ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 18 (Rewrite​)

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2563 12:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 18 (Rewrite​)
แบบอักษร

ความมืดที่ปกคลุมห้องทำให้ลูคัสต้องขมวดคิ้ว  ประตูห้องก็ไม่ได้ล็อค  ไฟก็ได้ไม่เปิด  ลูคัสแตะสวิตช์ไฟ ก็ปรากฏร่างบางนอนจมโซฟาอยู่ก็เดินเข้าไปหา   มองขนตาเรียงเป็นแพของคนตัวเล็ก  ก่อนจะเดินไปเข้าครัว  เห็นจานพาสต้าที่ถูกวางไว้โดยที่อาหารไม่มีการถูกแตะต้องแต่อย่างใด ลูคัสมองไปที่โซฟาอีกครั้ง  ก่อนจะเดินไปปลุกควานลินที่นอนกอดหมอนอิงสบายใจ 

“ไอ้เตี้ย  ตื่น!”ลูคัสก้มลงปลุกพร้อมเขย่าไหล่บางเบาๆ 

“หืมม   กลับมาแล้วหรอครับ”ควานลินงัวเงียตื่น  รอลูคัสกลับมาจนผล็อยหลับไปเลย 

“ทำไมมึงไม่กิน”ลูคัสถามเสียงเรียบ  มองควานลินที่ยกมือขยี้ตาไล่ความง่วง 

“ก็พี่ลุคส์บอกว่าเดี๋ยวกลับ   ก็เลยคิดว่ารอกินพร้อมกันคงดีกว่าน่ะครับ”ควานลินพูดออกไปตามตรง  ส่งยิ้มแห้งๆให้คนตรงหน้า  ก็ลูคัสตั้งใจทำอาหารให้  แค่รอแป้บเดียวคงไม่เป็นไรมั้ง แต่ก็ไม่คิดว่าจะไปนานเหมือนกัน นอนซะเต็มอิ่มเลย 

“เห้อ! กูบอกอะไรก็เชื่อฟังสิ  บอกให้กินไปก่อนก็กินไปก่อนสิ”ลูคัสถอนหายใจให้กับความดื้อของอีกคน   

ตอนแรกก็ตั้งใจจะไปแป้บเดียว  กาวิญญูโทรมาว่าแรมระวีมาถึงแล้วตนจึงขับรถไปรับ  แต่กาวิญญูลากไปคุยเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อนในผับโลแกนอีก   เขาไปหาพนักงานที่เป็นตัวก่อเรื่อง  จัดการเสร็จก็กินอาหารกับเพื่อนก่อน   ก็ไม่คิดว่าอีกคนจะรอกินอาหารด้วย 

“เอาเถอะ  เดี่ยวทำอะไรให้กินง่ายๆละกัน  อยากกินอะไรล่ะ”ลูคัสเห็นว่าอาหารเย็นชืดหมดแล้ว  ทำให้ใหม่ก็คงจะดีกว่าเอาไปอุ่น 

“ข้าวต้ม”ควานลินตอบ 

“อื้ม”ลูคัสพยักหน้า    หันหลังเข้าครัวเพื่อทำอาหารที่อีกคนต้องการ 

“....ใส่งา”เสียงเล็กบอก  ลูคัสชะงัก  หันไปมองควานลินแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร 

“.......” 

“มันอร่อยดี”ควานลินเอ่ยออกมา  เมื่อเห็นว่าลูคัสจ้องมาที่เขานิ่ง   ครั้งแรกที่กินข้าวห้องนี้  คือข้าวต้มงา  มันอร่อยดี  แค่อยากกินอีก  ควานลินคิด 

