ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Omega 2

คำค้น : Yaoi, NC, SM, 18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มี.ค. 2561 23:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 10,000
× 0
× 0
แชร์ :
Omega 2
แบบอักษร

Omega 2



        “ทำไมจะมองไม่ได้ล่ะ ในเมื่อผมเป็นอัลฟ่าและคุณ


        “...เป็นโอเมก้า”


        “!!” อาเชอร์เบิกตากว้างอย่างตกใจทันทีกับสิ่งที่ได้ยิน ยิ่งเห็นท่าทางคุกคามของอีกคนก็ยิ่งทำให้ร่างบางทำตัวไม่ถูก อยากจะร้องขอความช่วยเหลือแต่ตรงนี้ก็ลับสายตาคนมาก ร้องไปก็คงไม่มีใครได้ยิน ช่วยด้วย...เขาควรทำยังไงดี!


        “คะ...คุณจะทำอะไร?” อาเชอร์ถามเสียงสั่นพร้อมมองคนตัวสูงอย่างหวาดระแวง


          “ผมก็แค่อยากรู้จักคุณ คุณถูกใจผม” ไม่พูดเปล่าสายตาคมยังมองอาเชอร์หัวจรดเช้าอย่างพินิจพิจารณา แถมยังเลียปากอย่างหยาบคาย

         “แต่ผมไม่อยากรู้จักคุณ โอ๊ย!” อาเชอร์ร้องออกมาทันทีเมื่อเขาทำท่าจะเดินหนีแต่ถูกอีกคนกระชากกลับแล้วเหวี่ยงเข้ากับกำแพงอย่างแรงจนร่างบางรู้สึกเจ็บหลังไปหมด


          “อย่าเล่นตัวนักน่า ถ้าทำตัวน่ารักๆ เดี๋ยวผมจ่ายไม่อั้น”


          “ผมไม่ได้ขายนะ!” อาเชอร์โวยวายใส่อีกคนเสียงดังด้วยความไม่พอใจ


          “พวกโอเมก้ามันก็ขายกันทั้งนั้นแหละ พวกชั้นต่ำ...โอ๊ย!” คนตัวสูงร้องออกมาทันทีเมื่อถูกอาเชอร์ชกหน้าอย่างแรงเพราะคำพูดดูถูกและหยาบคาย อาเชอร์อาศัยจังหวะนี้ในการหนีแต่ก็ไม่ทันเมื่ออีกคนเร็วกว่ากระชากตัวร่างบางกลับมาอีกครั้งแล้วโยนใส่กำแพงแรงกว่าครั้งแรก


พลั่ก


          “โอ๊ย!!”


          “พยศนักนะมึง” ชายหนุ่มว่าก่อนจะซุกไซ้ซอกคอของอาเชอร์ทันที อาเชอร์พยายามดีดดิ้นตัวอย่างขัดขืนพร้อมกับแหกปากร้องอย่างขอความช่วยเหลือ


          “ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วยยยย!!”


พลั่ก


          “อึก” อาเชอร์ร้องออกมาทันทีเมื่อโดนอีกฝ่ายต่อยเข้าที่ท้องน้อยออย่างแรง ร่างบางทรุดลงไปกับพื้นทันทีด้วยความจุก คนตังสูงกว่ายกยิ้มทันทีพร้อมทำท่าจะคว้าตัวอาเชอร์เพื่อพาไปที่อื่นแต่...


พรึ่บ


          “ใครวะ?” ชายหนุ่มสบถขึ้นอย่างไม่พอใจทันทีเมื่ออยู่ๆ มีคนกระชากไหล่ของเขา


          “สเวน อีเมอร์สัน”


          “ใช่” สเวนตอบรับด้วยท่าทางและน้ำเสียงเรียบนิ่ง


          “เอ่อ...ทำไม...”


          “นั่นน่ะ...”


          “เด็กนายเหรอ? เอ่อ...ฉันไม่รู้ๆ ขอโทษนะ” ว่าแล้วอีกฝ่ายก็รีบวิ่งหนีออกไปทันที แหงแหละ...ใครบ้างที่ไม่รู้จักทายาทของตระกูลอีเมอร์สันบ้าง หนึ่งในสี่ตระกูลมหาอำนาจของเมืองปาสคาล แน่นอนว่าทั้งสี่ตระกูลนี้ไม่มีใครกล้าต่อกรด้วยแน่ๆ


          “อึก...” อาเชอร์ร้องออกมาอีกครั้งพร้อมกับพยายามขยับตัวลุกขึ้น แต่เพราะความจุกทำให้ร่างบางไม่สามารถลุกขึ้นได้เลย


พรึ่บ  


          “โอ๊ย!” อาเชอร์ร้องออกมาเมื่ออยู่ๆ ก็ถูกดึงให้ลุกขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่ช่วยเขา แต่มันไม่ดีตรงนี้ดึงแรงนี่แหละ ทำไมมันไม่อ่อนโยนกันบ้างเลยเล่า คนเขาเจ็บอยู่นะ!


        “ขอบคุณนะครับที่...” อาเชอร์ชะงักไปทันทีเมื่อได้เห็นหน้าคนที่เข้ามาช่วยเขาชัดๆ แหงแหละ...เพราะเขาไม่คิดว่าคนที่มาช่วยเขาจะเป็น...สเวน อีเมอร์สัน!


        “ที่อะไร?” สเวนถามเสียงเรียบ


          “เอ่อ...ทะ...ที่มาช่วยผมครับ”


          “ไม่ได้ช่วย”


          “ฮะ?” อาเชอร์อุทานเสียงหลงอย่างงุนงงไม่น้อย


          “แค่ผ่านมา” พูดจบสเวนก็เดินออกไปทันทีอย่างไม่สนใจว่าอาเชอร์จะทำหน้ายังไง อาเชอร์อ้าปากค้างอย่างตกใจไม่น้อยและเมื่อได้สติก็วิ่งตามคนตัวสูงไปทันที แม้ว่าจะยังรู้สึกจุกที่หน้าท้องก็ตาม


          “ดะ...เดี๋ยวครับ” อาเชอร์วิ่งมาดักหน้าสเวนเอาไว้


          “?” สเวนเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม


          “เอ่อ...ผมแค่จะขอบคุณ...ถึงคุณจะบอกว่าไม่ได้ช่วยก็เถอะ แต่ถ้าคุณไม่ผ่านมาผมคงแย่” อาเชอร์พูดออกมาจากใจจริง เรื่องเมื่อกี้เขากลัวมาก มากถึงมากที่สุด เขาคิดไม่ออกเลยว่าถ้าอีกคนไม่ผ่านมา ตอนนี้เขาจะเป็นยังไงบ้าง


          “อืม” สเวนตอบรับๆ สั้นก่อนจะเดินออกไป อาเชอร์มอหงตามแผ่นหลังกว้างของคนตัวสูงไปอย่างหงุดหงิดใจนิดๆ คนอะไรวะ...นิ่งเป็นบ้า เขาอุตส่าห์ขอบคุณนะ แต่ทำหน้าทำตาเหมือนไม่อยากรับคำขอบคุณยังไงยังงั้น เออๆๆ งั้นขอคืนก็ได้ คำขอบคุณของเขาน่ะ เอาคืนมาเลย!...


        “หายไปไหนมาวะ?” จัสตินถามขึ้นด้วยสีหน้าตกตื่นเมื่ออาเชอร์กลับเข้ามาในงาน พร้อมกับถาดเครื่องดื่ม


          “เอ่อ...มีเรื่องนิดหน่อย”


          “เรื่องอะไร?” จัสตินขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย อาเชอร์กัดปากอย่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูก เพราะเขาเองก็ไม่สามารถเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้เพื่อนฟังได้ ถึงเขาจะไว้ใจจัสตินก็เถอะ แต่เรื่องที่เขาเป็นโอเมก้า ยังไงก็บอกใครไม่ได้ ไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว!


        “คือ...เอ่อ...เราล้มน่ะ”


          “ฮะ? ล้ม?”


          “ใช่ๆๆ พอดีหกล้ม ก็เลยมาช้า” อาเชอร์อ้างไปเรื่อยแต่ดูเหมือนว่าจัสตินจะเชื่อ


          “แล้วเป็นอะไรหรือเปล่า? เจ็บตรงไหนมั้ย?”


          “ไม่ๆๆ เราโอเคแล้วล่ะ ทำงานกันต่อเถอะ เดี๋ยวจะโดนดุเอา” อาเชอร์ว่าก่อนจะรีบเอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟให้แขกในงานทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงคำถามซักไซ้จากจัสติน ซึ่งร่างบางไม่รู้เลยว่ามีสายตาคมของใครบางคนกำลังจ้องมองมาที่เขา...


          “นายมองอะไรอยู่เหรอครับ?” ดีแนลถามผู้เป็นนายขึ้นอย่างสงสัย เพราะหลังจากที่สเวนกลับมาจากห้องน้ำ ร่างสูงก็นั่งนิ่งและเหมือนมองอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา


          “เปล่า”


          “แต่ผมว่า...”


          “แค่สงสัย”


          “สงสัย?” ดีแนลทำหน้างุนงง


          “เบต้ากับโอเมก้าต่างกันยังไง?” ดีแนลทำหน้างุนงงยิ่งกว่าเดิมทันทีกับคำถามของผู้เป็นนาย แหงแหละ...ก็อีกคนเคยสนใจเรื่องอะไรแบบนี้ที่ไหนกันล่ะ ยิ่งอะไรที่เกี่ยวกับโอเก้า ยิ่งไม่มีทางสนใจเลย ซึ่งเขารู้ดีและรู้แบบนี้มานานแล้วล่ะ แต่อยู่ๆมาถามอะไรแบบนี้มันก็น่าตกใจใช่มั้ยล่ะ?


          “ก็...โอเมก้าก็จะมีฟีโรโมนที่คอยปล่อยออกมาทำให้อัลฟ่ารับรู้ครับ ว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นโอเมก้า หรือไม่ก็สังเกตเอาจากภายนอก”


          “ภายนอก?”


          “ก็...พวกตัวบางๆ หน้าหวานๆ ร้อยละเก้าสิบเป็นโอเมก้าทั้งนั้นแหละครับ” คำพูดของดีแนลทำให้สเวนเผลอนึกถึงใครอีกคนจนต้องจับจ้องไปยังร่างบางอีกรอบ โอเมก้างั้นเหรอ?...แต่ไหนบอกว่าที่นี่รับแต่เบต้ามาทำงานเพื่อป้องกันความวุ่นวายและเรื่องชู้สาวยังไงล่ะ แถมเรื่องฟีโรโมนอะไรนั่นเขาเป็นอัลฟ่าแท้ๆ แต่ก็ไม่เห็นรับรู้ได้เลย แต่ทำไมเหตุการณ์เมื่อครู่...ใช่แล้มันเว เขาไม่ได้เดินผ่านไปหรอก แต่เขาได้ยินเสียงคนร้องให้ช่วย ถามว่าเขาเป็นคนใจดีหรือเป็นคนดีแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาก็ตอบเลยว่าเขาไม่ได้ใจดี ไม่ใช่คนดี ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้เขาเดินไปตรงนั้นในตอนนั้น


          “นายกำลังคิดอะไรอยู่หรือเปล่าครับ?” ดีแนลเป็นฝ่ายถามขึ้นบ้างเพราะรู้สึกสงสัยเหลือเกิน


          “เด็กนั่น...”


          “ครับ?” ดีแนลยังคงทำหน้างุนงง


          “ช่างเถอะ” ดีแนลร้องอ้าวในใจออกมาทันที อะไรอ่ะ...พูดต่อให้จบดิ อย่าปล่อยให้ค้างแบบนี้!


        “กลับได้ละ” สเวนว่าอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปทันที ทำให้ดีแนลต้องรีบวิ่งตามอย่างรวดเร็ว โว้ยๆๆ นึกจะถามก็ถาม นึกจะพูดก็พูด หรือนึกจะไปก็ไป นี่แหละเจ้านายของเขา อารมณ์หลายขั้วยิ่งกว่าไบโพล่าร์เสียอีก!...งานของอาเชอร์เลิกในตอนตี 1 กว่าๆ ซึ่งร่างบางก็ได้รับเงินค่าแรงเลย ปากบางยกยิ้มอย่างดีใจกับเงินในมือ แหงแหละ...ก็พรุ่งนี้เป็นวันสิ้นเดือนแล้วนี่นา ถึงกำหนดที่เขาจะต้องส่งเงินกลับบ้านไปให้แม่กับน้องๆ แล้ว ใช่แล้ว...อาเชอร์มีแม่กับน้องชายฝาแฝดอีกสองคนอยู่ที่บ้าน ซึ่งแม่ของเขาเป็นแม่ค้า ต้องทำขนมส่งน้องๆ เรียน ซึ่งการที่เขามาอยู่ที่นี่ก็เพื่อเรียนหนังสือ อีกทั้งยังตั้งใจจะทำงานเพื่อส่งตัวเองเรียนและส่งเงินไปให้แม่และน้องๆ อีกด้วย


          “เหนื่อยชะมัดเลย” จัสตินบ่นขึ้นขณะที่กำลังเดินกลับหอพักพร้อมกับอาเชอร์ อ่านไม่ผิดหรอก พวกเขาทั้งคู่เดินกลับหอพักกันจริงๆ ก็นะ...ดึกขนาดนี้นอกจากแท็กซี่ก็ไม่มีรถอื่นให้บริการแล้ว แล้วอีกอย่างไนต์คลับกับหอพักของพวกเขาก็ไม่ได้อยู่ห่างกันมากมาย เพราะฉะนั้นเดินกลับก็ย่อมได้


          “แต่พอเห็นเงินมันก็คุ้มนะ” อาเชอร์ว่ายิ้มๆ


          “มันก็ดีแหละ เฮ้อ...ทำไมน้า ทำไมไม่เกิดมารวยบนกองเงินกองทองบ้าง เหมือนพวกสี่ตระกูลมหาอำนาจอะไรแบบนี้” คำพูดของจัสตินทำให้อาเชอร์เผลอนึกถึงใครอีกคนขึ้นมา ใครอีกคนผู้มีใบหน้าเรียบนิ่งไม่น่าเข้าใกล้แต่กลับกลายเป็นผู้มีบุญคุณกับเขาในวันนี้


          “สวรรค์คงลิขิตมาล่ะมั้ง”


          “นั่นดิ...สวรรค์แม่งใจร้าย” จัสตินเบ้ปาก อาเชอร์หัวเราะเบาๆ และทั้งคู่ก็เดินมาถึงหอพักพอดี อาเชอร์และจัสตินแยกย้ายกันเข้าห้อง และเมื่อถึงห้องอาเชอร์ก็หยิบกล่องบางอย่างขึ้นมา


‘ยาระงับฟีโรโมน’


จึก


          “อึก” อาเชอร์กัดปากเพื่อระงับความเจ็บหลังจากที่จิ้มเข็มเข้าที่แขนของตัวเองตามที่น้าสาวของเขาที่เป็นหมอสมุนไพรเป็นคนแนะนำมา ใช่แล้ว...เขาต้องทำแบบนี้ทุกวันเพื่อปกปิดตัวเองและไม่ให้ใครรู้ว่าเขาเป็นโอเมก้า แม้ว่าจะต้องเจ็บตัว ต้องโดนเข็มจิ้มกี่ร้อยครั้ง แต่เขาก็ต้องทำ...เพื่อความอยู่รอด























...

เรื่องนี้พระเอกบทน้อยมากเลยเนอะ 5555555 แต่เดี๋ยวก็มีบทจ้าไม่ต้องห่วง อิอิ ส่วนเรื่องยาฉีดอะไรนี่เฟิร์นสมมุตขึ้นเองนะ เพื่ออรรถรส อย่าเพิ่งแย้งเพราะถ้าแย้งก็คงไม่รู้จะเถียงยังไง 55555555

___จางบิวตี้___

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว