ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Welcome to Valentine Day

คำค้น : Welcome to Valentine Day,นิยายรัก,นิยายตลก

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ย. 2560 17:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Welcome to Valentine Day
แบบอักษร

Chapter 1

Welcome to Valentine Day

เวลา 19. 00 น.

ภายในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งถูกประดับประดาไปด้วยลูกโป่งสีแดงสดตามมุมต่างๆ อีกทั้งยังมีดอกกุหลาบพลาสติก ตุ๊กตาหมีตัวขนาดต่างไซส์ถูกประดับตกแต่งไว้โดยรอบ เนื่องจากวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ วันที่ฉันไม่เคยสนใจเลยว่ามันมีด้วยในโลก เพราะในปฏิทินของฉันเดือนกุมภาพันธ์นั้นมีวันสำคัญแค่วันเดียว คือวันมาฆบูชา -_-^ ฉะนั้นไม่เห็นจะต้องสนใจอะไรมากเลย มันก็แค่วันปกติธรรมดาวันหนึ่ง ไว้มีมนุษย์ต่างดาวโผล่ลงมาวันนี้เมื่อไหร่ ฉันค่อยตื่นเต้นแล้วกัน

และเนื่องจากฉันยังโสด (และสวย) บรรดาเพื่อนชะนีสามนางของฉันก็กลัวว่าหัวใจดวงน้อยๆ ของเพื่อนคนนี้จะบอบสลายไปกับวันวาเลนไทน์  พวกนางจึงอาสาสละเวลาอันมีค่าน้อยนิด (จริงๆ แล้วแฟนของพวกนางอยู่ไกลกันทุกคน เลยไม่สามารถฉลองวันวาเลนไทน์ด้วยกันได้ต่างหาก) มาจัดปาร์ตี้ฉลองความโสดสะพรึงของฉัน ทั้งที่ฉันไม่ได้ขอร้องซะหน่อย แต่เอาเถอะ แต่ละวันก็เรียนมาเคร่งเครียดตลอด ก็ถือเอาวันนี้เป็นวันฉลองปลดปล่อยความเครียดก็แล้วกัน

ดังนั้นเมื่อเรียนเสร็จ ฉันจึงกลับไปหอพักเพื่ออาบน้ำแต่งตัวใหม่ จากชุดนักศึกษาเป็นชุดเสื้อสีชมพูหวานแหว๋วชวนเลี่ยนกับกางเกงยีนส์ธรรมดามอซอ ก่อนจะเตรียมตัวไปหอพักของยัยลูกปัด ซึ่งเป็นสถานที่นัดหมายปล่อยผีของพวกเราในค่ำคืนนี้

แต่ก่อนที่จะออกจากหอพัก ยัยวีวี่และยัยติ๋วซึ่งล่วงหน้าไปหอยัยลูกปัดก่อนแล้ว ก็โทรมาให้ฉันซื้อขนมและน้ำอัดลมเข้าไปด้วย โดยพวกหล่อนอ้างว่าลืมซื้อมา แต่อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ พวกหล่อนคิดจะให้ฉันออกตังค์ซื้อของคนเดียวล่ะสิ พวกนังเพื่อนเลว -_-^

ตอนนี้ฉันจึงอยู่ในร้านสะดวกซื้อ หลังจากซื้อขนมน้ำอัดลมตามที่พวกเพื่อนชะนีสั่งแล้ว ฉันก็รีบเดินออกมานอกร้านอย่างรวดเร็ว

พลั่กกก...

ร่างฉันชนเข้ากับใครคนหนึ่งเข้าอย่างจัง ทำให้ข้าวของที่ซื้อมาหล่นลงไปกองกับพื้น ฉันเกาท้ายทอยอย่างหัวเสียพลางย่อตัวลงไปเก็บ แต่สิ่งที่หล่นอยู่บนพื้นไม่ใช่แค่ข้าวของของฉันน่ะสิ แต่ดันมีกุหลาบสีแดงสวยนับสิบดอกถูกห่อเป็นช่อไว้ด้วยกระดาษสีสมพูหวาน ผูกด้วยโบว์ตรงกลางก้าน หล่นอยู่ข้างๆ ข้าวของของฉัน

จู่ๆ ก็มีมือของใครคนนึงคว้ามันขึ้นมาจากพื้น ฉันมองตามจึงเห็นว่าเป็นของผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนทำหน้านิ่วคิ้วขมวดตรงหน้าฉัน

“ขอโทษนะครับที่ชนเมื้อกี้”

ฉันลุกขึ้นยืนมองเขา ตกลงช่อกุหลาบที่หล่นเมื่อกี้ของนายน่ะสิ

“อ้อ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเองก็ไม่ทันระวัง ดอกกุหลาบคุณที่หล่นไม่เป็นไรนะคะ”

“...” เขาส่งสายตาไปมองช่อกุหลาบในมือคล้ายกำลังคิดอะไรบางอย่าง

แต่มันใช่เรื่องของฉันมั้ยล่ะ เมื่อไม่มีอะไรแล้วฉันจึงก้าวเท้าจะเดินไปต่อ ทว่าเสียงที่เรียกขัดจังหวะมาจากด้านหลังทำให้ฉันชะงัก

“เดี๋ยวก่อนครับ คุณเสื้อชมพู”

ฉันหันขวับกลับมามอง “คะ?”

“เอ่อ...” นายคนที่ชนฉันเมื่อกี้มองช่อกุหลาบตัวเองสลับกับมองหน้าฉัน “คือว่า ผมให้คุณ”

พระเจ้าช่วยกล้วยฉาบ !!! ฉันเบิกตากว้าง O[]O มีคนให้ดอกกุหลาบฉันวันวาเลนไทน์ อ๊ายยยย

“ยังไงผมก็เลิกกับแฟนแล้ว คงไม่มีคนเอาแล้วล่ะ คุณเอาไปเถอะ

“หะ...ห๊า !!!”

ระหว่างที่ฉันกำลังงุนงง หมอนั่นก็จัดการยัดช่อกุหลาบมือสองใส่มือฉัน ก่อนจะดุ่มเดินหายกลืนไปกับผู้คนเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว

ส่วนฉันได้แต่กะพริบตาปริบๆ อ้าปากค้าง อะ...อะไรกัน !!! เลิกกับแฟน แล้วเอากุหลาบที่แฟนนายไม่เอามาให้ฉันเนี่ยนะ รู้จักกันก็ไม่รู้จัก เอามาให้ฉันทำไมเนี่ย อีตาบ้า โอ๊ยตาย กะว่าจะวีนใส่ซะหน่อย แต่กว่าจะรู้ตัวหมอนั่นก็หายเข้ากลับเมฆไปแล้ว ฮึ่ยยย

ด้วยความโมโหที่กำลังไต่เลเวลทะลุปรอท ฉันก้าวฉับๆ ตรงไปยังถังขยะที่อยู่ข้างๆ ร้านสะดวกซื้อ ก่อนจะเตรียมโยนช่อกุหลาบมือสองเฮงซวยนั่นลงไปซะ แต่ว่าก็ต้องชะงักงัน เพราะความสวยของมันทำให้ฉันยกมือค้างกลางถังขยะ เริ่มลังเลว่าจะปล่อยมันไปกองรวมกับสิ่งโสมมข้างล่างนั้นดีหรือเปล่า

สวยนะ...กุหลาบสีแดงสดๆ แท้ๆ หลายดอกด้วย คิดว่าน่าจะราคาแพงด้วยแหละ

ฉันยืนชะงักตรงหน้าถึงขยะไปพักหนึ่ง...

สุดท้ายฉันก็ถอนหายใจเฮือก อุ้มช่อกุหลาบกุหลาบมือสองไปไว้ด้านหน้าตะกร้ารถมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง ก่อนจะขับบึ่งตรงไปยังหอพักของยัยลูกปัดทันที


“ว้ายยยย” <--- เสียงยัยลูกปัด

“กรี๊ดดด” <--- เสียงยัยวีวี่

“แม่จ๊าววว” <--- เสียงยัยติ๋ว

ทันที่ที่เห็นฉันหอบช่อกุหลาบเข้ามากับขนมและน้ำอัดลม พวกชะนีอวกาศทั้งสามนางก็พากันส่งเสียงโหยหวนรบกวนประสาทฉันทันที ฉันถอนหายใจพรืด ก่อนจะวางข้าวของลงตรงโต๊ะญี่ปุ่นตรงหน้า แล้วนั่งจุ้มปุ๊กลงตามอย่างเพลียๆ

