ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 10 สาวน้อยกับพิธีกรรม

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 สาวน้อยกับพิธีกรรม

คำค้น : เกมจีบหนุ่ม

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2561 19:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 สาวน้อยกับพิธีกรรม
แบบอักษร

ตอนที่ 10 สาวน้อย​กับพิธีกรรม

"พวกเจ้ากำลังเล่นอะไรกันอยู่หรือ" เสียงทุ้มนุ้มจากองค์ชายรัชทายาทแห่งเอราเบียดังขึ้น สีหน้าของเขาแฝงด้วยรอยยิ้มสุขุมอย่างที่ทำเป็นประจำ แต่อาเรียเห็นอย่างชัดเจนว่าดวงตาสีเลือดของเขากำลังสั่นระริก 

นั่นสิคะ ฉันเองก็อยากขำอยู่หรอกค่ะ ถ้าไม่ติดว่าหุ่นโชว์ที่ท่านพี่กำลังเล่นแต่งตัวตุ๊กตาอยู่คือตัวฉันเองน่ะ เด็กสาวคิดพลางดึงหนังยางที่มัดจุกบนหัวเธอออก แล้วใช้นิ้วเกลี่ยให้เข้าทรง 

"ถวายบังคม​พะย่ะค่ะ องค์ชายเฮเดรียน" กาเบรียล วาบิลเล่​ที่ดูจะงุนงงเล็กน้อยค้อมตัวทำความเคารพชายเจ้าของเรือนผมสีเงินด้วยท่าทีสุภาพ สีหน้าของเขาสื่อชัดเจนว่าทำไมผู้มาเยือนที่ไม่สมควรอยู่ที่นี่ ถึงมายืนหัวเราะตัวสั่นอยู่หน้าประตูได้

ดวงตาสีทองกลับมาสุขุมเช่นเดิม เขามองเด็กหนุ่มในชุดสีชมพูด้วยความรู้สึก​คุ้นเคย นั่นซีน่อน อาคาเซีย อดีตนักบวชระดับสูง ผู้มีธาตุแสงบริสุทธิ์​ไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงมาพร้อมกับองค์ชายรัชทายาทได้

"พวกท่านมีธุระอะไร" กาเบรียล​ถามเสียงเรียบ เขาไม่ค่อยพอใจนักที่มีคนมาขัดจังหวะช่วงเวลาในการกระชับสัมพันธ์​ของพี่น้อง 

เฮเดรียนผู้กำลังกลั้นหัวเราะอย่างมีมาดทุกครั้งที่มองเลยไปทางอาเรีย พยายามนึกคำพูดดีๆเพื่อบอกเหตุผลแก่คุณชายใหญ่ตระกูลวาบิลเล่ แต่ให้ตายเถอะ เขาพึ่งรู้ว่านักเรียนดีเด่นที่สมบูรณ์แบบ​ในโรงเรียนจะมีมุมเพี้ยนๆ และเซนต์​แฟชั่นที่ย่ำแย่ถึงเพียงนี้ แน่นอนว่าองค์ชายเช่นเขาจะไม่พูดในสิ่งที่คิด เพราะการรักษา​น้ำใจเป็นสิ่งที่ชนชั้นสูง​ควรจะทำ

ขณะที่เฮเดรียนกำลังคิดเช่นนั้น เด็กหนุ่มอีกคนที่เงียบมาตลอดกลับโพล่งขึ้นมา "ผมคิดว่าการแต่งตัวแบบนี้ จัดเป็นมลภาวะทางสายตาพอๆกับคำสาปของคุณเลย" ดวงตาสีฟ้าจ้องมองอาเรียอย่างไร้อารมณ์​

อาเรียยิ้มค้าง การถูกผู้ชายคนหนึ่งพูดแบบนี้ทำให้เธอช็อคไม่น้อยจนคำว่าคำสาปที่ออกจากปากอีกฝ่ายเป็นเรื่องรองไปเลย ส่วนเฮเดรียนเมื่อได้ยินเพื่อนสนิทพูดจายืดยาวกว่าปกติ ร่างสูงยิ่งตัวสั่นกว่าเดิม อา นี่นับเป็นเรื่องสนุกในรอบปีทีเดียว 

แต่ทางฝ่ายดีไซเนอร์​กลับขมวดคิ้วเถียงกลับเสียงเข้ม "สายตาของนายแคบเกินไป ซีน่อน อาคาเซีย" หากเพียงแค่ดูถูกเขาคนเดียว เด็กหนุ่มคงเมินเฉย นี่รวมไปถึงคนในครอบครัวด้วยมันทำให้เขาเริ่มไม่พอใจ ทว่าเมื่อกาเบรียล​ใจเย็นลง เขาทำสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย ประโยคสุดท้ายของอดีตนักบวชนั่น พูดถึงคำสาปงั้นหรือ 

เด็กหนุ่มหันขวับมองน้องสาวด้วยสายตาคาดคั้น "หมายความว่ายังไง น้องโดนคำสาปงั้นเหรอ" 

"อ้าว นี่เจ้ายังไม่เล่าเรื่องสำคัญขนาดนี้ให้พี่ชายเจ้าฟังอีกหรือ" เสียงทุ้มหัวเราะฮึ สีหน้าแฝงด้วยความเย้ยหยันจางๆ "แต่มาเล่าให้คนนอกเช่นข้าฟังแล้วยังขอความช่วยเหลือเสียด้วย น่าน้อยใจแทนจริงๆ" 

กาเบรียลได้ยินสีหน้ายิ่งเปลี่ยนเป็นเยือกเย็น อุณหภูมิ​ในห้องลดลงจนเด็กสาวแอบเหลือกตาใส่เจ้าของเรือนผ​มสีเงิน 

*แล้วคุณจะมาใส่ไฟให้เรื่องยิ่งคุกรุ่นทำไมล่ะคะ!* 

"หมายความว่ายังไง อาเรีย" น้ำเสียงขุ่นเคืองของกาเบรียล​ ทำให้เฮเดรียนและซีน่อนแปลกใจ ตอนอยู่ที่โรงเรียนพวกเขาไม่เคยเห็นชายตรงหน้าเคยหงุดหงิดกับอะไรแม้สักอย่าง สีหน้าดุจคนตายเย็นชากับทุกสิ่ง

แย่แล้ว อาเรียคิดในใจ ที่เธอไม่ได้บอกเรื่องอาการของตนเองให้คนข้างกายฟัง เนื่องจากแรกๆพวกเรายังไม่สนิทกันเท่าไร เด็กสาวไม่ไว้ใจพวกเขา ส่วนตอนนี้ที่ความสัมพันธ์​ของพวกเราดีขึ้น เธอยิ่งไม่อยากบอกเพราะกลัวพวกเขาเป็นห่วง อีกอย่างการลงมือทำเพียงลำพัง สำหรับอาเรียแล้วมันสะดวกกว่านี่นา 

ร่างบางหัวเราะแหะๆ นิ้วชี้สองข้างจิ้มกันจึกๆเป็นอาการที่ทำทุกครั้งเมื่อประหม่า "แหม น้องก็คิดจะบอกท่านพี่อยู่แล้วล่ะค่ะ แบบว่ากำลังจะบอก" อาเรียโกหกคำโต ยิ่งเห็นดวงตาสีทองเข้มขึ้นเธอจึงยิ้มหวานอย่างเอาอกเอาใจ พร้อมโบกมือปฏิเสธ​"จริงๆนะคะ น้องไม่กล้าโกหกหรอก" 

"เล่ามาได้แล้ว" น้ำเสียงของพี่ชายดุดันจนอาเรียยิ้มแห้ง เหตุการณ์​ทำนองนี้มันทำให้เธอนึกถึงตอนที่ถูกอาจารย์ดุยามที่เธอหนีไปเที่ยวเล่นนอกบ้าน และถูกทำโทษ ไหนจะพี่ลินด์เซย์​ที่เขกหัวเธอซ้ำอีก อ๋อย หัวเธอโนไปเป็นวันๆเลยเชียว

อาเรียกระแอมไอ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงติดประหม่า "ก็แค่...น้องรู้สึกว่าผิวมันบอบบางเกินไปหน่อย ชนนู่นชนนี่ก็ช้ำเสียแล้ว เลยลองหาข้อมูลดู แล้วอาการมันก็..ตรงกับคำสาปร้อยหนามพอดิบพอดีเลยล่ะค่ะ แหะๆ" ดวงตาสีเขียวหลุบมองปอยผมที่มือบางกำลังหมุนเล่นอย่างไม่กล้าสบตาใครๆ 

ส่วนคนทั้งสามที่ได้ยินคำพูดของอาเรีย สีหน้าพลันตื่นตระหนก​ความเคร่งเครียด​ปรากฏ​ขึ้นในแววตา 

"ล้อเล่นหรือเปล่า" เฮเดรียนขมวดคิ้ว ถามเสียงเข้ม คำสาปร้อยหนาม มันเป็นไปได้ยากที่จะมีคนทำพิธีกรรมระดับสูงเช่นนี้ เนื่องจากผู้ทำพิธีจะต้องเป็นผู้ใช้มนต์​ดำที่ฝึกฝนและมีประสบการณ์​อยู่ในโลกสีดำมากกว่าสิบปี หรือพวกที่ทำพันธสัญญากับปิศาจ ซึ่งการจะแลกมาด้วยคำสาปที่ทรมานผู้ถูกสาปให้ตายทั้งเป็นแบบนี้ได้ ผู้ทำพิธีก็ต้องทำการบูชายัญ​และสูญเสียจิตวิญญาณ​บางส่วน หากว่าไม่เกิดความเครียดแค้นถึงขั้นแช่งชักหักกระดูก​ น้อยคนมากที่จะถึงขั้นใช้คำสาปแช่งรุนแรงเช่นนี้ แต่ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าคือ ผู้ถูกสาปอย่างอาเรียซึ่งตามความจริงควรจะป่วยนอนซม มีชีวิตอยู่ไม่สู้ตายอย่างทุกข์ทรมาน​ ถึงยังดูปกติและแข็งแรงจนสามารถต่อปากต่อคำกับเขาได้สบายเลยล่ะ 

หรือว่า!... เฮเดรียนย้อนนึกถึงวันที่เด็กสาวแปลกไป เมื่อสองอาทิตย์​ก่อน เธอที่ดูใกล้ตายจู่ๆก็ลุกขึ้นสู้ ตอกหน้าทุกคนกลับด้วยรอยยิ้ม อีกทั้งยังไม่หลงเหลือความหลงใหลในตัวเขาอีกแล้ว คงไม่ใช่ว่าปิศาจกินวิญญาณ​ของอาเรีย แล้วยึดครองร่างเธอแทนใช่ไหม? 

ดวงตาสีเลือดลอบมองเด็กสาวที่กำลังยู่ปากคุยกับพี่ชายด้วยความเคลือบแคลง​ใจ หลังจากนี้เขาคงจะต้องสืบเรื่องราวของอาเรียเพื่อพิสูจน์​อะไรบางอย่าง

อาเรียหยักหน้าลงอย่างฝืดเคือง เอ คงไม่ถึงขั้นที่ทุกคนต้องตกใจขนาดนี้หรอก...ใช่ไหมคะ เด็กสาวรู้สึกเหมือนทำอะไรบางอย่างที่ร้ายแรงมากๆลงไป

มือหนาของกาเบรียลจับแขนเสื้อคนตัวเล็กถกขึ้นโดยไม่ถามความเห็นเจ้าตัว ภาพที่ปรากฏ​ทำให้ดวงตาสามคู่เลิกกว้าง 

แขนขาวเนียนของอาเรียมีรอยช้ำม่วงปนเขียววงเล็กใหญ่ เป็นจ้ำๆประปรายทั่วแขน และหากมองดีๆจะพบว่าภายใต้แขนเสื้อที่เลิกขึ้นไม่หมดยังมีจุดช้ำอยู่ข้างในอีกด้วย 

ซีน่อนรีบประชิดตัวอาเรียแทบจะทันที ด้วยความเร็วระดับที่เฮเดรียนยังต้องแปลกใจ ไม่เคยสักครั้งที่เขาจะเห็นเพื่อนสนิทขยับตัวหรือทำอะไรมากกว่าโบกแขนไปมา

อาเรีย วาบิลเล่คิดว่านักบวชหนุ่มเตรียมตัวจะทำพิธีชำระล้างให้ จึงลดการป้องกันลง และยืนเฉยๆรอฟังคำสั่งจากเขา

ทว่าโดยที่ใครๆต่างไม่คาดคิด ร่างในชุดเรียบง่ายสีขาวกลับโถมตัวเข้ากอดเด็กสาวแน่น ใบหน้าหวานเกินชายซุกลงซอกคอขาวละเอียด แล้วสูดฟืดเข้าปอดราวคนโรคจิต

"นิ่มจัง....หอมมากด้วย" ซีน่อนพูดงึมงัมในลำคอ "เธอ...มีบางอย่างที่แปลก"ก่อนจะหลับตาลงดื่มด่ำกับร่างนุ่มนิ่มในอ้อมแขน และทันทีที่กาเบรียล​ตั้งสติได้ ดวงตาสีทองของเขาสว่างวาบด้วยความคุกรุ่น​ มือหนากระชากไหล่อีกฝ่ายออกมา แล้วดันเด็กหนุ่มไปหาเพื่อนสนิทที่มาด้วยกัน รวดเร็วดุจนักฆ่า จิตสังหารบางเบาของผู้ใช้ธาตุลมกำลังทำให้ห้องโล่งกว้างเกิดเมฆสายฟ้าขนาดย่อม กระแสสายฟ้าที่แล่นเปรี๊ยะๆกลางอากาศ​ทำให้ผมสีชมพูของอาเรียเริ่มฟูขึ้นเรื่อยๆ 

"ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม" น้ำเสียงเยือกเย็นถามซีน่อนอย่างไม่ไว้หน้า

เฮเดรียนรับตัวซีน่อนด้วยมือเดียว แม้เด็กหนุ่มเองจะไม่พอใจที่เพื่อนสนิทกระทำเช่นนี้กับอาเรีย แต่ทางฝ่ายกาเบรียล​นั้นโต้ตอบรุนแรงเกินไป สีหน้าเรียบเฉยของคุณชายใหญ่ตระกูลวาบิลเล่จริงจังเกินกว่าจะให้มองว่าเขาเพียงปลดพลังเล่นๆ 

"จะสู้จริงงั้นหรือ" องค์ชายรัชทายาทบิดรอยยิ้ม ไอเพลิงร้อนกรุ่นประทุรอบกาย เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าระหว่างพวกเรา ใครจะเป็นฝ่ายชนะ

"ท่านพี่คะ" เด็กสาวรีบยกมือปรามก่อนที่สถานการณ์​จะบานปลายมากกว่านี้ "อย่ามีปัญหาเลยค่ะ เรื่องแค่นี้เอง น้องไม่ถือสาหรอก" อาเรียยิ้มประมาณว่าเด็กสาวเฉยๆกับการที่ถูกซีน่อนกอด เนื่องจากเธอเป็นนักเดินทางมานาน แต่ละสถานที่ล้วนมีวัฒนธรรม​แตกต่างกันไป และหลายๆประเทศการกอดหรือหอมแก้มนั้นถือเป็นการทักทาย นั่นทำให้เธอไม่คิดมากกับการกระทำของเด็กหนุ่มขี้เซา

กาเบรียล​และเฮเด​รียน​ดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด กับคำพูดปล่อยเนื้อปล่อยตัว​ของอาเรีย 

ทว่าเสียงเนือยของตัวต้นเหตุเรียกให้ทุกคนหันไปมอง "... ตาย" ใบหน้าเฉื่อยชาเอียงคอครุ่นคิดหลังจากประมวลคำพูดของกาเบรียล​ วาบิลเล่ "ร่างกายนี้ใกล้จะตายแล้ว" นิ้วเรียวชี้ร่างบางของอาเรีย

"หมายความว่ายังไง" พี่ชายของอาเรียที่ดูเคร่งเครียดกว่าผู้ถูกคำสาป ถามเสียงเข้ม แม้ในใจจะอยากใช้สายฟ้าช็อตเด็กหนุ่มผมชมพูตรงหน้าให้กลายเป็นเนื้อย่างมากแค่ไหน แต่เขาก็มีขอบเขตของตนเอง ตราบเท่าที่อีกฝ่ายยังไม่ล้ำเส้น และยังมีความสามารถ​ที่จะช่วยน้องสาวของเขาได้ 

"คำสาปกัดกินจนใกล้ถึงแก่นวิญญาณ​แล้ว...น่าประหลาด​ใจที่เธอยังยืนยิ้มได้อยู่" เขาคิดว่าอาเรียควรจะนอนซมร้องครวญคราง​ไม่ได้สติอยู่บนเตียง ร่างกายควรจะผอมซูบซีดราวศพแห้งกรัง มีกลิ่นเหม็นเน่าชวนให้คลื่นไส้อาเจียน แบบที่ผู้โดนคำสาปควรจะเป็น

อาเรียยิ้มกว้างกว่าเก่าด้วยความภูมิใจ จนบุรุษทั้งสามเริ่มงุนงงแทน "เพราะตอนนี้ฉันมีบางอย่างที่พิเศษเกินกว่าที่พวกคุณจะนึกถึงยังไงละคะ"

ซีน่อนฟังแล้วพยักหน้าอย่างเห็นด้วย "ผู้ต้องคำสาปมักจะกลิ่นเหม็นรุนแรง แต่เธอกลับหอม....." เขาทำจมูกฟุดฟิดราวกับหนูหาอาหาร "หอมจนอยากอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา" เด็กหนุ่มผู้มีร่างบางกว่าชายคนอื่นๆขยับเข้าหาอาเรียอีกด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น​กว่าปกติ 

"เลิกเล่นได้แล้ว เจ้าควรเริ่มพิธีชำระล้างเสียที" เฮเดรียนยิ้มเย็นมองเพื่อนตัวดีอย่างหงุดหงิด หน้ากากองค์ชายที่เขาสวมไว้กำลังถูกเด็กหนุ่ม​ผมชมพูกระเทาะทีละนิดๆจนเริ่มร้าว

"ชำ...ระ...ล้าง...อา นั่นสินะ" เสียงทุ้มต่ำกลับมาเฉื่อยชาอีกครั้ง ราวกับคำว่าชำระล้างเป็นโค้ดลับที่ทำให้เขารู้สึกขี้เกียจ 

"รบกวนแล้วนะคะ คุณซีน่อน" เด็กสาวเอ่ยเร่งอีกฝ่าย ก่อนที่พี่ชายของฉันจะแผ่จิตสังหารไปมากกว่านี้ คุณควรลงมือเร็วๆได้แล้วค่ะดวงตาสีมรกตสื่อออกมาเป็นคำพูด พร้อมหยิบเครื่องประดับและที่คาดผมทั้งหมดออก แล้วเก็บใส่ถุงเพื่อเตรียมตัวสำหรับพิธีกรรม

ซีน่อนพยักหน้าด้วยสีหน้าง่วงงุน เขาจึงเพ่งจิตรวบรวมสมาธิให้นิ่งที่สุด สีหน้าที่มักเฉื่อยชาแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง "เฮเดรียนกางเขตป้องกัน กาเบรียล​ช่วยเสริมด้วย" เสียงทุ้มออกคำสั่งอย่างฉะฉาน การเรียกชื่อที่ดูสนิทสนมทั้งที่เมื่อกี้เพิ่งจะมีเรื่องกันมา ทำให้กาเบรียล​ย่นคิ้วเล็กน้อย แต่ในเมื่อมันเป็นการออกคำสั่งเพื่อช่วยเหลือน้องสาวของเขา เด็กหนุ่มจึงทำตามโดยไม่ปริปาก

เฮเดรียนปลดพลังธาตุ กางเขตอาคมครอบคลุม​ห้องรับรอง ม่านพลังสีแดงขยายวงกว้างจนกลืนกินผสานเข้ากับอากาศ ขณะเดียวกันม่านพลังไร้สีของผู้ใช้ธาตุลมก็โผล่ขึ้นมาทับซ้อนวงแหวน​เวทย์สีแดงเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง 

ซีน่อนเดินเข้าไปใกล้อาเรียโดยเว้นระยะห่างสองช่วงตัว ปากบางราวอิสตรี​ท่องคาถาเรียกตำราเวทย์ ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะค่อยๆจางหายไปจนมองเห็นหนังสือปกหนังสีน้ำตาลเล่มหนาลอยคว้างอยู่เบื้องหน้าเด็กหนุ่ม มือหนาวาดผ่านมันทีหนึ่งเพื่อเปิดแผ่นกระดาษ 

ก้อนพลังงานสีดำขนาดใหญ่แผ่ปกคลุมร่างของอาเรีย กลิ่นอายชั่วร้ายทะลักอย่างมากล้นจนผู้ที่อยู่ในระยะต้องหรี่ตาลง ซีน่อน อาคาเซียขยับรอยยิ้มอย่างหาได้ยาก ดวงตาสีฟ้าพราวระยับ เขาคิดว่าการชำระล้างครั้งนี้ เป็นงานที่ตึงมือและสนุกที่สุดตั้งแต่เขาเกิดมาเลยทีเดียว

___________ 

เลือกเรือกันได้หรือยังคะ ถ้ายังเลือกไม่ได้ เดี๋ยวจะมีมาเทียบท่าเพิ่มค่ะ ฮะๆ

ความคิดเห็น