email-icon

จบไปสำหรับเรื่องแรกของเรา กระแสตอบรับดีมากเกินคาด ต้องขอบคุณทุกคนด้วยนะคะ ที่เสียสละเวลาเข้ามาอ่านนิยายของเรา♡

ชื่อตอน : Chapter Six

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 51.3k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มิ.ย. 2564 23:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter Six
แบบอักษร

Chapter 6 

  

ห้องนั่งเล่นที่คีย์เคยคิดว่ามันกว้างแสนกว้างเขาไม่เคยคิดว่าจะได้มานั่งทำอะไรนอกจากเคลียร์งาน ตอนนี้เขากลับกำลังได้ใช้ประโยชน์จากมันทำสิ่งอื่นนอกเหนือจากวางแล็ปท็อปลงแล้วตรวจงานออนไลน์ 

หลังจากที่ได้ชิมบัวลอยน้ำขิงฝีมือคนตัวเล็กไป ปฏิเสธไม่ไดจริงๆ ว่าบัวลอยน้ำขิงที่เขาได้กินวันนี้อร่อยมากจริงๆ เสร็จจากบัวลอยน้ำขิงน้องก็ชวนเขามาเลือกดูซีรีส์สักเรื่องด้วยกัน แต่จะเรียกว่าเขาเลือกก็ไม่ได้เพราะซีรีส์ที่เขาเลือกมันคือแนวสืบสวน ซึ่งเป็นแนวที่คนตัวเล็กไม่ชอบ น้องจ้องเขาตาแป๋วพร้อมกับถาม 

“เอาเรื่องนี้จริงหรอ แต่เค้าไม่ชอบแนวนี้อ่ะ” 

แล้วคนอย่างคีตะจะไปทำอะไรนอกจากตามใจให้อีกคนเลือกแนวซีรีส์เอง สุดท้ายก็ได้ซีรีส์แฟนตาซีมาหนึ่งเรื่อง พอซีรีส์เริ่มฉายกล่องช็อกโกแลตก็โดนเปิดออกทันที 

โทรทัศน์จอใหญ่ทำหน้าที่ของมันได้ดี ช็อกโกแลตจากอเมริกาที่เขาให้คนตัวเล็กตอนนี้ก็ทำหน้าที่ส่งรสชาติได้ดีเหมือนกัน กล่องทรงกลมถูกวางไว้บนตักขนาดพอดีของเจ้าตัวแต่ขนาดของกล่องช็อกโกแลตก็ใหญ่กว่าหน้าตักของอีกคนอยู่ดี 

ปากสีชมพูอ่อนขยับเคี้ยวเจ้าก้อนช็อกโกแลตอย่างละเมียดละไม เวลาต้องกลืนมันลงไปเขามักจะได้ยินเสียงเล็กๆ ดังขึ้นจากคนข้างกายอยู่เสมอ 

คงจะชอบมากน่าดูถึงได้เคี้ยวไปด้วยอมยิ้มไปด้วยอย่างนั้น 

“ทิชชูครับ เลอะปากหมดแล้ว” 

“แหะๆ ขอบคุณครับ” 

“อร่อยขนาดนั้นเลยหรอ” 

“อร่อยมาก! พี่คีย์ลองชิมมั้ย นี่เค้ายกดาร์กช็อกให้เลย เค้ารู้พี่ชอบดาร์กช็อก” 

“รู้ได้ไงครับ” 

“เค้าเดาแหละ เพราะพี่นันท์ก็ชอบกินดาร์กช็อกพี่เป็นเพื่อนกันน่าจะชอบอะไรเหมือนๆ กัน” 

“ชอบไม่เหมือนกันหรอกครับ แต่ดาร์กช็อกน่าจะเป็นข้อยกเว้น” จริงๆ คีย์ก็ทานช็อกโกแลตแต่ต้องเป็นดาร์กช็อก เพราะเขาไม่ชอบทานหวานช็อกโกแลตที่ไม่ใช่ดาร์กช็อกเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ล้วนมีความหวานทั้งนั้น อีกทั้งเขาเป็นพวกออกกำลังกายเลยควบคุมอาหารอยู่เสมอ แต่ดูเหมือนวันนี้ต้องยกให้เป็นชีทเดย์เสียแล้ว 

“ซีรีส์ใกล้จบแล้ว ตอนนี้ก็จะหกโมงเย็นแล้วด้วย เราอยากกินอะไรมั้ยครับ วันนี้พี่ว่าเราสั่งเดลิเวอรี่มาดีกว่า” 

“อื้อ” 

“เราเคี้ยวให้เสร็จแล้วกลับมาตอบคำถามพี่ก่อนเร็ว” 

“ครับ?”  

