ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 29 (แกไขคำผิด)

ชื่อตอน : ตอนที่ 29 (แกไขคำผิด)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2562 19:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29 (แกไขคำผิด)
แบบอักษร

ตอนที่ 29

Part ไนซ์

พรุ่งนี้คินกับเพื่อนๆก็จะกลับกรุงเทพแล้ว รู้สึกใจหายแปลกๆ เมื่อเทอมที่แล้วไม่ได้เจอไม่ได้คุยกันเลยผมยังไม่รู้ซึ่งเหงาเท่านี้มากก่อน คงเพราะติดไอ้คินแล้วแน่ๆ ระยะเวลาเกือบปีที่รู้จักกันมาผมแทบไม่เคยห่างจากมันเลยนอกจากช่วงแรกที่ไม่อยากจะเห็นหน้า ผมเดินเข้ามาในห้องพักก็ไม่เห็นคินแต่ได้ยินเสียงน้ำไหลจากในห้องน้ำ ผมนั่งลงที่ปลายเตียงก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทำยังไงพ่อถึงจะยอมรับผมกับคิน แต่ผมก็เข้าใจพ่อนะเพราะผมเป็นลูกชายคนเดียวพ่อก็คงจะหวังไว้จะผมมาก


“คิดมากอีกแล้วนะมึง” ผมหันไปมองตามเสียง คินเดินออกมาจากห้องน้ำมีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันไว หยดน้ำเกาะตามกล้ามเนื้อแน่นที่มองกี่ครั้งก็หน้าอิจฉา


“เปล่าซะหน่อย” ผมตอบกลับแบบว่าโกหกชัดๆ


“ปากแข็งนะมึงอะ” คินว่าก่อนจะโน้มตัวลงจูบเบาๆ รู้สึกถึงความอบอุ่น ความห่วงใยที่ส่งผ่าน


“ก็ไม่แข็งนี่หว่า” มันว่าแล้วยิ้มกวน แต่ผมนี่หน้าร้อนเห่อเลยครับ


“กวน....” ผมว่ามันคำสุดท้ายแต่ขยับปากแต่ไม่ออกเสียง จนมันหัวเราะเบาๆ


“ไปแต่งตัวไป” ผมผลักมันออกเบาๆ คินก็เดินไปหยิบแค่กางกางนอนมาใส่ก่อนจะมานั่งข้างผม


“ไนซ์” มันเรียกชื่อผม สายตามมันเหมือนมีอะไรบางอย่าง แต่ผมก็ไม่อยากจะถามถ้ามันอยากบอกคงจะบอกเอง คินกับผมสบตากันอยู่นานจนยกมือขึ้นมาลูบแก้มผมเบาๆ


“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกูขอให้มึงเชื่อใจกู และให้มึงไว้ว่ากูรักมึงหมดหัวใจ” คินบอกเสียงจริงจังและหนักแน่ ดูเหมือนเป็นประโยคที่หวานซึ่งแต่ทำไมฟังแล้วรู้สึกใจหาย ผมกอดมันแน่นกลัวว่าจะไม่กอดกันอีก ไม่อยากให้ถึงพรุ่งนี้เลย อยากอยู่กับมันตลอดไป ความรู้สึกของผมที่มีต่อมันตอนนี้มันเอ่อล้น มันมากมายจนอธิบายไม่ถูก น้ำตาที่อุตส่าห์กลั้นไว้ก็ดันไหลออกมา ถึงจะไม่ค่อยพูดบอกมันว่ารัก แต่ผมก็แน่ใจว่ามันรู้ว่าผมรักมัน


“ร้องทำไมวะ” มันว่าแล้วยกมือขึ้นเกลี่ยน้ำตาที่แก้มผม


“กู..ต้องคิดถึงมึงแน่ๆ” ผมบอกแล้วก้มหน้าด้วยความเขิน


“กูก็คิดถึงมึงเหมือนแหละ ไม่ต้องร้องแล้ว ปกติมึงไม่ขี้แงนี่หว่า”


“ก็เป็นเพราะมึงนั้นแหละ” ผมว่าแล้วชกอกมันเบาๆ มันก็ทำถ้าเจ็บซะเวอร์ ผมรู้ตัวดีว่าผมอ่อนไหวง่ายขึ้นตั้งแต่ผมเริ่มคบกับมัน


“หึ..น่ารักนะมึง”


“ไอ้บ้าคิน ไปนอนเลยกูง่วงแล้ว” ผมว่ามันเขินๆ ก่อนจะขยับไปนอนดีๆ มันก็ตามขึ้นมานอนข้างผมแล้วกอดกันหลับไป


“เก็บของหมดยัง” ผมถามมันก็พยักหน้ารับ ตั้งแต่ตื่นมามันก็ดูเงียบๆเหมือนคิดอะไรตลอดเวลา แต่ผมก็ไม่อยากทำให้บรรยากาศมันหดหู่ไปกว่าเลยเลือกที่ยิ้มแล้วชวนมันคุย แค่2เดือนแป็ปเดียวเองนี่หว่า คิดถึงก็โทรหาก็ได้ ไม่ก็ขับรถไปหามันก็ได้กรุงเทพ-ระยองขับรถ2-3ชั่วโมงก็ถึงแล้ว


“ไปกินข้าวกัน เพื่อนรออยู่” ผมบอกมันหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย แล้วเดินตามผมลงไปข้างล่าง


“เฮ้ยมากินข้าว แม่ไอ้ไนซ์ทำมาให้” ไอ้บอลบอก ผมเลยเดินไปตักข้าวต้มในครัว ส่วนคินเดินไปคุยกันพวกไอ้มาร์คที่โต๊ะ ผมตักเสร็จก็ยกชามข้าวต้มมาให้มันรวมถึงของตัวเองด้วย พอกินกันอิ่มก็ช่วยกันเก็บล้าง


“เดี๋ยวพวกกูกลับกรุงเทพแล้ว มึงอย่าทำหน้าแบบนั้นดิวะ” ไอ้บอลพูดขึ้น


“ทำหน้ายังไง หน้ากูก็ปกติเหอะ” ผมเถียงมัน


“ก็หน้าแบบขาดผัวไม่ได้ไงวะ” ไอ้เติร์ดว่า ผมเลยแตะมันไปหนึ่งทีโทษฐานที่ปากหมา จนทุกคนพากันหัวเราะรวมถึงคินด้วย


“ยิ้มได้ซะที” ผมหันไปพูดกับคิน มันเลิกคิ้วเหมือนถามว่ามีอะไร ผมก็ได้แต่ยิ้มกลับไป ก่อนจะพาเพื่อนๆมาลาพ่อกับแม่ที่บ้าน แม่ยิ้มแย้มให้กับทุกคนส่วนพ่อก็ทำหน้านิ่งเหมือนเดิม ทุกคนก็ยกมือไหว้ลาพ่อกับแม่ ก่อนที่เสียงพ่อจะดังขึ้น


“อย่าลืมที่บอกไว้ละ” ทุกคนก็ได้แต่นิ่งแล้วมองหน้ากันอย่างงงๆ รวมถึงผมด้วย


“ผมไม่ลืมครับ” คินตอบกลับ พ่อกันหันหลังเดินเข้าบ้านทันที แม่ยิ้มบางๆให้อีกครั้งแล้วตามพ่อเข้าไป จนผมหันไปจ้องหน้าคินอย่างอยากรู้คำตอบ ไม่ลืมอะไร พ่อกับคินมีอะไรกันที่ผมไม่รู้


“กูกลับก่อนนะ ส่วนรถมึงที่คอนโดเดี๋ยวกูให้คนเอามาให้” คินบอกเสียงเรียบ


“เดี๋ยว..มึงมีอะไรหรือเปล่า” ผมถามแต่มันก็ยังนิ่งจนผมใจไม่ดี


“คิน  มึงบอกกูได้มั้ย” ผมถามย้ำอีก รู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้เลยวะ


“ไม่มีอะไรหรอก มึงเชื่อใจกูก็พอ” มันบอกแล้วลูบหัวเบาๆ


“กูฝากมึงสองคนดูมันด้วยนะเว้ย” คินหันไปพูดกับไอ้เฟิร์สไอ้เติร์ด เพราะมันอยู่ที่นี่เหมือนกับผม ไม่ได้กลับกรุงเทพ


“กูกลับก่อนนะ ถึงแล้วจะโทรหา” มันบอกแล้วกอดผมไว้ ไม่อยากให้ไปเลย


“กูกลับก่อนนะเว้ย เจอกันเปิดเทอม” ไอ้บอลบอกแล้วตบไหล่ผมเบาๆ


“แล้วเจอกัน” ไอ้มาร์คบอก ไอ้มิกซ์ก็ยิ้มแล้วพยักหน้านิดๆ ผมก็ยิ้มกลับไปให้มัน ทุกคนเดินไปขึ้นรถยกเว้นไอ้เฟิร์สไอ้เติร์ดที่ยังยืนเป็นเพื่อนผม คินเปิดกระจกมาโบกมือให้ผมอีกครั้งก่อนจะขับตามรถไอ้บอลและไอ้มาร์คออกไป ผมมองจนมันขับออกไปสุดทาง แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ


“โอเคนะมึง” ไอ้เฟิร์สถามขึ้น


“อืม สองเดือนแป็ปเดียวเอง” ผมบอกมันยิ้มๆ ก่อนที่พวกมันจะขอตัวกลับบ้านกัน ไว้ค่อยนัดเจอกัน พอพวกมันกลับไป ผมก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน พ่อกับแม่ก็นั่งดูทีวีอยู่ ผมเลยเดินไปนั่งข้างๆแม่


“พรุ่งนี้ไปช่วยงานที่รีสอร์ทกับแม่ก่อนก็แล้วกัน” พ่อพูดขึ้นแต่ก็ไม่ได้หันมามองหน้าผม


“ครับ” ผมตอบกลับ แม่ก็จับมือผมไปลูบเบาๆ แล้วส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ ผมนั่งตรงนั้นซักพักก็ไม่มีใครพูดอะไรกันเลยนอกจากเสียงทีวี ผมเลยขอตัวขึ้นไปนอนที่ห้องรอให้คินโทรมา


ผมงวงเงียตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตอนไหน พอนึกขึ้นได้ว่าต้องเป็นคินโทรมาก็รีบคว้าโทรศัพท์มากดรับทันที


“ถึงแล้วหรอ” ผมถาม


“อืม เพิ่งถึงก็โทรหามึงก่อนเลย กลัวคนแถวนั้นจะขาดใจซะก่อน”  คินพูดแซว ผมทำปากยื่นล้อเลียน มันไม่เห็นหรอก


“คิดถึง”


“อะไร กูเพิ่งกลับมาได้ยังไม่ถึงสามชั่วโมงเลย” คินว่าปนหัวเราะ มันก็จริงแหละแต่คนมันคิดถึงนี่หว่า


“มึงไม่คิดถึงกูงั้นซิ” ผมถามเสียงงอนๆ นี่ผมจะเหมือนผู้หญิงขึ้นไปทุกวัน ยิ่งห่างกันความรู้สึกหวง ห่วงยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ


“ไม่คิดถึงมึงจะให้กูคิดถึงใครห๊ะ” คินถามกลับเสียงดุๆแต่ผมกลับยิ้มเขิน แค่นี้ก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาหน่อย ผมบอกมันว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปช่วยแม่ทำงานที่รีสอร์ทแล้ว มันบอกให้ตั้งใจทำงาน ส่วนมันก็ต้องเข้าไปไปดูโรงแรมที่มันรับผิดชอบอยู่เหมือนกัน ผมกับคินคุยกันอีกนิดหน่อยก่อนจะวางสายให้มันไปพักผ่อนบ้าง


วันนี้ผมตื่นมาช่วยแม่แต่เช้า เมื่อคืนก็วีดิโอคอลคุยกับคินแค่นิดหน่อยได้เห็นหน้าแล้วก็บอกฝันดี ต่างคนต่างก็ต้องนอนเร็ว แม่ให้ผมเข้ามาช่วยเรื่องจัดตารางห้องพักเพราะจะมีทัวร์มาลง ไหนจะลูกค้าที่โทรมาจองเองอีก พวกที่เป็นกรุ๊ปทัวร์ก็ต้องจัดเตรียมอาหารตามที่ลูกค้าขอมา ทำให้ผมต้องเดินไปเช็คของที่ครัว ช่วงเช้าเลยไม่ได้โทรคุยกับคินมีแค่ส่งข้อความหากันเท่านั้น กว่าผมจะได้พักกินข้าวก็เลยมาเที่ยงกว่าแล้ว ผมหยิบโทรศัพท์โทรหาคินรอซักพักมันก็รับสาย


“ว่าไง”


“กินข้าวหรือยัง แล้วกินกับใคร” ผมถาม อยากรู้ทุกอย่างว่ามันทำอะไรบ้าง เป็นยังไงบ้าง


“หึ กำลังกิน นั่งกินคนเดียวที่ห้องทำงาน แล้วมึงกินข้าวหรือยัง”


“ยังอะ เพิ่งเคลียงานเสร็จ แต่อยากคุยกับมึงก่อน” ผมบอกพอดีกับแม่เดินมาตามผมไปกินข้าว ระหว่างทางผมก็คุยกับคินไปด้วย


“ทำงานเป็นยังไงบ้างอะ เหนื่อยมั้ย”


“ถามเยอะนะเนี่ย”


“ถามไม่ได้” ผมพูดเสียงงอนๆ คนอุส่าเป็นห่วง


“ได้คร้าบบบ เรื่องงานไม่มีปัญหาหรอก ไม่ต้องห่วง ส่วนมึงไปกินข้าวได้แล้ว แล้วก็ดูแลตัวเองดีๆด้วย กูต้องวางสายแล้วนะ ต้องเตรียมประชุมต่อ” คินบอกยืดยาว ผมเลยบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงก่อนจะวางสาย แล้วเดินเข้าไปกินข้าวซึ่งแม่เตรียมอาหารไว้พร้อมแล้ว


“พ่อละครับ” ผมถามแม่ แล้วตักข้าวใส่จาน


“ออกไปดูงานจัดสวนน่ะ พอดีลูกค้าอย่างเปลี่ยนแบบนิดหน่อย” ผมพยักหน้ารับก่อนจะเริ่มกินข้าวพร้อมกับแม่ ช่วงบ่ายก็ออกไปดูความเรียบร้อยในรีสอร์ทต่อ คินก็ส่งข้อความมาบอกว่าพรุ่งนี้จะให้คนเอารถเข้ามาให้


ช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมาผมเข้ามาทำงานที่รีสอร์ททุกวัน แต่บางครั้งพ่อก็ให้ช่วยออกแบบงานจัดสวนเสนอให้ลูกค้าบ้าง ผมกับพ่อเหมือนจะคุยกันได้ปกติ แต่กับคินช่วงสองสามวันที่ผ่านแทบจะไม่ได้คุยกันเลยมีแค่ส่งข้อความหากันบ้าง บางที่ผมโทรหาเลขามันก็บอกว่ามันประชุมบ้าง ไปพบลูกค้าบ้าง จนผมไม่กล้าโทรหา กลัวจะไปกวนมัน ตัวคินเองก็ไม่ได้โทรกลับมาหาผมเช่นกัน ผมคิดว่ามันคงงานยุ่งจริงๆ เวลาคิดถึงผมเลยเลือกส่งข้อความหา มันก็ส่งกลับมาบอกให้กินข้าวบ้าง ฝันดีบ้าง ดูแลตัวเองดีๆบ้าง แต่แค่นี้ผมก็รู้ดีแล้วที่มันยังนึกถึงผม แต่มันก็มีอารมณ์น้อยใจบ้างบางครั้ง ก็คนมันคิดถึง


ผ่านไปสามวันที่ผมส่งข้อความไป แล้วไม่มีการตอบกลับจากคิน จนผมตัดสินใจโทรหามันก็ปิดเครื่อง ผมโทรถามไอ้มาร์คมันก็บอกว่าไม่ได้เจอคินมาเป็นอาทิตย์แล้วจนผมเริ่มกระวนกระวายใจกลัวว่ามันจะเป็นอะไรหรือป่าว เบอร์พี่ชายกับพี่สาวมันผมก็ไม่มี ผมเลยตัดสินใจโทรหาไอ้เติร์ดบอกมันว่าพรุ่งนี้จะให้มันไปกรุงเทพเป็นเพื่อนผมหน่อย


ผมกับไอ้เฟิร์สไอ้เติร์ดขับรถมาหาคินที่โรงแรมที่กรุงเทพมันดูแลอยู่ ในช่วงบ่าย ไอ้เติร์ดก็เข้าไปติดต่อขอพบมันแต่พนักงานกลับแจ้งว่าคินไปดูงานที่ต่างประเทศประมานสองอาทิตย์ หัวใจผมกระตุกวูบทันทีที่ได้ยิน ทำไมไม่คิดจะบอกกันซักคำ หรือผมไม่มีความสำคัญแล้วโทรหาก็ไม่ติด ข้อความซักประโยคก็ไม่มี ผมเสียใจจริงๆ เจ็บจนจุกมันคิดอะไรไม่ออกแล้ว รู้สึกร้อนผ่าวตา หายไปไหนของมัน มึงคิดอะไรอยู่กันแน่วะคิน คิดถึงกูบ้างมั้ย กูคิดถึงมึงนะเว้ย


หลังจากกลับมาจากกรุงเทพวันนั้นก็ผ่านไปสองอาทิตย์แล้ว ได้กำหนดที่มันจะกลับมาจากต่างประเทศแล้วซินะ ซึ่งผมเองก็ไม่เคยโทรหาหรือส่งข้อความหามันอีกเลยตั้งแต่วันนั้น วันนี้ผมก็ไม่คิดจะโทรมันเหมือนกัน ถ้ามันไม่ได้แคร์ความรู้สึกผม ผมก็จะไม่แคร์มันเหมือนกัน ไม่ใช่ไม่รักแต่มันน้อยใจ มันงอน มันเสียใจ แต่อีกแค่เดือนเดียวก็จะเปิดเทอมแล้วด้วย ทุกอย่างมันจะยังเหมือนเดิมมั้ย


“ไนซ์ เดี๋ยวช่วยออกแบบสวนให้พ่อหน่อยซิ คิดว่าจะใช้เวลากี่วัน” ผมมองพื้นที่ว่างรอบบ้าน ตัวบ้านเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ ผมดูรูปถ่ายบ้านประกอบ พร้อมกับอ่านความต้องของลูกค้าที่อยากได้


“ซักอาทิตย์นะพ่อ แล้วไนซ์จะเอาไปให้ดู” ผมบอกพร่างนึกภาพว่าจะจัดอะไรไว้ตรงไหน


“งานนี้พ่อจะให้เราไปคุมเองนะ” พ่อบอก ผมพยักหน้ารับ ก็ดีเหมือนกันทำงานเยอะๆจะได้ไม่ต้องคิดฟุ้งซ่าน


TBC

ตอนหน้าจบแล้วนะ

ความคิดเห็น