facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : -Chapter 10.-Rewrite 05/12/2018

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 63.1k

ความคิดเห็น : 116

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2561 12:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
-Chapter 10.-Rewrite 05/12/2018
แบบอักษร

TELL ME WHERE AVE YOU BEEN?

(Chapter10.)

   “ส่วนมึงมากับกู” พระอาทิตย์จับต้นแขนของเชนบีบอย่างแรงจนเป็นรอยมือ

   “ปล่อยกู” 

   เชนพยายามแกะแขนของตัวเองออกจากมือที่แข็งราวกับคีมเหล็กของพระอาทิตย์

   “พระอาทิตย์ปล่อยน้องเดี๋ยวนี้!!!” พ่อพระอาทิตย์พูดขึ้นเสียงนิ่ง ทำให้ทั้งสองหันมองตามเสียง

   “กูบอกให้ไปกับกู” พระอาทิตย์พูดกระซิบเสียงลอดไรฟัน

   “ไม่ไป” เชนสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของคนตัวโต

   “ผมขอตัวก่อนนะครับ”

   เชนหันไปพูดกับพ่อของพระอาทิตย์

   “ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้น” พ่อของพระอาทิตย์พูดสั่งเสียงเข้ม

   “คงไม่ได้หรอกครับป๋า เชนต้องไปกับผมครับ” พระอาทิตย์ทำท่าจะลากเชนออกไปจากตรงนั้น 

   “พวกแกคิดจะขัดคำสั่งฉันใช่ไหม เชนเธอมากับฉัน ส่วนแกอาทิตย์อยากไปไหนก็ไป” พ่อของพระอาทิตย์สั่งเสียงเฉียบและเดินนำเชนเข้าไปในบ้านทันที

   “ครับ” เชนรับคำเสียงนิ่ง พระอาทิตย์ได้แต่มองเชนด้วยความโมโห เขาไม่ได้โมโหเรื่องดาวเหนือหรอกแต่เพราะเชนทำอะไรไม่คิด หนำซ้ำยังดื้ออีกต่างหาก 

   เชนเดินตามพ่อของพระอาทิตย์เข้าไปในบ้าน ส่วนคนตัวโตได้แต่ยืนยกมือกุมขมับตัวเองอย่างหัวเสียและสบถบางอย่างตามหลังเชนและผู้เป็นพ่อ

   “อย่าคิดว่าจะหนีกูพ้นนะเชน!!!” พระอาทิตย์พูดพึมพำกับตัวเอง…

   ภายในห้องทำงานพ่อของพระอาทิตย์

   “ไหนบอกมาสิว่ามีเรื่องอะไรกับน้อง” เสียงชายสูงวัยพูดถามขึ้นนิ่งๆ

   “ไม่มีอะไรครับ” เชนตอบกลับไป

   “เธอคิดว่าฉันดูไม่ออกหรือไง บอกฉันมา”  เสียงทุ้มพูดออกมาเรียบเฉย สายตาจ้องมองเชนไม่วางตา

   “…” 

   เชนได้แต่นิ่งเงียบ

   “อยู่ที่นี่อึดอัดมากใช่ไหม อยู่ในบ้านของฉัน มาวันแรกก็ทำบ้านฉันแทบลุกเป็นไฟ” พ่อของพระอาทิตย์พูดขึ้นเสียงเรียบ

   “นั่นสินะครับ ผมทำให้บ้านของท่านมีแต่เรื่องวุ่นวายแล้วยังจะอยากให้ผมมาอยู่ที่นี่ทำไมกันล่ะครับ” เชนพูดพลางจ้องมองพ่อของพระอาทิตย์อย่างไม่เข้าใจ 

   “อยู่ให้รู้ไง ว่าคนอย่างเธอมันไม่เหมาะกับที่แบบนี้” พ่อของ          พระอาทิตย์พูดบอกแล้วเหลือบมองเชน 

