ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 20(Rewrite​)

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2563 23:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 20(Rewrite​)
แบบอักษร

​อากาศยามบ่ายพัดสายลมอ่อนๆ  ให้รู้สึกสดชื่นใต้ต้นตีนเป็ดต้นใหญ่  แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ทุกคนที่จะสดชื่นตามสายลมที่พัดมา 

“น้องลิน กูขอโทษ”กะทิที่พยายามง้อคนข้างๆตั้งแต่เจอหน้าเมื่อคาบแรกของวันนี้  กะทิก็ง้อควานลินทุกทาง  รู้ว่าชอบนมก็ไปซื้อนมมาให้กองข้างหน้าเต็มไปหมด  แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผล  พาไปร้านเค้ก  ก็ไม่ยอมหายงอน 

“กูไม่ให้อภัย”ควานลินหันไปอีกทาง พลางทำหน้าง้ำงอ  ทั้งๆที่ตัวเองกลั้นขำไม่ไหวแล้ว  แค่อยากแกล้งกลับคืนบ้าง 

“แต่ที่ทำไปเพราะหวังดีนะ อย่าโกรธนานสิ”กะทิยังคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ  มองไปทางซีไนน์เป็นเชิงบอกว่าให้ช่วยหน่อย  แต่ซีไนน์ก็ทำเพียงแค่ส่ายหน้าช้าๆ แล้วหันไปสนใจกับชีทตรงหน้าต่อ 

“ทำไมพวกมึงทำอะไรไม่บอกกันก่อนล่ะ   คิดอยากทำอะไรก็ทำงั้นหรอ”ควานลินพูดออกมา  สีหน้าแสดงออกมาชัดเจนว่าน้อยใจ  หันไปทางกะทิที  กอล์ฟที  ถุงที  ซีไนน์ที 

“แต่พวกกูแค่อยากให้ลินคืนดีกับพี่ลูคัสแค่นั้นเองนะ”กอล์ฟพูดเสียงอ่อน 

“แล้วมึงถามกูสักคำแล้วยังว่ากูกับพี่เขาทะเลาะกันรึเปล่า”ควานลินสวนกลับ 

“ก็เวลาพวกกูพูดถึงพี่ๆเขาลินทำเหมือนไม่ชอบใจทุกทีนี่นา”กอล์ฟเองก็พยายามอธิบาย  ส่งสายตาให้เพื่อนว่ารู้สึกผิดไปแล้วจริงๆ  ควานลินมองสายตาเพื่อนก็อึ้งๆไปนิดหน่อย แกล้งแรงไปไหมวะ? 

“ก...ก็ เอาเป็นว่ากูไม่ได้ทะเลาะกับพี่เขานะ  โอเคไหม  แล้ว..  ถ้าทะเลาะกันจริงๆ  ต่อให้มึงพากูให้ไปนอนข้างๆพี่เขาแต่ถ้ากูไม่อยากคืนดีด้วยกูก็ไม่คืนดีด้วย  โอเคไหม”ควานลินพูดชัดเจนลงท้ายด้วยคำถามแล้วหันไปสนใจชีทในมือต่อ 

“สรุปแล้วมึงไม่ได้ทะเลาะไม่ได้โกรธแค้นเคืองอะไรพี่เขาหรอ”ถุงถามออกมาหลังจากที่เงียบมาตั้งนาน 

“ก็เออดิ”ควานลินเงยหน้ามองเพื่อน 

“อ้าว  ละไม่บอกกันบ้างล่ะ”กะทิถามสวนกลับ 

“มึงเคยถามกูไหม”ควานลินหันไปมองเพื่อนตาขวาง 

“แหะๆ”กะทิได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆให้เพื่อนไป  ก็ถูก  เขายังไม่เคยถามควานลินสักคำ 

“งั้นลินยกโทษให้พวกกูเหอะน๊า  ก็ไม่รู้จริงๆ  ว่าน้ำนั่นไปอยู่ในห้องนั้นได้ยังไง  ถ้าไอ้ถุงไม่เล่า  กูก็ไม่รู้  กูขอโทษ”กอล์ฟจับแขนควานลินแล้วเขย่าเบาๆ  อธิบายให้เพื่อนฟัง  เขาเองก็ไม่รู้เรื่องว่าคืนนั้นเพื่อนไปโดนอะไร  รู้อีกทีก็ตอนที่ถุงโทรมาบอก 

“เออ  กูรู้เรื่องหมดละ”ควานลินตอบ  รู้แล้วว่าเพื่อนไม่รู้เรื่องด้วย 

“ห้ะ  รู้จากใคร”กะทิถามงงๆ  เขาตั้งใจจะมาอธิบายให้เพื่อนฟังทุกอย่างในวันนี้ว่าทำไมถึงจับเพื่อนไปอยู่ในห้องกับลูคัสแบบนั้น 

“ก็รู้จากพี่เกล”ควานลินตอบ  ยกน้ำขึ้นมาดื่ม 

“ไปสนิทกับพี่เกลตั้งแต่เมื่อไหร่”กอล์ฟถามด้วยความสงสัย  ปกติควานลินไม่ค่อยคุยกับคนอื่นเท่าไหร่ เห็นก็มีแต่กับคนในกลุ่มนี่แหละที่จะคุยมากหน่อย 

“ก...ก็  ช่างเหอะน่า”ควานลินตอบ  ไม่อยากอธิบายอะไรมาก 

“แล้วทำท่าโกรธเนี่ย  มึงแกล้งพวกกูหรอ”กะทิเท้าสะเอวถามเพื่อน 

“ใครใช้ให้มึงแกล้งกูก่อนละ  มึงไม่รู้รึไงว่ากูต้องเจอกับอะไรบ้าง”ว่าจบก็แลบลิ้นให้เพื่อนทีหนึ่ง 

“พี่เขาไม่ได้ทำอะไรมึงใช่ไหม  หรือว่า  มึงเสียตัวไปให้พี่เขาแล้ว”กะทิยกมือปิดปากถามถึงเหตุการณ์คืนนั้นต่อ 

“มึงจะบ้ารึไง  เสียตัวอะไรล่ะ”ควานลินว่าพลางยกนิ้วผลักหัวเพื่อนเบาๆ 

“แล้วพี่เขาทำยังไงวะ”ถุงถามด้วยความสงสัย  แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ถุงคนเดียวที่สงสัย  ทั้งกอล์ฟและกะทิก็มองเขาไม่วางตา  ยกเว้นก็แต่ซีไนน์ที่ควานลินอธิบายให้ฟังทุกอย่างตั้งแต่เมื่อวาน จะว่าอธิบายทุกอย่างก็ไม่ถูกเพราะบางช่วง.....ควานลินก็ไม่ได้เล่า 

“ไม่รู้ไม่อยากเล่า”ควานลินบ่ายเบี่ยง  ไม่อยากพูดถึงแล้ว 

“เล่ามาหน่อย  กูอยากรู้”กะทิเซ้าซี้ 

“พวกมึงนี่”ควานลินหันไปค้อนเพื่อน 

“ลินเขาโดนจับมัดมือ  แล้วแช่ในอ่างน้ำน่ะ”ซีไนน์บอกแทนน้องชายออกไป  เข้าใจว่าทำไมน้องชายไม่อยากเล่า  คนที่ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนคงไม่อยากจะต้องมานั่งพูดถึงมันหรอก   แต่เพื่อนก็อยากรู้  ซีไนน์เลยตัดสินใจตอบแทนน้องไป 

“มัดมือหรอ  เจ็บไหม”กะทิตาโตเมื่อได้ยินคำตอบ  ดึงมือเพื่อนมาดูด้วยความเป็นห่วง  พลิกข้อมือเล็กไปมา  เห็นรอยช้ำที่อยู่รอบๆข้อมือ   ถุงและกอล์ฟก็ชะโงกหน้ามาดูด้วยความเป็นห่วงเช่นเดียวกัน 

“คิดว่าจะเจ็บไหมล่ะ  กูก็ไม่แน่ใจหรอก  แต่ตื่นเช้ามามือกูก็เป็นรอยแดงไปหมดแล้ว”ควานลินตอบน้ำเสียงออกจะงอแงเล็กน้อย   จริงๆเขาไม่รู้หรอกว่าถูกมัดด้วยอะไร  แต่รู้ว่าถูกมัดมือแน่ๆแม้จะไม่รู้สึกตัว  แต่โดนแช่น้ำก็รุ่นพี่ที่ชื่อเกลเป็นคนบอก  มองรอยช้ำที่ข้อมือของตัวเองแล้วได้แต่เบะปาก  ที่เขาต้องใส่เสื้อแขนยาวตลอดเวลาสองสามวันมานี้ก็เพื่อปิดรอยพวกนี้ที่ข้อมือ 

“แล้วทำไมพี่เขาต้องรุนแรงกับมึงด้วยล่ะ”ถุงถามเพื่อน  ยื่นไปจับมือควานลินดูรอยช้ำด้วย 

“กูจะไปรู้ไหม”ควานลินว่า  พลางดึงมือจากเพื่อน  แล้วปิดแขนเสื้อตามเดิม 

“บางที่ตอนมึงโดนยานรกนั่น  ความต้องการมึงอาจจะมีเยอะจนพี่เขาต้องจับมึงมัดไว้ก็ได้   อีกอย่างกูได้ยินมาว่าถ้าโดนวางยานะ  ให้น้ำเย็นช่วยดับอารมณ์ได้ด้วย  พี่เขาคงช่วยมึงแหละ”กอล์ฟสันนิฐาน  กะทิพยักหน้าเห็นด้วย  ทั้งสองรู้สึกผิดกับเพื่อนจนไม่รู้จะพูดอะไรดีเมื่อเห็นเพื่อนต้องเจ็บตัวขนาดนี้ 

“พอเหอะ  กูไม่อยากพูดถึงแล้ว  ทีหลังพวกมึงก็อย่าเล่นอะไรแบบนี้ละกัน  นี่ถ้าพวกมึงทำกับพี่ซีนด้วยล่ะก็  กูเอาเรื่องแน่ๆ”ควานลินคาดโทษ 

“กูขอโทษ”กะทิพูดเสียงอ่อน 

“ใกล้สอบแล้วนะ  สัปดาห์หน้าเราจะเริ่มติวกันแล้วยัง  วันหยุดไปติวบ้านกูไหม”ซีไนน์เอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าทุกคนเริ่มไม่พูดเรื่องที่ผ่านมาแล้ว 

“ก็ดีเหมือนกัน  กูไม่อยากอ่านหนังสือที่บ้าน  น้องกูชอบมากวน”ถุงตอบ 

“งั้นก็ไปอ่านมาล่วงหน้าละกัน  แล้วที่เหลือเราก็มาช่วยกันติว”ซีไนน์ตอบ  สายตาก็ยังคงอยู่กับโจทย์ตรงหน้า 

“อื้อ”ดูเหมือนทุกคนจะเห็นด้วยทั้งหมด 

 

 

แสงไฟในห้องค่อยๆสว่างขึ้นทีละดวงสองดวง  ซีไนน์กวาดสายตามองไปรอบๆห้องของน้องชาย  สัปดาห์นี้เขายังไม่ได้มาจัดห้องให้น้องเลยนะ  แต่ทุกอย่างกลับดูเป็นระเบียบจนผิดสังเกต 

“หืม  น้องจัดห้องเองหมดเลยหรอ”ซีไนน์หันไปถามด้วยความแปลกใจ 

“ก็ใช่ไงครับ  พี่ซีนคิดไม่ถึงล่ะสิ”ควานลินพยักหน้าพลางส่งยิ้มกว้างอย่างนึกภูมิใจเมื่อเห็นสีหน้าพี่ชายที่มองมาด้วยความแปลกใจ 

“เก่งมาก”ซีไนน์ยกมือขยี้หัวทุยของน้องเบาๆ  อ่า  ดูเหมือนน้องชายเขาจะโตขึ้นมาอีกนิดแล้วสินะ 

“คืนนี้พี่ซีนนอนกับน้องนะ”ควานลินบอกพี่ชายพลางเอากระเป๋าเป้ไปแขวนอย่างเป็นระเบียบข้างๆโต๊ะหนังสือ  ซีไนน์มองตามน้องชายด้วยรอยยิ้ม  ปกติเข้าห้องมาเจ้าตัวจะวางกระเป๋าไว้ที่ไหนสักที่ตามทางเดิน 

“ได้สิ”ซีไนน์พยักหน้าตอบรับ  แล้วเดินไปหยิบน้ำดื่มจากตู้เย็นออกมา 

“พี่ซีนลงซัมเมอร์ด้วยรึเปล่าครับ”ควานลินถามพลางเดินพี่ชายเข้ามาห้องครัว   ห้องครัวที่มีแต่ผลไม้สด  นมและขนมกินเล่น  ไม่มีวัตถุไว้ปรุงอาหาร  อาหารสด  หรือแม้แต่อาหารกระป๋อง 

“ลง  พี่อยากเก็บหน่วยกิตเร็วๆน่ะ  แล้วน้องตัดสินใจได้แล้วยังว่าจะลงอะไร  เรียนบริหารไหม”ซีไนน์พยักหน้า  พลางถามน้องชาย 

“น้องอยากเรียนภาษาฝรั่งเศส  เมื่อวานน้องก็คุยกับคุณอานะครับ”ควานลินตอบ 

“แล้วคุณอาว่าไงบ้าง" 

“พี่ซีนก็รู้ว่าคุณอาจะตอบว่าไง”ตอบคำถามพี่ชายเสร็จก็หันไปมองตาพี่ชาย 

“อยู่ที่คุณหนูตัดสินใจครับ/อยู่ที่คุณหนูตัดสินใจครับ​”แล้วพูดออกมาพร้อมๆกัน 

“ฮ่าๆๆ   คุณอานี่   เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ”ควานลินหัวเราะออกมานึกสนุก  ซีไนน์ส่ายหัวเบาๆแล้วเรียกน้องชายเบาๆ 

“น้อง” 

“ครับ”ควานลินรับขานพี่ชายพลางเดินไปเปิดทีวีแล้วไปนั่งบนโซฟากว้าง 

“พี่ถามอะไรหน่อยสิ”ซีไนน์เดินตามไปแล้วนั่งลงข้าง 

“อื้อ”ควานลินพยักหน้า  ปากก็เขี้ยวขนมหงุบหงับสายตาก็จ้องไปที่ทีวีจอใหญ่ 

“น้องมีคนที่น้องชอบแล้วยัง”ซีไนน์ถามออกมาเบาๆ  แต่ก็ทำให้อีกคนชะงัก  ค่อยๆหันไปหาพี่ชายที่มองมาที่เขาอยู่แล้ว 

“ถ้ามีน้องจะบอกพี่ซีนเป็นคนแรกเลย  พี่ซีนก็รู้”ควานลินตอบพร้อมยิ้มให้พี่ชาย 

“อื้อ”ซีไนน์พยักหน้า 

“ทำไมจู่ๆพี่ซีนถึงถามเรื่องนี้ล่ะครับ  หรือว่า...   คนนั้นคือใครหรอครับ น้องชักอยากรู้จักแล้วสิ”ควานลินถามก่อนจะทำตาโต  หรือว่าพี่เขากำลังจะชอบใครอยู่รึเปล่านะ  ปกติซีไนน์ไม่พูดเรื่องนี้กับเขา  ไม่สิซีไนน์ไม่เคยสนใจ  ไม่เคยคิดจะมีแฟนด้วยซ้ำ 

“ไม่หรอก  พี่ยังไม่มีใครทั้งนั้น  ถ้ามี  น้องก็จะรู้เป็นคนแรกเหมือนกันไง”ซีไนน์ส่ายหน้าตอบน้องชายไป  ทั้งคู่เงียบไปสักพักก่อนที่ซีไนน์จะเอ่ยออกมาต่อ 

“แต่ว่า...” 

“ครับ?”ควานลินหันไปทางพี่ชายอีกครั้ง  จ้องเสี้ยวหน้าของพี่ชายที่กำลังก้มหน้านิ่งๆ 

“ไม่มีอะไรหรอก”ซีไนน์เงยหน้าบอกน้องพลางยิ้มกว้าง  แต่ควานลินดูออกว่ารอยยิ้มแบบไหนของพี่ชายคือความสุขความสบายใจ  และรอยยิ้มแบบไหนที่จะให้อีกคนสบายใจแต่ตัวเองมีเรื่องกลุ้มใจ  ควานลินไม่คิดถามพี่ชายต่อ  แต่ก็พูดในสิ่งที่ตนคิดว่าพี่ชายอาจจะสบายใจมากขึ้น  

“ถึงน้องจะไม่เคยมีแฟน  แต่น้องก็รู้ว่าความรักเป็นสิ่งที่ดี  ถ้าวันหนึ่งพี่ซีนชอบใคร  น้องก็ชอบด้วย  พี่ซีนรักใคร  เขาคนนั้นก็จะเป็นเหมือนพี่ของน้องด้วย”ควานลินบอก แล้วยิ้มกว้าง ควานลินรู้ว่าพ่อกับแม่ไม่เคยขวางลูกๆในเรื่องพวกนี้   ส่วนคุณย่านะหรอ  แม้จะเผด็จการนิดหน่อยในบางเรื่อง    

แต่เรื่องแบบนี้คุณย่าเคยบอกแล้วว่าจะไม่มีทางบังคับพวกเขา  แม้แต่ตอนมัธยม  มีคนส่งดอกไม้ให้ซีไนน์ในวันวาเลนไทน์  คุณแม่ยังยุให้ซีไนน์เดินเข้าไปจีบคนที่ให้ดอกกุหลาบอยู่เลย แต่โชคดีที่ซีไนน์ปฏิเสธ  ไม่งั้นคงได้ไปเดินจีบคนเป็นสิบๆคนแน่ๆเมื่อคนที่ให้ดอกกุหลาบไม่ได้มีแค่คนเดียว 

“แล้วสมมติถ้าคนนั้นเป็นผู้ชายล่ะ”ซีไนน์เงียบอยู่พักใหญ่ก่อนจะตัดสินใจถาม  ควานลินมองพี่ชายตาค้าง  จนซีไนน์ต้องพูดปัด 

“ช่างมันเถอะ  พี่ก็พูดไปอย่างนั้นแหละ”ว่าแล้วก็ส่งยิ้มกว้างแล้วหันไปสนใจทีวีตรงหน้าทำเหมือนไม่ได้พูดอะไรออกไป   ควานลินเมื่อตั้งสติกับคำถามพี่ชายได้ก็เริ่มเข้าใจว่าพี่ชายกำลังหนักใจเรื่องอะไร 

“น้องไม่สนหรอกว่าคนนั้นจะเป็นใคร  มาจากไหน  เพศอะไร ถ้าเขาทำให้พี่ซีนมีความสุข  น้องก็อยากให้เขาเข้ามาในชีวิตพี่ซีน  ความรักมันไม่เคยมีเส้นแบ่งแยกนี่ครับ  อีกอย่าง  พี่ชายของน้องเนี่ย  ทั้งหล่อทั้งน่ารักแถมยังทำอาหารเก่ง  เรียนก็เก่ง  ใจดีอีกต่างหาก  ใครๆก็รักได้ง่ายๆ” ควานลินพูดไปตามที่ตนเองคิด    ถึงแม้เขาจะไม่เคยมีแฟน  แต่ไม่ใช่จะไม่รู้ว่าความรักมันคืออะไร   อีกอย่างเดี่ยวนี้สังคมก็เปิดกว้างมากขึ้น  แล้วคนในครอบครัวนะหรอ  ก็บอกแล้วว่าทุกคนไม่บังคับ  ดอกกุหลาบวันวาเลนไทน์ทุกครั้ง  ผู้ชายส่งให้ซีไนน์มากกว่าที่ผู้หญิงส่งมาให้อีก 

“ยอเก่งจังเลยนะ   หืมมม”ซีไนน์ยิ้มกว้างมองน้องชายด้วยแววตาขอบคุณ  ควานลินมักจะรู้ว่าตอนไหนที่เขาสบายใจและไม่สบายใจ  และรู้วิธีที่จะทำให้เขาสบายใจ  นี่สินะ  ความสัมพันธ์ของคนเป็นพี่เป็นน้อง 

“ก็พี่ชายของน้องเจ๋งที่สุดจริงๆนี่ครับ”ว่าแล้วก็หันไปกอดพี่ชายอย่างทุกครั้ง  เขานึกไม่ออกเลยว่าวันหนึ่งถ้าไม่มีซีไนน์อยู่ข้างๆชีวิตจะเป็นยังไง  ในเมื่อโตมาด้วยกัน  รู้ใจกันและกันมากที่สุด  หากไม่มีซีไนน์เขาคงขาดใจ  คิดแล้วก็อดไม่ได้ที่จะกระชับกอดพี่ชายให้แน่นขึ้น 

“น้องของพี่ก็เจ๋งที่สุด”ซีไนน์ลูบหัวน้องชายเบาๆ    ยิ้มให้กับคนในอ้อมกอด  ก่อนที่จะหันไปทางประตูเมื่อได้ยินเสียงกดกริ่งดังขึ้น 

“อะเดี่ยวน้องไปเปิดประตูเองครับ”ควานลินว่า  พลางผละออกจากอกพี่ชาย   ได้แต่ภาวนาว่าไม่ใช่ลูคัสที่มาห้องเขาในเวลานี้ 

“คุณอา”เมื่อเปิดประตูก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก  เมื่อเห็นว่าเป็นแอลดีน   สีหน้าที่เป็นกังวลของคนตรงหน้าทำให้ควานลินเกิดความสงสัย  ไม่ทันจะถามแอลดีนก็ชิงถามขึ้นมาซะก่อน 

“คุณหนูลิน  คุณหนูซีนอยู่ที่นี่หรือเปล่าครับ”แอลดีนถามสีหน้าแสดงถึงความกังวล 

“ครับ  พี่ซีนอยู่กับน้อง”ควานลินพยักหน้า  พลางเดินนำให้อีกคนเข้ามา 

“อ้าว คุณอา”ซีไนน์ที่เดินออกมาหาแขกก็เรียกแอลดีนด้วยความแปลกใจ 

“ผมเห็นว่ามันดึกแล้ว  แล้วคุณหนูยังไม่กลับบ้าน  ผมเลยเป็นห่วงครับ”แอลดีนมองไปที่ซีไนน์อย่างโล่งอก   เมื่อเห็นว่าดึกมากแล้ว  แต่อีกคนยังไม่กลับบ้าน  โทรไปก็ไม่รับสาย  โทรหาคนเป็นน้องก็ไม่ติด  ขับรถตระเวนไปทุกที่ใกล้ๆที่พักที่ๆคิดว่าอีกคนอาจจะไป แต่ก็ไม่เจอ  แล้วก็มาที่คอนโดของควานลิน 

“โอ้ว  ซีนขอโทษครับ  ลืมโทรไปบอกคุณอาเลย  กระเป๋าซีนอยู่ในรถน้องด้วยสิครับ”ซีไนน์รีบกล่าวขอโทษเมื่อนึกได้  ปกติเขาจะกลับบ้านเร็ว  แต่ถึงจะกลับบ้านช้าเขาก็ไม่เคยต้องบอกกล่าวกับใคร   แต่วันนี้เขากลับลืมไปว่าไม่ได้อยู่บ้านคนเดียว  ทำให้แอลดีนต้องมาตามาหาถึงที่นี่ 

“เห็นคุณหนูอยู่ที่นี่แล้ว  ผมก็สบายใจครับ”แอลดีนตอบตามตรง   หากทั้งสองคนเป็นอะไรไป  เขาคงไม่ให้อภัยตัวเองแน่ๆ 

“คุณอาพูดเหมือนกับว่ามีคนจ้องทำร้ายซีนงั้นแหละ”ซีไนน์พูดติดตลก   โดยหารู้ไม่ว่าอีกคนไม่ตลกด้วย  ในเมื่อโลกนี้ไม่ได้ปลอดภัยสำหรับทุกคน 

“เอ่อ   ผมแค่ต้องดูแลคุณหนูทั้งสองให้ดีที่สุดตามคำสั่งคุณท่านน่ะครับ”แอลดีนพูดออกมา 

“ครับ  ซีนเข้าใจแล้ว”ซีไนน์พยักหน้า  แอลดีนก็อย่างนี้  ทำทุกอย่างที่คุณย่าสั่ง  ทำทุกอย่างตามคำสั่ง 

“คืนนี้คุณหนูจะพักที่นี่รึเปล่าครับ”แอลดีนถามซีไนน์ 

“ครับ   น้องอยากให้ซีนพักที่นี่ด้วย  ขอโทษคุณอาด้วยนะครับที่ทำให้เป็นห่วง”ซีไนน์พยักหน้าพลางกล่าวขอโทษอีกครั้ง 

“ไม่เป็นไรครับ”แอลดีนส่งยิ้มให้  พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ 

“พี่ซีนกลับไปกับคุณอาก็ได้ครับ  คุณอาอุตส่าห์มาหาถึงนี่แล้ว”ควานลินที่หายไปในครัวเดินออกมาพร้อมน้ำในแก้วยื่นให้แอลดีนแล้วกล่าวตอบแทนซีไนน์   ก็ไหนๆแอลดีนก็อุตส่าห์มาตามหาแล้ว  ขืนยังให้พักอยู่กับเขาที่นี่อีก  ก็ดูจะเสียมารยาทกับผู้ใหญ่ 

“เอาอย่างงั้นหรอ”ซีไนน์หันไปมองน้องชาย 

“ครับ”ควานลินพยักหน้าให้พี่ชายพร้อมตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังชัดเจน 

 

สองข้างทางที่ประดับไปด้วยอาคารบ้านเรือนและแสงไฟริมถนน  ผ่านไปทีละดวงๆ  ในรถมีเพียงเสียงเพลงทำให้บรรยากาศไม่อึมครึมมากเกินไป   แอลดีนมองกระจกรถเพื่อมองคนข้างหลังที่นั่งเงียบมาตลอดทาง  เห็นอีกคนกำลังตั้งใจกับมือถือในมือก็ละสายตามองถนนอีกครั้ง 

ซีไนน์เงยหน้าจากจอในมือมองแอลดีนที่ตั้งใจกับการขับรถก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ  ก็ไหนว่าจะทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม  แต่พออยู่ด้วยกันสองคนทำไมถึงชอบทำเป็นเมินเขาบ่อยขนาดนี้นะ    ซีไนน์จ้องอยู่อย่างนั้นก่อนจะบอกให้แอลดีนพาไปที่ที่ตัวเองต้องการ 

สะพานนางฟ้า  เพราะช่วงนี้ค่อนข้างยุ่งๆทำให้ไม่โอกาสออกมาเดินตลาดเลย  ได้ออกมาเดินซื้อของกินอร่อยๆแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน   

ซีไนน์ยิ้มกว้างกับอาหารตรงหน้า  เดินไปร้านนู้นทีร้านนี้ที  แอลดีนก็เดินตาม มองท่าทางที่ยิ้มกว้างของอีกคนก็เผลอยิ้มตาม  เมื่อเห็นซีไนน์เดินผลุบหายเข้าไปในร้านเป็นร้านเครื่องประดับแนววินเทจก็เดินตาม    เห็นอีกคนกำลังตั้งใจกับของในมือสองชิ้น 

“สวยไหมครับ" ซีไนน์หันไปทางแอลดีน  แล้วยกสร้อยข้อมือสองเส้นในมือให้ดู 

“ครับ”แอลดีนพยักหน้า  ไม่ยักจะรู้ว่าอีกคนจะชอบเครื่องประดับ 

“รูปสามเหลี่ยมกับจันทร์เสี้ยวอันไหนดีกว่ากันครับ”ซีไนน์ถาม   ยื่นสร้อยข้อมือที่มีจี้เหล็กเส้นรูปสามเหลี่ยมสีเงินกับสร้อยข้อมือที่มีจี้รูปพระจันทร์ 

“ผมไม่ถนัดเรื่องนี้ด้วยสิครับ”แอลดีนตอบไปตามตรง  เข้าไม่สันทัดเรื่องเครื่องประดับนัก 

“คุณอาก็แค่ตอบตามความรู้สึก  ไม่เห็นต้องใช้ทฤษฎีอะไรเลยนี่ครับ”ซีไนน์เอียงคอตอบอีกคน 

“เอาเถอะครับ   ช่างมันเถอะ”แต่เมื่ออีกคนเงียบก็หันไปพูดกับเจ้าของร้าน 

“ผมเอาสองเส้นเลยครับ”ว่าพลางก็ยื่นสร้อยในมือเอาใส่ถุงแล้วเดินออกจากร้าน 

“อ่ะ  เส้นนี้ซีนให้คุณอา”จู่ๆซีไนน์ก็หยุดฝีเท้าแล้วหันมาทางคนร่างสูงก่อนจะยื่นสร้อยในมือให้  แอลดีนชะงักมองการกระทำของซีไนน์ด้วยความงุนงง ซีไนน์เมื่อเห็นแอลดีนชะงักก็ยื่นมือดึงมือของอีกคนมาสวมสร้อยจี้รูปสามเหลี่ยม 

“มาครับซีนใส่ให้  แล้วห้ามปฏิเสธนะครับ  ซีนรู้นะครับ  ว่าคุณอาไม่ได้หักเงินค่าใช้จ่ายของในบ้านทุกครั้งจากบัญชีซีน  ถือว่าเป็นค่าตอบแทนนะครับ”พลางพูดแกมบังคับจบด้วยรอยยิ้มสวยเหมือนเดิม   แอลดีนได้แต่ยืนนิ่งๆก้มมองสร้อยที่ข้อมือแล้วมองอีกคนที่เงยหน้าส่งยิ้มให้เขา 

“กลับกันเถอะครับ”ซีไนน์พูดแล้วจับมือแอลดีนแน่น 

“ครับ”แอลดีนพยักหน้ารับ มองคนข้างๆที่เดินจับมือเขาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย 

ถ้ายังเป็นอย่างนี้อยู่ต่อไป 

ทุกอย่างจะไม่แย่ลงใช่ไหม 

______________________________________________ 

มาช้าไปโน๊ะ   อิอิอิ 

ซอรี่น๊าาาา 

พรุ่งนี้กับมะรืนโปรดมีสอบนะ  ไม่แน่ใจว่าจะมาอัพนิยายให้ทุกคนได้อ่านกันรึเปล่า 

ถ้ามีเวลาก็จะมาอัพนะงับ  แต่ถ้าไม่มีเวลาถ้าเหนื่อยเกินไปอะไรยังไงอาจจะไม่มานะ 

ไม่โกรธกันนะ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะงับ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว