ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 11 สาวน้อยกับการชำระล้าง

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 สาวน้อยกับการชำระล้าง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มี.ค. 2561 10:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 สาวน้อยกับการชำระล้าง
แบบอักษร

ตอนที่ 11 สาวน้อยกับการชำระล้าง

ซีน่อน อาคาเซียหลับตาลง แล้วเริ่มสวดบทคาถาเพื่ออัญเชิญแสงบริสุทธิ์​ลงมาชำระล้างไอชั่วร้าย เสียงทุ้มต่ำทว่าหนักแน่นเรียงร้อยเป็นอักขระข้อความสีทองแทรกซึมเข้าร่างของอาเรีย วาบิลเล่ อดีตนักบวชหนุ่มดึงคฑาจากกลางอากาศ คฑาสีขาวเรียบง่ายประดับด้วยหัวครัสตัลเปล่งแสงสว่างจ้าจนก้อนสีดำหดตัวลงเล็กน้อย 

"คิดว่าต้องใช้เวลานานเท่าไร" กาเบรียล​ วาบิลเล่กระซิบถามเด็กหนุ่มข้างกายโดยเลิกใช้วาจาสุภาพอย่างที่ควรเป็น

เฮเดรียน แอลเธเรสจ้องมองภาพตรงหน้าสักพัก เขาเคยเห็นเพื่อนสนิทชำระล้างคำสาปมามาก แต่ไม่เคยพบไอคำสาปชั่วร้ายเท่านี้มาก่อน "เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง" นั่นหมายความว่าเขาเองก็ไม่อาจบอกได้เช่นกัน

ซีน่อนเอ่ยบทสวดเดิมซ้ำๆจนกระทั่งไอคำสาปจางหางเหลือเพียงก้อนสีดำสนิทที่ลดขนาดลงเท่ากำปั้น เสียงทุ้มต่ำพลันเยือกเย็นลงสามส่วน บทสวดคาถาที่ฟังแล้วนุ่มนวลเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว ตราวงแหวนเวทย์ปรากฏ​กลางอากาศแปรเปลี่ยนเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ที่ไร้ซึ่งจุดสิ้นสุด มันแผ่ความเย็นยะเยือกเและกำลังดูดกลืนก้อนคำสาปขนาดเล็กเข้าไป

กาเบรียลตกใจยกเว้นเฮเดรียนที่เห็นจนชินตา 

"...นั่น...คืออะไร" ชายผมดำเลิกตากว้างมองภาพที่เห็นอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก

"ประตูนรก" เสียงทุ้มของฝ่ายถูกถามตอบเรียบ และไม่คิดจะอธิบายอะไรเพิ่ม

ระยะเวลาผ่านไปราวสองชั่วโมง กว่าที่ซีน่อนจะสามารถดึงก้อนคำสาปออกจากร่างกายอาเรียได้ และผนึกมันลงนรกตลอดกาล

กาเบรียล​มองวีธีการชำระล้างของซีน่อนด้วยแววตาเคลือบแคลง​​ ผู้ใช้ธาตุแสงสามารถเปิดประตูนรกหรือสื่อสารกับเจ้าแห่งนรกได้ด้วยงั้นหรือ เขาคิดว่ายังไม่เคยพบศาสตร์​แบบนี้มาก่อน แต่เพราะความสำคัญ​ของน้องสาวมีมากกว่า เรื่องพลังของซีน่อนจึงตกเป็นรองไป "ตอนนี้รู้สึกเป็นยังไงบ้าง" เด็กหนุ่มก้าวเข้าไปหาอาเรีย เสียงทุ้มถามด้วยความเป็นห่วง

อาเรียขยับแขนยืดข้อมือเพื่อคลายความเมื่อยล้า​ เธอต้องยืนเป็นหุ่นให้เด็กหนุ่มผมสีชมพูซัดแสงสีขาวสว่างจ้าใส่ไม่ยั้ง เพื่อกำจัดก้อนพลังน่าขนลุกนั่น เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์​ที่น่าตื่นเต้นไปอีกแบบ 

ความเปลี่ยน​แปลง​ที่เด็กสาวรับรู้ได้ในตอนนี้ก็คือ เธอไม่รู้สึกอึดอัดที่หน้าอกอีกแล้ว อาการเหนื่อยล้าที่ถูกสะสมก็หมดไป เหลือแต่ความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า​ ทีนี้ก็ต้องทดสอบเรื่องผิว อาเรียเดินไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะรับแขกสีขาวแข็งแรง ท่ามกลางแววตาสงสัยของคนที่เหลือ จากนั้นมือบางใช้สันมือฟาดกลางโต๊ะเบาๆดังตุ๊บ โต๊ะไม้สีขาวหนาพลันมีรอยร้าว ก่อนที่จะแตกแขนงราวรากไม้กินพื้นที่บริเวณ​ไปทั่วโต๊ะ และทำลายตัวเองโดยการหักครึ่งเป็นสองชิ้นอย่างน่าสงสาร

ดวงตาสีมรกตมองผิวขาวที่เรียบเนียนไร้รอยช้ำอย่างพึงพอใจ แตกต่างจากดวงตาสามคู่ที่เบิกกว้างขึ้นเป็นรอบที่สี่ของวัน

ให้ตายเถอะ เธอจะมีเรื่องประหลาดใจอะไรให้รู้สึกตกใจได้อีกเนี่ย นั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาคิดตรงกันอย่างหาได้ยาก 

"น้องทำได้ยังไง" คนเป็นพี่ถามน้องสาวอย่างตกตะลึง ร่างบอบบางเช่นนี้ เอาแรงจากไหนมาใช้กัน

อาเรียหัวเราะคิก ขยิบตาอย่างซุกซน​ "บอกแล้วไงคะ ว่าตอนนี้น้องมีบางอย่างที่พิเศษ" 

"พิเศษ?" เฮเดรียนพึมพัมเมื่อได้ยินคำตอบกำกวมจากเด็กสาวอีกครั้ง "แล้วเจ้ายังมีอะไรที่พิเศษกว่านี้อีกไหม" เขาคิดว่าเรื่องราวของอาเรียมีแต่ปริศนาให้สนใจ จนอดไม่ได้ที่จะค้นหา

เป็นซีน่อนที่เอ่ยขัดออกมา "กลิ่นหอม...หอมยิ่งกว่าเดิมอีก"คำพูดของเด็กหนุ่มขี้เซา ทำให้สองหนุ่มที่เหลือรู้สึกตัว กลิ่นดอกพิทูเนียจากร่างนุ่มนิ่มชัดเจนและหอมหวานกว่าเดิมมาก จนคนได้กลิ่นรู้สึกเคลิบเคลิ้ม​ ซึ่งขณะที่กาเบรียล​กำลังลดกำแพงลง ซีน่อนที่ราวกับรอจังหวะนี้อยู่จึงเดินอ้อยอิ่งเข้าหาอาเรีย ทว่าร่างสูงใหญ่กว่าของกาเบรียล​ก็สกัดกั้นไว้ได้ทัน ดวงตาสีทองมองเด็กหนุ่มผู้ใช้ธาตุแสงอย่างเย็นชา

"คิดจะทำอะไร" 

ซีน่อนเอียงคอใบหน้าใช้ความคิดเล็กน้อย จากนั้นตอบ"เพิ่มพลัง" 

คำตอบสั้นๆไม่ขยายความทำให้กาเบรียล​หรี่ตาลง เพ้อเจ้ออะไรอยู่กัน!

เด็กหนุ่มขี้เซาคิดว่าอาเรีย วาบิลเล่ช่างน่าพิศวง​นัก เพียงแค่อยู่ใกล้ๆ สูดกลิ่นกายหอมกรุ่น จู่ๆร่างกายของเขาก็สดชื่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด แม้กระทั่งเวลานี้หลังจากที่ผ่านพิธีกรรมชำระล้าง เขาควรจะหลับเป็นตายด้วยความเหนื่อยล้า แต่พอได้กลิ่นหวานๆนั่น ก็ราวกับพลังทั้งหมดฟื้นคืนขึ้นมาเสียดื้อๆ และนั่นทำให้เขาอยากอยู่ใกล้เธอมากขึ้นอีกหน่อย

แม้กาเบรียล​อยากจะไล่ตะเพิด​เด็กหนุ่มผู้มีใบหน้างัวเงียนี้ไปให้ไกล แต่เนื่องจากสถานะผู้มีพระคุณ​ค้ำคอ เขาจึงได้แต่เอ่ยปากไล่ทางอ้อมแทน "ขอบคุณพวกท่านมาก รับรองว่าตระกูลวาบิลเล่จะต้องตอบแทนในความเมตตานี้อย่างสมน้ำสมเนื้อ​" ดังนั้นเวลานี้ควรจากไปได้แล้วประโยคหลังเขาเพียงบอกทางแววตา

ทางด้านอาเรียที่เงียบมาสักพักเพราะกำลังวิเคราะห์​ความสามารถ​ของร่างกายตนเอง และแอบถ่ายรูปพวกเขาอยู่นั้น พอได้ยินคำพูดของพี่ชายจึงกลับเข้าสู่วงสนทนาอีกครั้ง "เราทำข้อตกลงกันไว้แล้วค่ะ แต่สำหรับเรื่องนั้น องค์ชายอยากให้หม่อมฉันพูดตรงนี้เลยไหมเพคะ" ซึ่งเธอจะบอกกับเขาทีหลัง หากเขาอยากให้เรื่องนี้เป็นความลับ 

เด็กหนุ่ม​สูงศักดิ์​พยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต​ให้พูดออกมาได้เลย 

"องค์กรนักฆ่าอิสระซิลเวอร์คิล โค้ดลับแฮมเมอร์บลัด หม่อมฉันรู้เบาะแสเพียงเท่านี้เพคะ และเชื่อว่าคนของท่านจะแกะรอยตามหาผู้ว่าจ้างได้ไม่ยาก" อาเรียไม่อยากข้องเกี่ยวกับคนตรงหน้าไปมากกว่านี้ ยิ่งเธออวดรู้มากเท่าไร จะยิ่งเป็นการเปิดเผยตัวตนให้อีกฝ่ายระแคะระคาย​ยิ่งกว่าเดิม และเด็กสาวไม่ชอบให้ใครมาตามจับผิด

เฮเดรียนย่นคิ้ว คนของเขาสืบเบาะแสจนรู้ว่ากลุ่มนักฆ่าพวกนั้นมาจากองค์กรนักฆ่าอิสระ แต่เรื่องเจาะจงเป็นตัวบุคคลยังสืบไม่ถึงขั้นนั้น "เจ้ารู้ได้อย่างไร"

"นั่นอยู่นอกเหนือข้อตกลงเพคะ" อาเรียยิ้มหวาน ไม่คิดจะบอกอะไรมากกว่าที่สัญญากันไว้

องค์ชายได้ยินเช่นจึงเชิดหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง "ฮึ ตกลงว่าเจ้ามีศัตรู​จากไหนกัน ถึงได้ถูกเล่นงานด้วยวิธีอำมหิต​เช่นนี้" 

"สำคัญ​ด้วยหรือเพคะ" เด็กสาวยิ้มหวาน น้ำเสียงเรียบเรื่อยอย่างไม่แสดงอารมณ์​ "เพราะดูเหมือนว่าหม่อมฉันจะมีศัตรู​เยอะแยะจนจำไม่ได้แล้ว" 

เซน่อนที่กระแซะตัวเองมายืนอยู่ใกล้ๆอาเรียค่อยๆกุมมือบางไว้อย่างถือวิสาสะ​ เสียงเนือยกระซิบต่ำ "ผมจะอยู่ข้างเธอเอง" เพื่อเพิ่มพลัง ประโยคหลังเขาบอกตัวเองในใจ

อาเรียมองซีน่อนแล้วเหลือกตาไปด้านข้างแววตาสื่อ เห็นไหมคะ คุณเห็นยมฑูตข้างหลังฉันไหมคะพร้อมดึงมือออกอย่างเนียนๆโดยที่พี่ชายยอมแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น จากนั้นเอ่ย "จริงๆแล้วหม่อมฉันต้องขอบคุณ​องค์ชายนะเพคะ ถ้าวันนั้นท่านไม่มาส่ง...ก็คงไม่มีหม่อมฉันในวันนี้"

เฮเดรียนหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด ขณะฟังเสียงหวานพูดไปเรื่อยๆอย่างวิเคราะห์​

"องค์ชายลองกลับไปตรวจสอบรายชื่อของบุคคลที่เข้าออกวังในวันนั้นดูนะเพคะ แล้วท่านอาจจะเจอคำตอบที่กำลังค้นหาอยู่"

"งั้นเหรอ เข้าใจแล้ว" ร่างในชุดพิธีการเดินเข้าไปคว้าคอเสื้อของสหายสนิท "ขอบใจเจ้ามากสำหรับข้อมูล" เฮเดรียนพูดกับอาเรียเสียงเรียบ จากนั้นก้มมองคนที่ทำสีหน้าง่วงงุน "กลับได้แล้ว ซีน่อน"

ซีน่อนดูอิดออด ดวงตากลมที่มักเฉื่อยชามองเด็กสาวอย่างอ้อยอิ่ง ในใจคิดจะกอดเพื่อเพิ่มพลังอีกสักทีก่อนกลับ หากแต่เมฆสายฟ้าที่ลอยตุ๊บป่องอยู่นอกหน้าต่างนั่นราวกับกำลังดูเชิงและพร้อมจะฟาดสายฟ้าใส่เขาตลอดเวลา ทำให้ซีน่อนจำต้องเก็บมือลง เฮ้อ วันหลังก็แล้วกัน ยังมีเวลาอีกเยอะให้ทำความรู้จักกันเด็กหนุ่มคิด ขณะที่ถูกร่างในชุดพิธีการหิ้วออกมาจากห้อง

อาเรียยิ้มแห้ง มองส่งคนสองคนจบลับตา ในที่สุดพายุแห่งความวุ่นวายขนาดย่อมก็ไปได้เสียที ทว่าเธอคงลืมไปบุคคลผู้มีพายุลูกใหญ่พร้อมสายฟ้าขนาดย่อมอยู่ข้างกายเธอแล้ว

"อาเรีย" เสียงทุ้มเรียกชื่อเธอ จนคนมีชนักติดหลังสะดุ้งอีกแล้ว เธอคิดว่ากาเบรียล​มีอะไรบางอย่างที่คล้ายคลึงอาจารย์มาก อุ๊ นึกถึงแล้วยังเจ็บหน้าผากที่อาจารย์ดีดรางๆ ซึ่งแน่นอนว่าเธอกลัวอาจารย์ ทำให้เธอรู้สึกหวั่นเกรงท่านพี่คนนี้ไปด้วย  

ร่างสูงยื่นมือเข้าใกล้เด็กสาว จนอาเรียหลับตาปี๋เพราะนึกว่าจะโดนประเคนมะเหงกหรือตีแป๊ะเข้าที่หน้าผาก แม้เธอจะไม่กลัวเจ็บ แต่มันก็เป็นความเคยชินอย่างหนึ่ง 

"เชิญเลยค่ะ! จะทำโทษอะไรก็ได้ตามที่พี่อยากทำเลย!" เด็กสาวเกร็งหน้าเพื่อลดความเจ็บปวด

แต่ผิดคาดมือหนากลับสัมผัสเรือนผมสีชมพูทิ้งไว้สักพัก จนอาเรียมองตอบ เขาถึงขยี้หัวอีกฝ่ายอย่างไม่เบานักจนผมสีหวานฟูยุ่ง ดวงตาสีเขียวงุนงงสบกับดวงตาสีทองที่มีประกายขบขันจางๆ "สัญญาได้ไหม ถ้ามีปัญหา​อะไรเกิดขึ้นอีกน้องจะบอกพี่เป็นคนแรก" 

"เอ๋ แค่นี้เหรอคะ" อาเรียเอียงคออย่างงุนงง ตอนแรกทำใจว่าอาจจะโดนดีดหน้าผากด้วยกำลังสายฟ้าแรงสูงแล้วเสียอีก แต่เมื่อเห็นใบหน้าเว้าวอนของพี่ชายมองมาพร้อมหยักลงเป็นคำตอบ เสียงหวานจึงเอ่ยแทบจะทันที "ได้สิคะ ท่านพี่" เรื่องง่ายๆเช่นนี้เธอรับปากอยู่แล้ว คิกๆ

"ไม่ต้องห่วงนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพี่จะปกป้องน้องเอง" กาเบรียล​ลูบหัวคนตัวเล็กกว่าเบาๆ แววตาที่จ้องมองน้องสาวล้วนอัดแน่นไปด้วยความห่วงใย หากแต่ชั่วขณะ​หนึ่งที่ดวงตาสีทองมองเลยไปข้างหน้ากลับเปล่งประกายวาวโรจน์​ ในใจหมายมาดว่าจะต้องลากคอคนที่อยู่เบื้องหลังการกระทำนี้ทั้งหมดมาทรมาน​แบบอยู่ไม่สู้ตายให้ได้! 

. . . ลงแบบสดใหม่มาก เดี๋ยวมาเกลาสำนวนกับคำผิดทีหลังค่ะ เพราะตอนที่ตุนไว้หมดแล้ว 

ถ้างงเหตุการณ์​ไหนบอกได้นะคะ เดี๋ยวไรต์จะเรียบเรียงแบบสรุปให้ 

_____________ 

พระเอกคือใคร จะฮาเร็มไหม ไรต์ยังบอกไม่ได้ค่ะ เพราะตอนนี้ยังไม่ได้คิด เนื้อเรื่องช่วงนี้จะขมวดปม กระชับความสัมพันธ์​ ไปจนถึงการเตรียมตัวสอบเข้าค่ะ 

ขอกำลังใจเยอะๆ แล้วนักอ่านจะได้พบกับเรือลำใหม่ในตอนหน้า    

แอบสปอยว่าใครชอบไทป์พ่อบ้านต้องมียิ้ม

โลแกน:แล้วฉันเล่า!  ไรต์:เอ ไม่รู้สิ //ยิ้มหวานแบบอาเรีย

ความคิดเห็น