“อืม”ลูคัสพยักหน้า  อดยกยิ้มไม่ได้  ไม่คิดว่าเมนูที่เขาจะชอบกินจะมีคนชอบด้วย 

“คืนนี้นอนนี่”ควานลินเงยหน้าจากชามข้าวต้มตรงหน้ามองหน้าอีกคน  ลูคัสก็จ้องกลับ 

“เอ่อ....”ควานลินลังเล 

“.....”ลูคัสยังคงจ้องหน้าควานลินรอคำตอบ  จู่ๆเขาก็อยากให้อีกคนนอนห้องนี้ 

“ครับ”ควานลินพยักหน้ารับ  ควานลินก็หาเหตุผลในการตอบรับครั้งนี้ไม่พบ แต่ก็ดีเหมือนกัน  ไม่เคยเข้ามานอนโดยที่ยังมีสติครบถ้วน  ทุกครั้งที่ตื่นมาห้องนี้  ก็ตื่นมาด้วยความงุนงงและตกใจทุกครั้ง 

 

ตอนนี้นาฬิกาบอกเวลาใกล้สองทุ่มแล้ว  หลังจากกินข้าวเสร็จควานลินก็กลับห้องตัวเองเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า  แล้วโทรคุยกับพี่ชายของตัวเอง  ซีไนน์ที่ดูเหมือนจะยังไม่รู้เรื่องเมื่อคืนก็เอาแต่ซักเขาว่าเกิดอะไรขึ้น  ทำไมในแชทกลุ่มกะทิกับกอล์ฟถึงพิมพ์รัวขนาดนั้น  ก็เลยแค่รับปากกับพี่ชายว่าพรุ่งนี้จะไปหาที่บ้าน   

จากนั้นก็กลับมาที่ห้องลูคัสอีกครั้ง  ก็เห็นอีกคนกำลังเก็บกวาดห้องครัว  ควานลินจึงเลือกที่จะไปนั่งเล่นที่โซฟา   จะว่าไปแล้วเขายังไม่เคยเดินสำรวจดูทั่วห้องนี้เลย 

ห้องค่อนข้างกว้างพอสมควรเลย  ไม่สิเรียกว่ากว้างมากถึงจะถูก ทุกอย่างตกแต่งด้วยสีดำกับสีขาว  มีแต่เฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งให้ดูโล่งๆ  เข้าประตูมาก็เป็นพื้นต่างระดับ  มีบันไดสามขั้น  ทางซ้ายมือก็มีบันไดไปชั้นสองซึ่งควานลินไม่เคยเดินไป    

ทางใต้บันไดก็เป็นห้องหนังสือเล็กๆ  ควานลินเดินเข้าไปดู   ทุกอย่างถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ  พร้อมหลอดไฟแสงสีส้มนวลให้สบายตา   ถัดจากห้องหนังสือก็เป็นห้องนอน  ตรงข้ามห้องนอนก็เป็นพื้นที่โล่งกว้าง  และมีโซฟาพร้อมทีวีเครื่องใหญ่  ทางซ้ายของห้องนั่งเล่นก็เป็นโต๊ะอาหารที่ดูเหมือนควานลินจะคุ้นชินไปแล้วตอนนี้  แล้วก็มีห้องครัวสะอาด  

ส่วนทางขวาของโซฟาก็เป็นโต๊ะสนุ๊กเกอร์ที่ควานลินไม่เคยสังเกตุเห็น  และถัดไปก็เป็นบานกระจกขนาดใหญ่  ที่เปิดออกไปก็เป็นระเบียงมองเห็นวิวในเมืองใหญ่   ควานลินเดินสำรวจไปทั่วห้อง   

ความกว้าง  และความเป็นระเบียบและความสะอาดสะอ้านของห้องทำให้ควานลินรู้สึกทึ่ง   เข้าใจแล้วว่าทำไมวันนั้นลูคัสถึงถามว่าห้องของตนเป็นรังหนูรึเปล่า  ควานลินมองไปที่คนร่างสูงที่ตอนนี้เสร็จจากเรื่องในครัวกำลังจ้องโน๊ตบุ๊คอยู่ที่โซฟา 

เสียงกริ่งที่ดังขึ้นทำให้ควานลินที่กำลังจะก้าวขาขึ้นบันไดไปชั้นสองชะงัก  เดินไปเปิดประตูห้อง 

