ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บาปที่ ๑๑ ข้าอ่อนแอ

ชื่อตอน : บาปที่ ๑๑ ข้าอ่อนแอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 153

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มี.ค. 2561 19:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บาปที่ ๑๑ ข้าอ่อนแอ
แบบอักษร

บาปที่ ๑๑ ข้าอ่อนแอ




ไม่มีประวัติศาสตร์ฉบับใดของมนุษย์ที่บันทึกไว้ว่าสงครามเมื่อสองร้อยปีก่อนเกิดขึ้นจากเหตุใด กระทั่งอสูรที่มีอายุยืนยาวยังหลงลืมไปแทบหมดสิ้น


แต่จอมอสูรสามารถจดจำมันได้ไม่มีตกหล่น


ในกาลนั้นมันยังเป็นเพียงลูกปีศาจตัวน้อยที่เดินเต๊าะแต๊ะตามหลังผ้าคลุมของบิดาซึ่งยอมให้ลูกน้อยติดสอยห้อยตามเข้าที่ประชุมตราบใดที่มันไม่ส่งเสียงขัดผู้ใหญ่


วันหนึ่งในท้องพระโรงของบิดามีราชทูตจากเผ่ามมนุษย์เดินทางมาเจรจา


มันที่ไม่เคยเห็นมนุษย์ตัวเป็นๆมาก่อนจึงได้นั่งฟังอย่างจดจ่อ


มันฟังได้เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้างแต่ยังพอจับประเด็นการสนทนาได้


มนุษย์ต้องการขุดเจาะเหมืองที่เขตุพรมแดน แต่เนื่องจากบริเวณที่ต้องการขุดเจาะอยู่บนเส้นหมึกของแผนที่พอดีจึงไม่รู้ว่าเป็นอาณาเขตของฝ่ายใด


การเจรจาเริ่มด้วยเสียงหัวเราะพูดคุยของทั้งสองฝ่าย แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานเท่าไรการเจรจายิ่งคล้ายการโต้เถียงมากขึ้น จนกระทั้งดวงตะวันคล้อยต่ำลงพระบิดาทรงพิโรธและไล่ทูตของมนุษย์ออกไป


“ดินแดนของข้ามิได้มีไว้ขายให้สิ่งมีชีวิตอ่อนแอเฉกเจ้า! หากเจ้าต้องการจงแย่งชิงมันเสีย!”



หกเดือนต่อมาสงครามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสองเผ่าพันธ์จึงเริ่มขึ้น


สิบสามปีหลังจากนั้นสงครามจบลงเมื่อมือสังหารของมนุษย์ลักลอบมาบันคอพระบิดาในระหว่างที่ท่านบรรทม


มือสังหารผู้นั้นกลับอาณาจักรไปด้วยนาม ‘ผู้กล้า’


ส่วนมันได้กลายเป็น ‘จอมมาร’ แทนที่พระบิดา


บรรดาขุนนางนายทัพทั้งหลายต่างยุแยงให้มันกรีฬาทัพไปล้างแค้น


ความแค้นหรือ? แน่นอนว่ามันเป็นดั่งเพลิงร้อนสุมอก


แต่ที่เหนือกว่านั้นคือความสงสัย...


มันอยากรู้นักว่าเหมืองแร่ที่มนุษย์อยากได้เสียนักหนาจนเป็นเหตุให้อสูรและมนุษย์ตากตกกันไปหลายล้านตนนั้นมีอะไรอยู่ภายในกันแน่


เจ้าได้พื้นที่ที่ต้องการไปแล้วจงลงมือขุดเจาะเสียสิ


มันรอคอย


          มันรอคอย


                    และมันรอคอย



จนถึงวันนี้มันยังคงรอคอย



***



บางครั้งเหตุการณ์ใหญ่หลวงที่สั่นคลอนพื้นพิภพนั้น แท้จริงกำเนิดจากเรื่องขี้ประติ๋วที่ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ต้องส่ายหัวให้กับความโง่เขลาของเหล่าบุคคลที่ร่วมเหตุการณ์


การชิงรักหักสวาทของคนชั้นปกครองไม่กี่คนที่นำมาซึ่งการล่มสลายของอาณาจักร


การทะเลาะเบาะแว้งของพี่น้องที่นำมาซึ่งสงคราม


ความโลภในทองไม่กี่เหรียญที่ทำให้เด็กนับพันต้องหิวโหยอดตาย


หลงระเริงในเกียรติศักดิ์ศรีจอมปลอมจนทำให้วงศ์ตระกูลล่มสลาย



ช่างไร้สาระ


ช่างไร้เหตุผล


ช่างน่าขบขัน



แต่นักประวัติศาสตร์มักหลงลืมไปว่าเหล่าบุคคลที่เขาศึกษานั้นมิใช่เครื่องจักรที่ทำงานด้วยหลักความสมเหตุสมผลเท่านั้น...แต่เป็นมนุษย์ที่มีจิตใจเหมือนพวกเขา


มีความอยาก, ความชิงชัง, ความรัก, ความริษยา ทุกอารมณ์ที่สิ่งมีชีวิตทั้งหลายในโลกหล้าพึงมี กระทั้งสุนัขหิวโซข้างถนนยังเลือกกิน


สิ่งที่คนอื่นว่าไร้สาระ สำหรับพวกเขาแล้ว...บางที...ต่อให้ต้องทำลายกี่ชีวิตเพื่อให้ได้มาก็ยอม...



...แม้ในท้ายที่สุดพวกเขาจะหลงลืมว่าทำมันไปเพราะเหตุใดก็ตาม...





[ตูม!!! เพี้ยว! ควับ!! ชิ้ง!!!]


สิบร้อยพันเสียงศาสตราวุธและพลังเวทดังสอดประสานกึกก้องบนสมรภูมิสุดท้ายของสองเผ่าพันธ์ุ!


อสูรไม่เหลือที่ให้ถอยอีกต่อไป!


มนุษย์มาไกลเกินกว่าจะปล่อยให้ชัยชนะหลุดมือ!


ทุกสิ่งทุกอย่างจึงถูกงัดออกมาใช้โดยไม่มีกักเก็บ! ไม่จำเป็นต้องมีแผนการ! ไม่ต้องมีประณีประนอม! มีเพียงการเข่นฆ่าอย่างบ้าคลั่งของทั้งสองฝ่าย!


เหนือพื้นพสุธาชุ่มเลือดคือร่างเล็กของบุตรีเคานท์ที่เงี่ยหูฟังเสียงกรีดร้องด้านล่างดั่งมันเป็นวงดุริยางค์รื่นหู


หญิงสาวร่างเล็กนึกสงสัยว่านางมาอยู่ที่นี่ได้เช่นไร?



ข้าอยากปกป้องแผ่นดินเกิดหรือ? มีคนมากมายที่รักแผ่นดินมากกว่าข้า

ข้าอยากช่วยชีวิตเหล่านายทหารหรือ? พวกเขาย่อมเตรียมใจตายตั้งแต่แรกแล้ว

ข้าอยากสร้างชื่อเสียงแก่วงศ์วานหรือ? ดูจากสภาพร่างกายนี่แล้ว...ข้าคงเป็นที่ขบขันเสียมากกว่า

ข้าเป็นเพียงสตรีวิปลาสที่ชื่นชอบการฆ่าฟันหรือ? เป็นไปได้...แต่เหตุใดบัดนี้ข้าจึงรู้สึกอ่อนล้านักเล่า?

ฟ้าลิขิตไว้เช่นนี้หรือ?

นั่นสินะ

ก่อนข้าเข้าร่วมสงคราม

ก่อนข้าช่วยเหลือองค์ราชินี

ก่อนข้าเสียสละดวงตาเพื่อให้ได้มาซึ่งพลัง

ก่อนข้านำชีวิตไปเสี่ยงเพื่อช่วยสหายบิดา

ข้าเป็นเพียงเด็กน้อยที่อยู่ระหว่างการเดินทางไปโรงเรียนเท่านั้น...ข้ามิมีโอกาสได้เห็นรั้วโรงเรียนด้วยซ้ำไป...


นี่ไม่เท่ากับว่าข้ากำลังทำตัวเป็นเด็กเกเรโดดเรียนอยู่ดอกหรือ!?

หวังว่าทางโรงเรียนจะไม่ส่งจดหมายเชิญผู้ปกครองไปพบ ข้ามิอยากให้ท่านพ่อท่านแม่ต้องพบกับอาจารย์ใหญ่สติไม่ดีคนนั้-


“เจ้านิยมวิตกกังวลไร้สาระดั่งที่ข้าได้ยินมาจริงๆ มนุษย์เป็นเฉกเจ้าทุกคนฤา? ผู้กล้า”


“ยิ่งเห็นโลกมากเท่าใดยิ่งจิตใจว้าวุ้นเป็นธรรมดาเจ้าค่ะ...ขออภัยที่หนูมิได้กล่าวทำความเคารพท่านอย่างสมเกียรตินะเจ้าคะ...จอมอสุรา”



เบื้องหน้าของสตรีผู้เหยียบฟากฟ้าคือราชาแห่งหมู่มวลปีศาจที่สยายปีกมาทักทายเจรจา



“ไม่เลย ในฐานะเจ้าบ้านเป็นข้าที่ต้องทำการต้อนรับเจ้า -- เจ้าว่าเช่นไร? กลางเวหาหรือบนพื้นดิน”


“ท่านให้หนูเลือกหรือเจ้าคะ?”



ผู้กล้าและจอมมาร



“ธรณีกว้างนี้เป็นของข้า ท้องนภานี้เป็นของข้า ไม่ว่าที่ใดก็มิต่างกัน”


“เช่นนั้นขอเชิญท่านไปประมือยังบริเวณห่างไกลเถิดเจ้าค่ะ เพื่อมิให้มีใครเกิดโดนลูกหลง”



มีเพียงหนึ่งที่จะรอด



“หึ! ความเมตตาของเจ้ามิด้อยกว่าคำร่ำลือจริงๆ...นางฟ้าผู้อาบโลหิตเอ๋ย”


“หนูมิบังอาจทราบว่าท่านได้ยินสิ่งใดมา...แต่หนูหาใช่คนเมตตาหรือนางฟ้าไม่ แต่เป็นเพียง...คนบาปเท่านั้น!”



โชคชะตาหรือ? เหตุผลหรือ? หน้าที่หรือ? ความแค้นหรือ? 



ช่างหัวมันปะไร!



เรามาฆ่ากันให้สนุกก็พอ!!!


***



พลังมหาศาลเข้าปะทะกันบังเกิดเป็นระเบิดกัมปนาทที่แหวกม่านฟ้าทลายพื้นดิน!


บรรดาทหารของสองเผ่าพันธ์ุที่ห้ำหั่นกันอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังต่างล้มกายลงบนพื้นแข็ง ไม่อาจต้านทานอำนาจมนตราที่กระจายมาทับถม! การต่อสู้ฆ่าฟันที่ดำเนินมาก่อนหน้ากลับกลายเป็นการละเล่นปาหี่ของหนอนแมลงที่ไม่รู้บทบาทตนในบัดดล!


สมรภูมินี้มิใช้ของมนุษย์กระจ่อยร่อยหรือปีศาจตัวน้อยทั้งหลายอีกต่อไป!


อย่าได้บังอาจสำคัญตัวเองผิดไป! พวกมึงผู้อ่อนแอทั้งหลายเป็นเพียงตัวประกอบที่ไม่อาจถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์! ทำได้เพียงเงยหน้ามองการต่อสู้ของสองเทวาแต่โดยห่าง! 



ฉะนั้นจงทิ้งอาวุธเสียและอย่าได้กระพริบตา!


อย่าบังอาจแทรกแซงและอย่าบังอาจรบกวน!


จงหยุดและรอคอย


ไม่ว่าการต่อสู้ของทั้งสองจะดำเนินไปกี่คืนวัน


จงรอคอย


ไม่ว่าราชา-ราชินีจะอยากเข้าไปช่วยเหลือนางในหฤทัยเสียเพียงใด


จงรอคอย


ไม่ว่ามันจะทำให้มหาปราชญ์และอาร์คดัชเชสเคียดแค้นความไร้กำลังของตนเสียเพียงไร


จงรอคอย


เจ้าผู้ไร้กำลัง


จงรอคอย


เจ้าผู้ไร้ความสำคัญ


จงรอคอย


เจ้าผู้อ่อนแอ



จงรอคอย



จงรอคอย



จงรอคอย



ดวงอาทิตย์และดวงจันทราผลัดกันหมุนวนผ่านฟากฟ้าหลายต่อหลายรอบนัก หากไร้วี่แววที่สองตัวแทนแห่งสองเผ่าพันธ์ุจะหยุดการประลองติดพันแต่โดยง่าย


