email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กุหลาบร้ายซ่อนปมหัวใจซาตานเถื่อน (Situation between dad and him)

ชื่อตอน : กุหลาบร้ายซ่อนปมหัวใจซาตานเถื่อน (Situation between dad and him)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.9k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2558 23:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กุหลาบร้ายซ่อนปมหัวใจซาตานเถื่อน (Situation between dad and him)
แบบอักษร

 

 

 

ฮาเวียร์ที่เดินออกมาจากห้องด้วยอารมณ์หงุดหงิด ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวขาออกไปทางอื่นสายตาคู่คมนั้นกลับมองไปเห็นชายหนุ่มสูงวัยที่มีท่าทางลับลมคมในนั้นเดินลัดมาจากทางบันไดหนีไฟและถ้าให้เดาเขานั้นต้องตรงมาทางห้องนี้แน่นอน และสิ่งที่ทำให้เธอตกใจคือปืนกระบอกสีดำเงาวับนั้นถูกเก็บไว้ในเสื้อสูทธสีดำ ก่อนที่เขาจะมุ่งมั่นเดินอ้อมมาทางนี้

หวุบ ! แก๊ก !

ร่างเล็กที่รีบเปิดประตูห้องเดิมที่เดินออกมาเมื่อกี้ก่อนจะก้าวถอยหลังกลับไปพร้อมกับล็อคประตู ใบหน้าสวยที่มีอาการตกใจอยู่ไม่น้อยก่อนจะหันหน้ามาหาชายหนุ่มแต่สิ่งที่ทำให้เธอตกใจมากกว่าคือ เอเธนส์นั้นอยู่ในชุดธรรมดาโดยที่เขาเองนั้นก็ยืนติดกระดุมมองหน้าเธออยู่เช่นกัน

“นายจะไปไหน ถึงกำหนดออกแล้วหรือไง”

“ไม่จำเป็น กลับห้องเธอไปเถอะ ฉันจะไปแล้ว” เอเธนส์ที่อยู่ในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีเทาที่พับขึ้นมา พร้อมกับกางเกงยีนส์และรองเท้าหนังที่คาดว่าราคาแทบจะเหยียบแสนก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบวัตถุสีดำสองกระบอกที่วางอยู่ใกล้มือนั้นใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ด้านหลังโดยไม่กลัวว่ามันจะลั่นใส่เขาหรือไม่

“เอ้า ! ยืนมองนี่มีอะไรหรือเปล่า ?” หลังจากที่ชายหนุ่มร่างสูงทำภารกิจของตัวเองเสร็จเรียบร้อย จึงเงยหน้าแต่สายตามหาเสน่ห์นั้นกลับสบเข้ากลับดวงตาของฮาเวียร์อย่างไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเธอนั้นก็ไม่ได้หลบตาหรืออะไรทั้งสิ้น

“นายจะไปไหน ? หายดีแล้วหรือไง ?” ร่างเล็กที่ขมวดคิ้วก่อนจะเอ่ยปากถามคนตรงหน้าและเอียงคอมองอย่างไม่ชอบใจกับการกระทำเขาในตอนนี้

“ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก นี่ก็ดีขึ้นแล้ว อีกอย่างขืนอยู่ที่นี่นานๆคงมีหวังได้เข้าห้องดับจิตจริงๆแน่”

“นายจะได้เข้าแน่ ถ้าขืนยังรั้นและเดินออกไป” ฮาเวียร์ที่หันมาพูดกับเอเธนส์โดยที่เขานั้นยังคงมีสีหน้านิ่งเหมือนเดิม พร้อมกับขำและเอ่ยออกมาอย่างไม่เกรงกลัวสักเท่าไหร่ กับอันตรายด้านนอก

“มันไม่มีทางเลือก” เอเธนส์ที่พูดก่อนจะยักไหล่พร้อมกับเดินผ่านหญิงสาวไปและเอื้อมมือเพื่อที่จะไปจับลูกบิดและหมุน แต่กลับถูกมือเล็กของฮาเวียร์นั้นจับไปที่ลูกบิดซะก่อนพร้อมกับคำพูดของเธอที่แลดูจะเครียดๆ