“สวัสดีครับ”คำกล่าวทักทายของคนที่มาใหม่  ควานลินนึกว่าจะเป็นคนที่ชื่อไม้เมื่อตอนบ่ายแต่ไม่ใช่  แต่เป็นใครสักคนที่เหมือนเขาเคยเห็นหน้า 

“ส...สวัสดีครับ”ควานลินกล่าวทักทายกลับไป   ก่อนจะทำหน้างุนงงเมื่ออีกคนทำเหมือนรู้จักเขา 

“อ้าว  น้องคนนั้นนี่”แรมระวีที่เห็นควานลินมาเปิดประตูก็แปลกใจ 

“หืม  น้องไหน”กาวิญญูที่อยู่หลังประตูชะโงกหน้ามอง  พอเห็นว่าเป็นควานลินก็ส่งยิ้มกว้างให้ 

“น้องลินคนน่ารักนี่  มาอยู่ห้องไอ้ลุคส์ได้ไงครับ”กาวิญญูกล่าวทักทายถามเสียงดังส่งให้คนข้างในได้ยิน 

“ใครมา”ลูคัสที่กำลังตั้งใจกับงานตรงหน้าก็หันมาถาม  เห็นกาวิญญูที่เดินผ่านควานลินเข้ามา 

“กูเอง”กาวิญญูเอ่ย  ส่งยิ้มกว้างไปให้  เดินลิ่วไปที่โซฟาตรงที่เจ้าของห้องอยู่  ตามด้วยแรมระวี  และโลแกนเดินเข้ามาตามหลัง 

ควานลินตอนนี้ก็พอนึกออกแล้วว่าแขกที่มาคือใคร  คงไม่พ้นเพื่อนๆในกลุ่มลูคัสที่เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่เด็กวิศวะ  ควานลินปิดประตูแล้วเดินค่อยๆเดินตามเข้าไป  รู้สึกทำตัวไม่ถูก  ในเมื่อในห้องมีแต่คนที่เขาไม่รู้จัก กลับห้องก่อนดีไหมหรืออยู่ต่อ?  

ถ้ากลับห้องไปก่อน  ต้องบอกก่อนรึเปล่านะควานลินคิดไปคิดมา  ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเดินจนมาถึงโซฟาแล้ว 

“มีอะไรพวกมึง  คดีเก่าเพิ่งเคลียร์จะมาก่อเรื่องอะไรอีก”ลูคัสถาม  แต่สายตาก็ยังจ้องอยู่ตัวอักษรมากมายในจอสี่เหลี่ยม 

“ก่อเรื่องอะไรอีกเล่า  กูแค่มาหาเฉยๆ  ไอ้แรมสิ  อยากมาดูหนังห้องมึง  กูแค่มาเป็นเพื่อน  แต่ก็ไม่คิดว่าจะเจอคนน่ารักอยู่ด้วย”กาวิญญูเอ่ยมายืดยาว  พร้อมบุ้ยใบ้ประโยคหลังถึงควานลินแล้วยิ้มกว้าง ในห้องตกอยู่ในความเงียบ  ทุกสายตาจ้องที่ควานลินที่ตอนนี้ยืนตัวลีบอยู่คนเดียว 

“กูว่าละทะแม่งๆ  มึงกับน้องลินเป็นอะไรกันตอบพวกกูมาเดี่ยวนี้นะเว้ยไอ้ลุคส์”กาวิญญูเดินไปหยิบรีโมตพร้อมเอ่ยคำถามที่ทำให้ลูคัสต้องละสายตาจากงานตรงหน้าไปมองเพื่อน 

“อะไรของพวกมึงเนี่ย”ทำหน้าคิ้วขมวดส่งคำถามให้เพื่อน 

“อะแหนะ  คราวก่อนกูเห็นน้องลินออกจากห้องมึง  คราวนี้มาเจอน้องลินอยู่ห้องมึง  ตอบกูมาเดี่ยวนี้ไอ้ลุคส์”กาวิญญูกอดอกชี้รีโมตไปทางเพื่อนทีหนึ่ง  ทางควานลินทีหนึ่ง  หรี่ตาลงอย่างสงสัย 

ปกติลูคัสหวงห้องตัวเองจะตาย  ไม่ยอมให้คนนอกเข้ามาง่ายๆ   คราวก่อนก็เห็นควานลินออกจากห้องก็สงสัย  แต่คราวนี้มาเห็นควานลินอยู่ในห้องอีก  ถ้าจะบอกว่าเพราะเหตุการณ์เมื่อคืนก็ไม่น่าใช่  ถ้าควานลินหายดีแล้วทำไมยังอยู่ที่นี่    ต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆลูคัสมองเพื่อนที่ทำท่าเหมือนเขาเป็นผู้ต้องสงสัย  แล้วก็ส่ายหน้าไม่ตอบอะไร 

“อะ ไม่ตอบ  มีพิรุธนะเนี่ย   น้องลินกับเพื่อนพี่เป็นอะไรกันครับ”เมื่อเห็นว่าลูคัสไม่ยอมตอบ  เป้าหมายก็ถูกเปลี่ยนทันที 

“หรือว่า  หรือว่าเพื่อนพี่มันขืนใจน้องลินครับ”กาวิญญูว่าพลางเบิกตากว้างยกมือปิดปาก  ควานลินพอได้ยินอย่างนั้นก็รีบยกมือปฏิเสธ 

“ปะเปล่าครับ  คือ...”แต่จะปฏิเสธทั้งทีก็หาข้อปฏิเสธไม่เจอ 

“คือ.....”เป็นอีกครั้งที่ทุกสายตาจ้องมาที่ควานลินอย่างตั้งใจรอคำตอบ  ไม่พ้นแม้แต่ลูคัสที่จ้องไปที่ร่างเล็กเพื่อดูว่าอีกคนจะตอบยังไง 

“คือผมเป็นลูกหนี้น่ะครับ  ก็เลยมาจ่ายหนี้”ควานลินตอบ  เอาวะ! เพราะถ้าไม่มีหนี้เขาคงไม่ต้องมาอยู่ที่นี่หรอก 

“จ่ายหนี้?  ลูกหนี้?  จ่ายหนี้ด้วยวิธีไหนหรอครับ”กาวิญญูที่ได้ยินคำตอบก็ปรี่เข้ามาหาควานลิน  จับบ่าเล็กแล้วถามด้วยความรีบร้อน 

“ไอ้กายมึงอย่าทะลึ่ง”โลแกนที่ได้ยินคำถามเพื่อนก็ร้องบอก  ทำไมจะไม่รู้ว่าอีกคนต้องการคำตอบแบบไหน 

“กูไม่ได้ทะลึ๊งงงง   กูแค่สงสัย ตกลงมึงหลอกน้องลินมาห้องนี้ทำไม  มึงทำอะไรน้องลินไปแล้วบ้าง”กาวิญญูส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ  แต่ก็ไม่วายหันไปถามลูคัสอีกครั้ง 

“ก็....”ลูคัสค้างไว้แค่นั้นก็มองไปที่อีกคน  ที่ทำตาลุกลิกๆ 

“ก็....”กาวิญญูหันไปมองเพื่อนทำท่าตั้งใจฟังคำตอบ 

“มาดูหนังน่ะครับ”ไม่ใช่คำตอบจากลูคัส  แต่เป็นคำตอบจากควานลิน 

“ผมต้องจ่ายหนี้ด้วยการดูหนังกับพี่ลุคส์น่ะครับ”พูดพร้อมส่งยิ้มบางๆให้กับรุ่นพี่ตรงหน้า  กาวิญญูปล่อยมือจากบ่าของควานลินพยักหน้าช้าๆแล้วเดินไปนั่งข้างๆโลแกนบนโซฟา  แล้วพูด 

“จ่ายหนี้ด้วยกันดูหนัง   อืมๆๆ  งั้นกูมาดูหนังจ่ายหนี้ด้วยอีกคนละกัน”ว่าแล้วก็กดรีโมตในมือเปิดทีวี 