   “ครับ ผมขอตัว” เชนหันหลังเพื่อจะเดินออกจากห้องทำงาน

   “รับนี่ไปซะ อีกหน่อยเธอคงต้องได้ใช้มัน” พ่อของพระอาทิตย์ส่งเช็คที่ระบุเงินจำนวนหนึ่งไว้

   “คุณหมายความว่ายังไง แล้วเงินนี่คืออะไร” เชนมองเช็คในมือแล้วถามออกมา

   “หึ อย่าทำเป็นไม่รู้อะไรหน่อยเลย ฉันเองก็พอจะดูออกว่าเด็กหิวเงินแบบเธอคงไม่โง่จะปฏิเสธหรอกใช่ไหม” พ่อของพระอาทิตย์พูดและมองเชนด้วยหางตานิ่งๆ

   แควกๆๆ

   เชนฉีกเช็ดที่ระบุตัวเงินจำมากพอสมควรและทิ้งลงกับพื้น

   “เงินแค่นี้คงซื้อผมไม่ได้หรอกครับท่าน” เชนพูดและเชิดหน้าขึ้น 

   “ทำไม อยากได้มากกว่านี้อย่างนั้นสิ” ชายสูงวัยพูดถามขึ้นพร้อมยิ้มบางๆ อย่างนึกสมเพช

   “เงินพวกนี้ผมไม่ต้องการหรอกครับ ตอนนี้สิ่งที่ผมต้องการมันมากกว่านั้นครับ”

   เชนยิ้มเหยียดอย่างเหนือกว่า ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วในเมื่อดีต่อกันไม่ได้ก็ต้องร้ายใส่กันให้ถึงที่สุด

   “ฉันไม่คิดว่าพระอาทิตย์จะคิดสั้นเอาคนอย่างเธอมาเชิดหน้าชูตาหรอกนะ” พ่อของพระอาทิตย์พูดขึ้น

   “ใครบอกว่าผมอยากได้เขากันล่ะครับ อีกคนต่างหากที่ผมต้องการ ผมว่าเขาน่าสนใจชะมัด” เชนพูดขึ้นอย่างนึกขำในใจ

   ความจริงแล้วเชนไม่เคยจะสนใจไททันเลยสักนิด แต่ในเมื่อพ่อของ   พระอาทิตย์ดูง่ายขนาดนี้ ในเมื่อเขาเอาพระอาทิตย์มาต่อรองอะไรไม่ได้ ทางเลือกสุดท้ายก็คงต้องเป็นไททัน

   แต่แผนการน่ะเหรอ…อย่าถามเลย ยังไม่มีหรอก

   เชนนึกโมโหคนตรงหน้าจนเลือดขึ้นหน้าแล้วจริงๆ กล้าดีอย่างไรเอาเงินมาฟาดหัวเขาแบบนี้ ราวกับลูกชายตัวเองวิเศษมาจากไหน

   ได้ ในเมื่ออยากเล่นเกมนี้นัก เชนเองก็จะสนองให้ถึงที่สุด

   ปัง!!!

   “นี่เธอ! กล้าลองดีกับฉันเหรอห๊ะ!!!” พ่อของพระอาทิตย์ตบโต๊ะทำงานอย่างแรงและลุกขึ้นยืนพูดว่าเชนออกมาเสียงดัง

   “ผมไม่คิดจะลองดีกับคนอย่างท่านหรอกครับ” เชนพูดขึ้นและยิ้มเย็นให้พ่อของพระอาทิตย์ที่ตอนนี้กำลังมองเขาแทบอยากจะกินเลือดกินเนื้อเสียให้ได้

   “แล้วเธอจะมายุ่งกับไททันทำไม”

   ชายสูงวัยถามขึ้นอีกเพราะเขาไม่คิดว่าเชนจะกล้าเอาไททันมาต่อรอง

   “ผมบอกแล้วไงครับว่า ผมแค่อยากได้ ขอตัวนะครับ”