“ผู้ชายที่ไหนให้กุหลาบมาเอ่ย” ยัยวีวี่ปรี่เข้ามาคว้าช่อกุหลาบไปเชยชมทันที

“ไหนๆ ขอดูหน่อย” ยัยติ๋วชะเง้อคอมาสมทบ “ต๊ายย ทำไมกลีบมันช้ำเหมือนเอาไปตีหัวหมามาแล้วแหละแก”

ตีหัวหมาที่ไหน มันแค่หล่นกับพื้น หล่อนก็เปรียบเทียบซะ... -^-

“ดีใจที่เพื่อนเราขายออกซะทีนะ ตั้งแต่เรียนมัธยมด้วยกันมาจนเข้ามหาลัยปีสามแล้ว เพิ่งเห็นนางได้กุหลาบกับชาวบ้านเค้า ฮ่าๆ” ยัยลูกปัดพลางหัวเราะ

“ได้ที่ไหน ไม่ใช่ของฉัน” ฉันรีบพูดดักคอ

“อย่าบอกนะว่าหล่อนไปขโมยเค้ามา” ยัยวีวี่ทำหน้าตกใจ

“หรือว่าหล่อนซื้อกุหลาบให้ตัวเอง โถ...น่าสงสาร” ยัยติ๋วเดินเข้ามาดึงฉันเข้าไปกอด

“แต่ฉันว่ามันน่าจะเก็บมาจากถึงขยะนะ กลีบช้ำซะขนาดนี้” ยัยลูกปัดคว้าช่อกุหลาบจากมือยัยวีวี่มาลองดมดู “เออ มีกลิ่นตุๆ ผสมมาด้วยจริงๆ”

“นี่...” ฉันผละออกจากยัยติ๋วที่กำลังสมบทเป็นนางเอกโอบกอดปลอบประโลมฉัน “ที่พวกหล่อนสันนิษฐานมาน่ะผิดหมดทุกอย่าง และฉันก็ไม่ได้ขโมย ไม่ได้ซื้อ ไม่ได้เก็บมาจากไหนทั้งนั้น แต่มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้อกหักจากแฟนมา สงสัยซื้อให้แฟนแล้วเค้าไม่เอา มันเลยเอามายัดใส่มือฉันเนี่ยแหละ”

“ว้ายตาย” ยัยติ๋วยกมือทาบอก ตาโตจนแถบถลนออกมาจากเบ้า “อย่าบอกนะว่าเป็นกุหลาบมือสองช้ำรัก กรี๊ด !!! หล่อนเก็บมาทำไมยัยลูกกอล์ฟ ทำไมไม่ทิ้งลงถังขยะไปซะ มันจะเป็นลางไม่ดี เป็นตราบาปที่ทำให้หล่อนอาภัพรักไปชั่วกัปชั่วกัลป์ ชั่วนิจนิรันดร”

“ทุกวันนี้ชีวิตหล่อนยังอาภัพรักไม่พออีกหรอเพื่อน” ยัยวีวี่มองฉันตาละห้อยอย่างสงสารเต็มประดา

แน่ล่ะ ที่พวกเพื่อนชะนีอวกาศพูดแบบนี้เพราะว่าพวกหล่อนรู้จักเพื่อนที่ชื่อ ‘ลูกกอล์ฟ ’อย่างฉันดี เราเรียนด้วยกันมาตั้งแต่มัธยมต้นจนเข้ามหาวิทยาลัย แถมยังสอบติดคณะครุศาสตร์ สาขาภาษาไทยเหมือนกันอีก เพราะเราจึงอยู่ติดหนึบกันตลอดเวลาทุกวัน พวกนางเลยรู้ว่ามีฉันนั้นคนเดียวที่กลุ่มที่ยังเคยไม่มีแฟนมาตั้งแต่มัธยมยันมหาวิทยาลัย ส่วนพวกนางแต่ละคนนั้นมีแฟนใหม่ไม่รู้กี่รายต่อกี่รายแล้ว

ที่เป็นแบบนี้ไม่ใช่ว่าฉันขี้เหร่อะไรหรอกนะ เพียงแต่ว่าชีวิตฉันไม่ค่อยได้เข้าสังคมอะไรมากมายเท่าไหร่ เนื่องด้วยฉันเป็นเด็กเรียนเก่ง วันไหนถ้าว่างน้อยนักที่จะไปเที่ยวเล่นเหมือนเพื่อนๆ เพราะฉันเลือกที่จะเข้าห้องสมุดอยู่กับตำรามากกว่า ยัยวีวี่เคยบอกว่าฉันสวยซะเปล่าแต่ไม่รู้จักเอามันไปอ่อยผู้ชาย -*- ฉันจะบ้าตาย ก็จุดมุ่งหมายในชีวิตฉันไม่ได้อยู่ที่ผู้ชายนี่นา อยู่ที่ผลการเรียนต่างหาก นี่ก็ใกล้จะจบปริญญาตรีแล้ว ฉันกำลังคิดเรื่องสอบชิงทุนต่อปริญญาโท

ฉะนั้นเรื่องผู้ชายตัดออกไปจากอนาคตฉันไปเลย ใครจะว่าฉันอาภัพรักก็ช่างฉันไม่สน

“อย่าว่าเพื่อนสิ เดี๋ยวนางร้องไห้นะ” ยัยลูกปัดว่าพลางยื่นกระดาษทิชชู่ให้ฉัน เอิ่ม หน้าฉันยังไม่ได้สื่อถึงอารมณ์ร้องไห้เลยซักนิด -_-*

“เอ๊ะ ดูนี่สิ”

ยัยติ๋วอุทานออกมา ทำให้พวกเราทั้งสองคนหับไปมองหล่อนเป็นตาเดียว พบว่าหล่อนกำลังถือแผ่นกระดาษขนาดเล็กที่ห้อยอยู่ด้านหลังช่อดอกกุหลาบขึ้นพลิกดู

“มีโน้ตอยู่แก” ยัยติ๋วดึงกระดาษสี่เหลี่ยมขนาดเท่าสามนิ้วออกมาจากช่อดอกไม้

“ไหนๆ ฉันดูหน่อย” ยัยวีวี่แย่งมาทันควัน พลางอ่านเสียงดังให้ทุกคนได้ยินทั่วห้อง

ถึงบิวตี้ที่รัก

สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะครับ สามปีแล้วนะที่เราคบกัน บิวตี้ชอบกุหลาบแดง พาสจำได้*:)*

จาก พาสต้า

“ใครคือพาสต้า” <--- ยัยวีวี่ทำหน้าฉงน

“นั่นสิ ใครกันนะ” <--- ยัยติ๋วขมวดคิ้วแน่น

“แกรู้จักมั้ยลูกกอล์ฟ” <--- ยัยลูกปัดหันมาถามฉันที่กำลังนั่งหน้าเอ๋อ น้ำลายยืดอยู่ นี่พวกหล่อนจะสงสัยอะไรขนาดนั้น

“ฉันว่าเลิกยุ่งกะช่อดอกไม้นี่เถอะ ถ้าฉันรู้ว่าหอบมาด้วยแล้วจะทำให้พวกแกซีเรียสกะมันมากกว่าเรื่องเรียนขนาดนี้ ฉันน่าจะโยนทิ้งลงถังขยะไปแล้ว”

แต่เสมือนว่าคำพูดของฉันเมื่อครู่จะกลายเป็นอากาศธาตุไปในบัดดล เพราะตอนนี้ฉันเห็นชะนีอวกาศสามตัวกำลังนั่งสุมหัวคล้ายปรึกษาอะไรบางอย่าง แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องการบ้านที่ได้ในรายวิชาที่เข้าเรียนวันนี้แน่นอน  อย่าบอกนะว่าพวกหล่อนสุมหัวเรื่องดอกไม้ของนายพาสต้าอะไรนี่ เอิ่มมม กับการเรียนพวกหนูจริงจังแบบนี้มั้ยลูก -*-

เพียงไม่นานวงซุบซิบสนทนาของชะนีอวกาศสามตัวนั้นของสลายลง ฉันเห็นยัยลูกปัดเปิดไปห้องครัวกับยัยวีวี่ โดยพวกหล่อนอ้างว่าจะไปเตรียมกับข้าวที่ซื้อมาให้จาน ฉะนั้นตอนนี้จึงเหลือเพียงฉันและยัยติ๋วที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะญี่ปุ่น ยัยติ๋วล้วงเอาโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดมากดยิกๆ ก่อนจะยื่นมันให้ฉัน

“แกดู คนนี้ใช่มั้ย”

“อะไร?”

ฉันรับโทรศัพท์มือถือของยัยติ๋วมาดู พบว่าภาพที่ปรากฏบนหน้าจอนั้นเป็นรูปภาพของผู้ชายคนหนึ่ง ใบหน้าคุ้นตามาก ในภาพเขาใส่ชุดนักศึกษายืนยิ้มแฉ่ง ด้านหลังเป็นชั้นหนังสือที่ฉันเคยเห็นว่าเป็นห้องสมุดของมหาวิทยาลัยที่ฉันชอบไปบ่อยๆ นั่นเอง

ยิ่งมองหน้าผู้ชายคนนั้นในภาพ ฉันว่าเหมือนฉันเคยเห็น...

กรี๊ด !!! O[]O

ไอ้ผู้ชายเจ้าของดอกกุหลาบช้ำรักนี่นา

“ใช่คนนี้มั้ย” ยัยติ๋วหันมาถามฉันอีกครั้ง

“ใช่ๆ” ฉันพยักหน้าหงึกหงัก “ไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนี้แหละ เอาดอกไม้ให้ฉัน แกรู้จักมันด้วยหรอ”

“คนนี้เค้าเป็นเดือนมหาลัย เป็นนักศึกษาแพทย์ปีห้า พ่อกับแม่เค้าก็เป็นหมอเปิดคลินิกที่แถวหอพักฉันนี่เอง หล่อโฮกขนาดนี้มีหรือที่ฉันจะไม่รู้จัก แกน่ะโชคดีมากที่ได้ช่อดอกไม้จากพี่เค้า” เมื่อเห็นฉันนั่งอ้าปากเหวอ หล่อนก็ถือวิวาสะคว้าเอาช่อดอกกุหลาบที่เคยว่าโชคร้ายมากอดแน่น “...ถ้าแกไม่เอา ฉันเอาเอง จะได้อัพรูปลงเฟสบุ๊คว่าได้ดอกกุหลาบจากพี่หมอพาสในวันวาเลนไทน์ กรี๊ด !!! แค่มโนฉันก็ฟิน *O*”

ได้ข่าวว่าเมื่อกี้หล่อนยังทำท่ารังเกียจมันอยู่เลยนะ ไอ้ช่อกุหลาบเนี่ย =_=

“ฉันก็ไม่ได้อยากขัดอาการฟินของแกนักหรอก แต่กุหลาบเนี่ยของแฟนเค้าปะ ไม่ใช่ของแก”

“แฟนที่ไหน ไหนแกบอกว่าเค้าโดนแฟนหักอก ไม่เอาช่อกุหลาบนี้ไง”

“ก็ใช่...เค้าบอกฉันว่า...”

“หักอก !? O_O” จู่ๆ ยัยติ๋วก็พูดสวนฉันขึ้นมาพร้อมทวนคำพูดตัวเอง “อกหัก...งั้นแปลว่าวาเลนไทน์ปีนี้หมอพาสก็โสดสิคะ กรี๊ดดด !!!>_<”

เสียงกรีดร้องเหมือนชะนี้อวกาศขาดอากาศหายใจของยัยติ๋ว ทำให้ยัยลูกปัดและยัยวีวี่ที่กำลังถือจานอาหารออกมาจ้องมองด้วยความสงสัย และเมื่อยัยติ๋วได้เล่าถึงเจ้าของช่อดอกไม้ที่ฉันได้มาให้พวกหล่อนฟัง เสียงกรี๊ดก็ยิ่งสนั่นลั่นห้องคูณสาม

ฉันเพลียกับเพื่อนตัวเองจริงๆ T..T

“โสดแล้วใช่มั้ย โอกาสทองแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆ ฉะนั้นฉันจะต้องรีบจีบ” ยัยลูกปัดทำตาเคลิ้มฝัน จินตนาการล่องลอยออกนอกโลกแล้วมั้งนั่น

“แต่หล่อนมีแล้วนะยะ ฉันจะฟ้องแฟนหล่อนที่ไปเป็นทหารอยู่ภาคใต้ว่าหล่อนมีชู้” ยัยติ๋วเอาเข็มทิ่มลูกโป่งชื่อมโนข้างหัวยัยลูกปัดแตกสลาย “...แต่ฉันยังไม่มีแฟน ฉันจีบได้ ฮี่ฮี่”

“อ้อหรอ แล้วที่มาปรึกษาฉันเมื่อวานเรื่องสับรางไม่ทันนั่นคืออะไร” ยัยวีวี่แทรกขึ้นมา เอาแล้วไง งานประจานเพื่อนมาแล้วไง นี่แหละที่โบราณเค้าบอกว่าไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวรในเรื่องผู้ชาย (มีสำนวนนี้มั้ย? -.-)

“ว่าแต่ฉัน ถ้าหล่อนนิดจะจีบก็หมดหวังเหมือนกันแหละยัยวีวี่ เพราะหล่อนก็มีแฟนแล้ว ฉันจะฟ้องแฟนหล่อนที่ทำงานเก็บแครอทขายอยู่ดอยมูเซอแน่ๆ ว่าหล่อนมีชู้” ยัยติ๋วสวนคืน

แล้วนี่พวกแกจะประจานกันเองทำไม -_-^

“แสดงว่าคนที่มีสิทธิ์จีบหมอพาสก็คือยัยลูกกอล์ฟคนเดียวงั้นหรอ” ยัยลูกปัดทำหน้าเสียดาย

“ตายจริง หล่อนไม่มีตรงไหนคู่ควรกับหมอพาสเลยนะ” ยัยติ๋วมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า อะไร !!! ที่หล่อนพูดหมายความว่ายังไงห๊า

“เอาเถอะ นางก็โสดมานาน ถือว่าช่วยเพื่อนทำทาน เปิดโอกาสให้นางแล้วกัน ^-^” ยัยวีวี่หันมายิ้มแฉ่งใส่ฉัน

“แต่นางยังไม่เคยมีแฟน นางจะจีบใครเป็นหรอ” ยัยลูกปัดทำหน้าสงสัย

“เราก็ต้องช่วยเพื่อนสิ เพื่อนต้องช่วยเพื่อน ^__________^” ยัยวีวี่หันมายิ้มแฉ่งให้ฉันอีกรอบ

เอ่อ เดี๋ยวก่อนนะ ฉันบอกหรือยังว่าฉันชอบหมอนั่น =_=^

“งั้นเราจะช่วยเพื่อนยังไงดี” ยัยติ๋วหันมองยัยลูกปัดและยัยวีวี่สลับกัน นี่ฉันยังอยู่ในวงสนทนาด้วยใช่มั้ย ได้ข่าวว่าเรื่องที่พวกเธอพูดคือเรื่องของฉัน

“อันดับแรก ต้องทำให้สองคนนั่นรู้จักกัน” ยัยวีวี่เอ่ยอย่างตื่นเต้น

“ทำยังไงหรอ อุ๊ย ตื่นเต้นจัง เหมือนจับคู่ให้น้องหมาที่บ้านฟิชเจอริ่งกันยังไงไม่รู้” ยัยลูกปัดทำตาเคลิ้มฝัน นี่หล่อนเคลิ้มได้แม้กระทั่งเรื่องอย่างว่าของน้องหมาหรอ

เอ๊ะ แต่เดี๋ยวก่อนนะ พวกหล่อนจะจับคู่ให้ฉัน ปรึกษาฉันหรือยังเนี่ย ฉันนั่งอยู่เนี่ย เห็นฉันม้ายยย !!!

ฮือๆ ฉันรู้สึกเหมือนกำลังโดนเพื่อนเล่นสงครามประสาท T_T

“เอ่อ...ฉันว่า...”

ฉันกำลังจะอ้าปากค้าน แต่โดนยัยวีวี่ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ถือวิสาสะดึงโทรศัพท์มือถือฉันออกมา

“นี่พวกแกจะทำอะไร !!!”

“อยู่เฉยๆ เถอะน่า ไม่ต้องขยับ” ยัยลูกปัดยิ้มกริ่มอย่างเจ้าเล่ห์

“ใช่ ครั้งแรกมันก็เสียวและตื่นเต้นแบบนี้แหละ ฉันก็เคยเป็น” ยัยติ๋วพูดพลางหน้าแดงก่ำ

กรี๊ด !!! นี่พวกแกพูดถึงเรื่องอะไร >_<

ฉันโผจะเข้าไปเอาโทรศัทพ์มือถือคืนมาจากยัยวีวี่ แต่ยัยลูกปัดและยัยติ๋วรีบปรี่เข้ามาล็อคแขนล็อคขาฉันไว้ แล้วเอาผ้าเช็ดโต๊ะที่วางอยู่ข้างๆ ยัดปาก >x< กรี๊ดดด !!! ฉันพยายามดิ้นขลุกขลักไปมา เสียงอู้อี้ในลำคอ ตอนนี้ฉันเห็นยัยวีวี่กำลังกดเข้าไปเฟสบุ๊คในโทรศัพท์มือถือของฉัน จากนั้นก็พิมพ์คำว่า Pasta ลงไปตรงช่องค้นหา ก่อนจะจิ้มไปยังชื่อ M-Pasta แล้วปรากฏเป็นโปรไฟล์ของผู้ชายคนหนึ่งที่ฉันเห็นไม่ชัดนัก

“อุ๊ยตาย ยัยลูกกอล์ฟไวไฟใช่เล่นนะ เป็นเพื่อนกับพี่หมอพาสในเฟสแล้วนี่นา” ยัยวีวี่หัวเราะผสานเสียงกับยัยลูกปัดและยัยติ๋วอย่างอารมณ์ดี อ๊ายยย นั่นพวกหล่อนจะทำอะไรกับเฟสบุ๊คของช้านนนน

และอีกอย่าง ฉันไปเป็นเพื่อนในเฟสกะหมอนั่นเมื่อไหร่ ไม่จริ๊งงง >x<

“เอาล่ะนะเพื่อน ต่อไปนี้เราจะส่งข้อความสารภาพรักไปหาหมอพาส โดยใช้เฟสของเพื่อนสุดที่รักอย่าง...ลูกกอล์ฟ ^-^”

กรี๊ดดด !!! ไม่ต้องมายิ้มให้ฉันเลยนะ นังเพื่อนเลว

ห้ามทำแบบนั้นน้า T_T

“รอแป๊บนะ ขอเวลาพิมพ์แป๊บ...”

จากนั้นฉันก็เห็นยัยวีวี่ก้มหน้าก้มตาจิ้มโทรศัพท์มือถือของฉันเพื่อพิมพ์ข้อความอะไรซักอย่าง ซึ่งไม่ใช่ข้อความธรรมดาที่มนุษย์โลกพิมพ์กันแน่ๆ ต้องเป็นชะนีอวกาศที่มาจากนอกโลกแบบพวกมันเท่านั้นถึงทำได้ ฉันพยายามดิ้นให้หลุดจากยัยเพื่อนชะนีอวกาศอีกสองตัว แต่พวกนางขึ้นชื่อในเรื่องความถึกและบึกบึนมาก ฉันจึงแต่ได้เหนื่อยและถอดใจไปเอง

“เอาล่ะ เสร็จแล้ว...มาดูผลงานกัน”

ยัยวีวี่ยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือมาตรงหน้าฉัน ฉันกวาดสายตาอ่านอย่างรวดเร็ว

Look-golf : พี่หมอคะ ขอบคุณสำหรับช่อกุหลาบมากเลยนะคะ กอล์ฟรู้สึกฟินมากที่ได้กุหลาบจากพี่ เพราะจริงๆ แล้วกอล์ฟก็แอบรักพี่มานานแล้วเหมือนกัน และไม่กล้าสารภาพ ยังไงเพื่อเป็นการตอบแทนพี่หมอ เวลาเที่ยงพรุ่งนี้ กอล์ฟขอนัดเลี้ยงนมปั่นพี่หมอที่ร้านพวงแสด ข้างคณะครุศาสตร์ได้มั้ยคะ อยากให้พี่หมอมาให้ได้ เพราะกอล์ฟอยากสารภาพรักด้วยปากของกอล์ฟเอง ไม่ใช่ทางแชท จุ๊บบ :)

O[]O

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!!

ความคิดเห็น