ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Coincidence

คำค้น : กับดักหัวใจของยังแชทนโนวี่,นิยาย,นิยายรัก,นิยายตลก

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ย. 2560 17:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Coincidence
แบบอักษร

Chapter 4

Coincidence

นะ...นั่นมัน...

ผู้ชายที่ฉันเดินชนที่โรงอาหารนี่นา !!!

ฉันหันหลังพิงประตู รู้สึกเหงื่อเริ่มซึมออกเต็มหน้า แถมยังสั่นไปหมดทั้งตัว มะ...ไม่จริง คนที่ย้ายมาอยู่ฝั่งตรงข้ามเป็นผู้ชายเครางามที่ฉันแอบฟินอยู่น่ะหรอ อะไรจะบังเอิญขนาดนั้นนะ ตายๆ ตอนนั้นฉันก่อวีรกรรมชนเค้าจนกาแฟคว่ำแล้ว แถมยังเบี้ยวนัดไม่เอากาแฟไปคืนเค้าอีก เค้าต้องเกลียดหน้าฉันแล้วแน่ๆ ฮือๆ ขุ่นแม่ช่วยลูกด้วย U/I\U

ก๊อก ก๊อก ก๊อก !!!

ว้ายยย O[]O ฉันสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ ใครมาเคาะห้องตอนฉันกำลังจิตตกเพราะเรื่องผู้ชายเนี่ย หรือว่าจะเป็นหนึ่งในสามชะนีอวกาศที่ทนหิวข้าวไม่ไหว มาตามถึงห้อง อะไรกัน แค่นี้ก็ทนไม่ได้ ทีไปแอบดูผู้ชายต่อให้ปีนต้นไม้หมอบใต้โขดหินโสโครกพวกหล่อนยังทนทำได้เลย

ก๊อก ก๊อก ก๊อก !!!

โธ่โว้ย จะเคาะเอาโล่จากกระทรวงการเคาะเลยหรือไง

“จะอะไรกันนักกันหนา !!!”

ฉันเปิดประตูออกอย่างรำคาญ แต่เมื่อเห็นว่าคนที่เคาะไม่ใช่ยัยพวกชะนีอวกาศอย่างที่ฉันคิด แต่เป็น...พ่อหนุ่มเครางามหน้าห้องฉัน O_O ฉันก็เกิดอาการตัวชา นิ่งงันไปโดนปริยาย

“เมื่อกี้เห็นแว่บๆ สงสัยว่าเป็นคุณที่เจออยู่โรงอาหารหรือเปล่าเลยมาเคาะห้องดู ใช่จริงๆ ด้วยแฮะ ^^”

เขาหัวเราะเบาๆ แววตาเป็นประกายวิบวับตอนที่มองมายังฉัน

มันทำให้ตรูเขินนะเฟ้ย O///O

“เอ่อ...ฉัน...” ตายแล้ว พูดไม่ออก “เอ่อ...ฉันขอโทษเรื่องเมื่อตอนกลางวัน ฉะ...ฉันคิดว่า เอ่อ ถ้ามีโอกาสจะซื้อมาใช้คืนนะคะ ตอนนี้ฉัน...เอ่อ จะ...จะไปกินข้าว ไปด้วยกันมั้ย”

ปะ...ไปด้วยกันมั้ย !?

ฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย OxO

“กินข้าวหรอครับ อืม...ไปสิครับ กำลังหิวพอดีเลย ^-^” เขายิ้มอีกแล้ว ยิ้มนั้นกำลังจะทำให้ฉันเป็นบ้า “แต่เรื่องกาแฟ ถ้าวันนี้คุณเลี้ยงข้าวผม ผมจะถือว่าหายกัน”

ฉันยิ้มแหยๆ ไม่รู้จะพูดอะไรตอบกลับไป เกิดมาก็ไม่เคยมีอาการเขินผู้ชายอย่างนี้มาก่อนเลย เขินแบบนี้แปลว่าอะไรกัน ฉันชอบเค้าหรอ... กรี๊ดดด ฉันต้องหลบชอบผู้ชายเครางามตราหน้านี้ไปแล้วแน่ๆ เลย ทำไงดีเนี่ย ยิ่งเค้าย้ายมาอยู่หน้าห้องฉันด้วย มันกำลังจะทำให้กลายเป็นบ้าซ้ำซ้อน

“ว่าไงครับ ไปกินข้าวไหนกันดี คุณลูกกอล์ฟ ^^”

“O_O” จำชื่อฉันได้ด้วย !!!

“ผมชื่อกันดั้มนะครับ ว่าแต่ชื่อเราก็คล้ายๆ กันเนอะ กันกับกอล์ฟ ว่าแต่วันนี้กอล์ฟจะพากันไปกินข้าวไหนดีเอ่ย ^-^”

เฮือก !!! พะ...พูดเพราะมาก ฉันอ้าปากค้าง มองดูผู้ชายใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าที่กำลังส่งยิ้มมาให้ฉันมาไม่ขาดระยะแล้วฉันจะบ้าตาย นี่นายกะจะฆ่าฉันให้ตายด้วยรอยยิ้มนายใช่มั้ย

“เอ่อ...” ทำไมต้องขึ้นต้นด้วย เอ่อ เสมอ ฉันไม่เข้าใจตัวเอง “...พอดีว่ากอล์ฟ เอ่อ ฉันน่ะค่ะ ฉันนัดเพื่อนกินข้าวที่หอ ถ้ากันดั้ม เอ่อ คุณ...ไม่รังเกียจ ก็ไปกินด้วยกันได้นะคะ”

“โด่ จะรังเกียจทำไมละครับ กินข้าวกันเยอะๆ สนุกดีออก ^-^”

อ๊ายยย เข้ากับเพื่อนฉันได้ด้วย >_< นายเป็นคนแรกเลยนะที่ไม่รังเกียจเพื่อนฉัน แต่อย่าเพิ่งพูดไป ไว้ไปเจอเพื่อนฉันจริงๆ ก่อนนายจะรู้ว่า นายอาจพูดผิดไปก็ได้นะ โฮะๆ ^o^


“อุ๊ยตาย !!! O_o” < --- ยัยลูกปัด

“อุต๊ะ !!! O_O” < --- ยัยวีวี่

“บร๊ะเจ้า !!!O[]O” < --- ยัยติ๋ว

ทันทีที่ฉันเปิดประตูเข้ามาในห้องของยัยลูกปัด แล้วมีผู้ชายร่างสูงกำยำเดินตามเข้าด้วยรอยยิ้มหวานบาดใจ พวกชะนีอวกาศทั้งสามก็ต่างทำตาถลนออกมาแทบหลุดจากเบ้า อุทานออกมาเป็นภาษานอกโลกที่พวกหล่อนคุ้นเคยเป็นอย่างดี

“หวัดดีครับสาวๆ ผมกันดั้มนะครับ ^-^”

นายกัมดั้มก้มหัวน้อยๆ แล้วยิ้มหวานแจกจ่ายไปยังชะนีทั้งสามที่กำลังมองเขาแววตาเคลิ้มฝัน

“คุณได้กับลูกกอล์ฟแล้วหรอคะ” < --- ยัยติ๋ว

“O[]O;;;” อ๊ายยย นี่หล่อนพูดอะไรเนี่ย

“เอ่อ...อ้อ โทษทีค่ะ ^^; ฉันหมายความว่า คุณมากับยัยลูกกอล์ฟได้ยังไงคะเนี่ย”

เหมือนหล่อนจะแถไม่เนียนเลยนะ -^-

“เรื่องมันยาวมากเลยครับ แต่ผมจะสรุปสั้นๆ ว่าเราเจอกันโดยบังเอิญ” นายกันดั้มพูดพลางมองมาที่ฉันด้วยรอยยิ้ม “ความบังเอิญล่าสุด น่าจะเป็นผมย้ายมาอยู่ห้องพักฝั่งตรงข้ามกับลูกกอล์ฟ ต่อจากนี้คงได้เป็นเพื่อนร่วมหอพักเดียวกันเลยอยากผูกมิตรเอาไว้ อ้อ ผมอยากผูกมิตรกับคุณคนสวยทั้งสามด้วยนะครับ ^-^”

“อ๊ายยย คุณเป็นผู้ชายที่ยอมรับความจริงมากๆ ค่ะ ^_^” <--- ยัยวีวี่

“อุ๊ย เรื่องสวยนั่นแน่นอนอยู่แล้วค่ะ ถ้าผู้ชายคนไหนบอกว่าฉันไม่สวย แสดงว่าเค้ากำลังโกหกตัวเพื่อไม่ให้ตกหลุมรักฉัน ^..^” <--- ยัยติ๋ว

“ปากหวานจัง อย่างอื่นจะหวานเหมือนกันมั้ยนะ ^.,^” <--- ยัยลูกปัดพูดพลางมองไปยังเป้ากางเกงของผู้ชายตรงหน้าพลางกลืนน้ำลายเอือกๆ จนเห็นลูกกระเดือก

กรี๊ดดด !!! ฉันคิดถูกหรือคิดผิดเนี่ยที่พาผู้ชายในฝันมาให้ยัยพวกนี้แทะโลม >_<

ฉันรีบเบี่ยงตัวเข้าไปบังนายกันดั้มจากสายตาฝูงชะนีหิวโหยผู้ชายทันที ก่อนยิ้มแห้งๆ ให้เขาแล้วดันหลังให้เดินไปทางมุมห้องครัวกับฉันเพื่อเตรียมอาหาร ถ้าขืนยังปล่อยไว้แบบนี้ฉันว่ายัยพวกนั้นคงจะไม่กินข้าวแน่ๆ แต่จะหันมาแทะกระดูกนายแทนน่ะสิ ฉันขอเตือนไว้ก่อนว่าฟันของเพื่อนฉันคมมากกว่าฟันน้องหมาพิทบูลอีกนะ

จู่ๆ นายกันดั้มก็มองหน้าฉันแล้วอมยิ้ม ฉันจึงทำให้เขาหุบยิ้มด้วยการยื่นจานกับเช็ดผ้าจานไปให้เขาเช็ดซะ เขารับมาอย่างงงๆ แต่ก็ยอมทำตามโดยง่าย และตอนนั้นเองเสียงแซววี้ดว้ายของพวกชะนีอวกาศก็ดังมาจากในห้อง หนอยย พวกนังชะนีทางช้างเผือก !!! ขนาดพามาหลบข้างในนี้แล้วยังกัดหัวไม่วางหางไม่เว้น ฉันล่ะอายแทนผู้ชายข้างๆ ตัวจริงๆ ไม่รู้ว่าเค้าจะคิดยังไง หวังว่าเค้าคงไม่ได้คิดว่าฉันมีนิสัยเหมือนยัยพวกนั้นหรอกนะ

“ฮ่าๆ เพื่อนคุณนี่ตลกจังแฮะ”

เขาหัวเราะเบาๆ พลางเช็ดจานต่อไป นั่นจึงทำให้ฉันชะงักทันที

“คุณไม่โกรธที่พวกมันแซวหรอ”

“โกรธทำไมละครับ?” เขาหันมามองฉันแล้วยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก “ผมว่าเพื่อนคุณดูท่าทางจริงใจออก ถึงจะชอบเฮฮามากไปหน่อยก็เถอะ แต่ผมว่าเพื่อนแบบนี้คบแล้วสบายใจไม่มีพิษมีภัยนะ ดีกว่าพวกเงียบๆ แต่ฟาดเรียบตั้งเยอะ”

“O_o” เอิ่มม หวังว่าเค้าคงไม่ได้ว่าฉันหรอกนะ เพราะตั้งแต่เข้ามาในห้องเนี่ยฉันยังไม่มีบทพูดเลย ต้องโทษนังผู้เขียนคนเดียวที่ทำให้เค้ามองฉันไม่ดี ทำไมหล่อนแจกบทไม่สม่ำเสมอห๊ะ (อ้าว โทษตรูซะงั้น นังนี่ -.-^ : ผู้เขียน)

“ว่าแต่ พวกคุณซื้อกับข้าวมาทานประจำเลยหรอครับ”

นายกันดั้มที่กำลังเช็ดจานอยู่เอ่ยถามโดยไม่หันมามองหน้าฉัน มีแต่ฉันเนี่ยแหละที่กำลังแกะถุงกับข้าวไปด้วยมองเค้าไปด้วย ก็เค้าหล่อนี่นา -///-

“ค่ะ พวกเราไม่มีใครทำกับข้าวเป็น ส่วนมากก็เลยซื้อจากข้างนอกมากินสะดวกกว่า แค่เทใส่จานแล้วก็จบ”

“แต่ผมทำกับข้าวเป็นนะ ว่างๆ ผมทำให้ทาน”

เขาเอ่ยออกมาเหมือนไม่คิดอะไร แต่ฉันชะงักกึก...เพราะฉันคิดน่ะสิ O_o

“ห้องเราอยู่ใกล้ๆ กันเอง วันไหนคุณว่างๆ ผมจะชวนมาทานข้าวด้วยกัน...แถมผมยังมีอะไรให้คุณดูด้วยนะ”

“อะไรคะ?” ฉันขมวดคิ้ว

“ไม่บอกดีกว่า เอาไว้ให้คุณไปดูกับตาตัวเองว่าห้องผมมีอะไร”

ฉันอมยิ้มทันที ใจเริ่มเต้นโครมครามขึ้นมาทันควัน ว้ายๆ นี่นายกันดั้มกำลังชวนฉันเข้าห้องเพื่อไปเลี้ยงข้าวใช่มั้ยเนี่ย แถมยังมีอะไรให้ดีๆ เป็นการเซอร์ไพร์อีก อะไรกันนะ ดูจากท่าทางแมนๆ ของเค้าแล้วน่าจะเป็น...เปิดหนังโป๊ให้ฉันดูแล้วชวนฉันทำตามหรือเปล่า กรี๊ดดด ทำไมฉันกล้าคิดลามกจกเปรตต่อหน้าผู้ชายเนี่ย >.<

เอ๋ หรือว่าสิ่งที่เค้าชวนฉันไปดูนั้นจะเป็น...

แฟน !?!

เฮือก !!! มีความเป็นไปได้สูงยิ่งยวด เพราะผู้ชายหล่อๆ อย่างเค้าน่าจะมีคนดูแลหัวใจเป็นตัวเป็นตนแล้ว เป็นไปได้ว่าที่เค้าชวนฉันไปกินข้าวก็เพื่อที่จะแนะนำแฟนเค้าให้รู้จัก เพื่อเป็นการตัดปัญหาไม่ได้ยัยเพิ้งอย่างฉันคิดเกินเลยกับเค้าไปมากกว่านี้ T_T

ฮือๆ ผู้ชายใจร้าย มีแฟนแล้วก็ไม่บอกฉัน

ฉันหน้าหงอยเป็นหมาเหงาทันที

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ จู่ๆ ก็ซึมไป” เขาหันมามองฉันที่ทำหน้างอ พลางใช้มีดตัดปากถุงกับข้าวอยู่

“ไม่ต้องยุ่งกับฉันหรอกค่ะ” ชิส์ U_U

“อ้าว...เป็นอะไรไปอ่ะ เอ้า อย่าตัดแบบนั้นสิครับ ระวัง !!!”

จึกกกก

O[]O

กรี๊ดดดดด มีดบาดนิ้วชี้ช้านน นังมีดเฮงซวย !!!

ฉันโยนมีดลงบนพื้นทีนที เพราะมัวแต่หลับหูหลับตางอนเค้า เลยพลาดจากการตัดถุงกับข้าวมาโดนนิ้วชี้ตัวเองแทน ดูสิเลือดไหลออกมาเต็มนิ้วหมดแล้ว ทำไงดีเนี่ย เลือดจะไหลออกจนหมดตัวฉันมั้ย ฉันยังไม่อยากตาย เพราะฉันยังอยากเป็นนางเอกนิยายเรื่องนี้ต่อไป

“ผมบอกแล้วให้ระวัง”

นายกันดั้มคว้านิ้วฉันขึ้นมาดู ก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วดึงเอาผ้าเช็ดหน้ามาซับเลือดสีแดงสดๆ ที่กำลังไหลออกไม่หยุดเหมือนท่อประปาแตก

ฉันหน้าซีด รู้สึกแสบแปลบๆ ที่ปลายนิ้วชี้

“เจ็บมั้ย” เขาถามโดยที่ไม่มองหน้าฉันเพราะมัวแต่มองนิ้วฉันแทน

“เจ็บสิถามได้” ฉันเสียงอู้อี้ น้ำตาเริ่มซึม ขี้มูกเริ่มไหล

“ทนเจ็บแป๊บเดียว เดี๋ยวเลือดก็หยุดไหลครับ”

เขาใช้ผ้าเช็ดหน้าสีน้ำตาลของตัเวองบรรจงซับเลือดที่ปลายนิ้วฉันออก เมื่อเห็นมันไม่หยุดไหลซะที เขาก็ทำในสิ่งที่ฉันไม่คาดคิดด้วยการทำปากจู๋แล้วเป่ามายังนิ้วชี้ของฉัน

“ฟู่ววว เลือดจงหยุดไหล”

“...”

“ฟู่ววว หยุดไหลเดี๋ยวนี้”

“ฮือ?” ฉันพยายามกลั้นหัวเราะ “คุณทำอะไรเนี่ย มันจะได้ผลหรอ”

“สงสัยจะไม่ได้ผลแฮะ” นายกัมดั้มยิ้มอย่าเจ้าเล่ห์ “...เพราะเลือดที่นิ้วหยุดไหลก็จริง แต่มันดันไหลไปรวมที่แก้มคุณแทน ดูสิแดงหมดแล้ว”

“>///<” กรี๊ดดด ที่แก้มฉันแดงเพราะฉันเขินนายต่างหากล่ะ ตาบ้า

จึ๋ย !!! O_O ไม่ได้นะ ฉันจะมาเขินผู้ชายตรงหน้าไม่ได้ อย่าลืมสิว่าเค้ามีแฟนแล้ว และเค้าก็กำลังจะชวนเราไปกินข้าวเพื่อแนะนำแฟนเค้าให้รู้จักกับเราอีก

ฉันรีบดึงนิ้วตัวเองกลับมาทันที

“ไม่เป็นไรแล้วค่ะ ปล่อย”

“อ้าว... O_O”

อาการหน้าบูดเป็นตูดไก่ของฉันทำให้ผู้ชายตรงหน้างงงัน

“เอ่อ ผมขอโทษ คุณโกรธผมหรือเปล่า เรื่องอะไรอ่ะ” เขาเริ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก “...คือ ถ้าผมพูดอะไรที่ทำให้คุณไม่สบายใจ ผม...ขอโทษ”

“...” ชิส์ >3<

“หรือว่าคุณโกรธเรื่องที่ผมถือวิสาสะจับนิ้วคุณเมื่อกี้”

“...” ฉันไม่ได้โกรธเรื่องนั้นซะหน่อย ฉันโกรธที่นายมีแฟนแล้วต่างหากล่ะ

“หรือว่าคุณโกรธที่ผมชวนคุณ...”

“พอเถอะค่ะ !!!” ฉันชิงตัดบทก่อน “ฉันไม่ได้โกรธอะไรหรอก ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ขอตัวนะคะ จะไปซื้อปลาสเตอร์มาติดแผล”

“อ้าว เดี๋ยวก่อนสิครับ จะไปไหน”

ไม่รีรอให้เขาพูดต่อ ฉันรีบเดินกระแทกเท้าออกมาด้วยใบหน้าบึ้งตึงทันที ชิส์ ไอ้ผู้ชายใจร้าย ไอ้ผู้ชายหลอกลวง มีแฟนแล้วกล้าดียังไงมาชวนฉันไปพบแฟนนายด้วยด้วย นายมันใจดำอำมหิตมาก แค่นี้ก็ดูไม่ออกหรอว่าฉันชอบนาย หรือว่าดูออกแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้เพราะว่าฉันมันไม่สวย ใช่สิ เด็กบ้าเรียนอย่างฉัน แต่งตัวไม่เก่งอย่างฉัน จะเอาอะไรไปสู้พวกยัยหน่มน้มยัดฟองน้ำ ปากแดงเจ่อลิปติกเขรอะพวกนั้นได้

ฉันเดินหน้าง้ำงอออกมาจากครัว แล้วเตรียมจะตรงไปเปิดประตูเพื่อออกไปซื้อปลาสเตอร์ติดแผลข้างนอก แต่เสียงของชะนีอวกาศทั้งสามตัวที่กำลังนั่งดูนิตยสารนู้ดผู้ชายอยู่ก็โหยหวนขึ้นมาบาดโสดประสาตฉันก่อน

กลัวจริงๆ ว่าซักวันฉันจะเป็นมะเร็งสมองตายเพราะยัยพวกนี้ -_-^

“อุ๊ยตาย ไปไหนน่ะยัยไม่สวย” <--- ยัยลูกปัดมองฉันเขม็ง

“ระ..หรือว่า หล่อนถุงยางอนามัยที่หล่อนซื้อมาไม่พอ ต๊าย เข้าไปห้องครัวแป๊บเดียวหมดไปเยอะขนาดนั้นเลยหรอ” <--- ยัยติ๋วทำตาโต ยกมือทาบอกด้วยความตกใจสุดขีด

“แต่ฉันว่าหล่อนอาจจะต้องการเจลหล่อลื่นก็ได้นะ ว่าแต่น้ำมันพืชในครัวใช้แทนไม่ได้” <--- ยัยวีวี่ทำหน้าตาใสซื่อ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด !!! นี่พวกหล่อนพูดบ้าบออะไรเนี่ย o(>[]<)o;;;

“หุบปากไปเลยนะ !!!”

ฉันตะคอกกลับไป ทำให้พวกชะนีทั้งสามตาลีตาเหลือกวงแตกกระเจิงไปทางใครทางมัน ก่อนที่ฉันจะกระชากประตูที่อยู่ตรงหน้าออกแล้วเดินออกไปด้วยอารมณ์หงุดหงิด

แต่ฉันก็ได้ยินเสียงแว่วๆ มาตามหลังจากในห้องว่า

“เค้าเป็นอะไรของเค้าครับ” เสียงนายกัมดั้ม

“อย่าไปสนเลยค่ะ สงสัยประจำเดือนกำลังจะมาเลยหงุดหงิดเป็นพิเศษ” เสียงยัยวีวี่

“โถๆ คุณกันคงไม่รู้สินะว่าเพื่อนเราเป็นโรคมดลูกแห้งกรัง อาการข้างเคียงเลยหงุดหงิดง่ายแบบนี้” เสียงยัยติ๋ว

“ใช่ค่ะ มาดูนิตยสารนู้ดผู้ชายกับพวกเราดีกว่า ดูซิว่าของคุณ เอ๊ย...แขนคุณล่ำเท่าผู้ชายในรูปมั้ยคะ” เสียงยัยลูกปัด

หนอย นังพวกเพื่อนเวร...นินทาในระยะเผาขนเชียวนะ แล้วสิ่งที่พวกหล่อนพูดมาน่ะโกหกทั้งเพ ชิส์ แต่ดีเหมือนกัน ปล่อยให้ผู้ชายเฮงซวย (โกรธที่เค้ามีแฟนแล้ว) อย่างหมอนั่นอยู่กับชะนีอวกาศพวกนั้นน่ะดีแล้ว เผื่อเค้าจะได้รู้ฤทธิ์เดชว่ายัยพวกนั้นหื่นกระหายวายป่วงมากกว่าที่คิด ไม่แน่พอฉันกลับมานายอาจจะเหลือแต่ซาก เพราะโดนยัยพวกนั้นข่มขืนทั้งกายวาจาใจไปแล้วก็ได้ เฮอะๆ ใครบอกให้นายอยากมีแฟนแล้ว ฉันไม่ช่วยนายหรอก

โอ๊ย !!! ทำไมคำว่า ‘มีแฟนแล้ว’ ยังวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในสมองฉันไม่เลิกราเนี่ย หงุดหงิดชิบ เสียอารมณ์ เสียเวลา เสียมันหมดทุกอย่างน่ะแหละ ฮึ่ย !!! -_-^^^^^^^^^^

ที่ร้านสะดวกซื้อร้านเดิม ตอนที่ฉันเจอกับนายพาสต้าครั้งแรก

ฉันเดินออกมาพลางแกะปลาสเตอร์ติดที่นิ้วชี้ตัวเองไปด้วย ก่อนจะเอาเศษซองที่ไม่ได้ใช้ทิ้งลงถังขยะด้านหน้า และเมื่อเห็นถังขยะด้านหน้านั่นเอง ทำให้ฉันฉุกคิดได้ว่า ครั้งหนึ่งฉันเกือบเอาดอกกุหลาบมือสองยัดลงไปในนั่นแล้ว ถ้าเกิดว่าตอนนั้นฉันทิ้งมันไปซะ เรื่องราวชวนปวดหัวระหว่างนายพาสต้ากับฉันก็คงไม่เกิดขึ้น แล้วตอนนี้ฉันก็อาจจะไม่รู้จักผู้ชายคนนั้นและเป็นแค่คนเดินผ่านกันไปมาก็ได้

แต่เอ๋? แล้วฉันไม่คิดเรื่องหมอนั่นทำไม ไร้สาระจริงๆ

ฉันเดินกลับมายังมอเตอร์ไซค์อย่างรวดเร็ว เพราะเมื่อกี้เพิ่งเปิดอ่านข้อความในเฟสบุ๊คพบว่า ยัยลูกปัดส่งข้อความมาให้ฉันรีบกลับไปหอพักหล่อนเร็วที่สุด ไม่งั้นพวกหล่อนจะกินข้าวก่อนแบบไม่เหลือกระดูกให้ฉันแทะ เพราะหิวจนตาลายแล้ว มิหนำซ้ำหล่อนยังขู่อีกว่า ถ้าฉันมาช้าภายในห้านาที หล่อนจะอ่อยนายกันดั้มแล้วแย่งเค้าไปจากฉันซะ เพราะหล่อนรู้ดีว่าฉันชอบผู้ชายคนนั้นอยู่

เฮอะ ขนาดยัยลูกปัดมองปราดยังรู้เลยว่าฉันชอบหมอนั่น ทำไมเจ้าตัวเค้าไม่รู้นะ ถึงกล้าชวนฉันไปเจอแฟนเค้า

โอ๊ย !!! ยิ่งคิดคนสวยยิ่งเซ็ง >_<

“เฮ้ย ดูนั่นสิ มีกำลังกำลังจะฆ่าตัวตายหรือเปล่า”

เสียงแปร๋นๆ ของชะนีคนหนึ่งที่จอดรถไว้ข้างๆ ฉันดังขึ้น ทำให้ฉันหันไปมองหล่อนอย่างฉับไว และเมื่อพบว่าหล่อนกำลังมองไปด้านหน้า ฉันก็เลื่อนตาสายไปมองตามหล่อนทันที

นั่นมัน...สะพานลอยด้านหน้าร้านสะดวกซื้อนี่นา

“ตายแล้ว มีคนกำลังจะฆ่าตัวตาย !!!

ยัยชะนีเสียงแปร๋นเริ่มร้องโวยวายชี้โด่ชี้เด่ไปที่สะพานลอย ทำให้ผู้คนแถวนั้นแตกตื่นมองไปยังที่นั่นเป็นสายตาเดียวกัน รวมทั้งฉันด้วย ฉันพยายามเพ่งมองไปด้านหน้าพบว่า ในความมืดสลัวรัวรางยามค่ำคืนนั้น มีชายร่างสูงคนหนึ่งกำลังยืนมองไปยังด้านล่างสะพานลอย ลมที่โกรกไปมาพัดเอาเสื้อผ้าหน้าผมของเขาปลิวไปตามแรงลม ที่สำคัญหมอนั่นกำลังปีนราวสะพานคล้ายเตรียมจะโดดลงไปด้านล่าง

ชิส์ จะโดดก็โดดไปสิยะ ถ้าไม่สงสารพ่อกับแม่ ฉันยักไหล่อย่างไม่แคร์ และเตรียมจะเสียบกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ แต่ทว่าอะไรบางอย่างทำให้ฉันฉุกคิดขึ้นได้ว่า ใบหน้าของผู้ชายคนนั้นคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นมาก่อนที่ไหนซักแห่ง

ฉันหันขวับกลับไปมองที่สะพานลอยอีกครั้ง

ชัดเลย... O_O

จะไม่ให้คุ้นได้ไง ก็นั่นมันนายพาสต้านี่นา !!!

ความคิดเห็น