“อย่าไปคนเดียว” คำพูดที่เหมือนกับจะไม่ได้ตั้งใจเอ่ยออกมา แม้น้ำเสียงจะไม่เต็มใจสักเท่าไหร่แต่ก็สมารถทำให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่นั้นถึงกับเลิกคิ้วพร้อมกับล้วงปืนในกระเป๋าให้เธอไปกระบอกหนึ่ง ก่อนจะพูด

“ใจกล้าดีนี่ เป็นมือขวาฉันก่อนละกัน”

“แล้วลูอีสกับแมกซิมล่ะ” ฮาเวียร์ที่เอ่ยขึ้นทำให้เอเธนส์ที่กำลังจะบิดนั้นต้องหันมาตอบ

“ฉันส่งไปจัดการต้นตอเรียบร้อยแล้วอีกไม่นานคงกลับ ส่วนไอ้จีได้ข่าวว่ามันไปหามาร์ตินที่บ่อน” สิ้นสุดคำนั้นทำเอาฮาเวียร์ที่ยืนฟังอยู่ถึงกับสะดุดใจกับคำพูดนั้นทันทีก่อนที่จะเป็นเธอเองที่ตัดสินใจเปิดประตูออกไปเสียงดัง

กึก !

ประตูที่ถูกเปิดออกพร้อมกับมือใหญ่ของเอเธนส์ที่เป็นคนพลักร่างเล็กให้หลีกไปซึ่งเขานั้นก็โดนกระบอกปืนสีดำที่ถูกจ่อมายังหน้าผากแต่ร่างสูงนั้นก็ยังคงตั้งสติก่อนจะใช้ปลายกระบอกปืนนั้นจ่อไปยังใต้คางของชายชุดดำที่เธอเจอมาก่อนหน้านี้ ส่วนฮาเวียร์ที่เป็นคนเปิดประตูและถูกเอเธนส์พลักจนเขานั้นก็กลายเป็นคนที่ถูกเล็งซะเองนั้นก็จ่อปลายกระบอกปืนไปที่ศีรษะ

“ว่าไงครับ มาหากันไม่กลัวตายแบบนี้ นับถือจริงๆ” เอเธนส์ที่พูดด้วยสีหน้านิ่งและไม่รู้สึกอะไรกับแรงกระบอกปืนนี้กดหนักเข้ามาที่หน้าผาก

“ถ้ากลัวฉันคงไม่มาถึงนี่หรอก ไอ้เด็กมะวานซืน” เสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นใบหน้าที่มีเคราดกดำล้อมกรอบอยู่พร้อมกับเสื้อฮู้ดสีดำที่ปิดบังใบหน้าอันแท้จริงไว้

“มาจ่อกันขนาดนี้รู้จักผมน้อยไปหรือเปล่า” เอเธนส์ที่ยกมือใหญ่นั้นขึ้นมาจับปลายกระบอกปืน ก่อนที่จะมีปืนอีกสามกระบอกจ่อมาทางชายหนุ่มแปลกหน้านั่นเอง

“นั่นสิ น้องชายผมไม่ใช่ว่าจะมาล้มกันได้ง่ายๆนะครับ”

“นี่เจ้านายผมนะครับ”

แมกซิมและจีโอที่มาเป็นกองหนุน โดยที่ปืนกระบอกแรกนั้นจ่อไปที่กลางส่วนกระบอกที่สองจ่อไปที่ด้านหลังศีรษะ ก่อนที่จะมีเสียงผู้ชายอีกคนดังขึ้นด้านหลังของเอเธนส์โดยที่มีใหญ่นั้นก็จับไปยังแขนใหญ่ของชายหนุ่มปริศนา พร้อมกับเอ่ยขึ้น

“เอาปืนลงซ้ะ อย่าให้พูดอะไรซ้ำๆ ฉันไม่ชอบ” ลูอีสที่กำแขนชายหนุ่มไว้ก่อนจะออกแรงดึงลงซึ่งเอเธนส์นั้นก็เดินถอยหลังและเลี่ยงไปทางด้านข้าง ก่อนจะยืนมองเจ้าของปืนเมื่อกี้

“เอาสิ ยิงเลยเพราะฉันรู้ว่ายังไงพวกแกก็ไม่มีทางปล่อยให้ฉันรอดไปอยู่แล้วนี่”

“แกเป็นใคร ทำไมฉันไม่เคยเห็นหน้า” แมกซิมที่ดึงฮู้ดออกก่อนจะเผยให้เห็นโครงหน้าของชายหนุ่มที่จ้องมองเอเธนส์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“ทำไมฉันต้องบอกด้วย ในเมื่อเรื่องนี้พวกแกน่าจะรู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ กฎขององค์กรถ้าใครคิดที่จะหักหลังกันเอง ย่อมมีแต่ตายกับตาย” เอเธนส์ที่เลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินประโยคนี้ ทุกคนในที่นี้ที่ต่างพากันทำหน้านิ่งจนสุดท้าย จีโอก็วางปืนพร้อมกับเอ่ยขึ้น

“งั้นทางนั้นฉันจะไปจัดการเองไม่ต้องเป็นห่วง ตอนจะไปดันเกิดเรื่องก่อนพอดีถ้าให้เดาทางนั้นคงหัวปั่นกันหมดแล้วแน่ๆ”

“ที่พูดมาหมายความว่าไง” หนุ่มปริศนาที่เอ่ยเมื่อได้ยินคำพูดของจีโอ ก่อนจะหันไปมองและหันกลับมาขอคำตอบจากปากเอเธนส์ที่ยืนอยู่ด้านหน้าเขา แต่อยู่ดีๆร่างสูงนั้นกลับขมวดคิ้วและร้องออกมาเสียงดัง

“โอ้ย !!” มือใหญ่ทั้งสองที่ยกขึ้นมากุมขมับตัวเองก่อนจะทิ้งตัวลงกับพื้นราวกับทรงตัวไว้ไม่อยู่ ทำให้ลูอีสนั้นต้องรีบวิ่งเข้ามารับเจ้านายของตนไว้ ส่วนฮาเวียร์ที่ถึงกับทิ้งปืนก่อนจะปรี่เข้ามาหาเอเธนส์พร้อมกับเอ่ยถาม

“เอเธนส์ !
“ตามหมอมาหน่อย
!” ลูอีสที่เงยหน้าขึ้นบอกกับแมกซิมที่วิ่งออกไปด้านนอก ซึ่งแยกทางกับจีโอที่เขานั้นวิ่งไปทางซ้าย โดยทิ้งให้ชายหนุ่มปริศนานั้นยืนมองหัวหน้ามาเฟียอย่างเอเธนส์นั้นร้องอย่างเจ็บปวด

“อ๊าก !!!! โอ้ย !! ” ลูอีสที่ไม่รู้จะทำยังไงก่อนจะหันไปมองไปทางฮาเวียร์ที่ก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาเข้าพอดี

“วิธีนี้ละกัน ขอโทษนะไอ้เธนส์ ไม่ได้ตั้งใจ”

พลั่วะ !!

ฮาเวียร์ที่ถึงกับเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าเอเธนส์นั้นทรุดตัวลงก่อนจะมีมือใหญ่ของลูอีสนั้นประคองไว้ได้ทัน

“นะ...นาย บ้าหรือเปล่าเนี่ย ทำอะไรไปรู้หรือเปล่า” หญิงสาวที่คิดไม่ถึงว่าชายหนุ่มตรงหน้านั้นจะจัดการกับเอเธนส์ที่ความจำหายไปสามสิบเปอร์เซนต์ด้วยวิธีนี้

“ภาวนาสิ เธอน่ะ”

“มันใช่เวลาไหม ? ทำไมไม่คิดถึงตอนที่เขาตื่นขึ้นมาและจะมาฆ่านายบ้าง ห๊า !!” ฮาเวียร์ที่เถียงกลับไปก่อนจะเงยหน้ามองชายหนุ่มอีกคนหนึ่งที่พวกเขานั้นแทบจะลืมไปเลยว่าเคยมีตัวตนอยู่ ซึ่งเขาเองนั้นก็ถอนหายใจออกก่อนจะเอ่ย

“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ฉันงงไปหมดแล้ว” เสียงทุ้มที่เกิดจากการพูดขึ้นของหนุ่มปริศนา ทำให้ลูอีสที่กำลังแบกร่างใหญ่ของเอเธนส์นั้นขึ้นไปนอนบนที่นอนต้องหันมามอง

“สิ่งที่เกิดขึ้นที่องค์กร มันเป็นชนวนที่ทำให้พวกเราต้องมาแตกแยกกันเอง ซึ่งพวกฉันเองก็รู้ว่ามันเป็นใครและจัดการไปเรียบร้อยแล้วตอนนั้นเอเธนส์มันกำลังจะส่งคนไปคลายปมที่นั่นแต่สุดท้ายแล้ว หัวหน้าองค์กรคงส่งนายมาฆ่าเจ้านี่น่ะสิ เพราะคิดว่าเป็นคนทำให้ทุกคนแตกแยกกันเองใช่ไหมล่ะ”

“ฉันไม่รู้หรอกว่าเรื่องราวมันเป็นมาอย่างไร ฉันรู้แค่ว่าตอนนี้ฉันได้รับคำสั่งมาให้จัดการเจ้าคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงก็เท่านั้น ถ้านายยังคิดที่จะขัดขวางฉันก็คงต้องลงไม้ลงมือกันบ้าง”

ฮาเวียร์ที่ได้ยินดังนั้นจึงหันไปมองหน้าลูอีสที่ไม่มีอาการใดๆ ก่อนจะก้มน้ำและเผยรอยยิ้มกับคำพูดชวนคนที่อยู่บริเวณนี้ขนลุกไปตามๆกัน

“ลูกน้องที่ปล่อยให้เจ้านายตัวเองต้องตาย มีอยู่ในกฎขององค์กรนี้ด้วยเหรอครับ ? และอีกอย่างนะที่พูดมาเมื่อกี้คำขู่หรือเปล่า ผมคิดว่าคุณคงรู้จักพวกผมดีนะครับ คำขู่แค่นั้นสำหรับผมไม่สะเทือนสักนิดเดียว ถ้าคุณยังคิดที่จะปั่นอารมณ์อยู่ละก็ ผมไม่รับประกันว่าร่างกายนั้นจะอยู่ครบสามสิบสองหรอกนะ ไม่ได้ขู่ให้กลัวเล่นๆนะครับแต่จะทำจริง”

ลูอีสที่เดินเข้าไปใกล้หนุ่มร่างสูงที่ยืนมองกันอย่างไม่มีใครกลัวเกรงใคร โดยที่ฮาเวียร์นั้นก็แทบจะยืนไม่ติดพื้นเนื่องจากสถานการณ์ในห้องนี้เริ่มอึดอัดขึ้นทีละนิด

“ฉันจะมาใหม่อีกครั้ง หวังว่าครั้งต่อไปหัวหน้ามาเฟียอย่างเอเธนส์คงจะจำอะไรได้หน่อยนะ”

“ครับ ประตูอยู่ทางนั้น เชิญ” ลูอีสที่ผายมือใหญ่ไปทางประตูราวกับว่าไล่เป็นนัยๆ ซึ่งร่างสูงนั้นก็มองไปที่เอเธนส์ก่อนจะลากสายตามามองสาวสวยอย่างฮาเวียร์ก่อนจะหันหลังเดินออกไปโดยไม่หันมามองอีกเลย

“นายรู้จักผู้ชายคนนั้นเหรอ ลูอีส ?” ฮาเวียร์ที่เอ่ยปากถามชายหนุ่มที่ถอนหายใจก่อนจะหันมามองหญิงสาวที่เอ่ยกับตนไปเมื่อกี้

“รู้จักสิ คนสนิทของหัวหน้าองค์กรมาเฟียน่ะ เจ้าเนี่ยหัวสมองทึ่มจะตายไป”

“ฉันเดาได้ว่าถ้าเขายังไม่ได้เดินออกจากหน้าประตูไป นายคงได้เลือดกบปากแน่”

ปัง !

“เห้ย ! เรื่องใหญ่แล้วว่ะ คริสโตเฟอร์จะให้ไอ้เธนส์ถอนตัวจากการเป็นหัวหน้ามาเฟีย และยกเลิกธุรกิจที่เกี่ยวข้องวงการมาเฟียทั้งหมด นักข่าวเต็มหน้าโรงพยาบาลเลยตอนนี้” แมกซิมที่วิ่งหน้าตาตื่นมาอย่างตกใจโดยมีหมอหนุ่มที่วิ่งเข้ามาดูอาการของเอเธนส์ที่ยังคงนอนนิ่งอยู่ด้านใน จนฮาเวียร์และลูอีสถึงกับอ้าปากค้างกับคำพูดนั้น

“ว่าไงนะ !” ลูอีสที่ถึงกับขมวดคิ้วก่อนจะหันข้างไปมองอาร์โตที่กำลังเดินมาทางนี้ด้วยสีหน้าเครียดก่อนจะมาหยุดยืนจนจับกลุ่มกันเป็นวงกลม

“ฉันตัดสินใจแล้ว เก็บของเอาไอ้เธนส์ย้ายออก ห้ามบอกหรือติดต่อใครคนไหนทั้งสิ้นว่าเราอยู่ที่ไหน จนกว่ามันจะฟื้นลืมเรื่องถอนตัวออกจากวงการมาเฟียไปซ้ะW

“แต่นั่น คริสโตเฟอร์นะ” แมกซิมที่เอ่ยก่อนจะหันไปมองลูกชายของเจ้าของชื่ออย่างอาร์โตซึ่งเขาเองนั้นก็ตอบกลับมาอย่างไม่คิดอะไร

“คริสโตเฟอร์ ก็คริสโตเฟอร์สิถ้าพ่อฉันจะรู้ว่าพวกฉันกำลังจะพาไอ้เธนส์นี้จะเกิดอะไรขึ้น”

“ตายยกรังครับ” ลูอีสที่ตอบกลับมาก่อนจะยกมือขึ้นกอดอกราวกับว่ากำลังคิดอะไรสักอย่าง จนฮาเวียร์ที่ยืนอยู่นั้นต้องหันมามองหน้าจีโอและเอ่ย

“และพวกนายจะพาเขาไปไหนล่ะ” น้ำเสียงหมดหนทางของหญิงสาวที่เอ่ยขึ้นทำให้แมกซิมและอาร์โตนั้นต้องหันมามองหน้ากันราวกับนัดกันไว้ ซึ่งอาร์โตนั้นตอบมาก่อน

“ฉันคิดว่าจะพามันไปอยู่ที่ไหนสักที่ ที่ไม่มีใครรู้”

“และมันที่ไหนล่ะ นายหัดไปซื้อที่บนดาวอังคารเหรอตั้งแต่เมื่อไหร่” แมกซิมที่พูดไปเล่นไปราวกับว่ากำลังคลายบรรยายกาศในตอนนี้ที่กำลังเครียดให้ลดลงแต่มันกลับทำให้ทุกคนนั้นต้องหันไปมองหน้าหนุ่มหล่อน่ารักจนแมกซิมนั้นถึงกับซึมทันที

“เอางี้ ถ้าพวกนายกำลังจะหาที่หนีฉันมีที่หนึ่ง และก็คิดว่าไม่น่าจะมีใครรู้ด้วย” ลูอีส แมกซิมและอาร์โตที่ยืนคิดอยู่นั้นถึงกับหยุดหายใจเมื่อได้ยินทางออกกับปัญหานี้จากปากของหญิงสาวร่างสวยที่เป็นคนพูดออกมาอย่างมีความรับผิดชอบ

“แน่ใจเหรอว่าจะไม่มีใครรู้”

“นั่นสิ พ่อเธอล่ะ” จีโอและลูอีสที่เอ่ยต่อๆกันมา โดยที่ฮาเวียร์นั้นส่ายหัวไปมา ราวกับว่าที่นี้คือที่ลับของเธอจริงๆ ก่อนที่หญิงสาวนั้นจะหันไปมองด้านในห้องที่ยังคงมีหมอนั้นคอยตรวจอาการอยู่ก่อนจะเขยิบเข้าไปใกล้ชายหนุ่มทั้งสามและก้มหน้าพูด

“จองไฟท์ไปไทยได้เลย เพราะฉันซื้อเก็บไว้เกือบสามปีแล้ว แต่ไม่มีใครไปอยู่ พ่อฉันไม่รู้ว่าฉันมีที่อยู่ที่ไทยเพราะฉะนั้นวางใจได้” ฮาเวียร์ที่เงยหน้าขึ้นเมื่อพูดจบก่อนจะสบตากับลูอีสที่จ้องหน้าเธออยู่และเอียงหน้าอย่างไม่ต้องบอกว่าตอนนี้เขานั้นกำลังมีเครื่องหมายคำถามมากมายอยู่ในหัว

“ไทยที่เดียวเหรอ”

“และพวกนายมาจากไหนกันเนี่ย ไม่มีที่เป็นของตัวเองกันบ้างเลยหรือไง”

“ฝรั่งเศส” แมกซิมที่ยกมือขึ้นเกาหัวแก้เก้อส่วนลูอีสที่หันหน้าไปมองทางอื่น จนฮาเวียร์ที่หันไปมองใบหน้าหล่อของจีโอ ซึ่งเขานั้นก็เลิกคิ้วขึ้นและเอ่ย

“คงไม่ต้องรู้หรอกนะว่าฉันซื้อที่แถบไหนบ้าง งั้นฉันจะไปจองไฟท์ก่อนละกัน จะว่าไปเธอจะไปด้วยไหม ? ได้ข่าวว่าจะกลับอิตาลี ?” ฮาเวียร์ที่พยักหน้าก่อนจะเม้มปากและนำมือทั้งสองข้างของตนนั้นมาจับกันราวกับจะพยายามฝืนความรู้สึกตอนนี้

“ถ้าไปถึงเมื่อไหร่ ติดต่อมาละกันหรือไม่เดี๋ยวฉันจะส่งแผนที่ไปให้ทีหลัง ฉันไปกับพวกนายไม่ได้หรอก” ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ถึงกับเงียบสนิทเมื่อได้ยินคำตอบจากปากของหญิงสาวที่หลบตาอยู่ แมกซิมและลูอีสที่หันไปมองทางอื่น มีเพียงแค่จีโอที่ยืนนิ่งและเดินเข้าไปหาเธอตรงหน้า

“ทบทวนเรื่องเก่าหน่อย ฉันคิดว่าเธอไม่ลืมหรอก ขอโทษสำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมาแต่จูบครั้งนั้นฉันไม่เคยลืมนะครับ”

“ฉันจะบอกขนมผิง ให้ตาสว่างจากผู้ชายบ้ากามอย่างนายได้แล้ว”

“เอาเวลาบอกไปเก็บเสื้อผ้ากลับอิตาลีไม่ดีเหรอครับ ฮ่าๆๆ แต่ยังไงก็ขอบใจมากนะ ฮาเวียร์ คิดว่าถ้าไม่มีเธอฉันคงจะหาที่อยู่ได้” จีโอที่เอ่ยลอยๆก่อนจะเดินหันหลังไปทางอื่น โดยทิ้งให้หญิงสาวที่กำลังเรียบเรียงประโยคได้ที่หลังต้องด่าไล่ตามเขาไป

“ฮึ่ย !! นายนี่ถ้าไปถึงอย่าโทรมาถามละกัน ฉันจะไม่มีวันบอกแน่นอน !!

แมกซิมและลูอีสที่ยืนขำกันเงียบๆแต่เมื่อหญิงสาวหันไป แฝดสุดหล่อทั้งสองก็ถึงกับหุบขำไม่ทัน

“ขำอะไร ? มันน่าขำมากหรือไง”

“ทำไม เธอพาลจังวะ” แมกซิมที่พูดไปหัวเราะไปก่อนจะมองหน้าฮาเวียร์ที่ยังคงขมวดคิ้วเข้าหากันเป็นปม

“ถ้าไม่มีอะไรจะคุยแล้ว ฉันขอตัว !

“.....”

“และถ้าจะไปแล้วก็ไม่ต้องเดินมาบอก ฉันไม่อยากรู้ จบ”

 

ฮาเวียร์ที่เดินสะบัดผมไปอย่างอารมณ์เสียทิ้งให้หนุ่มหล่อทั้งสองนั้นยืนหน้าเหวอ เนื่องจากตามอารมณ์เธอไม่ทันก่อนจะหันหน้ามองกันอย่างงงๆ และเดินเข้าไปในห้องคนไข้ที่ตอนนี้หมอไม่อยู่แล้ว

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว