ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 8 (Rewrite​)

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2563 23:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 8 (Rewrite​)
แบบอักษร

“เหตุสลดเช้านี้  ณ บ้านพักของผู้ว่าราชการปราชาญ   พบศพของนายปราชาญ  ผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่ ประจำจังหวัดเชียงใหม่  จากการตรวจสอบพบว่า นายปราชาญน่าจะเสียชีวิตเมื่อคืนเวลาตีสอง   สาเหตุเพราะเกิดจากหัวใจวายเฉียบพลันจนถึงแก่กรรมในที่สุด   จากการสอบสวนคนในบ้าน ต่างให้การว่านายปราชาญมีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว  จึงเป็นไปได้ว่านายปราชาญอาจจเกิดอาการกำเริบในขณะที่นอนหลับ  ทางครอบครัวของนายปราช.....................” 

“หึ”รอยยิ้มแสดงถึงความพึงพอใจปรากฏขึ้นของคนผมสีดอกเลาก่อนที่จะใช้รีโมทปิดทีวีจอใหญ่ตรงหน้าแล้วหันไปสนใจกับอาหารเช้าตรงหน้าต่อ 

“วันนี้ผมจะขอตัวกลับก่อนนะครับ”ลูคัสเอ่ยกับปู่ของเขา 

“เห็นเด็กบอกว่าแกจะอยู่ที่นี่สองวัน” 

“ครับ  ทีแรกผมก็ตั้งใจอย่างนั้นครับ  แต่คิดว่า  ผมมีหนี้ที่ต้องไปทวงน่ะครับ”ลูคัสเอ่ยออกมานิ่งๆ  มือก็หั่นสเต็กเนื้อในจาน 

“หนี้?”เอลรอยขมวดคิ้วนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา 

“ครับ” 

“อืม”พยักหน้าสองสามทีก่อนที่บทสนทนาบนโต๊ะอาหารจะจบลง 

 

“อาดาริ” 

“อ้าวลุคส์  มาหาแรมหรอจ้ะ”ดาริกาที่กำลังจ้องดูผลที่ปรากฎกับเครื่องมือทางการแพทย์หันไปทางเสียงเรียกพร้อมระบายยิ้มกว้าง 

“ครับ  แล้วก็  เอายามาคืนอาด้วยครับ”ลูคัสยืนขวดยาเล็กๆให้กับดาริกา 

“.....” ดาริกาไม่พูดอะไร  แต่รอยยิ้มกว้างเมื่อครู่หายไปจากใบหน้าสวยแล้วดาริกากำยาในมือแน่น 

Epinephrine หรือที่ทุกคนรู้จักกันดีในชื่อ  อาดรีนาลีน แม้จะเป็นยาที่ดีในการเลือกใช้กระตุ้นหัวใจในขณะที่ผู้ป่วยมีภาวะหัวใจหยุดเต้นแต่เป็นยาที่ไม่ควรให้แก่คนที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ 

“อาทำหน้าอย่างนี้อีกแล้วนะครับ  น่าจะชินแล้วนะครับ  ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือนะครับ”ลูคัสว่าในขณะที่มือยื่นไปจับสายน้ำเกลือที่ระโยงระยางข้างเตียง 

“ปกติมีแรมออกไปทำภารกิจด้วยตลอด  พอลุคส์ต้องไปคนเดียวอาก็อดห่วงไม่ได้”ดาริกาพูดพร้อมกับฝืนยิ้มออกมา 

เขาไม่ได้อยากฝืนยิ้ม ดาริกาต้องการยิ้มกว้างๆ แต่การที่เห็นคนที่เป็นเจ้านายที่ตนรู้สึกรักเหมือนลูกหลานแท้ๆต้องไปทำสิ่งที่เปื้อนเลือดมาไม่อาจจะทำให้เขายิ้มกว้างออกมาได้ 

“อา ประมาทฝีมือผมหรอครับเนี่ย”ลูคัสพูดติดตลก ทั้งๆที่เขารู้ดีว่า  ดาริกาไม่สนุกด้วย 

“เปล่าหรอกจ้ะ  อารู้  ว่าเราน่ะ  จัดการทุกอย่างได้ออกมาดีเสมอ”ดาริกาพูดพร้อมกับบีบบ่ากว้างเบาๆ 

“ต่อไปนี้  ผมอยากทำทุกอย่างด้วยตัวเองครับ”ลูคัสกล่าว ใบหน้าจ้องไปมองเพื่อนที่นอนนิ่งบนเตียงขาวสะอาด  ดาริกาหันไปมองนึกสงสัยในสิ่งที่ชายหนุ่มพูด 

“ลุคส์หมายความว่ายังไงกันจ้ะ” 

“ผมจะไม่ให้แรมมาทำงานกับผมอีกแล้วล่ะครับ  แรมควรใช้ชีวิตอย่างที่แรมควรเป็น  ผมขโมยชีวิตแรมมานานเกินไปแล้วครับ”ลูคัสตอบ 

“ลูคัส”ไม่บ่อยนักที่ดาริกาจะเรียกเขาว่าลูคัส ลูคัสรู้ดีว่าการที่ดาริกาเรียกชื่อเขาแบบนี้เหมือนกำลังให้เขาคิดใหม่ในสิ่งที่เขาพูดออกไป แต่ลูคัสก็ยังคงจะยืนยันในสิ่งที่เขาต้องการเหมือนเดิม 

“อาไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ  ตลอดชีวิตของผม  ไม่มีอะไรที่เป็นของผม ผมยินดีที่จะใช้ชีวิตตามที่คุณปู่ต้องการ  และไม่มีอะไรที่ผมต้องเสียใจหากผมต้องเสียไป แต่แรมไม่...”พูดแค่นั้น  ลูคัสก็เงียบอีกครั้ง 

“ลุคส์หมายความยังไงกัน”ดาริกายังคงสงสัย 

“ใครบางคน  มีความหมายต่อแรมครับ  และดูเหมือนแรมเองก็มีความหมายต่อเขา  ผมมีแค่สิ่งนี้ที่จะทำเพื่อแรมได้ครับ  ผมฆ่าชีวิตแรมมาทั้งชีวิตผมควรให้ชีวิตแรมกลับคืนไป” 

“อาไม่อยากให้ลุคส์คิดอย่างนี้”ดาริกาส่ายหน้าไม่เห็นด้วยกับประโยคหลังของลูคัส 

“ทำไมลุคส์ไม่คิดว่าแรมทำเพื่อเพื่อนล่ะ”ดาริกาว่าพลางกอดอกมองไปที่ร่างคนป่วยนิ่งๆ 

“ผมไม่ควรจะได้รับคำว่าเพื่อนจากแรมด้วยซ้ำครับ”เมื่อเห็นดาริกาเงียบ  ลูคัสจึงกล่าวต่อ 

“ยังไงก็  ผมฝากอาดูแลแรมด้วยนะครับ  แล้วถ้าแรมฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่  อาติดต่อผมทันทีนะครับ” 

“จ้ะ”ดาริกาพยักหน้าตอบรับ ลูคัสหันหลังเดินออกไปก่อนที่จะเปิดประตูก็ชะงักตามเสียงเรียก 

“ลุคส์” 

“ครับ” 

“แรมน่ะ  รักลุคส์และเป็นห่วงเหมือนที่ลุคส์รักแรมและเป็นห่วงแรมนั่นแหละ  ลุคส์รู้ใช่ไหมจ้ะ”ดาริกาว่าแล้วยิ้มกว้างส่งให้กับลูคัส ลูคัสมองหน้าดาริกานิ่งๆ  ไม่พูดอะไรออกมาก่อนที่จะเปิดประตูแล้วเดินออกไป 

 

“คุณแรมคะ  ดิฉันควรทำยังไงดี  ดิฉันควรช่วยพวกคุณยังไงดี ทางมันตันไปหมดเลย  ดิฉันไม่เห็นทางที่จะช่วยพวกคุณได้เลย   ดิฉันควรทำยังไงดี คุณแรม   ดิฉันกลัว  กลัวทุกอย่างมันจะแย่ไปกว่านี้”พ้นหลังของชายหนุ่มแล้ว  ดาริกาทรุดลงบนเก้าอี้  กุมมือแรมระวีที่นอนแน่นิ่งบนเตียง  น้ำตาไหลออกจากดวงตาทั้งสอง ใบหน้าแดงก่ำ ก่อนจะก้มลงซบมือซีดแล้วสะอื้นออกมาอย่างหนักหน่วง ราวกับต้องการปลดปล่อยในสิ่งที่แบกรับเอาไว้ในใจ 

 

พ้นจากการรับน้องมาได้สามวันแล้ว แต่การเรียนก็ยังคงมีตามปกติ  ไฟนอลใกล้เข้ามาทุกที หลายคนหมกหมุ่นกับการอ่านหนังสือ   ควานลินเองก็ไม่ได้ต่างกัน  หากจะเทียบสมอง  ความฉลาดและความเก่ง  ซีไนน์ถือว่ายังเหนือกว่าเขามาก  แต่ก็ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรสำหรับควานลิน 

ดวงตากลมโตกวาดสายตามองร้านรวงตรงหน้า  ไม่บ่อยนักที่ควานลินจะมานั่งทานข้าวที่โรงอาหารในมหาวิทยาลัย  เขาชอบที่จะไปนั่งทานอาหารข้างนอกมากกว่าแม้จะต้องใช้เวลาในการขับรถอยู่บ้าง  แต่ก็ดีกว่าการที่ต้องมาต่อแถว  ให้รู้สึกร้อนอบอ้าว  เพราะเมื่อถึงเวลาใกล้นักศึกต่างก็หลั่งไหลเข้ามาที่โรงอาหาร  ยกเว้นบางวันที่จะมีประปราย เขาจึงเลือกที่จะเลี่ยง  ต่างจากซีไนน์  รายนั้นชอบทานอาหารง่ายๆ  ร้านอาหารข้างถนนซีไนน์ก็สามารถนั่งรอได้ แม้จะไม่ได้นั่งตากแอร์  วันนี้หากซีไนน์ไม่ได้ขอร้องให้มาทานข้าวที่โรงอาหารด้วยกันควานลินคงบึ่งรถออกไปทานอาหารข้างนอกแล้ว 

ถึงจะเป็นฝาแฝดกันแต่หลายๆอย่างกลับแตกต่างกัน รวมถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต   นิสัยใจคอ  แต่ก็ไม่ได้ควานลินกับซีไนน์ห่างกันควานลินเลือกซื้อข้าวที่ร้านมีคนต่อแถวน้อยที่สุดด้วยเหตุผลว่าไม่ชอบรอนานว่าแล้วก็หาโต๊ะมานั่งทานเงียบๆก่อนที่ซีไนน์จะเดินเข้ามาพร้อมจานข้าวในมือ ยิ้มกว้างให้กับน้องชาย ซีไนน์แค่ต้องการให้ควานลินได้มานั่งร่วมโต๊ะใช้ชีวิตอย่างเด็กมหาลัยคนอื่นๆบ้าง ไม่ใช่เขาไม่ชอบการใช้ชีวิตของน้องชาย  เพราะทุกคนต่างมีชีวิตของตัวเอง 

แต่การที่น้องชายออกไปทานอาหารหรูๆข้างนอกคนเดียวทุกวันหลังเลิกคลาส   หลังจากเรียนเสร็จก็รีบกลับคอนโดไม่ก็ไปนอนเล่นที่บ้านของเขา  การที่ควานลินไม่เริ่มทักไม่เริ่มคุยกับเพื่อนร่วมคณะร่วมคลาส  หรือการที่งานกลุ่มที่ต้องทำต้องมีเขาอยู่ด้วยทุกครั้ง   ทำให้ควานลินไม่มีเพื่อนซีไนน์ไม่อยากให้น้องชายแยกตัวเองออกจากสังคม  แล้วคอยแต่ทำตัวติดกับเขาอยู่เกือบตลอดเวลาตั้งแต่เด็กจนโต  ควานลินมักจะคอยตามซีไนน์ 

ควานลินไม่ชอบไปตลาด  ในขณะที่ซีไนน์ชอบที่จะเดินตลาด แต่ควานลินก็มักจะขอตามไปเป็นเพื่อน 

ควานลินไม่ชอบมีเพื่อน  ในคงขณะที่ซีไนน์มักจะคอยใส่ใจคนรอบข้าง  จนหลายๆคนต่างก็อยากเข้าหา 

ควานลินจะทำตามที่คนอื่นบอกเพื่อให้เรื่องวุ่นๆพ้นตัว  จนบางครั้งก็เป็นเหมือนการประชดประชันและบางครั้งก็เหมือนคนที่แข็งข้อ 

ในขณะที่ซีไนน์ไม่ชอบทำตามที่คนอื่นสั่งนักหากเรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับตัวเองหรือคนรอบตัว 

แต่หลายครั้งต่อหลายครั้งที่ควานลินมักจะทำตัวปกป้องซีไนน์ เมื่อซีไนน์โดนรังแก  ทำให้บางครั้งดูเหมือนคนแข็งกร้าวและกระด้าง 

แต่ซีไนน์กลับรู้ดี  ภายใต้ความแข็งกระด้าง  ความแข็งข้อ  หรือ  ดูเหย่อหยิ่งนั้น 

ควานลินมีความน่ารัก  มีความอ่อนโยน  และหลายครั้งมักเห็นอกเห็นใจต่อคนอื่น 

ไม่ชอบเมื่อเห็นคนที่อ่อนแอกว่าโดนรังแก  และเกลียดที่สุดการที่ต้องเจอคนที่ไร้เหตุผล 

แต่ถึงอย่างนั้นซีไนน์ก็อยากให้ควานลินได้มีเพื่อนบ้าง  เพราะในโลกควานลินไม่ได้มีแค่เขา 

"ทำไมจู่ๆพี่ซีนถึงชวนน้องมากินอาหารที่นี่ละครับ" ควานลินถาม  มือก็เขี่ยข้าวในจานไปมา 

"ก็เปล่า  แต่พี่เห็นน้องขับรถออกไปทานข้าวนอกมหาลัยทุกวันคงเหนื่อยแย่ วิชาเรียนก็แทบจะติดๆกัน  อาหารที่นี่ก็อร่อย  หรือน้องว่าไม่อร่อย"ซีไนน์ถาม 

"ก็อร่อยดีครับ  แต่ร้อนนิดหน่อย"ควานลินตอบหน้างอ 

"ฮ่ะๆๆ  จริงๆมีร้านอาหารติดแอร์ในมหาลัยนะ  หลายร้านเลย ใต้ตึกวิทย์  ตึกพยาบาล  ใต้ตึกห้องสมุด  มีอีกหลายตึกเลยล่ะ"ซีไนน์ตอบ 

"หืม  จริงหรอครับ" 

"จริงสิ  ก็น้องนี่นะ  เรียนเสร็จก็กลับ  เดินทั่วมหาลัยแล้วยังล่ะเรา"ซีไนน์ถาม  ควานลินส่ายหน้าตอบ 

"ฮ่ะๆๆ  วันไหนมีเรียนเสร็จช่วงเย็นๆ  ลองไปเช่าจักรยานแล้วปั่นรอบๆมหาลัยดูสิ  น้องอาจจะชอบก็ได้นะ"ซีไนน์แนะนำ 

"พี่เคยปั่นแล้วหรอครับ" 

"อื้ม  หลังตึกสถาปัตมีสวนดอกไม้ด้วยนะ  ดอกสีชมพูๆอะ   พี่ไม่แน่ใจว่าดอกอะไร  แต่สวยดี  อะนี่รูป  พี่ถ่ายเก็บไว้ด้วย"ซีไนน์ตอบพร้อมยกมือถือเปิดรูปถ่ายให้น้องชายดู 

"สวยจริงๆด้วยครับ  ไว้ว่างๆผมจะลองไปดูบ้าง  พี่ซีนไปกับน้องนะครับ" ควานลินบอก 

"อื้ม  แน่นอน  ได้อยู่แล้ว"ควานลินส่งยิ้มกว้าง 

 

 

"อ้าว  ควานลิน  ซีไนน์  หวัดดี"  เสียงทักดังขึ้น  ควานลินกับซีไนน์เงยหน้ามองคนทัก 

"สวัสดีครับ"ซีไนน์ตอบในขณะที่ควานลินทำเพียงพยักหน้า 

"เราชื่อกะทินะ  เราเรียนคณะเดียวกันกับพวกเธอ"กะทิเอ่ยขึ้น พร้อมยิ้มกว้าง 

"ผมชื่อซีไนน์ครับ  นี่ควานลิน น้องชายผม"ซีไนน์แนะนำ 

"เอ่ออ..  กินข้าวให้อร่อยนะ  เดี่ยวพวกเราขอตัวก่อน"กะทิเอ่ยขึ้น 

"เอ่อ.....ตอนนี้ดูเหมือนโต๊ะจะเต็มหมดแล้วนะครับ  มานั่งกินด้วยกันดีกว่าไหมครับ"  ซีไนน์เอ่ยชวน มองกะทิกับเพื่อนที่เดินถือจานข้าวมา 

"เรานั่งได้ด้วยหรอ"กอล์ฟถาม 

"ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ  มาเร็ว" ซีไนน์เอ่ยพร้อมยิ้มกว้าง ดึงแขนกะทิให้นั่งลงข้างๆ 

"ก็เราอะเห็นพวกเธออยู่ด้วยกันแค่สองคนตลอด  ก็เลยกลัวว่าพวกเธอจะไม่คุยด้วย"  กะทิเอ่ยออกมา พร้อมทำหน้าเหมือนลังเลว่าควรพูดดีไหม 

"ฮ่ะๆๆ  ไม่หรอก  เราไม่รู้จะเข้าไปทักคนอื่นยังไงดีน่ะ  ก็เลยไปไหนมาไหนด้วยกันแค่สองคนตลอด" ซีไนน์ตอบ ในขณะที่ควานลินนั้น  ยกมือถือเลื่อนจอฟึดฟาดๆ ไม่สนใจคนมาใหม่ จนซีไนน์ทนไม่ได้  ต้องดึงมือถือจากมือ ควานลินมองพี่ชายพร้อมทำหน้างอ  ซีไนน์ส่ายหน้าช้าๆ 

"สวัสดีคร๊าบบ  ผมชื่อควานลินคร๊าบบ"  ควานลินหันไปทักพร้อมทำหน้าทะเล้นแล้วสนใจข้าวตรงหน้าต่อ  จนกะทิและกอล์ฟได้แต่ทำหน้างงๆ ซีไนน์ดึงแก้มน้องชายแรงๆหนึ่งที 

"โอ้ยยย  พี่ซีน  น้องเจ็บนะ" 

"ก็ทำหน้าไม่น่ารักกับเพื่อนทำไมล่ะ" 

"พี่ซีนอะ   ขอโทษได้ไหมล่ะ? "ประโยคหลังหันไปพูดกับเพื่อนใหม่สามคน 

"เห้ย  ไม่เป็นไรๆ  ยินดีที่ได้รู้จักนะควานลิน"  กอล์ฟพูด  โบกมือเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร 

"เรียกเราว่าซีนก็พอแล้ว  ส่วนน้องเรียกว่าลินก็ได้"ซีไนน์ตอบ 

"เออ กูถุง ไอ้นี่กอล์ฟ  ส่วนไอ้นี่มันชื่อกะทิ" 

"ฮ่ะๆๆๆๆ  พวกมึงสองคนนี่กัดกันเหมือนหมาเข้าไปทุกวัน"กอล์ฟหัวเราะ พูดออกมา 

"ไอ้... พูดอะไรหยาบงี้ล่ะ" กะทิถลึงตาใส่ถุงก่อนจะยกมือทุบแขนแรงๆ 

"อย่ามาแอ๊บไอ้ทิ  มึงถึกกว่าสองคนนี้รวมตัวกันอีก"ถุงว่าก่อนจะชี้ไปทางควานลินกับซีไนน์ควานลินค่อยๆหันไปมองถุงตาเขม็ง 

"มึงว่าอะไรนะ  มึงว่าพวกกูอ่อนแอหรอวะ"ควานลินพูด  พับแขนเสื้อขึ้นสองทบ  ในขณะที่ซีไนน์ กะทิ และกอล์ฟ ได้แต่เบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำพูดควานลิน 

"ม...เมื่อกี้ลินพูดมึงกูหรอ"กอล์ฟค่อยพูดขึ้น 

"ก็เออดิ  กูต้องพูดอะไรล่ะ ออเจ้า  ท่าน  งี้หรอ ให้กูยกคำราชาศัพท์ไหม ไหนว่าเป็นรุ่นเดียวกัน  ทีพวกมึงยังพูดกันได้เลย" 

"เอ่อ...  พูดงี้ก็ดี  ค่อยรู้สึกเหมือนวัยเดียวกันกับเขาหน่อย  บอกตรงกูเห็นไอ้ทิมันแอ๊บ พูดเรา เธอ ไม่ไหวว่ะ" ถุงพูดก่อนจะตักข้าวใส่ปาก 

"เออ  กับกูพูดได้  อย่าไปหยาบกับพี่กูก็พอ" 

"อ้าวน้องลิน  ทำไมพูดงี้อะ  คุยกับเราเออ....  คุยกับกูเหมือนที่พวกมึงคุยกันนั่นแหละ"สิ้นคำพูดของซีไนน์ทั้งโต๊ะก็มีแต่ความเงียบ  จนซีไนน์งงว่าตัวเองพูดอะไรผิดไปรึเปล่า ไม่เกินห้าวิ ทั้งสี่คนก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาจนโต๊ะข้างๆหันมามอง 

"โอ้ยยยย  ซีนพูดคำหยาบที  สุภาพกว่าคำพูดสุภาพของไอ้กอล์ฟอีกอะ"กะทิพูด 

"พอเลยอีทิ" 

"ว่าแต่พวกมึงเป็นเพื่อนกับพวกกูแล้วใช่ไหม" กอล์ฟถามต่อ 

"ก็เออดิ" ควานลินตอบในขณะที่ซีไนน์ยิ้มกว้างกับคำตอบน้องชาย แม้จะรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยที่จู่ๆน้องชายของตัวเองก็ยอมรับคนอื่นง่ายๆ 

 

อาหารมื้อกลางวันวันนั้นควานลินยอมรับว่าสนุกกว่าทุกวันตั้งแต่มาเรียนที่นี่ เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆถึงไปรับปากกับคนทั้งสามว่ายอมเป็นเพื่อนด้วยแต่อยู่กับพวกนี้ก็สนุกดี บ้าบอคอแตกดี แต่พวกมึงจะแหกปากหัวเราะให้โรงอาหารแตกเลยรึไง!!!  

หลังจากจบมื้อเที่ยง ทุกคนก็เข้าเรียนต่อช่วงบ่ายสอง รู้มาว่าถึงจะเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์เหมือนกันแต่ก็คนละเอก โชคดีที่วิชาฟิสิกส์หนึ่งทุกคนเรียนอยู่ในเซคชั่นเดียวกัน เลยนั่งเรียนด้วยกันซะเลย 

"ไอ้ถุง  หลับอีกแล้วมึง  คาบบ่ายมึงหลับทุกทีเลยสินะ"กะทิแอบกระซิบด่าถุง 

"กูง่วงไอ้ทิ อย่ากวน  ตั้งใจเรียนไป"ถุงพูดงึมงำๆกะทิหยิบยางมัดผมในกระเป๋าก่อนจะดีดเข้าไปที่แผ่นหลังถุงเต็มแรง 

"โอ้ยยยยย   ไอ้ทิ  ทำไรวะ"  ถุงสะดุ้งตื่นหันมาโวยวาย 

"นี่นักศึกษา  ถ้าไม่อยากเรียนก็ออกไปข้างนอก  ไม่ใช่มาแหกปากร้องในห้องทำให้คนอื่นเสียสมาธิอย่างนี้" เสียงอาจารย์ดุ 

"โทษครับจารย์"  ถุงยกมือไหว้  ขอโทษอาจารย์ก่อนจะหันมาทำขมุบขมิบใส่กะทิกะทิลอยหน้าลอยตาหันไปตบมือแปะกับควานลินที่เอามือปิดปากหัวเราะ 

"ทิๆ" ซีไนน์เรียก 

"หืม" กะทิหันไปก่อนจะอ๋อ  เมื่อซีไนน์ชี้ไปทางกอล์ฟที่กำลังหลับอย่างสบายใจ 

"อ้ายยยยยยยย  อีพ่ออีแม่อกอีแป้นจะแตก"เสียงกอล์ฟร้องลั่นห้อง จนอาจารย์หันมามองเขม็งอีกครั้ง 

"อกใครจะแตกฉันไม่รู้  แต่ถ้าได้ยินเสียงจากกลุ่มพวกเธอดังอีก  ฉันเข้าไปแหกอกพวกเธอแน่"  อาจารย์พูดเสียงเข้ม 

"ขอโทษค่ะจารย์"  กอล์ฟไหว้ย่อก่อนที่จะหันมาทำฮึดฮัดใส่เพื่อนในขณะที่เพื่อนๆ เอามือปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะออกมาดูเหมือนชีวิตในมหาลัยจะสนุกขึ้นแล้ว 

_____________________________________________ 

เอาไปแค่นี้ก่อนนะงับ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงับ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว