ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 25(Rewrite)

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ส.ค. 2563 21:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 25(Rewrite)
แบบอักษร

เสียงพูดหยอกล้อดังออกจากเรือนไม้เล็กๆริมน้ำ  ในยามค่ำคืนแบบนี้  ดวงจันทร์ที่เต็มดวง  ทำให้ไม่ค่อยเห็นดวงดาวนัก  แต่ก็สวยไปอีกแบบ

 

อาหารหลากหลายที่วางไว้บนโต๊ะ  ล้อมรอบด้วยสมาชิกในบ้านรุ่งรัตนทิวากรทั้ง5คน  เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของคนเล็กทำให้ทุกคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

“แล้วไปอยู่กรุงเทพ  ห่างตาย่ากับแม่แบบนี้ดื่มเหล้ารึเปล่าล่ะ”ปัทมาถาม  ทำเสียงดุแต่ใบหน้ามีรอยยิ้มเอ็นดูให้หลานทั้งสอง 

ควานลินกับซีไนน์เมื่อได้ยินคำถามได้แต่ยิ้มแห้งๆ

“ดื่มด้วยใช่ไหม”อริสาเค้นเสียงหนัก  แต่ก็ไม่ได้ดุอะไรจริงจังในเมื่อลูกชายทั้งสองเองก็โตๆกันแล้ว

“คุณแม่ก็  มันก็ต้องมีบ้างสิครับ”ซีไนน์ร้องบอก  เขาเคยดื่มเหล้าแค่ครั้งเดียว  ที่เหลือก็แค่ดื่มเบียร์

“แล้วเราล่ะ”ปัทมาถามควานลินบ้าง

“น้องแค่เข้าผับเฉยๆ แต่ไม่ได้ดื่มจริงๆนะครับ”ควานลินร้องเสียงหลง

“อายุแค่นี้เข้าผับด้วยหรอลูก”อริสาขมวดคิ้ว

“แหะๆ”  ควานลินหัวเราะแก้เก้อ

“เอาเถอะอริสา  เด็กๆก็โตๆกันแล้ว  ย่าไม่ได้ว่าหรอกนะที่เราจะไปในที่แบบนั้น  แต่ยังไงก็ต้องระวังตัวเองด้วยนะลูกนะ  คนเราไม่ใช่จะไว้ใจกันได้ง่ายๆ”ปัทมาพูดเป็นเชิงปรามเป็นนัยๆ

“ครับคุณย่า”ซีไนน์เอ่ยรับปาก ควานลินก็ได้แต่ยิ้มกว้างจิ้มกุ้งตัวใหญ่เข้าปาก

“ขอประทานโทษที่มาสายครับคุณท่าน”  เสียงของผู้มาใหม่ดังขึ้น  ทุกคนจึงหันไปทางต้นเสียง

“แอลดีน มาแล้วหรอ  มานั่งสิ  แก้ว  จัดจานให้คุณแอลดีนด้วย”ปัทมาหันไปเรียกคนร่างสูงแล้วบอกคนรับใช้สาวที่ยืนข้างๆ

“เจ้า”สาวใช้แก้วค่อมหัวก่อนจะจัดจานหนึ่งที่ข้างๆควานลินตามคำสั่ง

แอลดีนเดินไปนั่งข้างๆควานลินก่อนจะชะงักเมื่อได้ยินเสียงคนข้างๆ

"เอ๊ะ  สร้อยคุณอาเหมือนของพี่ซีนเลยนะครับ  สวยจัง"ควานลินยกมือแอลดีนพลิกดูสร้อยที่ข้อมือไปมา  แอลดีนที่ไม่ทันจะดึงข้อมือก็ได้แต่ปล่อยไปอย่างนั้น  เหลือบไปมองซีไนน์ชั่วครู่เดียวแล้วหลบสายตาของคนอื่นๆที่มองไปที่เขา แต่ไม่มีใครถามอะไรนอกจากคนช่างสงสัยคนเดียว

"เอ่อ..."แอลดีไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี

"คุณแม่ คุณย่าดูสิครับ  สวยจัง  เหมาะกับมือคุณอามากๆเลยนะครับเนี่ย  จี้รูปสามเหลี่ยม  นานๆน้องจะเห็นคุณอาใส่เครื่องประดับ"ควานลินยกข้อมือของคนร่างสูง ยื่นไปให้ทุกคนบนโต๊ะดู  ทุกคนได้แต่อมยิ้มกับท่าทางซนๆของคุณหนูคนเล็ก  ยกเว้นก็แต่ซีไนน์กับแอลดีนที่เอาแต่ทำหน้าไม่ถูก

"ถ้าคุณหนูต้องการ  ผมจะยกให้ครับ"แอลดีนบอกทำท่าจะถอดสร้อยมือออก  ซีไนน์มองไปที่อีกคน ก่อนจะยื่นมือไปตักอาหารตรงหน้าเข้าปาก

"ไม่ล่ะครับ  คุณอาใส่เนี่ยแหละ  เหมาะที่สุดแล้ว"ควานลินส่ายหน้า  วางข้อมือแอลดีนช้าๆ  แล้วยกยิ้มตาหยีให้ แอลดีนจึงนั่งลง  ถอนหายใจออกมาเบาๆ

“เอาล่ะ  ตอนนี้ก็พร้อมหน้ากันแล้ว  อีกไม่กี่วันก็ต้องไปมหาลัยกันแล้วใช่ไหม  ย่ามีเรื่องสำคัญจะบอกกับพี่ซีนนะลูก”ปัทมาหันไปพูดกับหลานพร้อมรอยยิ้มกว้าง  ทุกคนที่อาหารได้แต่ทำหน้างุนงง  อะไรคือเรื่องสำคัญที่ปัทมาต้องการบอก

“หลังจากนี้ต่อไป  พี่ซีนจะเป็นตัวแทนผู้บริหารแทนย่าของธุรกิจทุกอย่างในบริษัทแกรณด์  หากมีงานอะไรที่ต้องตัดสิน  พี่ซีนจะต้องเป็นคนตัดสินแทนย่าทุกอย่าง  ต่อไปนี้พี่ซีนจะมีอำนาจหน้าที่เท่ากับย่าในทุกเรื่อง  พี่ซีนตัดสินอะไรนั่นหมายถึงเป็นการตัดสินใจของย่าด้วย  และย่าขอมอบหน้าที่ให้แอลดีนเป็นเลขาของพี่ซีน”

“คุณย่า!!”

“คุณแม่คะ”เสียงร้องอย่างตกตะลึงของคนที่ล้อมวงอยู่เสียงดังขึ้น ทุกคนต่างมีคำถามมากมายที่อยากจะถามกับหญิงผู้สูงวัยคนนี้ 

อริสามองผู้เป็นแม่สามีด้วยความไม่เข้าใจว่าปัทมาคิดจะทำอะไร  ทำไมถึงตัดสินใจให้หลานที่มีอายุเพียง18ปี เข้ามาจัดการบริหารกับสิ่งที่เกินจะแบกรับไหว 

เขาเองก็ช่วยจัดการทุกอย่างแทนปัทมาแล้วยังรู้สึกเลยว่า งานบริหารทั้งหลายนั้น  ไม่ได้ง่ายเลยจริงๆ  แล้วนี่ปัทมาคิดจะให้ลูกชายของเขาที่มีอายุเพียง18ปีเข้าไปบริหารทุกอย่างแทน อริสาไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าเหตุผลคืออะไร

 

แอลดีนมองไปที่ปัทมาด้วยความรู้สึกหลากหลาย  เผลอมองด้วยแววตาแข็งกร้าวถึงผู้สูงวัยตรงหน้าก่อนจะปรับเป็นสายตาปกติ

แต่ดูเหมือนคนที่จะตกใจเอามากๆในเวลานี้คงไม่พ้นสองแฝดที่เอาแต่อ้าปากค้าง

ควานลินตกใจที่จู่ๆผู้เป็นย่าก็มอบอำนาจทั้งหมดให้ซีไนน์  ถึงแม้เขาจะยอมรับว่าพี่ชายของเขาเก่ง  เก่งมากๆ  แต่การที่ต้องเข้าไปบริหารธุรกิจทุกอย่างของที่บ้านนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ  อย่างนี้ซีไนน์จะไหวไหม

“คุณย่า”  ซีไนน์เอ่ยเรียกผู้เป็นย่าด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา  เขาไม่สามารถอธิบายความรู้สึกตอนนี้ได้เลย เหมือนเขาหูฝาด  คุณย่าคิดจะทำอะไรถึงมอบอำนาจทั้งหมดให้เขา  เด็กอายุ18ปีอย่างเขาจะทำอะไรได้  อีกอย่างเขาไม่เคยสนใจกับงานบริหารทั้งหลาย  แม้จะถูกผู้เป็นย่าพูดกรอกหูมาตั้งแต่เด็กว่าทุกอย่างต้องเป็นของพวกเขา  แล้วการที่ย่าทำอย่างนี้  มอบหมายอำนาจหน้าที่ให้เขาทุกอย่าง  แล้วควานลินล่ะ 

ซีไนน์หันไปมองควานลินด้วยสายตาที่เป็นกังวล  กังวลถึงการตัดสินใจของผู้เป็นย่า  กังวลความรู้สึกของน้องชาย

ควานลินยื่นมือไปบีบพี่ชายตัวเองเบาๆ  ไม่บ่อยนักที่จะเห็นสีหน้าวิตกและเคร่งเครียดของซีไนน์  ควานลินส่งยิ้มให้พี่ชายแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา

“พี่ซีนรับปากย่าได้ไหมลูก”ปัทมาไม่สนใจสายตาที่ตกตะลึงของทุกคนที่นั่งรอบข้าง  แต่หันไปถามซีไนน์เสียงเย็น

“ซีนรับไม่ได้หรอกครับคุณย่า”ซีไนน์เอ่ยออกไปตามตรง  สิ่งที่คุณย่ามอบให้มันเกินที่เด็กอย่างเขาจะรับไหว

“ถ้าพี่ซีนไม่ทำในวันนี้  พรุ่งนี้พี่ซีนก็ต้องทำ  ไม่ทำพรุ่งนี้ มะรืนก็ต้องทำ”ปัทมาเอ่ยต่อ

“แต่ คุณแม่คะ  งานมันจะหนักเกินไปสำหรับพี่ซีนนะคะ  หลานอายุเพียง18นะคะคุณแม่”อริสาท้วงแทนลูกชายที่ได้แต่นั่งนิ่งกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“ฉันเริ่มเข้าบริษัทกับคุณทวดตั้งแต่อายุ15  ฉันยังทำทุกอย่างได้  หลานฉันก็ต้องทำได้”ปัทมาท้วง

“แต่ว่า...”อริสาจะพูดต่อ แต่ก็ต้องสะดุ้งหุบปากเงียบเมื่อได้ยินเสียงคำสั่งเฉียบจากปัทมา

“ไม่มีแต่ !!  ต่อไปซีไนน์จะเป็นผู้รับมอบอำนาจแทนฉันทุกอย่าง  คำสั่งของฉันถือว่าเด็ดขาด  กลับไปที่กรุงเทพคราวนี้ แอลดีนต้องพาซีไนน์เข้าไปรู้จักกับงานต่างๆ เรียนทุกอย่างที่ผู้บริหารควรรู้”ปัทมาพูดชัดเจนทุกคนที่โต๊ะอาหารได้แต่นิ่งเงียบไม่มีใครพูดอะไร  ยกเว้นแอลดีนที่กำมือตัวเองแน่น  แต่ก็พยักหน้ารับคำสั่ง  ซีไนน์หันไปมองแอลดีนตาขวาง 

ต้องครับ ครับ ครับ ในทุกคำสั่งเลยรึยังไงกัน  ซีไนน์คิด

“น้องลิน”จู่ๆปัทมาก็หันไปเรียกควานลินที่กำลังกุมมือมองพี่ชายด้วยสายตาเป็นห่วง  งานนี้มันหนักเกินไปสำหรับซีไนน์  ไหนจะเรียน  ไหนจะงาน  ผู้ใหญ่บางคนยังทำไม่ได้

“ครับ”ควานลินรับขานผู้เป็นย่าเบาๆ

“น้องลินไม่ได้เสียใจใช่ไหม  ที่ย่าไม่ได้มอบหน้าที่อะไรให้”ปัทมาถาม  ควานลินส่ายหน้า  เขาเข้าใจทุกอย่าง  ซีไนน์เป็นพี่ชายคนโต  การที่ต้องมีอะไรต้องรับผิดชอบ  ซีไนน์ย่อมต้องเป็นคนแรกที่ย่าเลือก  เขาไม่ได้น้อยใจ  แต่เขากังวลว่าตัวเองจะช่วยเหลืออะไรพี่ชายได้บ้างไหมกับงานหนักขนาดนี้ 

ทำไมพ่อของเขาถึงไม่ได้เป็นประธานนะหรอ  ตั้งแต่เกิดมาจนตอนนี้อายุ18  เขาก็ไม่เคยได้ยินเสียงของพ่อเลย  โตมาเขารับรู้แค่ว่าเพราะอุบัติเหตุทำให้พ่อไม่ตอบสนองกับอะไรเลย  ไม่สามารถตอบโต้อะไรได้  ตอนนี้คงถึงเวลาที่ซีไนน์ต้องทำหน้าที่ที่มีคุณย่ากับคุณแม่ทำมาตลอดแล้วสินะ

“น้องไม่ได้เสียใจเลยครับ”ควานลินตอบ

“แต่ถึงอย่างนั้น  ถ้าพี่ซีนมีอะไรให้น้องลินช่วย  น้องลินสัญญาได้ไหมว่าจะช่วยพี่ซีนเต็มที่”ปัทมาเอ่ยถามกับควานลิน  สายตาจดจ้องไปราวกับขอร้อง

“ครับ”ควานลินพยักหน้ารับ ตอนนี้ทั้งโต๊ะเต็มไปด้วยความเงียบ  ไม่มีใครเอ่ยพูดอะไรต่อไป จนอาหารค่ำมื้อนั้นจบลง

 

ทันทีที่ถึงห้องซีไนน์ก็เอาแต่นั่งมองกระจกในห้องตัวเองจนกระทั่งอริสาเดินเข้ามาเห็นท่าทางเหม่อลอยของลูกชายก็อดเป็นห่วงไม่ได้

“พี่ซีน”เรียกลูกชายแล้วดึงเก้าอี้สูงที่อยู่มุมห้องมานั่งข้างๆลูกชาย

“คุณแม่”  ซีไนน์กอดเอวผู้เป็นแม่  อริสาทำเพียงลูบหัวลูกชายเบาๆ

“ทำไมจู่ๆคุณย่า....”ซีไนน์พูดแค่นั้นก็เงียบลง

“คุณย่าอาจจะอยากวางมือแล้วก็ได้นะครับ ท่านคงเหนื่อยแล้วเลย พี่ซีนอย่าโกรธคุณย่านะ”อริสาพูดเสียงอ่อนกับลูกชาย  ซีไนน์ลูกชายที่มีแต่รอยยิ้มวันนี้เอาแต่นั่งเหม่อลอยอยู่หน้ากระจก  หัวใจของผู้เป็นแม่อย่างเขาไม่อาจจะรับได้

“ซีนไม่ได้โกรธหรอกครับ  ซีนแค่ไม่เข้าใจ  ซีนอาจจะทำให้ทุกอย่างที่เรามีมามันหายไปด้วยมือของซีน  ซีนกลัวครับคุณแม่  ซีนกลัว”ซีไนน์กล่าวเสียงสั่น  หน้าที่อันหนักอึ้งที่ได้รับทำให้เขารู้สึกอยากเสียสติ

“ไม่เอาลูกไม่เอา  คุณย่าผ่านน้ำร้อนมามาก  ที่คุณย่าตัดสินใจอย่างนี้  แสดงว่าคุณย่าคิดดีแล้ว  และคุณย่ารู้ว่าพี่ซีนจะต้องทำมันได้ดีนะ”อริสากล่าว  รู้สึกสงสารลูกชายจับใจ  อายุแค่นี้ต้องมาแบกรับอะไรตั้งมากมาย

“คุณแม่คิดอย่างนั้นหรอครับ”ซีไนน์เงยหน้ามองผู้เป็นมารดา

“ครับ    ถ้าพี่ซีนรู้สึกว่าอะไรมันยากไป  คุณย่าก็ยังอยู่ข้างๆพี่ซีน  ส่วนแม่ก็อยู่ตรงนี้  ไหนจะน้องลินอีกนะ  พี่ซีนไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว  อีกอย่างคุณอาแอลดีนเขาก็จะเป็นเลขาให้พี่ซีน  คนเก่งๆอย่างคุณอาต้องช่วยหนูแบ่งเบาภาระได้อยู่แล้ว  ใช่ไหมจ๊ะ”อริสาพูดกับลูกชาย  ลูบแก้มใสเบาๆส่งยิ้มกว้างให้ซีไนน์ยิ้มรับคำผู้เป็นแม่ 

จริงสิ  เขาไม่ได้อยู่คนเดียวสักหน่อย  ต่อให้มันยาก  เขาก็จะต้องผ่านมันไปให้ได้

“ซีนจะทำให้ดีที่สุดครับ”ซีไนน์กล่าวรับปากกับผู้เป็นแม่ก่อนจะยิ้มกว้างแล้วซุกอกมารดาอีกครั้ง

“เก่งมาก  ลูกชายคนเก่งของแม่”  อริสาโอบลูกตอบ  แอบยกมือปาดน้ำตาป้อยๆ

“งั้นวิชาที่ซีนลงช่วงปิดเทอม  ซีนคงต้องถอนก่อนสินะครับ”ซีไนน์ผละออกจากอกแล้วหันมาบอกกับอริสา

“ถอนก่อนก็ดีลูก  ช่วงปิดเทอมนี้ลองไปเรียนรู้งานกับคุณอาก่อนนะ”อริสาตอบ

“ครับ”ซีไนน์พยักหน้ารับคำมารดา

“ว่าแต่....”

“ครับ”ซีไนน์หันไปทางอริสาเพื่อตั้งใจฟังสิ่งที่มารดาจะพูด

“ลูกของแม่มีคนที่ชอบแล้วยังคะเนี่ย  เก่งๆแบบนี้  น่ารักขนาดนี้  มีคนมาจีบบ้างไหมน๊า”อริสาเอียงหัวถามลูกชาย  ยกยิ้มกว้าง

ซีไนน์ได้ยินก็ลุกจากเก้าอี้เดินไปที่เตียงพลางตอบ

“ไม่มีหรอกครับ  ซีนยังไม่อยากมีแฟน”

“อย่าบอกนะว่า  ยังคิดจะตามหาแล้วก็รอพี่ผู้ชายคนนั้น”อริสาทำตาโตรีบเดินมาหาลูกชายแล้วนั่งที่ริมเตียง

“ซีนเจอพี่เขาแล้วครับ”ซีไนน์ตอบ พลางหลบตาอริสา

“จริงๆหรอครับ  พี่ซีนเจอเขาคนนั้นแล้วหรอ แล้วเขาเป็นยังไงบ้างครับ  เจอกับเขาที่ไหน เขาจำพี่ซีนได้ไหม  หน้าตาเขาเป็นยังไง  นิสัยเขาเป็นยังไง พี่ซีนบอกเขารึเปล่าครับว่าเขาเคยช่วยพี่ซีนตอนที่พี่ซีนหลงทาง แล้วพี่ซีนสารภาพกับเขาอย่างที่พี่ซีนเคยบอกแม่ไหมครับ”อริสาถามลูกชายระรัว

“คุณแม่  ใจเย็นๆสิครับ  พี่เขาชื่อลูคัสครับ  ตลกดีนะครับ  พี่เขาอยู่คอนโดเราด้วยล่ะครับ  คอนโดเดียวกับน้อง  แล้วยังเป็นพี่ในคณะอีกด้วยนะครับ  โลกกลมจนซีนตกใจเลย”ซีไนน์ตอบพร้อมระบายยิ้มเมื่อนึกถึงคนที่เขากำลังเอ่ยถึง

“แล้วพี่ซีนได้คุยกับพี่เขาไหมครับ”อริสาถามต่อ

“ได้คุยครับ  แต่ไม่ใช่เรื่อง4ปีก่อน  ดูเหมือนพี่เขาจะจำไม่ได้ด้วยนะครับ  แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ  แค่ได้เจอกับพี่เขา  ซีนก็ดีใจแล้ว  พี่ลูคัสเป็นคนที่มีนิสัยดีมากๆเลยครับ หน้าตาก็ดี เขาเคยช่วยน้องลินอยู่หลายครั้ง  ก็ที่ซีนโทรมาบอกไงครับ”ซีไนน์พูดต่อ

“อ่า   รุ่นพี่คนนั้นสินะ”อริสาพยักหน้ารับรู้  เขารับรู้เรื่องของลูกชายทั้งแทบจะทุกเรื่องอยู่แล้ว  ถึงบางเรื่องลูกไม่เล่าเขาก็ไม่บังคับ  ลูกๆโตกันแล้วก็มีความลับบ้างก็ไม่แปลกใจ  แต่ทั้งสองก็โทรมาเล่าเรื่องในแต่ละวันทุกวัน

“ครับ”ซีไนน์พยักหน้ารับ

“แล้วพี่ซีนยังชอบพี่คนนี้อยู่อีกไหมครับ  ยังรอเขาอยู่อีกไหม”อริสาถาม  เขารู้มานานแล้วว่าลูกชายของเราไม่ได้ชอบผู้หญิง  แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะไปขัดลูกชาย 

เรื่องนี้ซีไนน์เลือกที่จะบอกกับเขาเมื่อ4ปีก่อน  ตอนแรกก็ตกใจ  แต่ก็ยอมรับสิ่งที่ลูกชายเลือกได้  และก็เก็บเป็นความลับรู้กับแค่สองคนในบ้านตลอดมา  ไว้ให้ลูกชายพร้อมที่อยากจะบอกคนในบ้านที่เหลือ  ก็ให้เจ้าตัวบอกเอง

“ซีน.....ไม่รู้สิครับ  แต่ซีนก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้คุยกับพี่เขานะครับ  แม้จะแค่สั้นๆ” ซีไนน์มองใบหน้าอริสาแล้วยิ้มให้

“ถ้าเขาเป็นคนดี  แม่ก็ไม่ได้เป็นห่วงอะไรแล้ว  ทุกอย่างก็อยู่ที่หนูตัดสินใจนะ  แม่น่ะยอมรับทุกการตัดสินใจของลูกเสมอแหละจ๊ะ”  อริสาตอบพร้อมขยี้หัวลูกชายด้วยความเอ็นดู

“ครับคุณแม่”ซีไนน์ตอบ  แล้วหอมแก้มอริสาเข้าฟอดใหญ่แล้วสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มอุ่น

อริสามองหน้าลูกชายตัวเล็กด้วยความเอ็นดู  หอมแก้มลูกทั้งสองข้าง  แล้วเดินปิดไฟ  ปิดประตูเบาๆเดินจากไป

ซีไนน์เบิกตาโพลงอยู่ในความมืด  นึกถึงคำพูดของผู้เป็นแม่

“ถ้ามีใครอีกคนมาทำให้ใจเต้นแรง  แล้วหัวใจซีนมันเลือกไม่ได้สักที  ซีนจะเป็นคนที่แย่มากไหมครับแม่”เสียงพึมพำที่หลุดออกจากปากเล็ก  ก่อนที่เจ้าตัวจะค่อยๆตกอยู่ในห้วงนิทราของค่ำคืนที่แสนยาวนาน

________________________________

เดี่ยวววววว  ใจเย็งงงงงงงงง  นี่มันอาร้ายยย

หึ่มๆๆ   ไว้ตอนหน้าจะมาเล่าเรื่อง4ปีที่แล้วให้อ่านนะงับ

ตอนนี้ก็ขอตัวไปเซเว่งก๋องงงงง  5555555

หิวง่าาาาาาาา

อ่านแล้วก็ย่านอนดึกกันน๊า  นักอ่านที่น่ารักขอโปรดทั้งหลาย

รักนะจุ้บๆ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว