facebook-icon

ภาคลูกคือ 'ของเล่นในรังโจร' กับ 'สะใภ้เจ้า' นะคะ

ตอนที่ 30 : บ่วงรักจ้าวทะเลทราย [จบ] 💛

ชื่อตอน : ตอนที่ 30 : บ่วงรักจ้าวทะเลทราย [จบ] 💛

คำค้น : ซีค, วีนัส, บ่วงรักเจ้าทะเลทราย, เจ้าชาย, ทะเลทราย, jungkook, bts, bts fic

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.5k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2561 15:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 30 : บ่วงรักจ้าวทะเลทราย [จบ] 💛
แบบอักษร

                ตั้งแต่ตั้งท้องได้สิบเอ็ดเดือนผมก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรเท่าไหร่นอกจากกินแล้วก็นอนไม่ก็อ่านหนังสือ ใช่ ฟังไม่ผิดหรอกเพราะผมท้องเกินกำหนดแถมไม่มีทีท่าว่าจะเจ็บเตือนเลยสักนิด เพราะเป็นแบบนี้ซีคถึงได้กำชับกับเหล่าทหารไว้อย่างดีว่าห้ามไม่ให้ผมเดินไปไหนมาไหนคนเดียวเด็ดขาดนอกจากรอให้เขากลับมาจากงานตรวจตราความเป็นอยู่ของประชาชนในเมืองก่อนผมถึงจะออกจากห้องได้โดยมีเขาไปด้วย

                ผมหันหน้าไปมองนาฬิกาบนฝาผนัง นี่ก็สิบโมงกว่าแล้วทำไมซีคยังไม่กลับมาอีกนะ ผมคิดพลางพลิกตัวนอนตะแคงข้างแล้วดึงผ้าห่มมาห่ม โชคดีที่อาการแพ้ท้องแทนผมทุเลาลงเลยบ้าง ซีคเลยพอไปไหนมาไหนได้

                “ท่านบ้า ! ไหนบอกจะไปแค่แป้บเดียวไง” พูดไปก็น้ำตาไหลไป ทำไมผมถึงได้บ่อน้ำตาตื้นขึ้นทุกวันไม่รู้

                แกร่ก

                และขณะที่กำลังนอนน้อยใจกับเรื่องไร้สาระอยู่นั้น เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงของซีค

                “เป็นไงบ้างวีนัส” เขาตรงมานั่งลงบนเตียงแล้วชะโงกหน้ามองผม

                “ไปนานขนาดนี้กะทิ้งข้าให้เฉาตายคาห้องเลยใช่มั้ย” ผมไม่อยากให้เขาเห็นหน้าผมตอนกำลังร้องไห้เลยดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงปิดหน้าไว้

                “ข้าไปแค่สามชั่วโมงเอง อีกอย่างตอนบ่ายพี่ท่านก็ไปเขตใต้แทนข้า” เขาพยายามอธิบาย ฝ่ามือหนาคว้าตัวผมไปกอดก่อนโถมตัวลงมาแล้วดึงผ้าห่มออก

                “ข้ารีบสุดชีวิตแล้ววีนัส ข้าเองก็อยากอยู่กับเจ้าตลอดเวลาเหมือนกัน” ซีคหอมแก้มผมฟอดใหญ่เป็นการปลอบ แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด

                “ไม่ต้องมายุ่งกับข้า ข้าเกลียดท่าน ท่านมันแย่ที่สุด ท่านปล่อยให้ข้ากับลูกอยู่ด้วยกันแค่สองคนตั้งสามชั่วโมงแหนะ” ผมแค่นเสียงพูดแล้วค้อนตามองขวับ หากเป็นแต่ก่อนเขาคงตบหน้าผมจนเลือดกบปากไปแล้ว

                “วีนัส ตลอดเวลาสามชั่วโมงที่ข้าลงไปในเมืองข้าคิดถึงแต่เจ้ากับลูก” แต่ซีคก็ยังใจเย็น เขาหอมแก้มผมอีกครั้ง

                “อี๋ ! ไม่ต้องมาหอมข้าเลยนะ” ผมเอามือเช็ดแก้มตัวเองซ้ำ ๆ ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะอารมณ์ผมกำลังอ่อนไหว อะไรนิดหน่อยก็โกรธก็งอนก็ร้องไห้ยกใหญ่เก็บทุกอย่างมาน้อยใจไปหมด ซึ่งหมอบอกว่ามันเป็นอาการปกติของคนท้อง แต่ของผมเป็นนานไปหน่อยซีคเลยต้องรับมือหนักกว่าใครเพื่อน

                “ไม่ให้หอมเมียแล้วจะให้ข้าไปหอมหมาที่ไหน ไหนตอบข้าสิ”

                “หมาในเมืองไง ไปบ่อยนักก็ไปหอมมันสิ” นั่น แพ้ท้องแล้วพาลยันหมา

                “วีนัส การออกไปเยี่ยมเยียนประชาชนรวมถึงถามถึงสารทุกข์สุกดิบของพวกเขามันเป็นหน้าที่ของข้า ข้าเลี่ยงไม่ได้ แต่ข้าก็ไม่เคยลืมว่าข้าก็มีอีกสองชีวิตที่ต้องดูแลเหมือนกัน” ว่าแล้วซีคก็เอามือลูบท้องผม เขาหอมแก้มผมเป็นครั้งที่สาม ซีคทำเสียงอู้อี้กระซิบข้างหูจนผมรู้สึกขนลุกซู่

                “อยากอาบน้ำรึเปล่า เดี๋ยวข้าอาบให้ เจ้าจะได้อารมณ์ดีไง”

                “ก็ได้”

                หลังจากเตรียมน้ำอุ่นเสร็จเรียบร้อยผมกับซีคก็อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีขาว ซีคค่อย ๆ ประคองให้ผมก้าวขาลงไปในอ่าง เขาเติมน้ำเต็มอ่างจนแทบล้น ในอ่างเต็มไปด้วยกลีบกุหลาบสีแดง ผมหันหน้าไปทำคิ้วขมวดใส่อย่างไม่พอใจแล้วนั่งลงอย่างพรวดพราดทำให้น้ำในอ่างล้นออกมาเหลือแค่ครึ่ง

                “วีนัส ! ทำไมเจ้าไม่ค่อย ๆ นั่ง” เขาเอ็ดผม ผมสะบัดแขนซีคออก

                “ปล่อย ! ถ้าดุข้าก็ไม่ต้องมาถูกตัวข้า”

                “ข้าไม่ได้ดุ แล้วนี่เจ้าเป็นอะไรไป โกรธข้า ข้าไม่เคยว่า แต่เจ้าจะทำอะไรข้าขอให้เจ้าห่วงลูกในท้องบ้างได้มั้ย ห๊ะ !” ปากบอกไม่ดุแต่เขากำลังขึ้นเสียงใส่ผม

                “ข้าบอกแล้วไงว่าข้าเกลียดท่าน ! ผัวเลว ! ปล่อยให้เมียกับลูกรอตั้งสามชั่วโมงแถมยังเติมน้ำจนเต็มอ่างอีก เห็นมั้ย พอข้าลงไปนั่งน้ำมันก็ล้นออกมาหมดเลย !” ผมวักน้ำใส่หน้าซีค ความรู้สึกตอนนี้มีแต่ความน้อยใจ ผมรวบรวมกลีบกุหลาบมากำไว้แล้วปาใส่เขา

                “ข้าไม่อาบแล้ว ข้าจะกลับไปนอน !” ผมลุกขึ้นอีกครั้ง น้ำหนักตัวที่มากเกินไปทำให้ผมเสียหลักแทบล้มแต่โชคดีที่ซีคก้าวเข้ามาในอ่างแล้วรับไว้ทัน

                ใจผมตกไปอยู่ตาตุ่ม หูสองข้างได้ยินเสียงหัวใจซีคสั่นระรัวเมื่อเขากอดผมไว้แน่น ซีคคลายอ้อมกอดออกก่อนประคองผมให้นั่งลงอีกครั้ง เขาไม่โวยวายหรือตวาดเสียงดังใส่เหมือนที่เคยทำทั้งที่ผมเอาอารมณ์ตัวเองเป็นที่ตั้งจนเกือบทำให้ลูกเป็นอันตราย

                “เจ้าไม่เจ็บตรงไหนใช่มั้ย” น้ำเสียงทุ้มต่ำอัดอั้นและเก็บกลั้นอารมณ์ถามด้วยความเป็นห่วง ซีคจับให้ผมนั่งลงในอ่างน้ำอย่างช้า ๆ ผมเงยหน้ามองเขา น้ำตาสีใสไหลรินอาบแก้มทั้งสองข้าง

                “ข้าขอโทษ… ฮือ…” ผมโถมตัวไปกอดซีคแน่น และซีคก็กอดผมตอบ ฝ่ามือหนาลูบหัวผมซ้ำ ๆ ผมสะอื้นออกมาก่อนบอกออกไปถึงสาเหตุที่ทำให้เป็นแบบนี้

                “พอท้องเกินกำหนดแล้วมันไม่สบายใจเลย ต่อให้ท่านสั่งให้ทหารมาดูแลข้าเป็นร้อย ๆ นายหรือมากกว่านั้น ข้าก็ไม่รู้สึกอุ่นใจเท่าอยู่กับท่าน แล้วพอน้อยใจมันก็พาลโกรธง่ายไปหมด ข้าโกรธที่ท่านลงไปในเมืองตั้งนาน ข้าโกรธที่ท่านเติมน้ำในอ่างมากเกินไป… ข้าขอโทษที่ช่วงนี้ข้างี่เง่า แต่ข้าคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้”

                “เข้าใจแล้ว ถ้างั้นจนกว่าเจ้าจะคลอดข้าจะอยู่กับเจ้าตลอด ระหว่างนี้ข้าจะมอบหมายงานให้สการ์ทำในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนข้า ดีมั้ย”

                “ดี… ฮือ…” ผมกอดซีคแน่นกว่าเก่า อารมณ์มันเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง พอเกลียดก็รู้สึกเกลียดสุด ๆ พอรักก็รู้สึกรักมากที่สุด

                “เลิกร้องได้แล้ววีนัส เดี๋ยวลูกจะร้องตาม”

                “อื้อ” ผมพยักหน้า ซีคเช็ดน้ำตาให้ผม เขาย้ายตำแหน่งมานั่งซ้อนหลังผมให้ผมนั่งพิงอกเขาไว้

                “ท่านไม่โกรธข้าใช่มั้ย” เพราะยังกลัวว่าเขาจะโกรธผมเลยหันหน้าไปถาม

                “ไม่” พูดจบซีคก็คลายเชือกชุดคลุมผมออกเผยเห็นท้องโต ๆ วัยสิบเอ็ดเดือน ก่อนที่เขาจะพูดต่อ

                “เมื่อไหร่ลูกพ่อจะออกมานะ” เขามองมาที่ท้องพร้อมกับเอามือลูบเบา ๆ

                “อยู่ในนั้นเหงารึเปล่า” เขาชวนลูกคุย

                “คืนนี้พ่อจะคุยกับเจ้า เจ้าได้ไม่เหงา” ซีคเปลี่ยนไปมาก ตอนนี้เขาไม่ได้เป็นเจ้าชายแต่เป็นคุณพ่อที่กำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อผมกับลูก ผมดูซีคคุยกับลูกขณะที่มือก็ลูบท้องผมไม่หยุด

                “ท่านรู้มั้ย เวลามีท่านอยู่ด้วยข้าไม่เคยกลัวอะไร” ผมบอกออกไปตามความรู้สึก ซีคปกป้องผมได้เสมอถึงแต่ก่อนเขาจะเคยอยากทำลายผมให้สิ้นซาก

                “ทำไมเจ้าถึงรู้สึกแบบนั้น” ซีคถาม เขากระชับกอดผมให้แน่นกว่าเก่า

                “เพราะท่านปกป้องข้ากับลูกได้เสมอ ดูอย่างเมื่อกี้สิ ถ้าท่านรับไม่ทันข้าไม่อยากคิดเลยว่าลูกจะเป็นยังไงหากข้าล้มไป”

                “หน้าที่ของพ่อซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวคือการดูแลทั้งลูกและเมีย วีนัส ดูท้องน่ารัก ๆ ของเจ้าสิ ข้าไม่ยอมให้อภัยตัวเองแน่หากเจ้ากับลูกเป็นอะไรไป”

                “เพราะงั้นข้าถึงได้อยากอยู่กับท่านตลอดเวลาไง พักหลังมานี้ข้ากลัวแมลง กลัวลมแรง ๆ กลัวที่มืด กลัวเวลาฝันร้าย กลัวเวลาที่ตัวเองไม่สบายแล้วลูกจะเป็นอะไร ยิ่งพอไม่มีท่านอยู่ข้าง ๆ ด้วยแล้ว ข้าก็กลัวไปหมด”

                “เลิกกลัวได้แล้ว ต่อไปนี้ข้าจะอยู่กับเจ้าตลอดเวลาจนเจ้ารำคาญเลยล่ะ มาเถอะ ขึ้นได้แล้ว เดี๋ยวจะไม่สบาย” ซีคค่อย ๆ ประคองให้ผมลุกขึ้นยืน เขาก้าวขาออกไปก่อนแล้วโอบเอวผมไว้ให้ผมก้าวขาตาม ก็เขาดูแลผมดีขนาดนี้จะไม่ให้ผมอยากอยู่กับเขาตลอดเวลาได้ยังไงล่ะ

                พอเราสองคนออกมาจากอ่างน้ำเขาก็สระผมให้ผมม ฟอกสบู่ให้ผม เราสองคนเปลื้องผ้าอาบน้ำด้วยกันชนิดที่ว่าไม่มีอะไรให้อายอีกต่อไปแล้ว

                ผมออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับชุดคลุมอาบน้ำชุดใหม่ ซีคไม่รีรอรีบสั่งให้ผมนั่งลงบนที่นอนแล้วหยิบกางเกงยางยืดขาสั้นที่พี่เลย์น่าพับไว้มาสวมให้ เขาใส่เสื้อให้ผมไปจนถึงขึ้นมานั่งซ้อนหลังแล้วเช็ดผมให้ผมอย่างเบา ๆ

                “เจ็บมั้ย” เขาถาม

                “งือ… ไม่เจ็บ” ทันใดนั้นเจ้าตัวเล็กก็ถีบท้องผมอย่างแรง ผมรีบเปิดเสื้อให้ซีคดู ท้องผมขึ้นเป็นรูปตามแรงที่เจ้าตัวน้อยออกแรงกระแทก

                “โอ๊ะ ! ดิ้นเบา ๆ สิตัวแสบ แม่เจ็บนะ” ดูท่าซีคจะตื่นเต้นกว่าผมซะอีก เขารีบจับให้ผมขยับไปนั่งเอาหลังพิงหัวเตียงแล้วล้มตัวนอนตักผมทันที

                “ท่านทำอะไรเนี่ย ผมข้ายังไม่แห้งเลยนะ”

                “ข้าอยากคุยกับลูก” ผมเอามือตบหน้าซีคเบา ๆ ซีคจับมือผมไว้ เขาสังเกตเห็นว่าเล็บผมเริ่มยาวจึงขมวดคิ้วถาม

                “เจ้าไม่ได้ตัดเล็บมากี่วันแล้ว”

                “จะเดือนนึงแล้วมั้ง”

                “แล้วเล็บเท้ายาวรึเปล่า” ว่าแล้วซีคก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง เขาหันไปมองเท้าผมแล้วกลับมาจ้องหน้าผมจนตาแทบถลน

                “เล็บยาวขนาดนี้ทำไมไม่ตัด”

                “ก็… มันติดท้อง ข้าเอื้อมไปตัดไม่ได้ จะใช้พี่เลย์น่าก็เกรงใจ เจ๊ส้มก็ตาไม่ดีต้องใส่แว่นตลอด”

                “ข้าตัดให้เอง” ซีคหยิบกรรไกรตัดเล็บออกมาจากลิ้นชัก เขาหยิบหมอนหนุนหัวตัวเองมาให้ผมใช้ลองขาแล้วเอาเท้าผมไปวางพาดบนตักเขา

                “ทีหลังเวลามีอะไรที่ทำไม่ได้ให้บอกข้า ข้าจะทำให้” ซีคก้มหน้าบรรจงตัดเล็บให้ผมอย่างตั้งใจ เขาทำมันอย่างระมัดระวังเพราะเกรงว่าคมกรรไกรตัดเล็บจะเข้าเนื้อผม ผมพูดไม่ออกเมื่อเห็นว่าเขาทำในสิ่งที่ไม่สมควรทำในเมื่อเขาเป็นเจ้าชาย

                “ท่าน” ผมเรียกเข้าขณะที่เขากำลังตัดเล็บนิ้วก้อยเท้าเป็นเล็บสุดท้าย

                “ว่ายังไง” ซีคยังคงก้มหน้าอยู่อย่างนั้น

                “ทีหลังไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ ข้าเกรงใจ ท่านเป็นถึงเจ้าชาย ใครเห็นเข้ามันจะไม่ดี”

                “จะเจ้าชายหรือองค์ราชามันก็แค่ตำแหน่ง ในเวลาที่ข้าสวมชุดหรูหราประดับด้วยทองคำแท้หรือแม้แต่อินทรธนูซึ่งดูภายนอกแล้วใช่ ข้าเป็นเจ้าชาย แต่ดูข้าตอนนี้สิ ข้าไม่มีแม้แต่ดาบดามากัสข้างกายที่ใคร ๆ ก็ต่างกล่าวอ้างว่าท่านซีคต้องพกมันติดตัวไว้ตลอดเวลา เพราะงั้นตอนนี้ข้าเองก็เป็นคนธรรมดาเหมือนกับเจ้า” คำพูดของเขาทำให้ผมรู้สึกตื้นตันอยู่ในอก ซีคเก็บกรรไกรตัดเล็บเข้าลิ้นชักแล้วขยับมานั่งข้างผมอีกครั้ง และเพราะทุกอย่างที่เขาทำให้ก็ทำให้ผมหาคำตอบที่ค้นหามาตลอดช่วงเวลาที่อยู่เมืองเอิร์กได้แล้ว

                คำตอบที่เกิดจากคำถาม คำถามที่ทำให้ผมต้องเดินทางมายังเมืองเอิร์กเพื่อตามหาแรงบันดาลใจในการแต่งนิยาย คำถามที่ผมถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่าผมจะหาแรงบันดาลใจได้จากที่ไหนเพื่อเอาไปเขียนเป็นนิยายเรื่องใหม่ และคำตอบทั้งหมดก็ได้อยู่ตรงหน้าผมแล้ว แรงบันดาลใจที่จะทำให้ผมเขียนนิยายบอยเลิฟอีโรติกแนวทะเลทรายได้อีกครั้งก็คือซีค ควอนอร์ โอรสที่สองขององค์ราชาที่สิบสอง และตอนนี้ก็เป็นทั้งคนรักและเป็นทั้งพ่อของเด็กในท้องของผม เมื่อผมได้คำตอบ ผมจึงต้องการบอกให้เขาได้รับรู้ด้วย

                “ท่านจำได้มั้ยว่าข้ามาที่นี่เพราะอะไร” ผมถามแล้วเอี้ยวตัวไปกอดเขา

                “เจ้าจะเขียนนิยาย เลยมาหาประสบการณ์แล้วก็แรงบันดาลใจ ใช่มั้ย”

                “ใช่ และตอนนี้ข้าก็ได้แรงบันดาลใจแล้วนะ แรงบันดาลใจของข้าคือท่าน ข้าจะเอาเรื่องของเราไปเขียนเป็นนิยาย และตั้งชื่อว่า… บ่วงรักจ้าวทะเลทราย”

                “ชื่อเรื่องว่าบ่วงรักจ้าวทะเลทรายงั้นรึ” ซีคถาม ผมพยักหน้าตอบ

                “ชื่อนี้แหละ เหมาะกับเราที่สุดแล้ว เพราะหลังจากข้าคลอดลูก ท่านก็จะรักข้ากับลูกม๊ากมาก รักชนิดที่ว่าหนีไปไหนไม่พ้นจนเหมือนมีเชือกมาผูกเป็นบ่วงไว้เลยล่ะ” เชือกที่ผมพูดถึงก็คือบ่วงรูปวงกลมซึ่งเป็นตัวแทนของความผูกพันที่คล้องตัวเราสองคนไว้ไม่ให้แยกจากกัน ซีคปรายตามองผมเหมือนกำลังแอบบ่นในใจว่าสิ่งที่ผมพูดมันน้ำเน่าจนคนฟังอยากอ้วก

                “เจ้าต่างหาก ที่หนีข้าไปไหนไม่พ้น เมียอัปลักษณ์” ซีคไม่พูดเปล่า เขาคว้าตัวผมไปกอดพร้อมเอาคางเกยไหล่ ผมหันหน้าไปมองเขาจนจมูกเราสองคนแทบชนกันก่อนเอ่ยออกไปซึ่งความรู้สึกจริง ๆ

                “ต่อให้หนีได้ ข้าก็ไม่หนี” จ้างให้ตายก็ไม่หนีหรอก เพราะผมเลือกที่จะเป็นคนของเขาแล้ว และเขาเองก็เลือกแล้วที่จะเป็นคนของผมเช่นกัน คนที่เป็นเกลียดแรกพบไปจนถึงเป็นทั้งคนรักรวมทั้งคู่ชีวิต และปัจจุบันเป็นถึงขั้นแรงบันดาลใจของผม เขาคนนั้นคือ ซีค ควอนอร์ โอรสที่สองขององค์ราชาที่สิบสองแห่งเมืองเอิร์ก

-----------------------------

ลงแล้ว ถึงตอนจบสักทีนะคะ เป็นคู่ที่ผ่านมาหลายเรื่องราวมากกว่าจะรักกันและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

ปล. เรื่องท้อง 11 เดือนไรท์เอามาจากชีวิตจริงของไรท์นะคะ เพราะไรท์ก็อยู่ในท้องแม่ 11 เดือนเหมือนกัน

​19.03.18

ความคิดเห็น