   เชนพูดออกมาแลจบก็เดินออกจากห้องไป มือบางผลักประตูแล้วก็ต้องชะงักเมื่อพ่อของพระอาทิตย์พูดขึ้น

   “ถ้าเธออยากลองดีกับฉันก็เชิญ” พ่อของพระอาทิตย์ขู่ออกมาเสียงเย็น

   เชนเดินออกจากห้องทำงานของพ่อพระอาทิตย์ก็บังเอิญเจอ           พระอาทิตย์กับดาวเหนือยืนคุยกันอยู่

   “พี่อาทิตย์จะไล่มันออกไปใช่ไหมฮะ” ดาวเหนือพูดขึ้นเสียงไม่พอใจ

   “พูดแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับ” พระอาทิตย์พูดขึ้นเสียงนิ่ง

   “ก็เหนือไม่ชอบมันนี่ฮะ” ดาวเหนือพูดเน้นเสียง

   “แล้วจะให้พี่ทำยังไง” พระอาทิตย์พูดออกมาเหนื่อยๆ

   “ก็ไล่มันออกไปสิฮะ ยังจะมาถามเหนืออีก” ดาวเหนือพูดขึ้นอย่างไม่  ใส่ใจ สายตาหันไปเจอกับเชนเข้าพอดี

   “พี่คงไล่มันออกไปไม่ได้” พระอาทิตย์พูดขึ้นเสียงเข้ม คำพูดของเขาทำให้ดาวเหนือมองอย่างไม่เข้าใจ

   “ทำไมฮะ” ดาวเหนือถามออกมาเพราะอยากรู้เหมือนกันว่า         พระอาทิตย์จะพูดว่าอย่างไร

   “ก็พี่ซื้อมันมาแพงน่ะสิ” พระอาทิตย์พูดขึ้นโดยไม่รู้เลยสักนิดว่าเชนยืนอยู่ด้านหลัง

   “ซื้อมา! หมายความว่ายังไงเหรอฮะ” เสียงเล็กจงใจพูดถามเสียงดังให้เชนได้ยิน ดาวเหนือยกยิ้มมุมปากเหยียดยิ้มให้เชนอย่างเยาะๆ สายตาเหลือบมองเชนที่กำลังมองมาทางพวกเขาเช่นเดียวกัน แขนเรียวยกขึ้นโอบรอบคอของพระอาทิตย์และเอียงคอมองด้วยสายตาออดอ้อนฉ่ำเยิ้ม  

   “อย่าสนใจเลย เราก็กลับไปได้แล้วพี่จะไปทำงานต่อ”      

   พระอาทิตย์เดินนำดาวเหนือลงไปด้านล่าง เด็กหนุ่มหันมายิ้มเยาะและมองเชนตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเหยียดๆ

   เชนยืนกัดฟันกรอด กำหมัดแน่น เขารู้สึกอึดอัดแน่นไปหมด สมองเริ่มตีรวน ร่างบางเซนิดๆ พ่อของพระอาทิตย์ที่ออกมาเจอเข้าก็พานตกใจไม่น้อย เมื่อเห็นว่าเชนกำลังจะล้มลงไปกับพื้น

   พรึบ!!!

   “นี่เธอ ได้ยินฉันไหม” พ่อของพระอาทิตย์พยายามเขย่าตัวเชนที่สลบอยู่ในอ้อมแขนของตัวเอง มือหนาเอื้อมจับไปที่ข้อมือเล็กเพื่อตรวจชีพจร

   “เด็กๆ ไปไหนกันหมด” พ่อของพระอาทิตย์ตะโกนเรียก

   “ตายจริง คุณเชนเป็นอะไรคะคุณท่าน” สาวใช้รีบมาตามเสียง

   “อย่าเพิ่งถาม ให้คนไปเตรียมรถ ไปสิ” ชายสูงวัยพูดขึ้นเสียงดังและก้มลงช้อนตัวเชนขึ้นไว้ในอ้อมแขน

   “ได้ค่ะๆ” สาวใช้ลนลานรีบวิ่งลงไปด้านล่าง

   เสียงดังเอะอะโวยวายทำให้พระอาทิตย์และดาวเหนือรีบวิ่งขึ้นมา    พระอาทิตย์ชะงักไปนิดเมื่อเห็นคนที่พ่อตัวเองอุ้มไว้ในอ้อมแขน 

   “มาครับผมจัดการเอง” พระอาทิตย์ทำท่าจะรับเชนมาอุ้มเอง

   “ไม่ต้อง แกไปเอารถออก ไปสิ!!!” พ่อของเขาสั่งออกมาเสียงนิ่งและอุ้มเชนเดินลงบันไดไปอย่างกระฉับกระเฉง

โรงพยาบาล

   “คนไข้ผมเอง เข้าห้องฉุกเฉินด่วนเลย” พ่อของพระอาทิตย์พูดขึ้นและสวมเสื้อกาวน์และเดินตามไปที่ห้องฉุกเฉิน

   “แกรออยู่ที่นี่ แล้วโทรบอกญาติคนไข้ให้มาที่นี่ด้วย” พ่อของ          พระอาทิตย์หันมาบอกลูกชายตนเอง 

   “…” พระอาทิตย์ไม่ได้พูดหรือตอบอะไร เขานั่งบนเก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉินแล้วใช้มือหนายกขึ้นลูบใบหน้าตัวเองอย่างเครียดๆ

   “ไหนล่ะญาติคนไข้” หลังจากเชนเข้าห้องฉุกเฉินไปได้สักพักใหญ่ พ่อของพระอาทิตย์ก็เดินออกมา

   “ป๋าครับ เลิกล้อเล่นกับผมได้แล้วน่า” พระอาทิตย์พูดขึ้น เขาเองยังไม่รู้ว่าเชนกับพ่อตนเองพูดคุยอะไรกันก่อนหน้านี้

   “เชนเป็นไงบ้างครับ” พระอาทิตย์ถามออกมา

   “ปลอดภัยดี” พ่อของพระอาทิตย์พูดบอกเสียงเรียบพลางขมวดคิ้วมองพ่อตัวเองนิ่งๆ

   “ปลอดภัยดีแล้วยังไงล่ะครับ ผมอยากรู้ว่าเชนเป็นโรคอะไร”

   พระอาทิตย์มีสีหน้าเครียดลงเมื่อถามถึงอีกคนที่นอนพักฟื้นอยู่ในห้องพิเศษของโรงพยาบาล

   “ก็ปกติดี คงเครียดละมั้ง” พ่อของพระอาทิตย์พูดขึ้นมา เขาเลือกที่จะโกหกเพราะไม่ต้องการให้เด็กคนนั้นมาวุ่นวายกับครอบครัวของเขาอีกเป็นอันขาด พระอาทิตย์ยืนมองพ่อตนเองนิ่งๆ สายตาจับจ้องไปที่บานประตูที่ปิดสนิทอยู่ แล้วถอนหายใจออกมาหนักๆ

   “เข้าไปสิ อย่าเข้าไปรบกวนนานละ เขาจะได้พักผ่อน” พ่อของ         พระอาทิตย์พูดบอกและเดินกลับห้องทำงานตนเองที่อยู่อีกชั้นของโรงพยาบาล

   “ป๋าครับ คือ…ขอบคุณมากครับ” พระอาทิตย์พูดออกมาเสียงนิ่ง พ่อของพระอาทิตย์เองนิ่งไปนิดเช่นเดียวกันเพราะปกติตลอดเวลาที่เลี้ยงดูมา ลูกชายเขาไม่มีทีท่าว่าจะสนใจใครแบบนี้มาก่อน…

   เชนนอนหลับไม่ได้สติ สายออกซิเจนพาดติดกับจมูก เปลือกตาปิดสนิท ปากบางที่เคยสีสดกลับซีดลง มือหนาเอื้อมเข้าไปใกล้และลูบผมของเชนแผ่วเบา

   “เจ็บตรงไหนทำไมไม่บอกกู” ร่างแกร่งพูดขึ้นเสียงแผ่ว ฟังแล้วแหบแห้งจนเจ็บลำคอไปหมด 

   “…” พระอาทิตย์ยืนนิ่งเงียบอยู่นานกระทั่งแจ็คเดินมาบอกว่าพ่อและพี่ชายของเชนมาถึงแล้ว เขาจึงเดินออกไป

   “ทางนี้ค่ะ คุณหมอย้ายคนไข้ให้ไปพักในห้องพิเศษแล้วค่ะ รบกวนญาติคนไข้รอตรงนี้ก่อนนะคะ”

   พระอาทิตย์หันไปมองชายหนุ่มอายุดูจะไล่เลี่ยกับเขาและชายสูงวัยที่ยืนอยู่ข้างกัน พระอาทิตย์ทำท่าจะเดินเข้าไปหาคนทั้งคู่แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าประตูห้องทำงานของพ่อเขาถูกเปิดออก พ่อของพระอาทิตย์เหลือบมองลูกชายตนเองเล็กน้อย

   “หมอ ลูกชายผมเป็นยังไงบ้างครับ” พ่อของเชนรีบเดินเข้าไปหาหมอสุริยะพ่อของพระอาทิตย์

   “คุณคงเป็นญาติคนไข้ใช่ไหมครับ” เสียงนิ่งของหมอถามขึ้น

   “ใช่ครับ สวัสดีครับผมวิโรจน์เป็นพ่อของนายเชนนิพัทธ์ครับ” พ่อของเชนแนะนำตัวกับพ่อของพระอาทิตย์

   “สวัสดีครับ ผมนายแพทย์สุริยะ ธนพัฒน์ธาดา เป็นหมอเจ้าของไข้คุณเชนนิพัทธ์ครับ” พ่อของพระอาทิตย์พูดขึ้น ทั้งคู่แนะนำตัวกันเล็กน้อย

   “แล้วลูกชายผมอาการเป็นยังไงบ้างครับ” วิโรจน์ถามขึ้น

   “ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง คงจะมีก็แต่…ผมว่าเราไปคุยกันในห้องเถอะครับ” พ่อของพระอาทิตย์พูดบอก

   “สวัสดีครับ ผมบดินทร์เกียรติเป็นพี่ชายของเชนนิพัทธ์ครับ" ชิวแนะนำตัวกับพ่อพระอาทิตย์

   “สวัสดีครับ” หมอสุริยะทักทายกลับอย่างสุภาพและทำท่าจะเดินนำไปที่ห้องพักตนเอง

   “ผมเข้าไปดูน้องชายได้ไหมครับ” ชิวถามขึ้น 

   “ได้ แต่คนไข้หลับอยู่ ทางที่ดีไม่ควรเข้าเยี่ยมนานนะครับ” พ่อของ   พระอาทิตย์พูดขึ้นและเดินไปพร้อมพ่อของเชน แม่ของพระอาทิตย์ที่ทราบข่าวก็รีบตามมาที่โรงพยาบาลทันที มาร์สยืนมองนิ่งๆ อยู่ข้างแม่ของพระอาทิตย์

   “อาเชนล่ะฮะ” มาร์สถามขึ้น พระอาทิตย์ก้มลงอุ้มมาร์สขึ้นและพาเดินเข้าไปในห้องพักของเชน

   “ปะป๊า” มาร์สเรียกชิวเสียงดัง ทำเอาชิวถึงกับตกใจเมื่อได้ยินเสียงลูกตัวเอง

   “ขอคุยด้วยหน่อย” พระอาทิตย์พูดขึ้น ชิวถึงกับมองเชนและ         พระอาทิตย์สลับกันไปมา

   “ต้องได้คุยแน่แต่คงไม่ใช่ตอนนี้ คุณออกไปก่อนเถอะ”       

   ชิวปฏิเสธออกมา เขาพอจะมองออกว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้เขาไม่อยากรับรู้เรื่องอื่นนอกจากอาการของเชน…

   พ่อและพี่ชายของเชนย้ายร่างบางไปที่โรงพยาบาลประจำครอบครัว เมื่อพระอาทิตย์ทราบก็หงุดหงิดจนแทบจะระเบิด สองสามวันที่ผ่านมาเขาไม่เป็นอันทำอะไรเพราะมัวแต่คิดเรื่องเชนตลอดเวลา ลูกน้องคนไหนที่เข้ามาหาก็ถูกไล่ตะเพิดออกไปแทบทุกคน

   “แจ็ค!!! ไอ้แจ็ค!!!” เสียงของพระอาทิตย์เรียกลูกน้องตนเองดังลั่นห้องทำงาน

   “ครับ” แจ็ครีบเดินเข้ามาก็ต้องพบกับเจ้านายที่นั่งอารมณ์เสียเป็นหมีกินผึ้งอยู่หลังโต๊ะทำงาน

   “ไปเอารถออกกูจะไปดูโกดัง แล้ววันนี้ไอ้เชนเลิกเรียนกี่โมง”            พระอาทิตย์หลุดปากถามขึ้นอย่างเคยชิน

   “นายครับ” แจ็คเรียกผู้เป็นนายเสียงนิ่ง

   “อะไร!!!” พระอาทิตย์หันมาตะคอกใส่ลูกน้องคนสนิทอย่างลืมตัว นี่เขาจะหงุดหงิดใส่ลูกน้องตัวเองทำไมกัน

   พระอาทิตย์ยกมือเสยผมตัวเองอย่างเครียดๆ 

   “คือนายคงลืมไปว่าคุณเชนไม่สบายครับ และผมว่าคุณเชนคงไม่ได้ไปเรียนครับ” แจ็คพูดออกมา

   ทุกวันเจ้านายเขาจะถามถึงเชนแบบนี้ทุกครั้ง และวันนี้อีกฝ่ายคงลืมไปแล้วจริงๆ ว่าเชนกำลังไม่สบายและพักฟื้นอยู่

   “…” พระอาทิตย์รู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยกับอาการของตัวเองที่ทำราวกับมีเชนเข้ามาในชีวิตประจำวันไปแล้ว

   ช่วงเวลาสั้นๆ ที่อยู่ด้วยกันแทบทุกเวลา กิน อาบน้ำ ทะเลาะ พูดใส่กันเสียงดัง ใบหน้าที่แสนเย่อหยิ่ง ปากบางสีสดที่ด่าทอเขาตลอดเวลา ใบหน้าแสนยั่วยวนเวลาร่วมรัก ร่างกายบางอันหอมหวานราวที่ทำให้เขารู้สึกราวกับกำลังเสพติด นี่เขากำลังเป็นบ้าอะไรกัน

   “โธ่เว้ย!!!”  พระอาทิตย์สบถออกมาเสียงดังลั่น

   แจ็คยืนอยู่แบบนั้นสักพักก็เดินออกไปอย่างรู้หน้าที่ เขาคิดว่าเจ้านายควรมีเวลาและความเป็นส่วนตัวในการใช้ความคิดและได้อยู่กับตัวเอง

   แต่เขาคงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อลดอารมณ์ของเจ้านายลง เขาคิดว่าจะหาข้อมูลโรงพยาบาลที่เชนย้ายไปรักษาตัวมาให้ผู้เป็นนายก็ยังดี เพราะคนอย่างพระอาทิตย์เจ้านายเขาปากแข็งเกินกว่าจะเรียกใช้ลูกน้องหารายชื่อโรงพยาบาลแน่ๆ

   “นี่กูขาดมึงไม่ได้จริงๆ เหรอวะเชน” มือหนายกขึ้นเสยผมอย่างเครียดๆ บุหรี่มวนแล้วมวนเล่าถูกจุดสูบไม่หยุด

   // เลิกงานสักทีกูหิวข้าว //

   // พระอาทิตย์ ถ้ามึงทำกูในห้องทำงานกูจะไม่ให้มึงแตกต้องกูอีกเลย //

   // ผู้ชายเฮงซวย // 

   เสียงของเชนดังก้องเข้ามาในหูของเขาไม่หยุด พระอาทิตย์ได้แต่ถอนหายใจออกมาหนักๆ เอนศีรษะพิงพนักเก้าอี้ทำงานด้านหลังของของตนเองอย่างเหนื่อยอ่อน…


โรงพยาบาล 

   “เชนเพื่อนรักเป็นยังบ้างวะ” ฟานถามออกมาเสียงใส

   “กูเป็นเหี้ยอะไรล่ะ” เชนพูดขึ้นเสียงเรียบ เมื่อได้ยินเพื่อนรักถามออกมา

   “สภาพมึงแม่ง! เหมือนโดนรุมโทรมเลยว่ะ” ฟานยื่นหน้าเข้ามาถามใกล้ๆ จนเชนต้องรีบเอามือผลักเพื่อนรักออกห่างอย่างเอือมๆ 

   “ใครจะกล้ามารุมโทรมกู ไอ้เพื่อนเหี้ย” เชนต่อว่าฟานออกมาอย่างหัวเสีย

   “นั่นสิใครจะกล้า ก็เพื่อนกูมีบอดี้การ์ดมาเฝ้าเช้าเฝ้าเย็นซะขนาดนั้น” ฟานพูดแล้วส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้เพื่อนรักอย่างมีเลศนัย

   “เสือก” 

   ก๊อกๆๆ

   เสียงเคาะประตูห้องฟักฟื้นเชนดังขึ้น เชนและฟานหันไปมองประตูพร้อมกัน ก่อนที่ฟานจะเดินไปเปิดประตูและก็ต้องตกใจเมื่อพบกับเมสเซนเจอร์หอบดอกไม้ช่อโตยืนรออยู่หน้าห้องพัก

   “มาหาใครครับ” ฟานถามขึ้น

   “มีคนส่งมาให้คุณเชนนิพัทธ์ครับ” เมสเซนเจอร์พูดบอก

   “เอ่อ คือ…” ฟานยืนนิ่งอยู่แบบนั้น เขากำลังจะถามต่อ

   “ส่งให้ใครนะ” เชนพูดแทรกขึ้นมาจากด้านหลังของฟาน

   “คุณเชนนิพัทธ์ห้อง 501 ครับ” เมสเซนเจอร์พูดบอกอีกครั้ง

   “ครับ ผมเอง” เชนพูดขึ้นและเซ็นรับก่อนจะหอบช่อดอกไม้ไว้ในอ้อมกอดตัวเองเดินกลับไปที่เตียงคนไข้ ฟานมองเพื่อนรักอย่างจับผิดและชะโงกหน้าอ่านการ์ดของเพื่อนตนเองอย่างรู้งาน 

   // หายไวๆ S. //

   เชนไม่ต้องรอให้ใครบอกเขาก็รู้ว่าดอกไม้ช่อโตนี้เป็นของใคร 

   “หือ หวานว่ะ ใครวะ มึงบอกกูมาเลย แม่ง! มีของดีไม่ยอมบอกเพื่อนเลยนะมึง” ฟานพูดขึ้นอย่างกวนๆ

   “ของดีเหี้ยอะไรล่ะ มึงอยากได้ก็เอาไปเลยไป” เชนบอกปัดเพราะยังไม่อยากพูดหรืออธิบายอะไรตอนนี้ เขายื่นช่อดอกไม้ให้ฟานอย่างไม่ใส่ใจ

   “ถ้ากูเอาจริงก็กลัวเพื่อนคนเก่งจะนอนขี้มูกโป่งน่ะสิ” ฟานพูดล้อเพื่อนรักขำๆ

   “สัดฟาน ไปไกลๆ กูเลยไป” เชนบ่นอย่างโมโห ฟานวางช่อดอกไม้ไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียง

   “ทำเป็นไล่นะ เออ ไปก็ได้ หายไวๆ นะมึง” ฟานพูดและเดินออกไป แต่ก่อนไปยังไม่วายหันมาล้อเลียนเชนอีก

   // มึงทำแบบนี้ทำไม พระอาทิตย์ //  เชนได้แต่มองช่อดอกไม้บนโต๊ะหัวเตียงนิ่งๆ พร้อมคำถามที่เกิดขึ้นภายในใจ ตอนนี้เขารู้สึกสับสนกับผู้ชายคนนี้มากจริงๆ…

   เชนนั่งๆ นอนๆ อยู่แต่ในห้องพักคนไข้ทั้งวัน เขาอยากจะออกจากโรงพยาบาลเต็มทน เชนถามพยาบาลที่เข้ามาเช็ดตัวให้ตลอดว่าจะกลับบ้านได้หรือยังจนพยาบาลพากันส่ายหัวและยิ้มให้อย่างนึกเอ็นดู

   เชนพยายามเอื้อมมือขึ้นเพื่อเอาขวดน้ำเกลืออกจากเสาเพราะจะเข้าห้องน้ำ

   แกร๊กๆ เสียงเปิดประตูห้องพักฟื้นของเชนดังขึ้น

   “อ๊ะ…ทำบ้าอะไร” เชนหันกลับมาปะทะกับอกแกร่งของใครบางคน

   “แล้วมึงล่ะจะทำอะไร จะลุกไปไหนทำไมไม่เรียกพยาบาล”

   พระอาทิตย์เอื้อมมือเพื่อหยิบขวดน้ำเกลือส่งให้เชนรับไปถือไว้ในมือ

   “กูแค่จะไปเข้าห้องน้ำคงไม่ต้องเรียกพยาบาลหรอกมั้ง กูเดินเองได้ ขาไม่ได้หัก” เชนพูดออกมาอย่างนึกโมโหที่ไม่ได้สังเกตว่ามีใครเข้ามาในห้องตัวเองเลย มือหนาจับที่ปากบางของเชนก่อนจะบีบเบาๆ

   “อื้อ เจ็บ” เชนผละตัวออกห่างจากพระอาทิตย์แล้วพูดด้วยใบหน้างอง้ำ มือบางจับปากของตัวเองเบาๆ

   “อย่าปากดี ถือขวดน้ำเกลือ” พระอาทิตย์สั่งและก้มช้อนตัวของเชนขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว เชนตกใจเล็กน้อย 

   “ปล่อย กูเดินเองได้” เชนพูดเสียงแข็งใส่

   “ทำไมถึงดื้อกับกูนัก” พระอาทิตย์ถามออกมาเสียงนิ่ง

   “แล้วทำไมกูต้องเชื่อฟังมึงล่ะ” เชนถามกลับทันควัน

   ดวงตากลมโตจ้องมองเข้าไปในตาคู่สวยสีฮัลเซิลของพระอาทิตย์ที่ฉายใบหน้าของเชนอยู่ในดวงตาคมนั่น จนเชนจำต้องหลบสายตาคม

   “เพราะอะไร จะให้กูทวนความทรงจำมึงไหม”

   “อย่ามาทำเลวๆ ที่นี่” เชนหันมองพระอาทิตย์อย่างเอาเรื่อง 

   “เลวยังไงกูก็ผัวมึง” พระอาทิตย์พูดกระซิบริมใบหูเล็ก ใกล้เสียจนเชนรู้สึกได้ถึงไอร้อนของลมหายใจอีกฝ่าย

   เชนถอนหายใจออกมาหนักๆ เขารู้สึกเหนื่อยใจที่ต้องคอยเอาแต่ต่อล้อต่อเถียงกับพระอาทิตย์อยู่แบบนี้


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว