทั่วๆ องค์ชายจงซินรับมาอ่านแล้วส่งต่อให้เจิ้งจื่อยี่

"ข้ารู้จักคนผู้นี้พ่ะย่ะค่ะ" เจิ้งจื่อยี่อ่านรายงานก็พบกับชื่อที่คุ้นเคย

"พี่รู้จักเขาได้อย่างไร" หลิงหลงหรี่ตาถาม

"เศรษฐีห้าวไห่เป็นพ่อค้า สมัยก่อนที่เขาจะร่ำรวยเคยไปพักที่โรงเตี๊ยมของท่านพ่อบ่อยๆเพื่อซื้อของจากเรือเดินสินค้ามาขายในเมืองหลวง แต่ข้าก็ไม่เจอเขามาหลายปีแล้ว" เจิ้งจื่อยี่ส่งรายงานต่อไปให้หลิงหลงแบ่งกันอ่านกับอี้เทา

"เช่นนั้นให้จื่อยี่ลองไปติดต่อซื้ออีกครั้ง ถ้าเขายีงไม่ยอมขายพวกเราค่อยใช่วิธีอื่น" องค์ชายตั๋วลู่สรุป

"ดี แล้วอีกชิ้นหนึ่งเล่า" อี้เทาเห็นด้วย

"ข้าจะหามันเอง พี่ลู่มีแผนที่ของเมืองหลวงโดยละเอียดหรือไม่" หลิงหลงถาม เด็กน้อยร้อนใจอยากให้หลิ่วอินคืนชีพเร็วๆ

"ข้าจะให้คนไปนำมาให้ ปินกงกงจัดการที" องค์ชายตั๋วลู่สั่ง แผนที่นี้ที่จริงเป็นความลับทางทหารมิสมควรให้ผู้ใดได้เห็น แต่เพื่อหลิงหลงองค์ชายตั๋วลู่กลับยินยอมนำมันออกมาโดยไม่ลังเล

หลิงหลงหลับตารวบรวมสมาธิเพ่งไปที่กำไลรูปวัว ฉับพลับก็มีแสงสีส้มเรืองรองออกมาจนผู้อื่นสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า แสงสีส้มขยายตัวออกมาไม่หยุดจนตอนนี้แผ่ปกคลุมไปทั้งห้อง มันหมุนวนอยู่พักหนึ่งก่อนจะลอยทะลุหลังคาออกจากห้องไปแต่ยังเหลือแสงสีส้มเจือจางอยู่ องค์ชายจงซินทำท่าจะอ้าปากแต่ถูกอี้เทาถลึงตาใส่พร้อมเอานิ้วชี้แตะปากตัวเองให้ดูเป็นเชิงให้เงียบ องค์ชายจงซินจึงหุบปากนั่งรอเงียบๆต่อไป

องค์ชายตั๋วลู่กับเจิ้งจื่อยี่มองหลิงหลงด้วยความเป็นห่วง วิลเบอร์นั่งจ้องหลิงหลงเงียบๆผิดจากที่เคย จนกระทั่งผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วยามหลิงหลงจึงจึงลืมตาขึ้นพร้อมกับแสงสีส้มที่เลือนหายไป อี้เทาขยับปากจะถามแต่หลินหลงวาดวงเวทย์ในอากาศเกิดละลองแสงสีส้มปกคลุมแผนที่ มันส่งแสงเรืองรองสองจุดอยู่บนนั้น ทุกคนต่างลุกขึ้นมาดูให้ถนัด เจิ้งจื่อยี่และองค์ชายจงซินที่ค่อนข้างจะคุ้นเคยกับตรอกซอกวอยและถนนในเมืองหลวงเพราะหนีออกไปเที่ยวบ่อยกว่าองค์ชายตั๋วลู่ต่างพยายามระบุสถานที่อย่างสุดความสามารถ

"ตรงนี้น่าจะเป็นคฤหาสน์ของเศรษฐีห้าว เรามีที่อยู่ของเขาแล้ว ส่วนอีกหลังนี้" เจิ้งจื่อยี่คล้ายจะนึกออกแต่กลับนึกไม่ออก

"ข้าทราบ นี่คือจวนองค์ชายซงเว่ยเป็นเสด็จอาของท่านพ่อ ท่านอยู่เงียบๆไม่ยุ่งกับการเมืองมานานแล้ว" องค์ชายตั๋วลู่มีสีหน้าหนักใจ

"เขาเป็นคนอย่างไรหรือ ทำไมพี่ลู่ถึงทำหน้าแบบนั้นเล่า" หลิงหลงสังเกต​เห็นสีหน้าองค์ชายตั๋วลู่แม้มีความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย สร้างความปลาบปลื้มให้แก่องค์ชายตั๋วลู่เป็นอย่างยิ่ง แต่นี่มิใช่เวลาเช่นนั้น

"ท่านปู่ซ่งเว่ยเป็นคนที่ไม่มีผู้ใดดูออกมานานแล้ว ท่านไม่สนใจราชบัลลังก์จึงรอดพ้นจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้นทั้งไม่ยอมรับยศอ๋อง ท่านมีสมบัติมากทั้งสินเดิมจากมารดาเพราะเป็นบุตรคนเดียวกับทำการค้า หลิงหลงรู้หรือเปล่าว่าสิบสองนักษัตรที่อยู่กับท่านปู่เป็นตัวอะไร"องค์ชายตั๋วลู่​ขมวดคิ้ว

"ข้าไม่ทราบ เพียงทราบว่ามันอยู่ที่นั่น" หลินหลงส่ายหน้าด้วยความจนใจ

"อ้าว แล้วเราจะทำอย่างไรล่ะ" เจิ้งจื่อยี่บ่น เขามีสีหน้าผิดหวังไม่น้อย

"ถ้าข้าสามารถลอบเข้าไปได้ข้าน่าจะจับกระแสพลังแล้วหามันเจอได้" หลิงหลงพูดหน้าตามุ่งมั่น

"วังท่านปู่กว้างใหญ่ น้องจะหาเจอได้อย่างไร" อี้เทาทัดทาน เขาไม่ยอมให้หลิงหลงไปเสี่ยงอันตรายเป็นอันขาด ขึ้นชื่อว่าเป็นองค์ชาย ต่อให้ชราแล้วอย่างไร องครักษ์คุ้มกันน่าจะมีไม่น้อย

"ข้าก็จะใช้ผงล่องหนไงล่ะ ให้พี่ลู่ไปหาแบบแปลนวังขององค์ชายซ่งเว่ยมาให้ ข้าจะเข้าไปหาทุกคืนจนกว่าจะเจอ" หลิงหลงพยักเพยิดกับวิลเบอร์

"ไม่ได้" พี่ๆทุกคนพร้อมใจกันห้ามทำเอาเด็กน้อยหน้ายู่ด้วยความขัดใจ

"อย่าคิดจะหนีไปเองเป็นอันขาดนะหลิงหลง มิเช่นนั้นพี่จะงดขนมเจ้าหนึ่งเดือนและให้เจ้าคัดลอกพระธรรมหนึ่งพันจบ" อี้เทาขู่ เขาย่อมรู้จักน้องตัวเองดีที่สุด

"ชิ" หลิงหลงจิ๊ปาก งดขนมหนึ่งเดือนแล้วเขาจะอยู่ได้อย่างไร

"หลิงหลงใจเย็นๆ พี่เข้าใจว่าเจ้าร้อนใจจะช่วยท่านหล่วอินแต่อย่าได้บุ่มบ่ามจนเสียการณ์ใหญ่เข้าใจหรือไม่ พวกเราตามสุกรทองกลับมาให้ได้ก่อนระหว่างนั้นก็ค่อยๆคิดหาทางกัน ให้วิธีของเจ้าเป็นทางเลือกสุดท้ายแต่พี่จะต้องไปด้วย ห้ามเจ้าหนีไปเองคนเดียว" องค์ชายตั๋วลู่​ดึงหลิงหลงมากอด เขาสบตาเด็กน้อยอย่างจริงจัง หลิงหลงที่ชินกับการถูกองค์ชายตั๋วลู่​ตามใจจำต้องรับอย่างเสียไม่ได้

อี้เทามองด้วยความพอใจนิดหน่อยที่องค์ชายตั๋วลู่​ไม่ได้ตามใจหลิงหลงจนเสียสติอย่างที่เขากังวลว่าในที่สุดจะไม่มีใครสามารถกำหราบหลิงหลงได้อีก เห็นแบบนี้ก็นับว่าองค์ชายตั๋วลู่​เป็นคนไม่เลวเลยทีเดียว

"ใจอ่อนกับพี่ข้า แล้วใจอ่อนกับข้าบ้างหรือยัง" องค์ชายจงซินกระซิบข้างหูอี้เทา เขาจงใจคล้ายไม่เจตนาให้ริมฝีปากโดนหูของอี้เทาทำเอาชายหนุ่มหันมาถลึงตาใส่

"หยุดลวนลามข้านะ เรากำลังคุยเป็นการเป็นงานกันอยู่ยังสามารถหาทางรับประทานเต้าหู้ข้าได้อีก" อี้เทาหันมาดุ

"ก่อนจะว่าข้า เจ้าดูคู่นั้นก่อน" องค์ชายจงซินพยักเพยิดไปทางองค์ชายตั๋วลู่​กับหลิงหลง อี้เทาหันไปมองก็เห็นองค์ชายตั๋วลู่​ใช้นิ้วสางผมของหลิงหลงเล่นปากก็กระซิบบางอย่างกับหลิงหลงจนน้องรักของเขามีรอยยิ้มงดงามเกิดขึ้น บรรยากาศเป็นการเป็นงานหายไปหมดสิ้น

เจิ้งจื่อยี่ทำหน้าเซ็ง สุดท้ายพวกเจ้าก็จีบกันอยู่ทิ้งข้าไร้คู่อยู่ผู้เดียว สงสัยจะต้องหาคุณหนูมาดูตัวสักคนบ้างแล้ว

"พรุ่งนี้ข้าจะไปลองติดต่อขอซื้อสุกรทองคำจากเศรษฐีห้าว เชิญพวกท่านหวานชื่นกันตามสบายข้าลาละ" เจิ้งจื่อยี่ประสานมือคารวะไปส่งๆแล้วออกจากห้องไปเลย

"พวกเราก็กลับไปนอนกันเถอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า" องค์ชายจงซินถือโอกาสที่อี้เทาไม่ทันระวังรวบคนไว้ในอ้อมแขนอุ้มกลับตำหนักตนเอง การฝึกนรกของหลิ่วอินชั่วระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมาทำให้เขาพอจะฉวยโอกาสเอาเปรียบอี้เทาได้บ้าง โดยไม่สนใจอี้เทาที่ขู่ว่าจะสาปเขา

"ถ้าพวกเราไม่สามารถหาวิธีได้จริงๆพี่จะพาน้องเข้าวังองค์ชายซ่งเว่ยเอง ดังนั้นน้องต้องอยู่กับพี่ตลอดเวลาร่างกายจะได้รับปราณมังกรมากๆพลังน้องจะได้เสถียร" องค์ชายตั๋วลู่​ทราบว่าคนอื่นออกไปแล้วจึงเริ่มหว่านล้อมหลิงหลงต่อ เด็กน้อยที่มุ่งจะช่วยอาจารย์จึงตกหลุมพรางของพยัคฆ์ซุ่มเช่นองค์ชายตั๋วลู่​อย่างง่ายดาย ยอมให้องค์ชายนอนกอดอย่างแนบแน่นกว่าคืนไหนๆทั้งคืน มีเพียงวิลเบอร์ที่เป็นพยานการรับประทานเต้าหู้เด็กน้อยขององค์ชายตั๋วลู่​

ความคิดเห็น