เพราะเมื่อกี้มัวแต่สนใจรสชาติของช็อกโกแลตที่อยู่ในปาก ตาก็จ้องมองไปที่จอโทรทัศน์ ไม่ใช่ไม่ได้ยินที่พี่เขาถาม ได้ยิน แต่ว่าลืมไปแล้วว่าถามว่าอะไร 

พี่เขาหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะพูด 

“พี่ถามครับว่าอยากกินอะไรมั้ย” 

“เค้าอยากกินยำทะเลแบบแซ่บๆ” 

“เอาอย่างอื่นด้วยครับ ที่จะไม่ทำให้เราแสบท้องเพราะกินยำแซ่บๆ” 

“งั้นเค้าขอข้าวผัดปูถ้าเลือกไซซ์เค้าเอาไซซ์แอล ถ้าพี่จะกินด้วยก็เอ็กซ์แอลเลยนะ เค้าขอไก่ทอดด้วยได้เปล่า” จ้องพี่เขาตาแป๋วเชียว 

คีย์ไม่รู้ว่าน้องมีเวทมนต์อะไรหรือเปล่า ทุกครั้งที่เจ้าตัวต้องการอะไรมักจะถามแล้วจ้องเขาด้วยตาเป็นประกายแบบนี้ทุกที แล้วคีย์ก็ต้องตอบตกลงเรื่อยไป 

ยกเว้นตอนต่อรองเรื่องขนมที่ซุปเปอร์น่ะนะ อันนั้นตามใจไม่ได้จริงๆ 

คีย์พยักหน้าเป็นสัญญาณว่าไก่ทอดที่น้องขอได้รับการอนุญาตแล้วเรียบร้อย คนตัวเล็กกล่าวขอบคุณเขาแล้วหันไปสนใจสองสิ่งก่อนหน้านี้ต่อ  

คีย์ก้มลงเลือกร้านในโทรศัพท์เขาไม่ค่อยได้ใช้แอพพลิเคชั่นพวกนี้เท่าไร เขาจึงพยายามหาร้านโปรดของตัวเอง แต่คีย์คงจะลืมว่าร้านที่ว่ามันเป็นภัตตาคารที่หากจะทานต้องโทรจองหรือไม่ก็ไปจองหน้าเคาน์เตอร์ร้านเท่านั้น  

ในแอพนั้นมีร้านอาหารแนะนำมากมายแต่เขาไม่เคยทานมาก่อนและไม่รู้ว่าร้านอาหารแนะนำที่ถูกปากคนอื่นจะถูกปากตัวเองแล้วก็คนตัวเล็กหรือเปล่า ในเมื่อหมดหนทางเขาก็ต้องขอความช่วยเหลือจากคนตัวเล็กที่ดูเหมือนจะชำนาญเรื่องสั่งอาหารเดลิเวอรี่กว่าเขาเยอะ 

“น้องเลือกร้านได้มั้ยครับ พี่ไม่รู้ว่าร้านไหนอร่อยบ้าง” 

“ได้เลยเค้าถนัด ซีรีส์จบพอดีด้วย...พี่รู้มั้ยเวลาเค้าอยู่บ้านเค้าจะชอบสั่งอาหารเดลิเวอรี่มาแหละ เวลาอยู่กับพีชแล้วก็จูเลียสเหมือนกัน เพราะฉะนั้นพี่วางใจได้เลย!” 

คนตัวเล็กรับโทรศัพท์จากคนพี่ไปก่อนจะเสิร์ชหาชื่อร้านอาหารที่ชอบสั่งเป็นประจำ ร้านนี้เหมือนเป็นร้านรวมอาหารทุกอย่างเข้ามาไว้ด้วยกัน มีทั้งอาหารตามสั่ง เมนูอาหารทะเล หรือแม้กระทั่งเมนูที่มีในภัตตาคารก็ปรากฏให้เห็นในรายการอาหารของหน้าร้านออนไลน์เหมือนกัน เรียกได้ว่ามีตั้งแต่อาหารราคาสบายกระเป๋าจนกระเป๋าฉีกกันเลยทีเดียว 

น้ำแข็งกดรายการอาหารไปสามรายการซึ่งเป็นรายการที่ตัวเองอยากทาน พอนึกขึ้นได้ว่ามีแต่รายการอาหารของตัวเองเขาเลยหันไปถามคนตัวโตที่นั่งอยู่ข้างๆ กัน 

“พี่อยากกินอะไรมั้ย” 

“เอาตามที่น้องสั่งก็ได้ครับ” 

“ไม่สิ พี่เลือกเลยเอาของพี่ด้วย” เขาทำเป็นคิ้วขมวดใส่คนโตกว่า เหมือนพี่นันท์เวลาเขาสั่งอาหารเดลิเวอรี่หรือเวลาที่ไปนั่งทานด้วยกัน รายนั้นก็ชอบบอกว่า เอาตามที่น้องกิน ไม่ได้สิ มาด้วยกันกินด้วยกันก็ต้องสั่งด้วยกันสิ 

เห็นว่าน้องทำขมวดคิ้วใส่เขาได้แต่กลั้นขำปนความเอ็นดู ตัดสินใจรับโทรศัพท์มาจากมือเล็กๆ พอเห็นว่าคนพี่รับไปเลือกดูอาหารของตัวเองคิ้วที่ขมวดคิ้วเมื่อครู่ก็คลายลง 

“เสร็จแล้วครับ” 

“กุ้งแม่น้ำด้วยหรอครับ” 

“ครับ นึกอยากกินขึ้นมา” 

“แต่เซตเอ็กซ์แอลแบบนี้สองชุดเลยหรอครับ” 

“ครับ เผื่อน้องด้วยครับ เซตนึงได้แค่สองตัวเองครับ พี่กลัวเราไม่อิ่ม” 

“ขอบคุณครับ จริงๆ เค้าก็เกรงใจนะแต่พอได้ยินพี่บอกอย่างนี้แล้วเค้าก็พับความเกรงใจลงทันทีเลย” พูดออกมาอย่างอารมณ์ดี นิ้วเล็กๆ ก็กดสั่งอาหารไปพร้อมๆ กัน 

“หึๆ ทานเยอะๆ ครับจะได้โตไวๆ” 

“เค้าโตแล้ว! ทำไมทุกคนชอบบอกให้เค้าโตไวๆ ทั้งๆ ที่เค้าโตแล้ว เค้ายี่สิบสองแล้ว!” 

“ครับ อายุยี่สิบสองแต่ตัวเท่าอกพี่เอง เพราะฉะนั้นทานเยอะๆ จะได้โตไวๆ” 

“เค้าดื่มนมทุกคืนแล้วแต่มันได้ได้เท่านี้” 

“ดื่มต่อไปดีแล้วครับ ตัวเท่านี้ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย” เขาพูดความจริง ตัวเท่าอกเขาเท่านี้ก็ไม่เห็นเป็นอะไร ดีเสียอีกเวลาอุ้มจะได้อุ้มง่ายๆ 

หมายถึงถ้าเกิดน้องล้มอะไรแบบนั้นจะได้อุ้มไปทำแผลได้ง่ายๆ 

“เค้าไม่ได้มีส่วนสูงที่น่าเกลียดใช่มั้ย” 

“ไม่เลยครับ น้องจะสูงเท่าไหนก็ดีทั้งนั้น เรื่องแบบนั้นมันไม่ได้วัดกันที่รูปร่างหน้าตาเลยนะครับ พี่ขอโทษครับที่ทำให้เราคิดมากขนาดนี้ ต่อไปจะไม่พูดแล้วถ้าน้องรู้สึกไม่ดี” 

“เค้าไม่ได้คิดมากขนาดนั้นนะ เข้าใจว่าทุกคนพูดเพราะอยากจะหยอกเค้า แต่พอโดนบ่อยๆ เค้าก็เริ่มไม่สนุกแล้วอ่ะ” 

“ขอโทษครับ” 

“เลิกทำหน้าเศร้าได้แล้ว เค้าไม่ได้โกรธขนาดนั้นสักหน่อย แหะๆ” 

“ตัวแสบ” 

“อุ้ย แบตมือถือเค้าหมดพอดี เค้าไปชาตก่อนน้า”  

พอเห็นว่าคนโตกว่าจะคว้าตัวเขาไว้ คนตัวเล็กรีบลุกขึ้นโชว์โทรศัพท์ของตัวเองบอกว่าแบตหมดก่อนจะวิ่งขึ้นห้องไปด้วยความเร็ว 

คีย์นั่งส่ายหัวให้กับความกวนของคนตัวเล็กก่อนจะหันตัวกลับมาเมื่อเห็นว่าคนที่วิ่งขึ้นบันไดด้วยความเร็วไม่ได้รับอุบัติเหตุอะไร เขาเก็บกล่องช็อกโกแลตที่อีกคนเปิดค้างไว้ เศษขนมมีประปรายบนพื้นพรมมันชิ้นใหญ่พอที่ใช้มือหยิบขึ้นไปทิ้งได้ 

  

#BLMB 

  

  

กริ๊ง กริ๊ง 

เขาขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกว่าอาหารที่สั่งไปไม่ถึงยี่สิบนาทีมาส่งเร็วกว่าทุกที แถมผู้ดูแลยังไม่ได้โทรแจ้งขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ เขาเดินไปที่ประตูก่อนจะดูที่จอมอนิเตอร์มาผู้มาใหม่เป็นใคร แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าผู้มาใหม่ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นคุณอริน คุณนายของธนัตถ์โชติภณ 

“แม่” 

กริ๊ก แอ๊ด 

“เซอร์ไพรส์ค่ะดาร์ลิ่ง อึ้งล่ะสิ ไม่คิดล่ะสิว่าแม่จะมาวันนี้” 

“ทำไมแม่ไม่โทรบอกผมก่อนล่ะครับ” 

“ถ้าบอกก็ไม่เซอร์ไพรส์สิคะ เอ...หรือดาร์ลิ่งซ่อนใครไว้คะ” 

“ไม่เชิงครับ” 

“เอาล่ะค่ะ ให้แม่เข้าไปไปได้หรือยังคะ” 

“เชิญครับคุณนาย” 

พอได้รับคำอนุญาตของลูกชายแล้วคุณนายของตระกูลก็รีบเดินเข้าไปในเพนเฮาส์ของลูกชายทันที ดวงตาคมสวยกวาดมองไปทั่วชั้นล่างของเพนเฮาส์กลับไม่เจออะไร เธอเดินไปที่โซฟาเห็นว่ามีกล่องช็อกโกแลตที่เธอตั้งใจซื้อมาฝากลูกชายถูกเปิดออกแล้ว เดินไปเปิดดูก็พบว่ามันหายไปหลายชิ้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่ลูกชายจะทานช็อกโกแลตทีเดียวเกือบสิบหลุมขนาดนี้ 

“ชอบทานช็อกโกแลตตั้งแต่เมื่อไรคะเนี่ย” 

“ผมทานไปแค่ชิ้นเดียวครับ นอกนั้นมีคนช่วยทาน” เขาส่งยิ้มกลับไปให้คุณแม่ 

อรินเดินตรวจอะไรอีกนิดหน่อย เธอกำลังจะหันกลับไปบอกลูกชายที่ยืนอยู่ข้างหลังว่าจะขอขึ้นไปดูชั้นบนหน่อย แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดออกไปกลับมาเสียงเล็กๆ แทรกขึ้นมาก่อนจากด้านบน  

“อาหารมาส่งแล้วหรอครับพี่คีย์” เธอหันกลับไปมองที่ระเบียงชั้นสองก็เจอกับผู้ชายตัวเล็กหน้าตาน่ารักกำลังทำหน้าอึ้งๆ ใส่เธออยู่  

หน้าตาของเจ้าหนูตอนนี้ไม่ต่างจากเธอเลยสักนิด หันไปหาเจ้าลุกชายก็พบกับรอยยิ้มกลั้นขำที่เจ้าลูกชายส่งมาให้ 

“เอ่อ...สวัสดีครับ” 

“สวัสดีจ้ะ” เธอรับไหว้ คนตัวเล็กด้านบนกำลังเดินลงมา 

น้ำแข็งส่งสายสงสัยปิดไม่มิดให้คนโตกว่า เวลานั้นเขาถึงได้บอกออกไปว่าผู้หญิงตรงหน้าเป็นใคร น้ำแข็งถึงได้เข้าใจ อรินเรียกทั้งสองไปนั่งที่โซฟาตัวยาวที่เมื่อเกือบชั่วโมงที่แล้วเขากับน้องใช้มันนั่งดูซีรีส์ด้วยกัน 

คีย์เริ่มต้นเล่าเรื่องทั้งหมดให้ผู้เป็นมารดาฟังอย่างละเอียด ก็...ไม่ได้ละเอียดจนบอกเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมน้องถึงได้มาอยู่ด้วยกัน และคำถามยอดฮิตก็คงไม่พ้นคำถามที่ว่า ‘ทำไมถึงเป็นเพนเฮาส์ล่ะคะ คอนโดที่ดาร์ลิ่งอยู่ประจำก็มีห้องสำรองอีกห้องไม่ใช่หรอคะ’ 

 ถ้าจะหาคำตอบมาเลี่ยงก็คงไม่พ้นสายตาที่คอยหรี่ลงเพื่อจับโกหก เลยเลือกที่จะตอบความจริงออกไปแล้วก็ข้ออ้างอีกนิดหน่อย 

“อ๋อ สรุปก็คือเจ้านันท์ฝากน้องชายไว้กับเราเฉยๆ เพราะเป็นห่วงมากๆ” 

“ครับ” 

“เอ่อ...คุณหญิงทานอะไรมาหรือยังครับ” 

“ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้นหรอกค่ะ เรียกคุณแม่เหมือนพี่เขาก็ได้ค่ะ แม่ยังไม่ได้ทานข้าวเย็นมาค่ะน” 

“งั้นทานด้วยกันมั้ยครับ พี่คีย์กับเค้า-น้ำแข็งสั่งกันมาเยอะเลย” 

“โถ่ ลูก ตามสบายเถอะค่ะ งั้นวันนี้แม่ฝากท้องหน่อยแล้วกันนะคะ” 

อรินเดินไปทางครัวก็พบกับหม้อต้มน้ำขิงกับลูกบัวลอยต้มสุก เธอเดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้งก่อนจะถาม 

“บัวลอยน้ำขิงใครทำไว้หรอคะ” 

“น้องทำไว้ครับ คุณแม่อยากลองทานดูมั้ยครับ” 

“แม่ขอสักถ้วยก่อนทานข้าวเย็นแล้วกันค่ะ” 

“เดี๋ยวเค้าไปอุ่นน้ำขิงให้มั้ย-” 

กริ๊ง กริ๊ง 

“อ่า...สงสัยอาหารจะมาแล้วครับ เดี๋ยวน้องไปรับอาหารแล้วเดี๋ยวพี่ไปอุ่นน้ำขิงรอดีกว่า” 

ทั้งคุณนายอรินและลูกชายเดินมาที่ห้องครัว เธอมีคำถามมากมายอยากจะเค้นลูกชายตัวดี ทำไมจะไม่รู้ว่าลูกชายรู้สึกอย่างไร เลี้ยงเองมากับมือ เพียงแค่เห็นสายตาเอ็นดูน้องเขาก็รู้แล้วว่ามีคนคิดไม่ซื่อ 

อีกเรื่องคือเพนเฮาส์แห่งนี้เธอซื้อให้ภายใต้ชื่อของคีตะแค่อยากซื้อตุนไว้ให้เจ้าตัวเฉยๆ เผื่ออยากจะย้ายที่อยู่หรืออะไร แต่เรื่องที่ต้องสังเกตไม่ใช่เรื่องนี้ เพนเฮาส์แห่งนี้ซื้อไว้มาจะสองปีเต็มแต่เจ้าลูกชายตัวดีไม่เคยจะเข้ามาใช้จริงๆ จังๆ ครั้งสุดท้ายที่มาก็น่าจะตอนที่อรินคะยั้นคะยอให้มาดูด้วยกันจะได้ตรงไหนที่ไม่ชอบจะได้สั่งตกแต่งใหม่...ก็น่าจะเกือบสองปีได้ 

แต่นี่อะไรเพียงแค่เจ้าเด็กตัวเล็กคนนั้นไม่ชอบที่แคบ 

“คนนี้หรอคะ ที่ทำให้ดาร์ลิ่งถึงขั้นต้องสั่งให้คนเอาช็อกโกแลตที่แม่ซื้อมาฝากไกลถึงอเมริกามาให้” 

“ก็...ครับ” 

“เมื่อไรคะ แม่ว่าน้องน่ารักดีนะคะ มีสะใภ้เป็นลูกชายคนเล็กของตระกูลจรัลพรไพศาลก็ดีนะคะ” 

“แต่นั่นเป็นผู้ชายนะครับ คุณนายของตระกูลธนัตถ์โชติภณไม่ติดอะไรหรอคะ” 

“ดูพูดเข้าคะขาแพรวพราวเชียว...แม่ไม่ติดค่ะ สมัยนี้แล้วนะคะอย่าหัวโบราณหน่อยเลยค่ะ” ก็รู้ว่าคุณแม่ไม่ได้หัวโบราณที่ต้องจับแต่งงานกับผู้หญิงเพื่อมีทายาทสืบสกุลเหมือนอย่างสมัยก่อน แค่ได้ยินมาว่ามีเพื่อนของคุณแม่โฆษณาลูกสาวมาให้ฟังเสียเยอะเชียว 

“ตอนนี้ยังเร็วไปครับ ผมขอเวลาศึกษาน้องอีกหน่อย” 

“คนนี้ดาร์ลิ่งจริงจังมากเลยหรอคะ” 

“จริงจังมาตั้งแต่สามปีที่แล้วแล้วครับ” 

“Oops! He’s your piece?” คุณแม่เอ่ยถามคนตัวสูงที่กำลังอุ่นน้ำขิงเสียงสูง เธอไม่คิดว่าคนที่ลูกมาปรึกษาเธอตอนนั้น เมื่อสามปีที่แล้ว...จะได้มาเจอกันแล้วในวันนี้ 

“Yes” 

“That’s it!?” 

“YES” 

  

#BLMB 

  

น้ำแข็งเดินกลับเข้ามาที่ครัวอีกครั้งเพื่อเตรียมจานสำหรับใส่อาหาร และเตรียมอาหาร อรินเดินมาช่วยคนตัวเล็กเตรียมของออกไปที่ห้องอาหาร 

“สั่งอะไรกันมาบ้างคะ เยอะแยะเชียว” อรินชวนคุยระหว่างที่เธอกับน้ำแข็งกำลังแกะถุงอาหาร 

“เค้าอยากทานอะไรแซ่บๆ คับเลยสั่งยำทะเลมา แต่มีคนกลัวเค้าแสบท้องเค้าเลยสั่งข้าวผัดปูจานใหญ่สุดมา” 

อรินหันไปมองลูกชายอย่างอึ้งๆ ก็รู้อยุ่ว่าลูกชายมักจะใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เสมอ แต่ไม่รู้ว่าจะเผื่อแผ่ไปให้คนอื่นที่ไม่ใช่ครอบครัวตัวเอง เชื่อเขาเลย สงสัยเด็กน้อยน่ารักคนนี้จะเป็นข้อยกเว้นของคีตะเข้าแล้ว 

“ดีจังเลยค่ะ แม่ก็อยากทานของแซ่บๆ เหมือนกัน” 

“มีกุ้งแม่น้ำด้วยนะครับ” 

“ตัวใหญ่เชียวค่ะ ถ้าให้แม่เดาคงเป็นของพี่คีย์ใช่มั้ยคะ...ของโปรดเขาเลย” 

“ใช่ครับ” น้ำแข็งตอบกลับไปยิ้มๆ 

อาหารถูกยกมาวางไว้ที่โต๊ะเรียบร้อย ทั้งสามคนเริ่มลงมือทานอาหาร อรินชมไม่หยุดว่ายำทะเลร้านโปรดของน้ำแข็งอร่อยมาก ระหว่างการทานอาหารในมื้อนี้ไม่ค่อยเงียบเท่าทุกวัน เพราะคุณนายอรินเขาชวนคุยทุกๆ สิบนาที เพราะมีคนให้ได้คุยถึงคุยกันสนุกขนาดที่ลูกชายคนเดียวอย่างคีย์ตกกระป๋อง 

“พรุ่งนี้วันอาทิตย์ น้องน้ำแข็งต้องไปไหนหรือเปล่าคะ” 

“วันพรุ่งนี้หรอครับ...เค้าไม่มีแพลนไปไหนเลยครับ” 

“ดีเลยค่ะ ดูสิคะ สีเล็บของคุณแม่มันเริ่มจะซีดแล้ว” อรินพูดเกริ่นขึ้นมา เธอมองตาคนตัวเล็กอย่างนึกสนุก 

“คุณแม่จะให้เค้าไปช็อปปิ้งด้วยใช่มั้ยครับ” 

“บิงโกค่ะ! คุณแม่อยากทำสีเล็บใหม่จังเลย แบรนด์โปรดของคุณแม่ก็มีคอลเลคชั่นออกใหม่ด้วยแต่ไม่มีเพื่อนไปเลยค่ะ” 

“เค้าไปเป็นเพื่อนก็ได้นะครับ” 

“แต่น้องจะไม่เบื่อหรอคะ ทำเล็บมันนานมากเลยนะคะ” 

“เค้าไปเป็นเพื่อนคุณแม่กับพี่เจนบ่อยๆ” 

“พี่เจน?” คนที่นั่งฟังการสนทนาระหว่างมื้อเย็นของคนตัวเล็กกับคุณแม่ของตัวเองมาตั้งแต่ต้น เมื่อได้ยินชื่อคนที่เขาไม่คุ้นจึงโพล่งถามออกไป 

“อ๋อ...พี่เจนเป็นรุ่นพี่คนสนิทที่เพิ่งจบออกไปครับ เธอชอบชวนให้เค้าไปเป็นเพื่อนตอนช็อปปิ้งแล้วก็ชอบชวนไปทำเล็บ แต่เค้าไม่ได้ทำด้วยนะ มีบางครั้งที่ไปสปามือกับเท้าแค่นั้น” 

“งั้นพรุ่งนี้น้องโอเคใช่มั้ยคะ” 

“โอเคครับ” 

“น่ารักจังค่ะ คุณแม่นัดเวลาเป็นตอนบ่ายโมงแล้วกันนะคะ” 

“ครับ” 

“ทานข้าวกันต่อดีกว่าค่ะ” 

การชวนไปทำเล็บของคุณนายอรินจบลงเท่านั้น ทุกคนลงมือทานอาหารต่อ จบจากของคาวก็เสิร์ฟด้วยของหวานต่อ บัวลอยน้ำขิงขายดีจนหมดหม้อได้รับคำชมจากคุณนายอรินไม่ขาดปาก แถมยังขอไปเรียนกับคุณแม่ของน้ำแข็งแบบตัวต่อตัว 

ก่อนกลับเธอฝากไวน์จากอเมริกาให้ลูกชายไปสองขวดเป็นของขวัญที่ได้ฤกษ์ยามเข้ามาอยู่ในเพนเฮาส์แห่งนี้เสียที 

“เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณแม่มารับนะคะ” 

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมไปส่งน้องเอง” 

คุณนายอรินอมยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนถามลูกชาย 

 “เอางั้นเลยหรอคะ ไม่มีเรียนหรอเรา” 

“เผื่อว่าคุณนายอรินจะลืมข้อมูลของลูกชาย ผมลงเรียนจันทร์ถึงศุกร์ เลือกเรียนแผน ข ครับ เพราะฉะนั้นเสาร์อาทิตย์คือวันหยุด อ๋อ...ลูกชายของคุณอรินไม่ต้องเข้าบริษัทพรุ่งนี้ครับ” 

คำตอบจากคนตัวสูงเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากคุณนายอรินพร้อมกับสายตาเอ็นดู เธอไม่ได้ลืมยังจำได้เสมอว่าลูกชายคนเดียวของเธอลงเรียนวันไหน แผนอะไร จำได้แม้กระทั่งตอนที่เจ้าตัวเข้ามาคุยทั้งบอกเหตุผลเรื่องเรียนต่อปริญญาโทกับที่บ้านเลยเชียว 

“โอเคค่ะสุดหล่อ คุณแม่แค่ล้อเล่นเฉยๆ เองค่ะ”  

“ล้อเล่นหลายครั้งเชียวนะครับ” คนตัวสูงก้มลงเบนสายตามองต่ำแสร้งทำเป็นน้อยใจนักหนาที่คุณแม่ลืมข้อมูลของเขาไปเสียหมด 

“อะไรกันน้อยใจหรอคะเนี่ย” คุณนายอรินมองคนที่ทำเป็นน้อยใจตัวเองรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้ายิ่งกว้างขึ้น เธอมองเลยไปด้านหลังของเจ้าลูกชายเห็นคนตัวเล็กมองมา 

“น้องดูนะคะ ตัวโตเท่านี้พอน้อยใจตัวก็ดูเท่าลูกหมาไปเลยค่ะ” 

คีย์เบิกตากว้าง พอนึกขึ้นได้ว่าน้องเห็นว่าเขาทำอะไรลงบ้างก็นึกเขินอายขึ้นมาเสียดื้อๆ รีบหันไปมองด้านหลังเห็นน้องอมยิ้มล้อเขาแบบนั้นแล้วอยากจะจับมาบีบแก้มสักที 

คุณนายอรินกลับไปแล้วภายในห้องกลับสู่บรรยากาศเดิม คนตัวเล็กเดินไปล้างจานที่ใช้แล้วในครัว ส่วนคนตัวสูงก็ขึ้นไปเช็คเอกสารต่อก่อนจะไปอาบน้ำ 

คีย์อาบน้ำเสร็จแล้ว เขาตั้งใจจะออกไปเรียกคนน้องให้ขึ้นมาอาบน้ำแต่พอเปิดประตูออกไปกลับเจอคนตัวเล็กกำลังจะเปิดประตูเข้าห้องของตัวเอง เราสบตากันสักพักก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายเริ่มพูด 

“พี่กำลังจะลงไปเรียกเราขึ้นมาพักผ่อนพอดี” 

“ครับ เค้าล้างจานเสร็จพอดี พี่คีย์จะนอนแล้วหรอครับ” 

“ครับ” 

คนตัวเล็กอมยิ้มนึกถึงตอนเมื่อเย็นที่คุณนายอรินบอกว่าพี่เขาเป็นลูกหมาน้อยก็นึกซนขึ้นมา รวบรวมลมหายใจก่อนจะพูดมันออกไปแล้วรีบวิ่งเข้าห้องไปทันที 

“งั้น...ฝันดีนะครับเจ้าลูกหมา” 

คนตัวโตยืนนิ่งค้างอยู่ตรงหน้าห้องของตัวเอง เขาเห็นหน้าดื้อๆ นั้นก่อนจะได้ยินประโยคที่ค่อนข้างจะ...น่ารัก เกิดมายังไม่เคยได้ยินใครพูดคำว่าเจ้าลูกหมาได้น่ารักขนาดนั้น 

เขายิ้มกับตัวเอง ยกมือขึ้นมาเกาที่ต้นคอก่อนจะหมุนตัวเข้าห้อง 

อ่ะ ไหน ว่ามาซิ ตั๋วไปเกิดที่ดาวหมามันจะแพงสักเท่าไรกัน 

 

 

... 

 

สำหรับใครที่นึกหน้าตาของ vosges haut-chocolat ไม่ออก เรามีรูปมาเสิร์ฟค่ะ 

 

 

ขอบคุณรูปภาพจากเว็บไซต์ www.vosgeschocolate.com ว่างๆ ทุกคนก็เข้าไปสั่งได้นะคะใครอยู่เมกา แส้บลืม คิคิ 

 

*ล่าสุดอยากซื้อตั๋วไปเกิดที่ดาวหมา ซื้อเก่งนะตั๋วอ่ะ นางคนนี้ คนน้องก็ทำพี่เขาเขินบ่อยโดยไม่รู้ตัวอีก 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว