facebook-icon

ภาคลูกคือ 'ของเล่นในรังโจร' กับ 'สะใภ้เจ้า' นะคะ

ตอนที่ 28 : อารมณ์คนท้อง [100%] 💛

ชื่อตอน : ตอนที่ 28 : อารมณ์คนท้อง [100%] 💛

คำค้น : ซีค, วีนัส, บ่วงรักเจ้าทะเลทราย, เจ้าชาย, ทะเลทราย, jungkook, bts, bts fic

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.7k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2561 15:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 28 : อารมณ์คนท้อง [100%] 💛
แบบอักษร

                หลังจากซีคแพ้ท้องแทนผมแถมท้องผมก็โตขึ้นทุกวัน ๆ จะไปไหนมาไหนก็ลำบากจนกลายเป็นน่ารำคาญพาให้หงุดหงิดไปหมด ผมเลยตัดสินใจไม่ไปไหนแล้วเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ผมนอนอ่านหนังสือนิยายแก้เบื่อไปพลาง ส่วนซีคน่ะหรอ ไม่ต้องพูดถึง ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ยังนอนครวญครางบ่นว่าวังหมุนไม่หยุดเลยน่ะสิ

                “โอย… วีนัส วังหมุนไม่หยุดเลย ข้ามึนหัวจะตายอยู่แล้ว” ซีคพูดพร่ำอย่างไม่เคยทำมาก่อน ผมฟาดหนังสือนิยายใส่ตัวเขาอย่างแรง

                “เงียบหน่อยได้มั้ย ! ข้าจะอ่านหนังสือ” หนังสือที่ว่าก็หนังสือนิยายผมเองนี่แหละ ซีคหันมาขมวดคิ้วใส่ ผมเลยถลึงตากลับไปแล้วฟาดหนังสือใส่อกเขาอีกที

                “มองอะไร !” ผมถามพลางขยับขาแว่นที่ใช้ใส่เวลาอ่านนิยาย

                “ข้าแพ้ท้องแทนเจ้าขนาดนี้เจ้ายังทำข้าลงอีกรึวีนัส !” เขาฝืนลุกขึ้นนั่งทั้งที่ทรงตัวแทบไม่ไหว

                “เหอะ ! แค่แพ้ท้องมาทำเป็นบ่น แต่ข้านี่ท้องเด็กทั้งคนข้าเคยบ่นบ้างมั้ย !” ผมฟาดหนังสือใส่เขาอีกครั้งเป็นครั้งที่สาม

                “นี่เจ้าตีข้าทำไม ! ห๊ะ !”

                “ทำไม ! ตีไม่ได้ใช่มั้ย !”

“แล้วเจ้าจะตีเข้าให้ได้อะไรขึ้นมา !”

“ก็ท่านเสียงดัง ข้าจะอ่านหนังสือ !”

“อยากอ่านเงียบ ๆ ก็ไปนั่งอ่านในห้องสมุดคนเดียวซะสิ ! ไป !”

“อ๋อ ได้ ข้าไปแน่ ข้าจะไปให้ไกล ๆ ท่านได้ไม่ต้องเห็นหน้าข้า แล้วไม่ต้องส่งทหารไปตามล่ะ !” ถึงจะมีลูกและผูกพันกันมากขึ้นแต่ผมกับซีคก็ยังไม่ทิ้งนิสัยเดิม เรายังคงเถียงกันทุกวันเป็นกิจวัตร แต่หลัง ๆ มานี้ซีคยอมผมขึ้นเยอะ ผิดกับผมที่โมโหได้ตลอดแม้แต่เรื่องเล็กน้อย อย่างเช่นเรื่องที่เราสองคนทะเลาะกันอยู่ตอนนี้

ผมก้าวขาลงจากเตียงเดินเอามือประคองท้องโย้ ๆ แล้วกระแทกเท้าเดินออกจากห้อง ผมมองทหารหน้าห้องที่มองมาทางผมเป็นตาเดียวกัน ดูท่าจะรู้ว่าผมกับนายของเขาทะเลาะกันอีกแล้ว

“ท่านวีนัสจะไปไหนรึขอรับ” ทหารนายหนึ่งถามขึ้น เขาเดินตามมาติด ๆ

“เราจะไปจากที่นี่ ซีคเกลียดเราแล้ว เขาเกลียดที่เราท้องโตเลยไล่เราไปที่อื่น” ผมหันหน้าไปบอก ผมกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวเลยร้องไห้ออกมาต่อหน้าทหารคนนั้น

“แล้วเจ้าก็ไม่ต้องตามเรามาด้วย” พูดจบผมก็สาวเท้ายาวรีบเกาะราวบันไดแล้วเดินลงไปยังชั้นล่างทันที ผมเดินออกจากตัวอาคารทั้งที่แดดร้อนจัดแต่มันก็ดีกว่าร้อนใจที่ต้องอยู่กับซีค

“ฮึก ! ปากบอกรักนักรักหนา แต่พอท้องโตก็ไล่กันซะงั้น ข้าเกลียดท่าน” ผมบ่นอุบอิบรีบเช็ดน้ำตาที่เอ่อคลอรอบดวงตาพลางก้าวขาไว ๆ เกรงว่าจะมีคนมาเห็น แต่คงไม่ทันแล้วล่ะเมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนคนหนึ่งถามขึ้นมาว่าผมจะไปไหน

“นั่นเจ้าจะไปไหน วีนัส” เสียงท่านอควาห์ดังมาจากด้านหลัง ผมหยุดยืนอยู่กับที่ไม่กล้าหันหน้าไปหา

“ข้าถามว่าจะไปไหน แล้วนั่นเจ้ากำลังร้องไห้ด้วยใช่รึเปล่า” เขาถามซ้ำเมื่อเห็นว่าผมไม่ยอมตอบ

“สงสัยเมียน้องข้าจะเป็นใบ้” ท่านอควาห์เดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า เขาเอามือไขว้หลังส่งยิ้มจาง ๆ มาให้ สายตาอ่อนโยนคู่นั้นทำให้ผมสะอื้นหนักกว่าเก่า  

“ฮึก ! ท่าน…” น้ำตาสีใสไหลอาบแก้ม ผมสะอื้นหนักขึ้นเรื่อย ๆ

“ฮึก ! ฮือ… ซีคไล่ผม เขาบอกว่าผมท้องโตตัวอ้วนน่าเกลียด เขาไล่ให้ผมไปอยู่ที่อื่น เขาไล่ให้ผมไปอยู่ห้องสมุด” ผมไม่รู้ว่าห้องสมุดอยู่ไหนเลยชี้นิ้วมั่ว ๆ ในหัวรู้ดีว่าซีคไม่ได้พูดแบบนั้นแต่ผมก็อดน้อยใจกับสิ่งที่เขาทำกับผมไม่ได้ ผมเลยมายืนฟ้องท่านอควาห์ปาว ๆ ไม่ต่างกับเด็กที่โดนเพื่อนแกล้ง

“โอ้ มีอะไรที่ซีคทำให้เจ้าเจ็บช้ำน้ำใจอีกมั้ย” ท่านอควาห์ถามก่อนจูงมือผมให้นั่งลงบนเก้าอี้แถวนั้น

“ไม่มี…” ผมส่ายหน้าตอบ สายตาสองข้างพร่ามัวไปหมด

“หยุดร้องก่อน วีนัส เดี๋ยวตาเจ้าจะบวมหมด” เขายื่นผ้าเช็ดหน้าผืนสีขาวสะอาดตาให้ผม ผมรับมันมาแล้วสั่งน้ำมูกใส่ผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่อย่างไม่เกรงใจ

ฟืดดดดดด !

“ฮือ… เขาบอกว่าผมอัปลักษณ์ นึกออกแล้วว่าเขาบอกว่าผมอัปลักษณ์ ฮือ… หน้าตาผมอัปลักษณ์จริงมั้ย” ทุกครั้งที่ซีคพูดไม่เข้าหูจากเรื่องเล็กก็กลายเป็นเรื่องใหญ่เพราะอารมณ์ที่แปรปรวนของผม ท่านอควาห์นั่งลงข้างผม เขาดึงมือผมไปจับแล้วใช้มืออีกข้างลูบหลังมือเบา ๆ เป็นการปลอบ

“ข้าพอเข้าใจว่าอารมณ์คนท้องเป็นอย่างไร เพราะตอนนี้ไลลาเองก็เป็น แต่ดูท่าเจ้าจะเป็นเยอะกว่า หลายเท่าเลยล่ะ”

“ผมปกติดี ผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย” ผมบอกทั้งที่ยังสะอื้นอยู่ ผมลุกขึ้นอีกครั้งจัดแจงเดินออกไปจากที่นี่ทันทีแต่แล้วก็มีมือของใครคนหนึ่งมาฉุดแขนผมไว้อย่างแรงจนผมต้องหันหน้าไปหา

“จะไปไหน” คนคนนั้นไม่ใช่ท่านอควาห์แต่ดันเป็นซีค เขานิ่วหน้าเล็กน้อยก่อนค่อย ๆ เอื้อมมืออีกข้างมาโอบเอวผมไว้

“จะไปไหนก็เรื่องของข้า !” ผมสะบัดข้อมืออย่างแรงจนมือเผลอไปฟาดกับท้องตัวเองอย่างจัง

“โอ๊ย !” ผมร้องออกมาแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ ซีคนั่งลงบ้างก่อนจะเอามือมาโอบไหล่แล้วถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

“เป็นอะไรรึเปล่า !” ไอ้เจ็บน่ะไม่เท่าไหร่ ความจริงทั้งน้อยใจทั้งอยากให้ซีคดูแลมากกว่า อาการแบบนี้เรียกว่าอะไรนะ เรียกว่าโรคอ้อนผัวงั้นหรอ

“ถามได้ว่าเป็นอะไร ข้าก็เป็นเมียแต่งท้องแก่ที่ท่านไม่สนใจแถมอยากไล่ให้ไปอยู่ไกล ๆ น่ะสิ” เมื่อความน้อยใจผุดขึ้นในใจผมก็ร้องไห้อีกครั้ง ซีคส่ายหัวเอือมพลางเอื้อมมือมาใช้นิ้วโป้งปาดเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

“ข้าไม่ได้ไล่ ข้าเห็นเจ้าบอกว่าอยากอ่านหนังสือเงียบ ๆ ข้าเลยบอกให้ไปอ่านในห้องสมุด จริงอยู่ที่ตอนนั้นข้าก็หงุดหงิดเช่นกัน เอาเป็นว่าข้าขอโทษ”

“ไม่ต้องพูด ข้าไม่อยากฟัง” ผมถอดแหวนแต่งงานออกแล้วปามันใส่กลางอกซีคอย่างจังด้วยความโมโห มันกระเด็นลงพื้นซีคจึงรีบตามไปเก็บแล้วกลับมานั่งที่เดิม หน้าเขาเหวอเล็กน้อยปนเหนื่อยหน่ายที่ผมอารมณ์แกว่งได้ขนาดนี้

“ไปไกล ๆ หน้าข้าเลยไป ข้าเกลียดท่าน” อีกฝ่ายไม่ทันพูดอะไรผมก็ชิงพูดซะก่อน หลังจากพูดจบซีคก็ลุกขึ้นพรวด เขาคงหัวร้อนเต็มทีชนิดที่ว่าสามารถฉีกผมให้แหลกได้เป็นชิ้น ๆ แต่ไม่ทำ

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง มันเป็นเวลาสองทุ่มกว่าที่ผมนอนอยู่บนเตียงส่วนซีคก็กำลังเดินออกจากห้องน้ำหลังจากอาบน้ำเสร็จ ผมเบะปากใส่เขาก่อนจะพลิกตัวหันหน้าเข้ากำแพง ยังไงซะเห็นพื้นขาว ๆ ก็ดีกว่าเห็นหน้าเขาแล้วกัน ผมคิด

เตียงกว้างยุบยวบเมื่อซีคทิ้งตัวลงนั่ง ผมแอบหันหน้าไปมองก็เห็นเขากำลังนั่งหันหลังให้และสวมเสื้อกับกางเกงอย่างลวก ๆ เขาทำท่าจะหันหน้ามาผมเลยรีบหันหน้ากลับมาอีกครั้งทำเป็นไม่สนใจทั้งที่ความจริงอยากให้เขาง้ออยู่แท้ ๆ

ผมแกล้งถอนหายใจออกมาดัง ๆ เผื่อซีคจะรู้ว่าผมกำลังไม่สบายใจ และเขาก็เอี้ยวตัวมาหา แต่เปล่าเลย ซีคเอื้อมมือข้ามหัวผมไปเพื่อหยิบกล่องใส่กริชที่วางไว้บนหัวเตียง เขาหยิบมันไปหน้าตาเฉยโดยไม่สนใจผมสักนิด ซีคเปิดฝากล่องออก และสิ่งที่เขาทำเป็นประจำทุกคืนก่อนนอนก็คือหยิบผ้ามาเช็ดกริชเล่มสวย

ภายในห้องเงียบสนิท ไม่มีใครพูดกับใคร เขาคงหมดความอดทนกับผมแล้วเลยเลือกที่จะเงียบและปล่อยให้ผมหายเอง คิดไปคิดมาผมผิดเองที่คิดว่าเขาเปลี่ยนไป แท้จริงแล้วซีคไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด เขายังคงเฉยชาหยาบกระด้างทั้งยังเป็นคนรักที่ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย และเมื่อความเงียบงันซึมซับเข้ามาภายในจิตใจ น้ำตาผมก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

ผมได้ยินเสียงเขาเก็บกริชลงกล่องก่อนเอื้อมมือไปหรี่โคมไฟบนหัวนอน ผมมองภาพเขาผ่านเงาจาง ๆ บนกำแพง จากห้องกว้างที่เคยสว่างจ้าก็เปลี่ยนเป็นแสงสีส้มสลัว ซีคล้มตัวลงนอน เขาหันหน้ามาทางผมแล้วสวมกอดจากด้านหลัง ฝ่ามือหนาคว้ามือข้างซ้ายผมมาจับอย่างหลวม ๆ ซีคออกแรงบีบมันเบา ๆ ก่อนยัดอะไรบางอย่างใส่มือผม

“ข้าเอาแหวนมาคืนเจ้า” เขาพูดเสียงเรียบอยู่ด้านหลัง น้ำเสียงซีคฟังไม่โอเคนัก หรือว่าเขากำลังคิดมากที่ผมไม่หายโกรธทั้งที่เขาไม่ได้ผิดอะไรมาก

“ขอบคุณ” ผมกำมันไว้แล้วซุกหน้าลงหมอนปล่อยให้ซีคกอดอยู่อย่างนั้นโดยไม่ว่าอะไรเพราะไม่อยากให้สถานการณ์มันแย่ไปมากกว่านี้ ขืนกะฟัดกะเฟียดเจ้าตัวน้อยก็พาหงุดหงิดตามไปด้วย

“ข้าขอคุยกับลูกได้มั้ย” ปกติซีคไม่เคยขออะไรจากใครอยู่แล้ว พูดง่าย ๆ ว่าถ้าเขาจะทำอะไรอยากได้อะไรนั้นมักทำตามอำเภอใจเสมอ แต่วันนี้เขาขอคุยกับลูก

“เอาสิ” สีหน้าเรียบนิ่งเป็นตัวบอกว่าผมไม่เต็มใจนัก แต่เผื่อเจ้าตัวน้อยในท้องอยากคุยกับพ่อขึ้นมาผมเลยอนุญาต ซีคลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิ เขาเปิดเสื้อผมขึ้นแล้วโน้มศีรษะลงมาเอาหน้าแนบท้องอย่างเบา ๆ มืออีกข้างลูบท้องซ้ำ ๆ เหมือนปลุกให้ลูกรู้ตัวว่าเขากำลังมาหา

“เจ้าหลับรึยัง หรือว่ากำลังตื่น” เขาถามยิ้ม ซีคดูอ่อนโยนทุกครั้งที่อยู่กับลูก

“วันนี้พ่อต้องนอนแต่หัวค่ำ พรุ่งนี้มีงานหลวงมากมายที่พ่อต้องสะสาง ไว้เสร็จงานเมื่อไหร่พ่อจะเอาแอปเปิลมาฝาก” ผมพลิกตัวมานอนหงายให้เขาคุยกับลูกได้ถนัดขึ้น ซีคโอบท้องผมไว้อย่างทะนุถนอมยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น เขาใช้จมูกโด่งหอมฟอดลงบนท้องก่อนจะเอามือลูบอีกครั้ง

“พ่อจะตั้งชื่อเจ้าว่าอะไรดี” ขณะพูดก็เอาหูแนบท้องไปด้วย

                “อา… เจ้าหลับแล้วสินะถึงได้ไม่ดิ้นตอบพ่อเลย งั้นวันนี้พ่อนอนก่อนล่ะ ราตรีสวัสดิ์ ลูกรัก” เขาหอมท้องผมครั้งสุดท้าย ซีคดึงเสื้อผมลงแล้วเอามือตบท้องเบา ๆ สองครั้ง เขาเอี้ยวตัวไปด้านหลังเพื่อหยิบผ้าห่มที่พับไว้มาคลี่ออก สองมือจับมันสะบัดเบา ๆ แล้วเอามาห่มให้ผม

                “ถ้าจะเข้าห้องน้ำก็ปลุกข้าล่ะ ข้าจะได้พาไป หรือถ้าตะคริวกินขาก็เรียกข้า ข้าจะตื่นมานวดยาให้” ขณะพูด สองมือก็กระชับผ้าห่มให้ผมไปพลาง ซีคหรี่โคมไฟบนหัวนอนให้มืดลงอีกนิด เขาไม่มีทีท่าว่าจะโกรธเคืองผมเลย แถมยังสั่งให้ผมปลุกเขาเวลาต้องการไปห้องน้ำหรือไม่ก็เวลาตะคริวกินขาด้วย

                “ราตรีสวัสดิ์ วีนัส” พูดจบซีคก็ล้มตัวลงนอนข้าง ๆ เขาหลับตาลงทันที ผมมองแหวนที่กำไว้ในมือสลับกับมองหน้าเขา ทันใดนั้นก็คิดได้ว่าถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ซีค คนคนนั้นคงโกรธผมยกใหญ่ไปแล้ว

                “ท่านจะนอนแล้วหรอ” ผมพูดเสียงค่อย

                “พรุ่งนี้ข้ามีงานต้องทำ” ซีคหลับตาตอบ

                “แต่ท่านยังไม่ได้สวมแหวนให้ข้าเลยนะ” ผมเช็ดน้ำตาตัวเองแล้วพลิกตัวไปหา ผมเอื้อมมือไปแตะมือซีคเบา ๆ ซีคลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่พูดอะไร

                “สวมแหวนให้ข้าหน่อยสิ” ผมยื่นแหวนให้เขาอย่างเขิน ๆ เขินที่อยากให้เขาเป็นคนสวมแหวนให้และเขินที่สุดท้ายตัวเองก็สำนึกผิดเสียเอง

                “หายเกลียดข้าแล้วรึไง เมียอัปลักษณ์” ซีคถาม ผมพยักหน้าตอบ

                “ต่อไปถ้าถอดแหวนโยนใส่ข้าอีก ข้าจะเอามันไปขายทิ้ง ไม่อยากใส่นักก็ไม่ต้องใส่” ซีคแย่งแหวนไปจากมือผมแล้วสวมแหวนเงินเข้ามาที่นิ้วนางข้างซ้าย แค่เขาคุยด้วยผมก็ดีใจเหมือนเด็กที่ได้รับคำชมจากพ่อแม่ ทั้งที่ความจริงผมเป็นคนไม่คุยกับเขาเองต่างหาก แต่พอทนไม่ไหวก็เรียกร้องออกมาเอง

                “ข้ารู้ว่าเจ้ารู้สึกผิด วีนัส ไม่ต้องคิดมาก ข้าไม่ได้โกรธเคืองเจ้า”

                “ข้าขอโทษ ท่านเบื่อมั้ยที่ข้าเป็นแบบนี้” ผมไม่กล้ามองหน้าซีค ผมพูดเสียงเอื่อยเอานิ้วลูบแหวนวงใหญ่ที่ซีคสวมให้ รู้สึกเบาใจขึ้นเยอะที่ได้มันมาสวมในนิ้วนางข้างซ้ายอีกครั้ง เพราะตอนถอดออกไปมันโล่งแปลก ๆ เหมือนขาดอะไรไปยังไงไม่รู้

                “ตอบสิว่าเบื่อข้ามั้ย” ผมรู้ตัวดีว่าวันนี้ผมเป็นคนผิด บวกกับอารมณ์ตอนท้องยิ่งทำให้ผมเปลี่ยนเป็นหวั่นไหวง่ายกลายเป็นคนละคน และซีคก็บอกถึงความรู้สึกในใจที่มีต่อผม

                “ข้าไม่เคยเบื่อเจ้า ถึงแม้เจ้าจะแทบไม่มีอะไรดีสักอย่างแต่เจ้าก็เป็นคนหนึ่งที่ข้ารัก นอนซะ พรุ่งนี้ข้าต้องลงไปในเมืองแต่เช้า”

                “พรุ่งนี้ท่านไม่ไปในเมืองได้มั้ย” ผมกลับมาพูดเสียงใส

                “ไม่ได้” แน่นอนว่าเขาก็ตอบกลับมาทันควัน

                “เชอะ”

                “หยุดกะฟัดกะเฟียด แล้วนอนเสียเดี๋ยวนี้” ซีคตัดบทสนทนาดื้อ ๆ ถึงเขาจะไม่ค่อยโรแมนติกสักเท่าไหร่แต่เขาก็เปี่ยมไปด้วยรสช็อกโกแลตแท้ที่ขมจนอยากคายทิ้งแต่กลับกลายเป็นรสชาติที่ผู้คนต่างอยากลิ้มลอง

--------------

มาแล้ววววววววววว  โอ๊ยยยยย สงสารท่าน ขำท่านด้วย น้องแค่อ้อนนิด ขี้งอนหน่อน ๆ แค่นั้นเองงง

​6/03/18

​ปล. อีก 2 ตอนจบละนะ ใครจะจอง #ฟิคบ่วงรักรีบจองเน้ อ

ความคิดเห็น