วันแล้ววันเล่าทั้งสองฉวัดเฉวียงแลกอาวุธกันโดยไม่หยุดยั้ง มิหยุดพักกินดื่มหลับนอนใดๆ


จากวันกลายเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์กลายเป็นเดือน


สองผู้ปกครองแดนมนุษย์ได้แต่จับจ้องดวงใจแขวนชีวิตบนเส้นด้ายแต่โดยห่าง แม้สองพระองค์ประสงค์เข้าไปช่วยเหลือนางฟ้าตัวน้อยเสียเพียงไร แต่พวกท่านรู้ดีว่ารั้งแต่จะเป็นตัวถ่วงของนางเพียงเท่านั้น


“องค์ราชา องค์ราชินี ได้โปรดเสวยพระกายาหารหน่อยเถิดพะย่ะค่ะ!”


หัวหน้าคณะแพทย์หลวงกราบอ้อนวอนทั้งสองพระองค์ให้ใส่ใจพระวรกายตนเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วมิอาจนับได้ และดู้หมือนว่าครั้งนี้ก็ล้มเหลวอีกเช่นเคย


“หากข้าได้กินแล้วจะมีประโยชน์อันใด? มันช่วยให้นางไม่หิวโหยหรือ?”



“มันช่วยให้นางไม่เหน็ดเหนื่อยหรือ?”



“มันช่วยให้นางไม่ต้องเจ็บปวดหรือ?”



“มันช่วยให้นางได้หยุดพักหรือ?”



“มันช่วยให้นางได้กลับมาข้างกายพวกข้าหรือ?”



นายแพทย์และบรรดาราชบริวารทั้งหลายมิอาจตอบคำนายท่านทั้งสองได้ พวกเขารู้ดีว่าร่างเล็กของผู้กล้านั้นเสียสละไปมากมายเพียงใดตลอดห้าปีมานี้ ร่างนั้นเกินขีดจำกัดมาไกลโขแล้ว การต่อสู้ติดพันมานานนับเดือนเท่ากับว่านางเผาผลาญเพลิงชีวิตตนเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ!


ต่อให้นางเอาชีวิตรอดมาได้...อายุขัยอันสั้นที่เหลืออยู่คงต้องทนทรมานแทบทุกวินาที


“ได้โปรดเถิดพระองค์ท่าน! พวกท่านต้องถนอมกำลังวังชาไว้เพื่อท่านผู้กล้า หากขาดท่านทั้งสองไปแล้วยังมีใครอีกเล่าที่จะปกป้องชาวประชาที่นางแสนเป็นห่วง! ใครเล่าจะนำเหล่าทหารที่นางแลกเลือดเนื้อไปมากมายเพื่อปกปักษ์ ใครเล่าจะดูแลพ่อแม่ที่นางเขียนจนหมายกลับไปทุกวันไม่มีขาด! ฉะนั้นได้โปรดเถิดพะย่ะค่ะ! ได้โปรดเถิด! เพื่อนางฟ้าของพวกท่าน!”



“…”



“…อสรพิษ...”



“…ไก่อ่อน...”



“…เจ้าไปพักก่อนเถิด ข้าจะอยู่กะแรกเอง”



“…”



“สิบสองชั่วโมง”



“หก!”



“...ย่อมได้...เจ้าไปเถิด”



“หากเกินเลยแม้แต่นาทีเดียว!”



“กษัตริย์ตรัสแล้วย่อมไม่คืนคำ...ข้าเคยผิดคำสัญญาหรือ?”



“…”


“...ไม่เพคะ...”


“...องค์ราชา...”


“…”


“...ราตรีสวัสดิ์เพคะ”



“ราตรีสวัสดิ์...ราชินีที่รัก”



***



สี่สิบสี่วันหลังจากที่ท่านผู้กล้าและจอมมารเผชิญหน้ากัน ในที่สุดการต่อสู้ของทั้งสองก็จบลง

เมื่อจอมมารใช้กรงเล็บแหลมแทงทะลุช่วงท้องของผู้กล้า

และผู้กล้าใช้มือโลหะบีบขยี้เศียรของราชาแห่งมวลอสูรให้กลายเป็นเศษเนื้อแหลกเหลว

ความคิดเห็น