facebook-icon

ความรักวายๆ ในรูปเเบบของเทพนิยายเหนือธรรมชาติ มาดูบทสรุปความรักของเรื่องนี้ได้ที่ The Moon รักนี้จมเขี้ยว

รักจมเขี้ยว...บทที่ 12

ชื่อตอน : รักจมเขี้ยว...บทที่ 12

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.5k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.พ. 2564 11:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักจมเขี้ยว...บทที่ 12
แบบอักษร

 

รักจมเขี้ยว....บทที่ 12 

 

“เป็นอะไร นั่งหน้าเครียด” 

“กูกำลังคิดข้อแก้ตัวกับม๊ากูอยู่อะดิ ออกมาไม่ได้บอกขนาดนี้ แถมกูไม่ได้ล็อคบ้านด้วย” 

 

ผมมองคนตรงหน้าแล้วอดขำไม่ได้ ที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด อยู่ตั้งนานสองนาน เพราะห่วงเรื่องนี้เองหรือไง  ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นต้องกังวลเลยแท้ๆ  ตอนนี้กอไผ่อยู่ในโลกของผม ก็เท่ากับว่าที่โลกของเขานั้น.....จะไม่มีใครจดจำกอไผ่ได้เลยสักคน...แต่ก็เอาเถอะ ในเมื่อผมยังไม่สามารถบอกเรื่องพวกนี้กับเขาได้ งั้นอยากน้อยก็พูดให้เจ้าตัวเบาใจหน่อยแล้วกัน 

 

“ถ้าเป็นเรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก” 

“ทำไม??” 

“กูโทรไปบอกแม่มึงแล้ว ว่ามึงอยู่กับกู” 

“แล้วม๊ากูว่าไง” 

“ก็...ไม่ว่าไง” 

“ทำไมมันง่ายขนาดนั้นว่ะ!” 

 

ก๊อกๆ..ก๊อกๆๆ 

 

“ขออนุญาตขอรับ ฝ่าบาทและองค์รานีให้มาตามท่านทั้งสองลงไปรับประทานมือเย็นขอรับ” 

“เดี๋ยวลงไป” 

“ขอรับ” 

“อะไรเหมือนจะถามอะไร”ผมถามเขาออกไปเพราะเจ้าตัวเอาแต่จ้องหน้าของผมอยู่แบบนั้น 

“เอ่อ...อย่าโกรธกูนะ” 

“อะไรล่ะ??” 

“แม่หรือพ่อมึงชอบดูลิเกเหรอ” 

“ลิเก??” 

“เออ ที่มันใส่ชุดเป็นสุ่มๆ อะ” 

 

หึหึ ผมมองคนตรงหน้าเเล้วอดจะยิ้มออกมาไม่ได้เพราะไอ้ท่าทางรู้สึกผิดเเล้วก็ดูกังวลๆ นี้นั้นเเหละ...เเล้วไอ้ลิเกนี้มันเป็นยังไงกันนะ?? 

 

“ทำไม?” 

“ก็อย่างเมื่อกี้ ไอ้คนที่มาเรียกก็พูดซ่ะอย่างกะหลุดออกมาจากโรงลิเกงั้นเเหละ” 

"อย่าไปสนเรื่องไร้สาระพวกนั้นเลย...ว่าเเต่ลิเกนี้มัน..เป็นยังไง" 

"มึงไม่รู้จัก!!!"อีกฝ่ายทำตาโต ก่อนจะพูดออกมาเสียงดังลั่น...ต้องขนาดนั้นเลยหรือไงนะ-*- 

"......" 

"เอาไว้ถ้าเเถวบ้านกูมีงานวัด วันไหนเดี๋ยวพาไปดูเเล้วกัน" 

. 

. 

. 

หลังจากมื้ออาหารเย็นผ่านไป ผมพากอไผ่ออกมาเดินเล่นย่อยอาหารที่สวนด้านหลัง...เพราะเมื่อตอนมื้อเย็นคนข้างๆ ผมนี้เล่นกินเข้าไปอย่างกับยัด  พอกินเสร็จก็มาบ่นว่าเเน่นจนผมต้องพาออกมาเดินย่อยอยู่ตรงนี้เนี่ยเเหละ.... 

 

“มึง" 

"ว่าไง" 

"เราจะกลับตอนไหนว่ะ พรุ่งนี้มีเรียนเช้าน่ะเว้ย” 

 

 

#กอไผ่ 

 

ผมพูดถามมันออกไปเพราะตอนนี้มันก็เริ่มมืดเเล้ว มันก็ยังไม่ยอมกลับสักที  มันต้องขับคนเดียวไง ไอ้ผมเองจะให้ช่วยมันขับก็กลัวจะชนอยู่เเถวๆ นี้เนี่ยเเหละ- - 

 

“อยากกลับเเล้วเหรอ บ้านกูน่าเบื่อ??” 

“ไม่ใช่เว้ย! เเต่พรุ่งนี้มีเรียนเช้าน่ะเว้ย เเถมมึงยังต้องขับกลับคนเดียวด้วย กูขับไม่เป็นก็ช่วยมึงขับไม่ได้” 

“กูขับไหว” 

“เเต่บ้านมึงน่าจะไกล ตอนขามากูยังเผลอหลับเลย กูว่าออกตอนนี้เเล้วมึงง่วงก็เเวะนอนไหม ” 

“....” 

“เดี๋ยวกูนั่งคุยเป็นเพื่อน  ถ้าออกดึกกว่านี้กูจะหลับก่อนเเน่”ผมยังคงพยายามพูดกล่อมมันต่อ ไอ้ตัวผมอะก็อยากอยู่ที่นี่ต่อเเหละ บ้านโคตรสวย อยู่สบาย อาหารก็อร่อย นี้ผมก็ซัดมาจนเเน่นท้องไปหมดเเล้ว...เเต่พรุ่งนี้เเม่งมีเรียนไง...เเล้วก็ห่วงเเม่งจะหลับในด้วยเนี่ย-*- 

 

“...งั้นก็ไปบอกพวกท่านก่อน” 

“อือ” 

 

สุดท้ายพวกเราก็ออกจากบ้านมันมาในเวลา 2 ทุ่มนิดๆ ครับ...เเต่ก็ออกมาเเบบผมงงๆ อะ...จู่ๆ ผมก็มารู้สึกตัวตอนที่มานั่งอยู่บนรถกับมันเเล้ว...มายังไงก็ไม่รู้ รู้อีกที่ก็นั่งอยู่บนรถเเล้ว เเถมเหมือนมันจะขับออกจากบ้านมานานเเล้วด้วย เพราะตอนนี้เรากำลังอยู่บนทางด่วน เเละกำลังจะเข้าเขตกรุงเทพ....พอมองเวลาก็พึ่งจะ 3 ทุ่มกว่าๆเอง...??? 

 

“อะไร??” 

“..เอ่อ”มันหันมาถามเพราะเห็นว่าผมหันไปหามันเหมือนจะพูดอะไรบ่อยครั้งเเล้ว 

“อะไรล่ะ” 

“เราขึ้นรถกันตอนไหนวะ เเล้วเราออกจากบ้านมึงมานานเเล้วเหรอ??”ที่กูจำได้มัน 2 ทุ่มครึ่งเเล้วนะเว้ย เเล้วนี่พึ่งสามทุ่ม ทำไมถึงมาถึงเร็ว เเล้วทำไมกูจำไม่ได้ว่าออกมาตอนไหน ขึ้นรถตอนไหน...อะไรวะ??? 

 

“...ทำไม” 

“คือ...มึงจะว่ากูบ้า หรืออะไรก็ได้นะ เเต่กูจำไม่เห็นได้เลยว่ะว่าขึ้นรถตอนไหน” 

“ขึ้นมาเเล้วก็คือขึ้นมาเเล้วจะสงสัยทำไม” 

"ก็มันสงสัย"ผมทำหน้ามุ่ย พยายามคิดทบทวนกลับไปถึงตอนนั้น เเต่ยังไงก็นึกไม่ออกจริงๆ ว่ะ 

"เลิกคิดได้เเล้ว" 

"เออๆ เลิกก็เลิกวะ!" 

"....." 

"ไอ้ฟีบี!!"ผมร้องออกมาเสียงดัง 

“....”มันหันมามองผมนิ่งๆ 

"เเขนมึง!!" 

. 

. 

. 

ย้อนกลับไปเมื่อตอนอยู่ที่อาณาจักรจันทรา... 

 

“...งั้นก็ไปบอกพวกท่านก่อน” 

“อือ” 

 

กอไผ่เเละออลตินหรืออีกชื่อหนึ่งที่กอไผ่เรียกนั้นก็คือฟีบี  เดินกลับเข้ามาด้านในของปราสาท....เเละทันทีที่เข้ามาถึงขาของกอไผ่ก็ต้องถึงกับก้าวไม่ออก...ภาพหญิงสาวตรงหน้า ใบหน้าเรียบนิ่งที่เผยรอยยิ้มส่งมาให้...เเต่นั้นไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้กอไผ่ก้าวไม่ออกหรอก  เพราะเหตุผลมันคือ...ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยเลือด ในมือหิ้วศรีษะของคนๆ หนึ่งซึ่งกอไผ่จำได้ดีว่าคือคนที่เขาเจอตอนเเรกที่ตื่นมาที่บ้านหลังนี้...ดวงตาของหญิงสาวมองจ้องกอไผ่อย่างโกรธเเค้น... 

 

"หึหึ....สวัสดี ไอ้มนุษย์หน้าด้านที่จ้องจะเเย่งคู่หมั้นของข้า!!!"เธอตะเบงเสียงออกมาดังลั่น ก่อนจะโยนศรีษะในมือมาให้กอไผ่ 

 

ผลึบ! ตุบ!! 

 

โชคดีที่ออลตินนั้นไวกว่า ร่างสูงดึงกอไผ่มาด้านหลังของตน ก่อนจะปัดศรีษะนั้นออกไปให้พ้นทาง...กอไผ่ตัวสั่นเทา ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องอำกันเล่น ก็คงสมจริงเกินไป เพราะทันทีที่ศรีษะนั้นล่วงพื้น เลือดก็กระเซ็นไปทั่วบริเวณนั้น...กอไผ่มือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก ได้เเต่ยืนกำชายเสื้อของฟีบีเอาไว้เเน่น... 

 

"ฟีบี..กู..กู..." 

"หลับตาซ่ะ"ออลตินดึงร่างบางมากอดเอาไว้ ก่อนจะกระซิบบอกอีกฝ่ายเบาๆ เเล้วใช้มนตร์สะกิดให้อีกฝ่ายหลับไป 

"จะพามันไปไหน!!"เมื่อเห็นว่าออลตินไม่มีท่าทีสนใจตน เเล้วยังจะอุ้มพามนุษย์นั้นไปให้พ้นจากเธออีก ก็ยิ่งทำให้มาเรียโมโหมากกว่าเดิม.. 

"ไสหัวของเจ้าไปให้พ้นหน้าข้า!" 

 

กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!! 

 

เธอส่งเสียงกรีดร้องออกมาดังลั่น...ดังจนของที่อยู่เเถวๆนั้นพากันล้วงลงมาเเตกกันเป็นเสี่ยงๆ เเละด้วยเสียงกริ๊ดของเธอนี่เองยิ่งทำให้ผู้คนที่ได้ยินต่างพากันมาตรงที่เเห่งนี้กันหมด....ไม่เว้นเเต่องค์ราชันเเละราชินีเเห่งนครจันทราในตอนนี้ 

 

"นี้มันเรื่องอะไร!!"องค์ราชันตะเบ็งเสียงถามออกมาดังลั่น ดวงตาคมเข้มมองจ้องไปที่หญิงสาวก่อนจะมองเลยไปที่ศีรษะของข้ารับใช้ในปราสาทของตน 

"เจ้ามาที่นี่ทำไมมาเรีย...เเล้วเหตุใดจึงทำเยี่ยงนี้"หญิงผู้กุมอำนาจเหนือสุดของหญิงทั้งปวงถามออกมาเสียงเย็น ใบหน้ายังคงนิ่งอยู่เเต่เดิม 

"ข้าก็จะมาจัดการไอ้หัวขโมยที่จะขโมยว่าที่คนรักของข้าอย่างไรเล่าองค์รานี" 

"เจ้าพูดอะไร" 

"ท่านอย่ามาเเกล้งโง่ ท่านก็รู้ว่าข้าหมายถึงอันใด!!" 

"สามหาว!!! เจ้ากล้าใช่คำพูดเยี่ยงนี้กับข้าได้อย่างไร!!" 

 

ร่างของมาเรียถูกยกรอยจากพื้นทันทีด้วยฝีมือของราชินีเเห่งนครจันทรา เเรงบีบที่ถูกส่งผ่านไปทำให้มาเรียทรมานไม่น้อย... 

 

"ฮึก...ปะ...ปล่อยข้า!" 

"พาคนของเจ้าออกไป..ข้าจะจักการที่นี่เอง"เมื่อเห็นว่าคงอยากที่เพลิงพิโรจของภรรยาจะดับลงในเร็ววัน ผู้เป็นพ่อจึงคิดกันลูกชายเพียงคนเดียวออกไปจากเรื่องนี้ 

"ขอรับ ท่านพ่อ" 

. 

. 

. 

ออลตินอุ้มพากอไผ่กลับมาที่โลกมนุษย์ ก่อนจะค่อยๆ วางร่างบางลงที่เบาะนั่งของรถยนต์ซึ่งได้ใช้มนตร์บังเอาไว้เเถวๆ บ้านหลังหนึ่ง... 

 

ซี๊ดด... 

 

"คงเพราะใช้พลังมากเกินไปสินะ"ออลตินพูดออกมา เมื่อมองเเผลที่หัวไหล่ของตนเอง ซึ่งน่าจะเกิดตอนที่มาเรียกรีดร้องนั้นเเหละ  เเล้วคงมีเศษเเก้วเศษกระจกกระเด็นมาโดน 

“อะไรอะ??” 

“นอนเถอะกอไผ่ เดี๋ยวถึงเเล้วข้าจะปลุก”ออลตินว่าเเบบนั้น เเล้วกอไผ่ก็หลับไปอีกครั้ง ก่อนจะหลงลืมเรื่องร้ายๆ ทั้งหมดไป  

. 

. 

. 

ทางด้านนครจันทรา 

 

"นี้มันเกิดอะไรขึ้นขอรับ!!" 

 

ร่างของมาเรียที่มีสภาพดูไม่ได้ เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดเเผล มีเลือดมากมายไหลออกมาจากตัวของเธอ ร่างของเธอถูกโยนลงสู่พื้นตรงหน้าบิดาของเธออย่างไม่ใยดี... 

 

"ถามลูกสาวตัวดีของท่านเถิด...ทำตัวเยี่ยงโจร บุกรุกเข้ามาในเขตพระราชฐานขององค์เหนือหัวในยามวิกาลเพียงเพราะคิดว่าตนเป็นคู่หมั้นองค์ชายเเล้วจึงทำได้รึ...โง่สิ้นดี..." 

"นี้มันเรื่องอะไรท่านเสนา" 

"ท่านมัสโทเอล รับราชองค์การ!" 

"ขอรับ!"มัสโทเอล ซึ่งเป็นพ่อของมาเรียย่อเข่าลงในท่าทำความเคารพทันที  สายตามองไปยังลูกสาวที่นอนไร้สติอยู่ข้างๆ 

 

//ข้าเสนาบดีคนสนิทลำดับที่สอง เเห่งองค์ราชันเเห่งนครจันทราองค์ปัจจุบัน  ออดิออส จะเป็นผู้อ่านพระราชสารจากองค์เหนือหัวท่านให้เเก่ท่าน...มัสโทเอล ผู้ดำรงตำเเหน่ง Suegro​ (พ่อตาภาษาสเปน) เเละดำรงตำเเหน่งเสนาบดีลำดับที่ 13...ขอถอดถอนท่านออกจาก ตำเเหน่งSuegro เเละขอยกเลิกขอตกลงที่เคยทำเอาไว้กับครอบครัวของท่าน ด้วยเหตุที่ลูกของเจ้าทำนั้นเกินอภัย  เเต่เพราะเห็นเเก่ความดีของเจ้า ข้าจักตัดสินโทษทั้งหมดในเวลาต่อไปข้างหน้า สิ้นสุดพระราชองค์การ// 

 

"...มัสโทเอลรับราชองค์การพระเจ้าค่ะ" 

"ลำบากเเล้วละท่าน..เเต่จะโทษใครได้เล่า หึหึ"พูดจบท่านเสนาผู้นำสารเเละตัวของมาเรียมาส่ง ก็เดินออกจากตรงนั้นไป 

 

BY : LUN_LA 

 

 

งื้ออออออออออออ 

ออเจ้าทั้งหลายยังรออ่านนิยายของตัวข้าอยู่หรือไม่ 

ตัวข้าต้องของอภัยยิ่งนักที่ห่างหายไป....ทั้งติดละครเเละไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะสามารถเเต่งทั้งตอนจบได้ในวันเดียว  ทำได้เพียงเเต่งวันละนิดๆ เเล้วนำมารวมกันอัพเยี่ยงวันนี้....ฮือออออ 

ได้โปรดอย่างทิ้งนิยายขอข้าเลย กลับมาอ่านกันเถิดออเจ้าทั้งหลาย  อย่างไปอื่นไกลเลยยยยยยยยย 

ปล.อินท่านหมื่นมากกก  งื้อ หน้านิ่งยิ้มยากยิ้มที่ใจละลาย โอ๊ยยยยยย...ออเจ้าทั้งหลายเห็นด้วยหรือไม่ 

ความคิดเห็น