“หนี้อะไรของมึง”โลแกนถามเพื่อนงงๆ 

“ก็อยากติดหนี้ไอ้ลุคส์บ้างงง   จะได้เข้าห้องมันบ่อยๆบ้างงง”กาวิญญูจีบปากจีบคอพูดประชดเพื่อนอย่างนึกขำ   มองไปที่ควานลินที่ก้มหน้างุดสลับกับมองไปที่ลูคัสที่ทำเป็นสนใจโน๊ตบุคตรงหน้ามากกว่า 

“จริงสิ  พี่ยังไม่ได้แนะนำตัวกับน้องเลยใช่ไหมครับ”โลแกนหันไปพูดกับควานลินพร้อมส่งยิ้มบางๆให้คนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้างุด 

“ค..ครับ”ควานลินพยักหน้า 

“พี่ชื่อเกลนะครับ  นี่พี่กาย  ส่วนนั่น พี่แรม”โลแกนแนะนำตัวเอง  กาวิญญู แล้วชี้ไปที่แรมระวีที่ตอนนี้กำลังถือขนมออกจากห้องครัวไปวางไว้บนโต๊ะอาหาร 

“สวัสดีครับ”ควานลินกล่าวสวัสดีรุ่นพี่ทั้งสามอีกครั้ง 

“ทำไมจู่ๆ  น้องลินถึงต้องมาใช้หนี้ล่ะครับ”ระวีเอ่ยถาม  พร้อมส่งยิ้มกว้างให้ควานลินที่ตอนนี้ได้แต่ยืนอ้ำๆอึ้งๆ 

“เอ่อออ  ผม...” 

“ครับ?”แรมระวีกล่าว  โดยไม่รู้เลยว่าเป็นการกดดันคนตัวเล็กอยู่กลายๆ 

“มันทำของกูพังไง  มันก็เลยต้องจ่ายหนี้”ลูคัสเงยหน้าจากจอหันไปตอบเพื่อนเสียงเรียบ 

“ใช่ครับ  ทำของพัง  ทำมือถือพัง”ควานลินรีบต่อทันที 

“ปกติมึงก็พังของตัวเองจนเป็นเรื่องปกติแล้วไม่ใช่หรอไง  แค่น้องเขาทำของพังนิดหน่อยทำเป็นงก”กาวิญญูเบ้ปากบอกเพื่อน  ไม่เชื่อหรอกว่าเหตุผลแค่นั้นจะทำให้ควานลินต้องทำอยู่ห้องนี้  ห้องที่ลูคัสหวงนักหวงหนา 

“พอได้แล้วไอ้กาย”โลแกนปรามพร้อมแย่งรีโมตในมือเพื่อนเปลี่ยนช่องที่ตัวเองต้องการ กาวิญญูทำตาขวางใส่โลแกนหนึ่งทีก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรสนุกๆออก 

“คืนนี้กูอยากดูหนังผี”กาวิญญูว่า 

“กูไม่ดู”ลูคัสปฏิเสธเสียงแข็ง 

“แหนะ  กลัวเสียฟอร์มต่อหน้าน้องลินหรอมึง”กาวิญญูได้ที  รีบถามทันที 

“เสียฟงเสียฟอร์มบ้าไร   ไอ้แรมมันดูหนังผีไม่ได้  มึงลืมรึไง”ลูคัสตอบพลางโบ้ยไปทางอีกคน  ถอนหายใจออกมาเบาๆ   ดีที่มีแรมระวียืนอยู่ที่นี่ 

“อื้ม”แรมระวีพยักหน้าเห็นด้วยกับลูคัส  เพราะการทำอะไรที่ตื่นเต้นมากเกินไปอาจจะทำให้เขาเหนื่อยจนอาการกำเริบอีกก็เป็นได้ 

“เชอะ”กาวิญญูสะบัดหน้าใส่ลูคัส  ทั้งลูคัสกับโลแกนได้แต่ส่ายหน้าให้กับเพื่อน  ชินกับท่าทางแบบนี้ไปแล้ว  แต่ควานลินกลับไม่ชิน 

“มึงอยากดูเรื่องอะไรแรม”โลแกนร้องถามแรมระวีที่เดินไปที่ครัวอีกครั้ง 

“อะไรก็ได้  หืมมม   เดี่ยวนี้มึงดื่มนมด้วยหรอ”แรมระวีร้องตอบโลแกนก่อนจะเดินมายื่นขวดนมไปทางลูคัส 

“อะ  เอ่อ....”ลูคัสอ้ำอึ้ง  มองหน้าเพื่อนทีละคนที่เอาแต่จ้องหน้าอย่างกับเขาเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอะไรสักอย่าง 

“นม?   กูจำได้ว่ามึงเกลียดนมมาแต่ไหนแต่ไร”กาวิญญูหรี่ตามองเพื่อนอีกครั้ง  ตอนนี้ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง  ควานลินมองขวดนมรสสตรอเบอร์รี่ในมือแรมระวีสลับกับมองหน้าลูคัสที่ตอนนี้เอาแต่อ้ำอึ้งอย่างสงสัย 

เกลียดนมหรอ? 

“อะไรของพวกมึงเนี่ยจะดูไหมหนังอะ  ไม่ดูก็ไป  จะดูก็เอาขนมมากินเงียบๆ”ลูคัสเหมือนจะทนไม่ไหวกับสายตากดดันของทุกคนลุกขึ้นพับโน๊ตบุคปิดแล้วเดินไปแย่งรีโมตกับโลแกนก่อนจะเปลี่ยนไปช่องหนังที่ต้องการ 

“ดูดิ  ไอ้กายพอได้แล้วมึง  มาครับน้องลิน  มานั่งนี่”โลแกนว่าพลางก็ดึงแขนควานลินที่ยืนข้างโซฟาให้นั่งข้างๆตัวเอง  ควานลินก็เดินไปนั่งแบบงงๆ  ทำตัวไม่ถูกก็เลยเอาแต่นั่งเงียบๆ  จ้องไปที่ทีวีจอใหญ่ ขณะที่ลูคัสก็มองไปที่ร่างเล็กที่นั่งเบียดข้างๆเพื่อนด้วยตาขวางก่อนจะหันไปมองจอใหญ่เหมือนทุกคน 

 

ทั้งห้องตกอยู่ในความมืดและความเงียบ  ควานลินลุกขึ้นนั่ง ขยี้ตาตัวเองมองไปรอบๆตัวเองก็เห็นห้องลางๆจากไฟดวงเล็ก  รู้สึกถึงแรงนุ่มของเตียงที่ตัวเองนั่งอยู่ อยู่ในห้องนอนหรอ? เข้ามาตอนไหน? จำได้ว่าหลับที่โซฟา 

หลังจากที่ดูหนังจบไปแล้วเรื่องหนึ่ง  โลแกนกับกาวิญญูก็อธิบายถึงเหตุการณ์ในผับให้เขาพร้อมกับบอกว่า  มันเป็นความผิดพลาดแล้วก็ขอโทษ     ถึงแม้จะโกรธแต่เขาก็เข้าใจ  คงไม่มีใครอยากให้มีเหตุการ์แบบนี้เกิดขึ้น  หลังจากนั้นก็ดูหนังต่อ  แต่เขากลับง่วงนอนซะก่อน  รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่บนเตียงซะแล้ว  หันไปข้างๆ  ก็ไม่เห็นใคร  

ควานลินสงสัยว่าเจ้าของห้องอยู่ที่ไหน  สวิตซ์ไฟอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้  น้ำก็หิว   ควานลินก้าวขาลงจากเตียง  อาศัยแสงสลัวๆเดินออกจากห้อง   ไม่ปรากฏร่างของใครสักคนที่โซฟา ควานลินเดินไปเข้าห้องครัวหยิบน้ำจากตู้เย็นมาดื่ม   นึกสงสัยว่าลูคัสหายไปไหน  ทำไมถึงมีแต่เขาอยู่คนเดียวในห้อง ควานลินเดินไปที่โซฟาบางทีอาจจะเจออีกคนนอนอยู่ก็ได้ แต่ก็ไม่มีใครอยู่จริงๆด้วย   ควานลินกวาดสายมองรอบๆห้องอีกครั้งก่อนจะเห็นเงาตะคุ่มที่ระเบียง 

ด้วยความสงสัยจึงค่อยๆย่องเข้าไป  เห็นแผ่นหลังของคนสองคนที่นั่งพิงกระจก  อีกคนพิงไหล่ของอีกคนไว้  แผ่นหลังนั้นควานลินจำได้ดี  นั่นคือลูคัส แต่อีกคน  ทรงผมนั้น  ถ้ามองไม่ผิด  ร่างที่เอนไปพิงไหล่ของลูคัสคือรุ่นพี่ที่ชื่อแรม ควานลินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย    ค่อยๆเดินเข้าไปใกล้อีกนิด  เสียงพูดสั่นๆ ที่จับใจความไม่ได้นัก 

"รักไปแล้ว  มึงจะให้กูทำยังไง" นี่คือประโยคที่แรมระวีพูด  ควานลินคิดว่าเป็นประโยคที่เขาได้ยินชัดที่สุด ควานลินได้แต่ยืนงันอยู่สักพักแล้วก็เดินกลับเข้าไปนอนในห้องเงียบๆ ดวงตากลมโตเบิกโพลงในความมืด  ร่างเล็กที่พลิกไปพลิกมา 

นอนไม่หลับ  ไม่รู้เป็นเพราะเขานอนเต็มอิ่มระหว่างรอลูคัสกลับมาหรือเพราะอะไร หรือว่าเรื่องที่ลูคัสชอบรุ่นพี่แรมระวีจะเป็นเรื่องจริงอย่างที่เขาเคยได้ยิน แล้วผู้ชายที่ชื่อไม้ที่มาหาเมื่อตอนบ่ายที่บอกว่าสนิทกันมากล่ะ 

สนิทกันแบบไหน   สนิทกันแค่ไหนเป็นเพื่อนสนิทหรอ แล้วตกลงลูคัสชอบผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย คำถามมากมายที่เข้ามาในหัว ทำให้ควานลินต้องสะบัดหน้าตัวเองแรงๆ 

“คิดอะไรเนี่ย  เขาจะเป็นยังไง สนิทกับใคร  ชอบใครก็เรื่องของเขาไม่ใช่หรอ  แล้วเราจะคิดทำไมให้ปวดหัวเนี่ย”ควานลินพึมพำอยู่คนเดียวในความมืดพลิกตัวไปมาอยู่สักพักใหญ่  ก่อนจะรู้สึกว่าประตูห้องถูกเปิด ร่างบางรีบนิ่งในทันทีทันใด  ปิดตาลง รู้สึกเกร็งเล็กน้อยเมื่อจู่ๆก็มีมือของใครบางคนมาเกลี่ยเส้นผมของตัวเองไว้   กลิ่นแบบนี้  เจ้าของห้องนี้สินะ 

ควานลินพยายามบังคับลมหายใจของตัวเองให้นิ่งที่สุด   รู้สึกถึงแรงยวบของเตียงเมื่ออีกคนขึ้นเตียงมานอนข้างๆ ก่อนที่จะได้ยินเสียงลมหายใจอย่างสม่ำเสมอของคนข้างๆ  ควานลินจึงค่อยๆลืมตาขึ้น  มองลูคัสที่นอนอยู่ข้างๆ  จ้องอยู่อย่างนั้นจนความง่วงเข้ามาครอบงำตัวเองอีกครั้ง 

_______________________________ 

แหนะ  โปรดก็ง่วงแล้วเหมือนกัน  55555 

เอาล่ะ  เอาไปแค่นี้ก่อนนะ 

^^ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะงับ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว