ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 24 (Rewrite​)

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ส.ค. 2563 00:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 24 (Rewrite​)
แบบอักษร

เสียงพูดดังเจื้อยแจ้วภายในอาคาร  เหล่านิสิตนักศึกษาที่เพิ่งออกจากห้องสอบ  บ้างก็ทำหน้าไม่ค่อยดีนัก  บ้างก็แสดงสีหน้ากังวล  บ้างก็ยิ้มดีใจ  ไม่ต่างกับกะทินัก  ที่ตอนนี้ไปยืนอยู่ริมระเบียงแล้วตะโกนออกมาจนคนที่เดินผ่านไปมามองตามกันเป็นแถว 

“เจอกันอีกหนึ่งสัปดาห์พวกมึ้งงงงง   ปิดเทอมบ้าอะไรหนึ่งสัปดาห์  ร่างกายต้องการพักผ่อนโว้ยยยยย”กะทิตะโกนสุดเสียง   สอบครั้งนี้  ร่างกายแทบพัง นี่แค่ปีหนึ่งนะเนี่ย 

“มึงจะแหกปากไปเพื่ออะไรไอ้ทิ  ปีหนึ่งเขาไม่ได้บังคับให้ลงซัมเมอร์เรียน แต่มึงก็เสือกลง  แล้วมาโวยวาย” ถุงที่เดินมาด้านหลังตบหัวกะทิเบาๆทีหนึ่ง  จริงๆปิดเทอมเทอมหนึ่ง  ปีหนึ่งไม่จำเป็นต้องลงเรียนก็ได้  เขามีไว้ให้ปีสองที่ตามเก็บหน่วยกิตไม่ทัน  ได้มาเก็บช่วงปิดเทอม 

“ก็กูอยากเก็บหน่วยกิตเร็วๆนี่หว่า  อีกอย่าง  ซีนลงกูก็ควรลง  จะได้เกาะซีนเรียน  เนอะๆซีนเนอะ”กะทิหันไปพยักเพยิดกับซีน 

“จ้า”ซีนยิ้มรับ  เขาไม่โกรธนะที่เพื่อนบอกว่าเกาะเขาเรียนเพราะรู้ว่าเพื่อนพูดหยอก   ช่วยกันพยุงเรียนแบบนี้ก็ดีไปอีก 

“แล้วนี่พวกมึงกลับบ้านวันไหน”กอล์ฟที่ก้มหน้าก้มตากับมือถือถามเพื่อน 

“วันนี้แหละ  ขึ้นเครื่องอีก2ชม.”ซีไนน์ตอบ 

“งั้นเจอกันนะ   ไว้ว่างๆพาพวกกูไปเที่ยวเชียงใหม่บ้างนะ   กูอยากไปเที่ยว”ถุงบอก 

“ไปด้วยกันวันนี้ไหม  เดี่ยวบอกคุณอาซื้อตั๋วให้เลย”ซีไนน์ยิ้มกว้างหันไปทางเพื่อนทีละคน 

“ไม่อะ  ช่วงนี้ที่พ่อกูต้องไปดูงานต่างประเทศ  พ่อให้อยู่บ้านกับน้อง”ถุงส่ายหน้า 

“ส่วนกูมีแพลนไปเที่ยวกับพี่สาว”กอล์ฟตอบพร้อมยกภาพสถานที่ที่จะไป 

“ส่วนกูแม่ให้ไปฝึกงานที่โรงแรม  กรอกหูกูทุกวันว่าวันหนึ่งก็ต้องเป็นของกูๆ งึ” กะทิหน้างอตอบ  รู้สึกเซ็งนิดหน่อย 

“มึงไม่อยากได้ให้กูไหม   พ่อแม่มีสมบัติให้ไม่ชอบ”กอล์ฟหันไปแขวะเพื่อนเสียงดัง  เขาเคยไปโรงแรมเพื่อน  ยอมรับเลยว่าระดับห้าดาวนี่สุดยอดจริงๆ  จริงๆพวกเขาก็ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไรมาก  ถ้าเทียบกับสองแฝดในกลุ่มแล้ว  เทียบไม่ติดเลยด้วยซ้ำ   ที่บ้านกะทิมีโรงแรมใหญ่อยู่สองสามที่  บ้านเขาทำธุรกิจส่งออกผลไม้  ส่วนบ้านถุงก็มีแค่พ่อกับน้องชาย  พ่อเป็นศาสตราจารย์ชื่อดัง  ก็ถือว่าเป็นครอบครัวระดับกลางๆ 

“มึงลองมาเป็นกูสิ   กูไม่ชอบงานบริหารแบบนั้นนี่”กะทิหันไปเหวใส่เพื่อน  พลางเดินนำเพื่อนออกจากอาคาร 

“เอา เถอะ  กลับบ้านดีๆนะ  แล้วทักไลน์คุยกันบ้าง”ถุงหันไปบอกกับสองแฝดที่กำลังสนุกกับหน้ายุ่งๆของกะทิ 

“มึงก็อ่านไลน์ด้วยคุณลูก”กะทิหันไปมองเพื่อนตาขวาง 

“กูก็อ่าน”ควานลินยักไหล่   เขาก็อ่านไลน์กลุ่มทุกครั้งนะ  ก็แค่.... 

“ตอบด้วย”นั่นแหละ  ก็แค่ไม่ตอบ 

“ใช่”ซีไนน์พยักหน้าเห็นด้วย 

“เชอะ”ควานลินเชิดหน้าใส่พี่ชาย  เดี่ยวนี้ซีไนน์ไม่ค่อยตามใจเขานัก  แต่ก็ไม่โกรธหรอก  เขาเองก็เริ่มควรทำอะไรด้วยตัวเองได้แล้ว  ไม่ใช่ให้พี่ชายมาคอยตามใจในทุกเรื่อง 

“เดี่ยวนี้มีเชิ่ดนงเชิ่ดหน้า”กะทิหันไปตบบ่าควานลิน ก่อนจะหันไปทักทายคนที่มาใหม่ 

“คุณหนูครับ”แอลดีนเรียกคนข้างหน้าที่กำลังยิ้มแย้มกับเพื่อนๆ 

“คุณอาสวัสดีครับ/ค่ะ”ทั้งสามคนยกมือไหว้อย่างพร้อมเพรียงกัน 

“สวัสดีครับ”แอลดีนหันไปทักทายเพื่อนๆของเจ้านายตนก่อนจะค่อมหัวเล็กน้อยเดินไปที่รถ 

“แล้วเจอกัน”กะทิตะโกนบอกเพื่อนที่เดินจากไป 

“บ้าย”ควานลินหันมาโบกมือกับทุกคน  ส่วนซีไนน์เพียงแค่หันมาส่งยิ้มให้ 

“คุณอาช่วยแวะคอนโดก่อนได้ไหมครับ”ควานลินบอกกับแอลดีนทันทีที่เข้ามานั่งในรถ 

“ได้ครับ”แอลดีนพยักหน้าแล้วค่อยๆเคลื่อนรถออกไป 

ทันทีที่รถจอดนิ่งข้างหน้าคอนโดของตัวเองแล้วควานลินก็หันไปถามซีไนน์ว่าขึ้นไปด้วยกันไหม  แต่อีกคนก็ปฏิเสธเพราะง่วงเกินไป  ตนจึงเดินขึ้นไปคนเดียว  เข้าไปหยิบของสองสามอย่างจากห้องแล้ว  ทีแรกก็ตั้งใจว่าจะกดลิฟต์ลง  แต่นึกขึ้นได้จึงกดไปที่เลข40   

ควานลินใช้การ์ดที่ลูคัสให้มาเปิดประตูเข้าไป   ตอนนี้เขามีกุญแจห้องลูคัสอยู่กับตัว  ตอนแรกก็งงๆทำไมอีกคนถึงไว้ใจให้คีย์การ์ดกับเขา  พอถามลูคัสก็ตอบแค่ว่า เก็บไว้เถอะ  เขาจึงเก็บไว้ ควานลินเดินเข้ามา  ไม่มีวี่แววของอีกคน  ไหนบอกวันนี้ไม่มีสอบ  หายไปไหนนะ    

ควานลินเดินเข้าไปในห้องครัว  หยิบกระดาษแผ่นเล็กๆมาเขียนข้อความสั้นๆแล้วใช้แม็คแน็คที่ติดกับตู้เย็นหนีบกระดาษไว้  เวลาอีกคนมีธุระต้องไปที่ไหนสักที่  พวกเขาก็มักจะสื่อสารกันด้วยวิธีนี้เสมอ  

จริงๆเมื่อเช้าตื่นขึ้นมาเขาก็บอกลูคัสแล้วว่าจะกลับวันนี้   แต่ขึ้นมาเขียนโน้ตบอกอีกทีก็คงไม่เป็นไรมั้ง  ควานลินกวาดสายตามองไปรอบๆห้องอีกครั้ง  ก่อนจะเดินออกไปแล้วปิดประตูตามเดิม 

“น้องกลับบ้านแล้วนะครับ  อีกหนึ่งสัปดาห์เจอกัน^_^” 

 

ลูคัสหยิบโน้ตแผ่นเล็กๆที่ติดกับตู้เย็นขึ้นมาอ่าน  ยกยิ้มเล็กน้อย  ก่อนจะเดินเข้าไปที่มุมอ่านหนังสือ แล้วเอากระดาษโน้ตแผ่นเดิมแปะที่บอร์ดโฟมสีเนื้อไม้  ตอกหมุดใส่กระดาษติดไว้อย่างดี  มองโน๊ตใบอื่นๆที่ลายมือเหมือนๆกัน  ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาเมื่อได้ยินเสียงดังขึ้น 

“ว่าไง”ลูคัสกรอกเสียงพูดกับคนปลายสาย 

“เราได้เบาะแสคุณประกายทิพย์แล้วครับ”คนปลายสายตอบ  นั่นทำให้ลูคัสเปลี่ยนสีหน้าแทบทันทีทันใด  จากรอยยิ้มบนใบหน้าเปลี่ยนกลายเป็นคิ้วที่ขมวดพร้อมสีหน้าเคร่งเครียด 

“ตอนนี้อยู่ไหน”ลูคัสถามเสียงเข้ม  เมื่อได้รับคำตอบจากอีกคนเขาก็บอกกับคนปลายสายแล้วเดินลิ่วออกจากห้องทันที 

“ผมจะไปถึงที่นั่นในอีกสิบห้านาที” 

 

แสงสว่างในพื้นที่ผับของโลแกน  ถูกแทนที่แสงสีในช่วงกลางคืน  เวลานี้ผับยังไม่เปิด  ที่นี่ก็เหมือนห้องปิดตาย  มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่เดินเข้าออก 

“ผมได้เบาะแสมาว่า เธอได้เดินทางเข้ามาเมืองไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วครับกับคนสนิทของเธอ”ผู้ชายร่างสูง  ผิวสีแทน  หน้าออกเอเชีย บอกกับลูคัสทันทีที่อีกคนเดินเข้ามานั่งอยู่ตรงข้าม  พร้อมส่งรูปคนที่ถูกกล่าวถึงให้ลูคัสดู 

“แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหน”ลูคัสหยิบรูปบนโต๊ะแล้วมอง  ถามคนตรงหน้า  ขมวดคิ้วเล็กน้อยๆกับภาพที่เห็น 

“เธออยู่ที่นี่ครับ”ผู้ชายตรงหน้าที่เป็นนักสืบอีกทั้งเคยเป็นบอดี้การ์ดของลูคัสตอบ 

“อยู่กรุงเทพ?  แล้วทำไมไม่พาตัวมาหาผม”ลูคัสถาม 

“เราติดตามเธออย่างใกล้ชิด  แต่เราคลาดกันตอนที่เธอออกจากสนามบิน”ชายคนเดิมตอบ พลางก้มหน้านิ่ง 

“บ้าเอ้ย! ”ลูคัสถึงกับเขวี้ยงรูปลงบนภาพ  เมื่อได้ยินคำตอบ 

“แต่คุณลูคัสครับ”เสียงเรียกทำให้ลูคัสต้องหันไปมองตาขวาง 

“มีอะไรอีก ผมให้คุณทำงานนี้นานเกินไปแล้วนะ”ลูคัสถามเสียงดังจนอีกคนได้แต่ทำหน้าเจื่อน  เขาพยายามเต็มที่ที่จะไม่ให้เจ้านายโกรธ  คงไม่ดีนักถ้าลูคัสโมโห 

“คุณประกายทิพย์  เธอ”แต่ถึงไม่อยากให้ลูคัสโกรธไปมากกว่านี้  แต่ก็ต้องรายงานทุกเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้เจ้านายรับรู้ 

“มีอะไร”ลูคัสถามเสียงดัง 

“ผมเจาะประวัติเธอ  พบว่าเธอเป็นคนป่วยครับ”นักสืบคนเดิมส่งซองสีน้ำตาลให้ลูคัสช้าๆ 

“คนป่วย?” 

“ป่วยทางจิตครับ”แล้วก็ตอบในสิ่งที่เจ้านายสงสัยให้กระจ่าง  ลูคัสลูบหน้าตัวเองแรงๆ  มองรูปที่ตัวเองขว้างไปเมื่อครู่  ไม่แปลกเลยที่เห็นรูปแบบนั้น  รูปที่ผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่บนรถเข็นด้วยสายตาที่เลื่อนลอยขนาดนั้น 

“ผมไม่สนว่าเขาจะเป็นยังไง  หาเบาะแสที่อยู่ของเธอแล้วเอามาให้ผม  หลังจากนี้ผมจะเป็นคนจัดการเอง”ลูคัสพูดเสียงดังชัดเจน 

“ครับ”ชายนักสืบทำได้เพียงพยักหน้ารับลูคัสหยิบซองสีน้ำตาลบนโต๊ะพร้อมกับรูปถ่ายที่เกลื่อนขึ้นมาแล้วสอดเข้าใต้สูทแล้วเดินออกไป 

 

 

บ้านทรงไทย สไตล์ล้านนาผสมความเป็นยุโรปอยู่บ้าง  ตั้งตระหง่านท่ามกลางสวนดอกไม้ล้อมรอบ อาณาเขตที่กว้างขวางบ่งบอกถึงฐานะของผู้ที่อยู่อาศัยอยู่ที่นี่   รถสีขาวคันสะอาดเอี่ยมแล่นเข้ามา ประตูใหญ่เปิดกว้างออกมาต้อนรับคนในรถ ทันทีที่รถจอดเทียบหน้าบ้าน  บุคคลในชุดนักศึกษาก็ลงมาจากรถก่อนจะวิ่งเข้าไปในตัวบ้านพร้อมส่งเสียงเจื้อยแจ้ว 

“คุณแม่ครับ  คุณย่า คุณพ่อ  สวัสดีครับ”ซีไนน์กับควานลินวิ่งถลาเข้ามาในห้องรับแขกกว้าง  ก่อนจะเดินเข้าไปไหว้ตักผู้เป็นแม่ ที่ยิ้มกว้างรอเจอหน้าลูกชายสุดที่รัก 

“น้องลิน  พี่ซีน มาครับ  แม่กอดหน่อย”ผู้เป็นแม่อ้าแขนรอรับลูกชายทั้งสอง    ดูร่างน้อยๆของลูกชายที่เข้ามาหาก่อนจะกอดเข้าแนบอกด้วยความคิดถึง  เหมือนลูกชายจะผอมลงไปมาก 

“คิดถึงคุณแม่จังเลยครับ”ซีไนน์บอกกับแม่ก่อนจะหอมแก้มบุพการีเต็มแรงด้วยความคิดถึง 

“แม่ก็คิดถึง”อริสาบอกกับลูกชาย  จับแก้มลูกทั้งสอง 

“คิดถึงแต่แม่  ไม่คิดถึงย่าเลยนะสองแสบ”เสียงของอีกบุคคลหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลมากนักเอ่ยขึ้นมา  น้ำเสียงแสดงออกถึงความน้อยใจนิดๆ จนทั้งควานลินและซีไนน์ต้องผละออกจากอกผู้เป็นแม่เข้าไปไหว้ตักผู้เป็นย่าแล้วสวมกอดเข้าเต็มแรง 

“โถ่วววว   น้องคิดถึงคุณย่าที่สุดเลยนะครับ”ควานลินเงยหน้ามองผู้เป็นย่า 

“ซีนก็คิดถึง”ซีไนน์บอกเบาๆ  ก่อนจะผละออกจากคุณย่า แล้วหันไปมองผู้ชายที่นั่งบนรถเข็น 

“คิดถึงคุณพ่อด้วยครับ”ซีไนน์เข้าไปไหว้ตักบุคคลที่ตนเรียกว่าพ่อ   ตามด้วยควานลินที่เข้าไปกอด 

“คุณพ่อดูสดใสขึ้นเยอะเลยนะครับ”ซีไนน์จับมือผู้เป็นพ่อ  เงยหน้าส่งยิ้มให้กับคนที่ตนเรียกว่าพ่อบางๆ แม้ว่าอีกคนจะไม่ได้หันมาสบตาก็ตาม 

“คุณพ่อรู้ว่าพวกหนูกลับมาไงล่ะ”อริสาตอบลูกชาย  มองสามีที่ตอนนี้ทอดสายตาไปอีกทางที่ไม่ใช่เหล่าลูกชาย 

“คุณหนูตัวผอมลงเยอะนะคะ  อยู่ที่นั่นคงลำบากใช่ไหมคะ”ใครอีกคนที่อยู่ในชุดเครื่องแบบแม่บ้านนั่งอยู่กับพื้นเอ่ยขึ้นมา  มองไปที่คุณหนูทั้งสองด้วยสายตาปลื้มปริ่ม คุณหนูของเขาดูโตขึ้นมากจริงๆ 

“โถ่ว  นมครับ  ไม่หรอก อยู่ที่นู้นพวกเราสบายดี”ซีไนน์ลุกขึ้นไปนั่งบนโซฟาข้างๆผู้เป็นแม่  ก่อนจะหันมาตอบนม คนที่เป็นทั้งพี่เลี้ยงและแม่คนที่สองของพวกเขามาตลอด 

“เอาล่ะ  ขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าพักผ่อนซะ  แล้วเดี่ยวย่าจะให้คนไปตามมากินข้าวนะลูก”คุณหญิงปัทมา หรือย่าของสองฝาแฝดหันมาบอกหลานชายทั้งสอง 

“ครับ”ควานลินพยักหน้ารับคำของผู้เป็นย่า  ตอนนี้เขาทั้งเหนอะหนะ ทั้งเหนื่อย สอบเสร็จก็ขึ้นเครื่อง  ลงจากเครื่องก็นั่งรถจากสนามบินมาถึงบ้าน เหนื่อยจนอยากนอนไม่ตื่นสักสองวัน 

“ไปลูก”อริสาลุกขึ้นไปจับมือของลูกชายทั้งสอง  ทำเหมือนทุกครั้งที่ลูกชายของตัวเองกลับมาจากโรงเรียนตั้งแต่เด็กจนโต   ควานลินเดินกอดเอวของผู้เป็นแม่ ขณะที่ซีไนน์เดินตามหลังมองน้องชายด้วยความเอ็นดู  กลับมาคราวนี้คุณแม่คงโดนอีกคนอ้อนจนเหนื่อยแน่ๆ  

ซีไนน์เหลือบมองเห็นคนร่างสูงที่นั่งอยู่ที่โซฟาแว่บหนึ่ง  ก่อนจะส่งยิ้มให้ แอลดีนค่อมหัวให้ซีไนน์เล็กน้อย 

 

 

“อยู่ที่นู้นเป็นยังไงบ้างครับ  เรียนหนักมากไหม”อริสาถามลูกชายพลางส่งยิ้มกว้างให้ 

“เรียนหนักสุดๆเลยครับคุณแม่  น้องถึงบอกว่าจะย้ายเอกไงครับ”ควานลินถอดเสื้อเตรียมอาบน้ำหันมาบอกผู้เป็นแม่พลางทำหน้างอ 

“ไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนนะครับ อยากดรอปเรียนไปเที่ยวสักปีสองปีแม่ก็ไม่ว่านะ  งั้นพักผ่อนนะลูก ก่อนหน้านี้ แม่เตรียมผสมน้ำให้เราอาบแล้ว   เดี่ยวแม่แวะไปหาพี่ซีนหน่อย แล้วเดี่ยวแม่จะเข้ามาเก็บเสื้อผ้าให้”  อริสาบอกลูบหัวลูกชายเบาๆ 

“คุณแม่ไปหาพี่ซีนเถอะครับ  เดี่ยวน้องจัดการเอง น้องจัดการเสื้อผ้าพวกนี้เองครับ" ควานลินบอกพลางหยิบเสื้อผ้าที่ถอดไปทิ้งลงตะกร้าข้างๆเก้าอี้อริสามองการกระทำของลูกชายด้วยความงุนงง  ครั้งล่าสุดที่ลูกชายกลับมายังทิ้งเสื้อผ้าสะเปะสะปะอยู่เลย  แต่คราวนี้....ลูกชายของเขาดูโตขึ้นเยอะเลยนะ 

“คุณแม่มองอะไรแบบนั้นล่ะครับ  ก็แค่เอาเสื้อผ้าใส่ตะกร้า คุณแม่ไม่ต้องเหนื่อยกับความไม่ได้เรื่องของน้องแล้วนะครับ”ควานลินบอกพร้อมส่งยิ้มกว้างให้ผู้เป็นแม่แล้วเดินเข้าไปห้องน้ำ  อริสามองตามหลังลูกชายยิ้มกว้างกับประโยคที่ได้ยิน 

 

ตอนนี้ที่ห้องรับแขกมีเพียงแอลดีนกับคุณหญิงปัทมาผู้อาวุโสที่สุดและมีอำนาจเด็ดขาดที่สุดในบ้านรุ่งรัตนทิวากร 

“แอลดีน”ปัทมาเรียกแอลดีนที่นั่ง 

“ครับคุณท่าน”แอลดีนรับขาน 

“ตามฉันไปที่ห้องทำงานหน่อยสิ”จบคำก็เดินนำแอลดีนขึ้นไปที่ห้องทำงาน 

“งานที่ฉันให้ไปทำเป็นยังไงบ้าง”ทันทีที่นั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ ปัทมาก็ผายมือบอกให้อีกคนนั่งตรงข้ามแล้วถาม 

“นี่คือเอกสารที่ผมรวบรวมจากการตรวจสอบทั้งหมดครับ   เรื่องที่มีการทุจริตในโรงพยาบาลผมได้จัดการตรวจสอบเรียบร้อยแล้วครับ นี่คือเอกสารส่วนของโรงพยาบาลเแกรนด์ทั้งหมดครับ   ผมได้จัดการตามที่คุณท่านสั่งเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของไตรมาสต่างของๆสนามบิน สวนสนุกแล้วส่วนของโครงงานคอนโดต่างๆถือว่ายังอยู่ในขั้นที่ดีครับ  แต่ผมเกรงว่าการทำโครงการคอนโดเพิ่มในเวลานี้ผมเห็นว่ายังไม่สมควรทำครับ นี่คือส่วนของเอกสารที่คณะกรรมการได้ส่งให้คุณท่านพิจารณาครับ”แอลดีนยกกระเป๋าที่ถือเข้ามาด้วยก่อนจะหยิบซองสีน้ำตาล5ซองยื่นให้กับปัทมา 

ปัทมายื่นมือรับ  มองดูเอกสารที่ถูกติดผนึกเป็นชื่อโครงการต่างๆอย่างเรียบร้อยก่อนจะ  เปิดดูทีละซอง พยักหน้าด้วยความพึงพอใจกับการทำหน้าที่ของแอลดีน เสร็จสิ้นกับเอกสารทั้งหมด  ก็เงยหน้ามาพูดกับคนตรงหน้า 

“ขอบใจมากนะแอลดีน   คงเหนื่อยแย่ใช่ไหม เป็นทั้งทนาย  เป็นทั้งเลขาของฉัน แล้วยังต้องไปดูแลสองแสบอีก”ปัทมาพูดเสียงเบา  มือที่บ่งบอกถึงอายุหยิบจับเอกสารทั้งหมดเข้าไปที่ลิ้นชักข้างๆ 

“ไม่หรอกครับ  คุณหนูทั้งสองไม่ได้ดื้ออะไร”แอลดีนส่งยิ้มให้  แล้วตอบ ปัทมาพยักหน้ารับแล้วพูดต่อ 

“เพราะอยู่กับเธอไง  ถึงไม่ดื้อกัน มีเธอกับอริสาอยู่ด้วยแล้วฉันก็วางใจจะฝากสองแสบไว้ให้พวกเธอช่วยดูแลทุกอย่างแทนฉันได้  ทุกวันนี้อริสาและเธอทำแทนฉันทุกอย่าง แค่นี้ฉันก็ตายตาหลับแล้ว ถ้าฉันตายไป เธอรับปากกับฉันได้ไหม ว่าจะดูแลพวกเขาให้ดีที่สุด  จะไม่ทิ้งพวกเขา”ปัทมาเอ่ยออกมายาวเหยียด ประโยคสุดท้ายจ้องเข้าไปที่ดวงตาสีน้ำตาลของคนตรงหน้า แสดงถึงความประสงค์แกมขอร้องให้แอลดีนรับรู้  แอลดีนจ้องดวงตาที่มีรอยเหี่ยวย่นบ่งบอกถึงอายุ กำมือที่วางบนตักตัวเองแน่น แล้วกล่าวรับคำ 

“ครับ” 

“ขอบใจมากๆนะ  สมบัติอะไรพวกนี้ฉันไม่ห่วงหรอก  ฉันหวังแค่ว่าวันหนึ่ง ทั้งสองจะไม่เป็นฝ่ายทำร้ายกันและกันแค่นั้น”ปัทมาพูดกับแอลดีน  แอลดีนค้อมหัวเล็กน้อย รับทราบสิ่งที่คนตรงหน้าหมายถึง 

___________________________________ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะงับ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว