ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 สาวน้อยกับกิจกรรมระหว่างพี่น้อง

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 สาวน้อยกับกิจกรรมระหว่างพี่น้อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มี.ค. 2561 21:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 สาวน้อยกับกิจกรรมระหว่างพี่น้อง
แบบอักษร

     ตอนที่ 9 สาวน้อยกับกิจกรรมระหว่างพี่น้อง

เฮเดรียน แอลเธเรสลากตัวซีน่อน อาคาเซียออกมาจากบ้านหลังโตได้แล้ว ถึงแม้จะใช้เวลานานกว่าที่คิด เพราะหมอนี่ดันเป็นพวกขี้เซาเกินเยียวยายังไงล่ะ!

ประตูมิติที่เป็นทางเชื่อมต่อกับอีกประตูสามารถใช้เพื่อออกจากคฤหาสถ์​วาบิลเล่ได้ แต่การจะใช้เพื่อกลับเข้าไปนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะกฎหมายด้านความปลอดภัยว่าด้วยเรื่องอาคาร ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่สำคัญ​ เพื่อไม่ให้การก่ออาชญากรรม​เป็นเรื่องง่าย และยิ่งเป็นคนมีฐานะดี การสร้างเขตป้องกันด้วยเขตอาคมล้วนมีกันทุกบ้าน ตระกูลใหญ่เท่าไรยิ่งแข็งแกร่ง โดยเฉพาะวาบิลเล่ที่เล่นครอบคลุม​พื้นที่ตั้งแต่หน้าทางเข้าประมาณสองกิโล

ดังนั้นหลังลงจากรถม้า เขาจึงต้องเสียเวลาแบกสหายบ้าขี้เซาขึ้นบ่าแล้วกระโดดข้ามต้นไม้เพื่อย่นระยะทางอย่างเสียภาพลักษณ์

"ข้าพามาถึงหน้าประตูแล้ว ที่เหลือเจ้าควรเดินเอง" แขนแข็งแรงเหวี่ยงเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีชมพูลงจากไหล่อย่างไม่ใยดี

พลั่ก!

เด็กหนุ่มชื่อซีน่อนนอนคว่ำหน้ากับพื้นสักพักถึงค่อยรู้สึกตัว "...ถึงแล้วเหรอ" ดวงตาสีฟ้าเฉื่อยชามองกำแพงเหล็กดัดเบื้องหน้าอย่างเชื่องช้า ใบหน้าที่มักแสดงสีหน้าง่วงซึมอยู่ตลอดเวลาหล่อเหลาจนเรียกได้ว่าน่าเสียดายที่เขาแทบไม่แสดงอารมณ์ยินดียินร้ายออกมาสักนิด

"ผมยังง่วงอยู่เลย เฮเดรียน ช่วยพาผมเข้าไปข้างในที" เสียงงัวเงียบอกพลางคว่ำหน้าลงกับพื้นดินอย่างไม่กลัวเปรอะเปื้อน​

"เจ้าชักจะเกินเยียวยาแล้ว" เฮเดรียนส่ายหน้า มือหนาหิ้วคอเสื้อเพื่อนสนิทขึ้นด้วยสายตาเอือมระอา ถ้าไม่ติดภาพลักษณ์​เขาคงปาร่างที่ถืออยู่เข้าคฤหาสถ์​ไปแล้ว 

เมื่อเช้าที่เด็กหนุ่มสูงศักดิ์​เดินทางมาถึงเป็นพ่อบ้านที่ออกมาต้อนรับ แต่คราวนี้ดันเป็นสาวใช้สามสี่คนที่วิ่งกรูกันออกมาต้อนรับเขาแทนราวกับกำลังรอคอย สีหน้าแววตาของพวกหล่อนแสดงอาการหลงใหลอย่างปิดไม่มิด นั่นทำให้องค์ชายรัชทายาท​จำต้องบิดรอยยิ้มทักทายกลับ แล้วถามถึงคุณหนูของบ้านหลังนี้

เพียงเอ่ยชื่ออาเรีย สายตาของพวกเธอเปลี่ยนแทบจะทันที มีทั้งอิจฉา? หวาดกลัว? ดีใจ? นั่นทำให้เฮเด​รียน​สงสัยไม่น้อยว่าเด็กสาวที่เคยหลงใหลเขาหัวปักหัวปำ​ไปทำอะไรมากันแน่ 

เมื่อได้รับคำตอบว่าเด็กสาวยังอยู่ที่เดิม ร่างสูงในชุดพิธีการจึงขยุ้มคอเสื้อด้านหลังของซีน่อนเดินผ่านสาวใช้ด้วยรอยยิ้มอย่างไม่ทะนุถนอม​เท่าไร จนได้ยินเสียงโป๊กดังลั่น ดวงตาสีเลือดจึงก้มมอง อา เขาทำใบหน้าง่วงงุนนั่นกระแทกก้อนหิน

"ขอโทษที ซีน่อน" เสียงทุ้มเอ่ย ทว่าเหลือเชื่อมากว่าเพื่อนของยังคงหลับสนิทได้หน้าตาเฉย มีเพียงเสียงครางตอบรับเบาๆอย่างไม่ใส่ใจว่าตนเองพึ่งโดนทำร้าย

แต่พอเฮเด​รียน​ก้าวเท้าเข้าคฤหาสถ์​ จู่ๆเด็กหนุ่มก็ผุดลุกขึ้นยืนด้วยตนเอง ซีน่อนบิดขี้เกียจเล็กน้อย แล้วเดินนำหน้าเพื่อนสนิทราวกับรู้ทางทั้งที่ไม่เคยมาที่นี่สักครั้ง

ระหว่างเดินอยู่นั้น มือขาวละเอียดวาดผ่านใบหน้ามอมแมมและร่างกายของตนเอง แสงสีฟ้าอ่อนเป็นประกายผุดวาบขึ้น คราบดำเลอะเทอะตามเนื้อตัว รอยช้ำจากการชนกระแทก แผลขูดขีดจนเลือดซึมเล็กน้อย ทุกอย่างพลันหายไปราวร่างกายนี้เพิ่งอาบน้ำเสร็จและไม่ได้บาดเจ็บอะไร

"ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้งก็อดทึ่งกับความขี้เกียจของเจ้าไม่ได้จริงๆ" เฮเดรียนส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับสหายของตน

"อือ แต่ว่ามันก็ยังเปลืองพลังงานอยู่ดี" เด็กหนุ่มขี้เซาเอ่ยเสียงเนือย ความจริงเขาอยากจะนอนต่อด้วยซ้ำ แต่พอเข้ามาในเขตที่พักอาศัยกลิ่นอายคำสาปชั่วร้ายดันพุ่งมาแตะจมูกจนเขาหลับต่อไม่ลง อา โดนพิธีกรรมสาปแช่งระดับนี้เข้าไป ผู้ถูกสาปกระทำสิ่งใดถึงถูกเกลียด​ชังขนาดนี้กัน

ซีน่อนเอี้ยวใบหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงเฉื่อยชาติดจะจริงจังขึ้นมาบ้าง "เฮเดรียน ขากลับอุ้มผมด้วย"

ดวงตาสีเลือดมีประกายความกังวลจางๆขณะมองแผ่นหลังเพื่อนสนิท ถึงทุกทีเจ้าตัวจะบังคับด้วยการกระทำจนเขาต้องแบกไปไหนมาไหนตลอดเวลา แต่ก็ไม่เคยเอ่ยปากบอกแบบนี้ แสดงว่าคำสาปที่อาเรียโดนน่าจะรุนแรงไม่น้อย ในใจของเฮเดรียนรู้สึกวูบวาบแปลกๆ เมื่อเผลอคิดว่าเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีชมพูอาจจะตายไปจริงๆ

"ที่นี่ใช่ไหม?" ซีน่อนถาม ขณะเดียวกันฝ่ามือหนาได้ผลักบานประตูเข้าไปแล้วโดยที่ไม่รอคำตอบของร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างหลัง 

ประตูเปิดออกเผยให้เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มีใบหน้าเรียบเฉยอยู่เป็นนิจ กับเด็กสาวอีกคนที่ดูบอบบางนุ่มนิ่ม แต่กลับมีเครื่องประดับพะรุงพะรัง​ห้อยเต็มตัวไปหมดราวคนสติไม่สมประกอบ​

แววตาของคนสองคนที่ยืนอยู่หน้าประตูเบิกกว้าง ขณะเดียวกันเด็กสาวเพียงคนเดียวที่ดูปลงไปแล้วได้หันมายิ้มทักทายผู้มาเยือน 

"สวัสดีค่ะ" 

"!!" 

ย้อนกลับไปช่วงเวลาก่อนหน้านี้สักครึ่งชั่วโมง

ร่างสูงของกาเบรียล​ วาบิลเล่กำลังเดินไปหาอาเรีย หลังจากถามที่อยู่ของน้องสาวจากสาวใช้ที่ทำงานอยู่ในคฤหาสถ์​

เนื่องจากเวลานี้เป็นช่วงปิดเทอม อีกไม่เกินสองเดือนโรงเรียนวอเรนน่าจะเปิดรับสมัครนักเรียนแล้ว เด็กหนุ่มอยากให้อาเรียที่พึ่งอายุครบสิบหกปี เข้ามาเรียนด้วยกันกับเขา แต่เด็กสาวกลับดูไม่กระตือรือร้น​ที่จะฝึกพิเศษเตรียมสอบแม้สักนิด แม้การสอบเข้าจะง่ายดายสำหรับนักเรียนดีเด่นอย่างกาเบรียล​ วาบิลเล่ แต่เขารู้ดีว่ามันไม่ง่ายเลยสำหรับน้องสาว

โรงเรียนวอเรนน่าเป็นสถาบันขึ้นชื่ออันดับหนึ่งของประเทศเอราเบีย และติดอับดับต้นๆของโลก การสอบเข้ามีทั้งภาคทฤษฎี​และภาคปฏิบัติ​ สำหรับการวัดระดับความรู้ และการสัมภาษณ์​เพื่อวัดทัศนคติ​ กาเบรียล​เชื่อว่าอาเรียสามารถผ่านได้ง่ายๆไม่มีตก แต่ในส่วนของการสอบปฏิบัติ​ที่ต้องมีพลังเวทมนต์​เข้าช่วย น้องสาวของเขาดันเป็นบุคคลที่ไม่มีพลังธาตุในตัวเลยเนี่ยสิ แต่เพราะพลังเวทมนต์​ที่ต้องสอบ ตัดสินจากผลการวัดพลังรวมทั้งหมด กล่าวคือไม่ใช่ทดสอบแค่พลังธาตุเพียงอย่างเดียว แต่ทดสอบไปถึงพลังเสริมของธาตุ ทักษะอาคม พลังการเล่นแร่แปรธาตุ พลังพิเศษและพลังแฝง มาประมวลผลรวมกันและแบ่งเป็นระดับขั้นของนักเวทย์ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ไม่ได้รวมถึงพลังกาย 

เพราะเหตุนั้นกาเบรียล​จึงมีความคิดที่จะซื้อของขวัญเพื่อกระตุ้นให้เธอฝึกทักษะการเพิ่มพลังเวทย์มนตร์​กับเขาและเตรียมตัวเข้ารับการสอบ เขาใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่ในร้านเครื่องประดับและเสื้อผ้าสำหรับเด็กสาวชนชั้นสูง และอีกเกือบชั่วโมงสำหรับร้านตุ๊กตาสีหวาน

มันเป็นเรื่องยากมากในการเลือกของขวัญให้แก่น้องสาวผู้บอบบาง เพราะไม่ว่าเขาจะเห็นเห็นเครื่องประดับชิ้นไหน เสื้อผ้าแบบไหน หรือตุ๊กตาตัวไหน ภาพใบหน้าหวานๆของอาเรียก็ผุดขึ้นมาทุกครั้งราวกับว่าของทุกอย่างนั้นผลิตมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ

สุดท้ายเมื่อเลือกไม่ได้ สองมือหนาของกาเบรียล​จึงหอบหิ้วถุงจากแบรนด์​ราคาแพงเต็มสองมือ 

อาเรียละสายตาจากถ้วยน้ำชากระเบื้อง เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู เธอคิดว่าองค์ชายรัชทายาท​จะมาถึงแล้วเสียอีก แต่ผิดคาดเมื่อคนที่เดินเข้ามาเป็นพี่ชายของเธอที่ดูจะมีอะไรแตกต่างจากเดิมค่อนข้างมาก 

"สวัสดีค่ะ ท่านพี่" เสียงหวานเอ่ยทักทาย ยิ่งพอเห็นว่าอีกฝ่ายหอบหิ้วอะไรมาเต็มไม้เต็มมือโดยที่ไม่น่าจะซื้อใช้เอง เธอก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซว "วันนี้ซื้ออะไรมาเยอะแยะคะ หรือว่าจะมีสาวที่ปิ๊งแล้วน้า" ดวงตาสีเขียวขยิบลงข้างหนึ่งอย่างซุกซน

ฝ่ายถูกทักส่ายหน้า ปฏิเสธเสียงเรียบ​ "เปล่า" แล้วยื่นของในมือทั้งหมดให้คนตัวเล็กกว่า "นี่ของน้อง" 

อาเรียชะงัก สีหน้ายังดูงุนงง กาเบรียล​จึงวางถุงลงบนโต๊ะรับรองแล้วเสริมต่อ "อีกไม่เกินสองเดือนสถาบันวอเรนน่าจะเปิดรับนักเรียนแล้ว พี่...คิดว่าของพวกนี้จะเป็นกำลังใจให้น้องได้" เสียงทุ้มนุ่มพูดช้าลงราวกำลังใช้ความ​คิด

เด็กสาวฟังแล้วหลุบตาลง วอเรนน่า โรงเรียนที่นางเอกและเหล่าตัวเอกเข้าเรียนกันในภาคสอง เนื่องจากเธอยังไม่เคยเล่นภาคสอง และอาเรียควรจะตายไปก่อนแล้ว ดังนั้นเรื่องการสมัครเรียนจึงไม่ได้อยู่ในความคิดเธอ

หากเมื่อเงยขึ้นสบกับดวงตาสีทองสว่างที่มีประกายเว้าวอนจางๆ อาเรียจึงยิ้มแห้ง "น้องเข้าใจว่าการสอบภาคปฏิบัติ​ต้องมีทักษะการใช้เวทย์มนตร์​ แล้วน้องเองก็..."

"ไม่ต้องกังวล พี่มีวิธีที่จะทำให้ผ่านการทดสอบ" กาเบรียล​ขัดก่อนที่น้องสาวจะพูดจบ แล้วลูบเรือนผมสีชมพูนุ่มลื่นเบาๆ

ได้ยินคำพูดเช่นนี้เธอก็รู้ตัวแล้วว่าไม่มีสิทธิ์​บ่ายเบี่ยง​ จึงหัวเราะแหะๆพยักหน้าไปทีหนึ่งอย่างจำใจ คิดอีกทีลองไปผจญภัย​ในโรงเรียนก็น่าจะสนุกไปอีกแบบ 

ทั้งที่หลังจากเสียงหวานยอมรับคำพูดของอีกฝ่ายไปแล้วแท้ๆ แต่ทำไมสายตากดดันจากร่างสูงถึงยังจ้องอยู่ล่ะ 

อาเรียมองหน้าเด็กหนุ่มกลับ เมื่อดวงตาสีทองสว่างไม่ละไปจากหน้าเธอเสียที สุดท้ายจึงถามไปตรงๆ "มีอะไรติดหน้าน้องอยู่หรือคะ" 

กาเบรียล​ส่ายหน้าเบาๆ แล้วเหลือบมองถุงกองใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะ "พี่อยากให้น้องลองใส่"

เด็กสาวได้ยินเช่นนี้จึงลุกขึ้นยืนแล้วยิ้มหวาน ในใจวางแผนร้ายแทบจะทันที ใบหน้ายามสวมเครื่องประดับให้หญิงสาวของกาเบรียล​ วาบิลเล่ผู้เย็นชาจะเป็นยังไงกันนะ เธอคิดว่าจะต้องขายดีแน่ๆ เมื่อแน่ใจแล้ว อาเรียจึงพยักหน้า เสียงใสติดจะอ้อนเอ่ยขึ้น "งั้นรบกวนท่านพี่เลือกแล้วใส่ให้น้องทีค่ะ น้องคิดว่าของที่ท่านพี่เลือกต้องสวยอยู่แล้ว" 

เสียงหวานที่ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกปั่นป่วนแปลกๆ ทำให้กาเบรียลยอมทำตามคำพูดของน้องสาวง่ายๆ มือหนาหยิบของชิ้นแรกออกมาจากถุงกระดาษหรูสีแดงสด มันคือสร้อยเงินประดับจี้หยดน้ำคริสตัลสีขาว ร่างสูงขยับเข้าใกล้น้องสาวอีกนิด จากนั้นก้มตัวเอื้อมแขนข้ามไหล่บางเพื่อสวมสร้อยให้ลำคอขาวเนียนจากทางด้านหน้า กลิ่นกายหอมกรุ่น ร่างบางนุ่มนิ่ม ปอยผมสีชมพูคลอเคลียผิวแก้มทุกครั้งที่น้องสาวขยับจนเขารู้สึกจั๊กจี้​

กาเบรียล​ยอมรับที่เขาลืมนึกไปว่าการยืนด้านหลังคนตัวเล็กจะสะดวกในการสวมสร้อยมากกว่า แต่เมื่อทำมาถึงตรงนี้แล้วเด็กหนุ่มกลับคิดว่าช่างมันเถอะ และดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้ให้นานที่สุด 

แต่ทางด้านอาเรีย กลิ่นอ่อนๆบุรุษเพศทำเอาเธอเกือบมึน ดวงตาสีเขียวกลอกมองไหล่กว้าง เลื่อนขึ้นกกหู เลยไปกำแพงอีกฝั่งของห้อง พี่ชายก็ยังใส่สร้อยให้เธอไม่เสร็จเสียที เวลามันช่างเชื่องช้าจนเธอเริ่มเมื่อยแล้วล่ะ แล้วหากใบหน้าหล่อๆของเด็กหนุ่มหันไปทางตรงข้ามกับเธอเช่นนี้ การถ่ายรูปไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัวยิ่งเป็นได้ยาก ทำเอาเด็กสาวรู้สึกเสียดายขึ้นมา

จนเมื่อร่างสูงยืดกายออกไป เขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงติดจะภูมิใจนิดๆ "สวยอย่างที่คิด" 

อาเรียก้มมองตัวเองเห็นจี้สีขาวรางๆอยู่ปลายสายตา จากนั้นเงยหน้ามองพี่ชายแล้วยิ้มหวาน "ขอบคุณนะคะ ท่านพี่" เธอคิดว่าการมีพี่ชายอยู่ข้างกายก็ไม่เลวเหมือนกัน จนอดย้อนนึกถึงเรื่องราวในอดีตไม่ได้ ลินด์เซย์​ พี่ชายของเธอตอนนี้จะทำอะไรอยู่ที่ไหนกันนะ 

ขณะที่เด็กสาวกำลังเหม่อลอย ทางฝ่ายพี่ชายของอาเรียกลับยังดูไม่พึงพอใจนัก เขาก้มลงรื้อของในถุงแต่ละออกมาอีกสามสี่อย่าง แล้วจัดการแต่งตัวอาเรียด้วยของที่อยู่ในมือ 

"เอ๋" อาเรียชะงัก เมื่อมือหนาติดกิ๊บสีแดงรูปสตอเบอรี่​ที่ปอยผมสีชมพู ตามด้วยสร้อยคอที่ประดับด้วยหินเทอควอยซ์ โดยที่สร้อยเส้นเก่ายังอยู่

กาเบรียล​ไม่พูดอะไร แต่แววตาสีทองกลับมีประกายพึงพอใจจางๆ

"เอ่อ..." เสียงหวานทำท่าจะเอ่ยห้าม แต่จู่ๆที่คาดผมหูกระต่ายก็ถูกสวมทับ อีกทั้งสร้อยเส้นยาวที่คล้องกันเป็นโซ่ดูไม่เข้ากันสุดๆยังถูกสวมลงมาด้วย

อาเรียพูดไม่ออกแล้ว โดยเฉพาะเมื่อกาเบรียล​ดูจะไม่รู้ตัวว่าการกระทำของเขามันประหลาดตรงไหน และเพราะเหตุนั้นมหกรรมแต่งตัวตุ๊กตาของเด็กหนุ่มจึงเริ่มต้นขึ้น.... 

กลับมาที่ปัจจุบัน​

"สวัสดีค่ะ" อาเรียที่มีรอยยิ้มเหนื่อยล้ากว่าที่ควรจะเป็นเอ่ยทักทายสองหนุ่มผู้มาเยือน 

ชายผมสีชมพูที่ยืนอยู่ข้างหน้าในชุดชุดเรียบง่ายนั่น คงจะเป็นซีน่อน อาคาเซีย ดวงตาสีฟ้าที่ดูง่วงงุนเบิกกว้างเล็กน้อยราวตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น ใบหน้าของเขาดูเด็กเกินกว่าที่อาเรียคิดไว้ เห็นว่าเป็นถึงอดีตบิชอป เธอก็นึกว่าจะอายุมากกว่านี้เสียอีก ส่วนทางองค์ชายรัชทายาทที่ยืนอยู่ข้างหลังก็คล้ายจะตกใจไม่ต่างกัน ซึ่งถ้าอาเรียเห็นสภาพตนเองในตอนนี้สำหรับคนที่รักสวยรักงามแบบเธออาจจะต้องกุมขมับไปหลายชั่วโมง 

เพราะเครื่องประดับทุกชิ้นที่กาเบรียล​ซื้อมามันมารวมกันอยู่บนตัวเธอหมดเลยน่ะสิ! 

นี่ยังไม่นับรวมทรงผมประหลาดๆที่ร่างสูงใช้หนังยางราคาแพงจับปอยผมหน้าม้ามัดเป็นจุกน้ำพุส่ายไปมาราวเรดาร์​หาวิญญาณ​

สาบานเลยถ้าอาเรียได้เรียนที่วอเรนน่า เธอจะจับพี่ชายลงเรียนคลาสแฟชั่น! . . . .​ พอความวายป่วงของท่านพี่จบ อาเรียยังต้องพบความวายป่วงของซีน่อนต่อ เอ หนุ่มขี้เซาเนี่ยมักจะหน้ามึนทุกคนเลยไหมนะ ฮะๆ ____________ เรื่องพลังธาตุและพลังเวทมนต์​จะบอกอย่างละเอียดอีกทีตอนที่อาเรียเริ่มฝึกค่ะ 

แล้วก็ดูเหมือนจะไม่ได้บอกอายุตัวละครเลย กลัวจะงงกัน งั้นบอกตรงนี้เลยเนอะ เดี๋ยวค่อยไปเสริมในเนื้อเรื่องอีกที  องค์ชายเฮเดรียนกับท่านพี่อายุ 17 ส่วนซีน่อนอายุ 18 ค่ะ เรียนอยู่ที่วอเรนน่า ส่วนอาเรียกับโลแกนอายุ 16 ต้องเตรียมตัวสอบเข้าค่ะ

ความคิดเห็น