ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 7 (Rewrite)

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2563 11:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 7 (Rewrite)
แบบอักษร

ลูคัสลุกขึ้นก่อนที่จะผลักร่างบางลงไป ชายหนุ่มไม่รอให้เสียเวลา หยิบถุงยางที่ถูกเตรียมไว้บนหัวเตียงมาสวมจากนั้นก็จับขาเด็กหนุ่มแยกออกไม้กัดปากตัวเอง  แต่แค่เจ้านายเอามือมาลูบที่ต้นขาเบาๆ  เขาก็รู้สึกสยิวจนตัวสั่น 

ลูคัสจับความเป็นชายของตนจ่อไปที่ช่องที่ชมพูออกคล้ำหน่อยก่อนที่จะสอดเข้าไปอย่างแรง 

"อ๊ากส์!!!"ไม้นิ่วหน้าด้วยความเจ็บเล็กน้อยขนาดของเจ้านายของเขาใหญ่จนเขาจุกไปหมด  ขาทั้งสองเกรงและสั่นเบาๆ 

"  อ้ะๆ   อื้ออ"  เด็กหนุ่มส่ายหัวไปมากับเตียงกว้าง  ใบหน้าแสดงถึงความเสียวที่ทะลวงเข้ามาอย่างหนักแน่นเพราะไม่ได้รับการเล้าโลม  ทำให้เด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกแสบขึ้นมาทีละนิดๆหากแต่ยิ่งชอบใจ ยิ่งเมื่อเห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวแสดงถึงความเสียวซ่านของเจ้านาย 

"อ่าห์  เจ้านายเซ็กซี่ที่สุดเลยครับ"เด็กหนุ่มครางออกมาก่อนจะปล่อยน้ำออกมาอย่างสบายตัวแต่แล้วก็ต้องเสียวซ่านขนลุกชันขึ้นมาอีกเมื่อลูคัสยังคงกระแทกเรื่อยๆ 

"อ่าห์  อึก!!"ลูคัสหลับตากระแทกสะโพกเข้าโดยไม่นึกสนใจใบหน้าอันเซ็กซี่บนเตียงใต้ล่างของเขา 

แต่กลับใบนึกถึงใบหน้าหวานๆ  แก้มใสๆ ปากสีชมพู  แค่นึกแล้วก็อยากขโมยมาจูบแรงๆ 

หากคนนั้นมานอนใต้ร่างเขาจริงๆ จะขนาดไหนนะ!! 

อ่าห์  !!! แค่คิด  ก็อยากกระแทกแรงๆแล้ว 

 

ลูคัสยังคงกระแทกไม่หยุดร่างสูงกระแทกเข้าลึกๆโดนเข้ากับจุดเสียวของเด็กหนุ่มความเสียวยิ่งเพื่มขึ้นๆจนในที่สุดไม้ก็พ้นน้ำขาวขุ่นออกมาเป็นรอบที่สาม พร้อมกับเสียงหวีดร้องครางออกมา  เมื่อได้ปล่อยความอัดอั้นออกมาก็สบายตัวขึ้น แต่ร่างกายก็ยังสั่นคลอนไม่หยุดเพราะร่างใหญ่ก็ยังคงไม่หยุดง่ายๆราวกับหิวโหยมาอย่างหนักก่อนที่จะกระแทกหนักๆเน้นๆสองที ครางออกมา  แล้วปล่อยน้ำขาวข้น เต็มถุงป้องกัน 

ลูคัสยืนขึ้นถอดถุงยางออก จัดการโยนทิ้งลงพื้นแล้วเดินเข้าไปห้องน้ำไม่คิดเหลียวกลับไปมองร่างที่หอบกระเส่าบนเตียง 

"คุณลูคัสครับ" ไม้เรียก  เมื่อเห็นลูคัสเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับผ้าขนหนูพันท่อนล่างไว้มองดูกล้ามหน้าท้องแน่นๆด้วยความเสียดายเด็กหนุ่มคิดพร้อมกับเลียริมฝีปาก 

"ยังไม่ไปอีกหรอ"ลูคัสถามเสียงนิ่งๆ 

"คือคุณลูคัสครับ  ผมโดนไล่ออกแล้วครับ"  ไม้พูดเสียงอ่อน  เพื่อให้ชายหนุ่มเห็นใจแต่ลูคัสก็ไม่นึกใส่ใจ... 

"ฉันรู้แล้ว  โดนไล่ออกแล้ว  ก็ไปสิ"  ลูคัสกล่าว ไม่นึกแยแส ก็เป็นคำสั่งของปู่ เขาห้ามอะไรได้ล่ะ 

"อ้อ  เอาเงินบนหัวเตียงไปด้วย  อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้เอานายฟรีเหมือนคนอื่น" ลูคัสเอ่ย   

"แต่ผมอยากอยู่ที่นี่ต่อนะครับ"เด็กหนุ่มพูดลูคัสชำเลืองมองไปที่ไม้ขณะที่กำลังใส่เข็มขัด 

 

ไม่เห็นน่ารักเหมือนควานลินสักนิด ชายหนุ่มคิด 

 

วันนี้เขานึกถึงควานลินบ่อยไปแล้ว จะบ้า!!! ลูคัสสะบัดหน้าตัวเองเบาๆ 

"ถ้าไม่ไป  นายคงต้องไปอยู่กับมาดามวิเวียน"ลูคัสพูดเสียงเรียบ  หยิบเสื้อในตู้ขึ้นมาสวม 

เมื่อกลับมาที่คฤหาสน์เขามักจะให้คนใช้ในบ้านมาปรนเปรอที่เรือนนี้  จึงมีเสื้อผ้าเตรียมไว้เสมอ 

"ไม่นะครับ  คุณลูคัส  ช่วยผมด้วยเถอะนะครับ ผมไม่อยากไปจากที่นี่  และผมไม่อยากไปอยู่ในซ่องด้วยครับ"เด็กหนุ่มถลาเข้ามากอดขาเขาไว้ ใช่แล้ว  อยู่กับมาดามวิเวียน  ก็คืออยู่ในซ่องที่เจ้าของคือเอลรอย 

"หึ  ผ่านมาเยอะขนาดนี้  ไปอยู่ซ่องมาดามวิเวียนก็หรูขนาดไหนแล้ว  อย่างน้อยคงได้ราคาไม่น้อย"  ชายหนุ่มพูดขึ้นอย่างดูแคลนทำไมเขาจะไม่รู้  ว่าคนตรงหน้าไม่ได้บริสุทธิ์เดียงสาและน่าจะผ่านมาอย่างโชกโชน 

"ไปจากที่นี่กับไปอยู่ซ่อง  ทางเลือกมันมีมากพอแล้ว"พูดจบก็สะบัดเท้า  เดินออกไปไม่คิดหันมามองร่างเล็กที่มองตามแผ่นหลังของเขาอย่างนึกเสียดาย 

ถ้าเขายังอยู่ที่นี่ต่อ  ก็น่าจะได้โอกาสที่จะได้ปรนนิบัติเจ้านายคนนี้อีกครั้งคิดแล้วก็เสียดาย 

 

 

"คงพาแรมกลับไปวันนี้ไม่ได้ใช่ไหมครับ"กาวิญญูถามดาริกาเสียงเครียด  มองไปยังร่างขาวที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง 

"คงจะอย่างนั้น"ดาริกาพยักหน้าช้าๆก่อนจะหันมายิ้มกว้างกับกาวิญญู 

"แล้วคืนนี้กายอยู่ที่นี่รึเปล่าจ้ะ"ดาริกาถาม 

"ผมว่าจะกลับเลยครับ  ยังมีธุระต้องสะสางอีกเยอะเลยครับ" 

"ขึ้นปีสามแล้วเหนื่อยแย่สินะ"ดาริกาพูดพร้อมจับแก้มหลานชายทั้งสองข้างด้วยความเอ็นดู 

"นิดหน่อยครับ"กาวิญญูยิ้มกลับให้ผู้เป็นอาตระกูลเขาเป็นหมอประจำตระกูลเอลรอยมาตั้งแต่ตระกูลเอลรอยอยู่ฝรั่งเศสก่อนที่เอลรอยจะมาตั้งรกรากที่ประเทศไทยเมื่อ 33 ปีก่อน 

ครอบครัวเขาเดิมทีเป็นคนไทย ตั้งแต่คุณตา  คุณพ่อ  ก็เป็นหมอประจำตระกูลนี้มาตลอด  เมื่อคุณพ่อเสีย  คุณอาดาริกาจึงมาประจำที่นี่ถัดจากดาริกาคงไม่พ้นการะเกดพี่สาวของเขาที่ต้องมาประจำตำแหน่งที่นี่  ที่ขณะนี้กำลังเรียนแพทย์อยู่ที่ต่างประเทศเขาเลือกที่จะปฏิเสธอาชีพหมอและเลือกสายวิชาที่ต่างจากคนในบ้านแต่ทุกคนก็เคารพในการตัดสินใจของเขาเขาเคยสงสัยว่าทำไมทุกคนต้องคอยรับใช้ตระกูลนี้ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่านายท่านเอลรอยเป็นบุคคลมือเปื้อนเลือดเขาได้รับคำตอบมาแค่ 

บุญคุณของผู้มีพระคุณ  ต่อให้คนๆนั้นเปื้อนเลือดไปทั้งตัว  เราก็ต้องตอบแทน 

​ทุกครั้งที่ถามก็จะได้แค่วลีที่ไม่ค่อยเข้าใจ  จนขี้เกียจถามในที่สุด กาวิญญูเจอกับลูคัสและแรมระวีมาตั้งแต่เด็ก  เพราะฉะนั้นไม่แปลกถ้าทั้งสามจึงเป็นเพื่อนสนิทและเพื่อนรักกันตั้งแต่เด็ก อะไรที่ลูคัสกับแรมทำ เขาก็รู้ 

ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดจะขอนายท่านทำในสิ่งเดียวกับลูคัสและแรมระวี แต่ก็มีคุณอาคอยรั้งไว้ จนกระทั่งจบมัธยม เขาก็ล้มเลิกความคิดที่จะเป็นนักฆ่าเหมือนเพื่อนทั้งสอง เขามีความฝันอยากเป็นวิศวะก่อสร้างเครื่องบินจึงเลือกเรียนด้านวิศวะในมหาลัยชื่อดังของประเทศ 

"คิดอะไรอยู่หรอ"ดาริกาถาม 

"คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะครับ"กาวิญญูตอบ 

"อาถามอะไรเราหน่อยสิ" ดาริกาพูดกับหลานชาย 

"อะไรหรอครับ"กาวิญญูขมวดคิ้วด้วยความสงสัย 

"ช่วงนี้ลุคส์มีใครเป็นพิเศษรึเปล่า"ดาริกาถามในสิ่งที่สงสัย  จริงอยู่ที่เขาไม่ควรสงสัยเรื่องของเจ้านาย แต่ก็อดถามไม่ได้ 

"ก็ไม่นี่ครับ"กาวิญญูส่ายหน้า 

"ทำไมหรอครับ"แล้วถามต่อ 

"ก็เมื่อวานโทรหาอา  ถามว่าคนป่วยต้องดูแลยังไง  ทานอาหารยังไง  พอถามว่าดูแลใครก็บอกว่าเป็นรุ่นน้องในคณะ"ดาริกาเอ่ยต่อ 

"อ่า~ น้องในคณะ  หืมมมม  น้องลินหรอ"กาวิญญูพึมพำ 

"น้องลิน?  ใครกันจ้ะ"ดาริกาเอ่ยอย่างสงสัย 

"รุ่นน้องในคณะน่ะครับ เมื่อวานไอ้ลุคส์มันสั่งลงโทษน้องให้วิ่งรอบสนามเป็นชั่วโมงจนน้องป่วยน่ะครับ"กาวิญญูอธิบาย 

"อ่า~ อย่างนี้นี่เอง  คงรู้สึกผิดกับน้องสินะ ถึงได้ดูแลและทำดีด้วยขนาดนั้น"ดาริกาเอ่ยยิ้ม 

"ฮ่าๆๆ  ไอ้ลุคส์เนี่ยนะครับรู้สึกผิด  ผมว่านะ  มันตกหลุมรักน้องลินมากกว่า  น่ารักขนาดนั้น  ผมมองยังใจละลายเลยครับ"  กาวิญญูเอ่ยต่อ  นึกสนุก  ดาริกาตีเข้าไปที่ต้นแขนหลานเบาๆก่อนจะยิ้มกว้างพูดต่อ 

"น่ารักจริงๆหรอ อาชักอย่างเห็นแล้วสิ  ใครกันน๊าา  ที่ทำให้เสือผู้ไม่เคยดูแลใคร  รู้สึกอยากใส่ใจขึ้นมา"ดาริกาเอ่ย 

"ผมก็อยากให้คุณอาเห็นหน้าจะแย่ครับ  เสียดายไม่ถ่ายรูปเก็บไว้  คงต้องถามไอ้ลุคส์ดูน่ะครับ  มันอาจจะแอบเก็บไว้ ฮ่าๆๆ"  พูดจบกาวิญญูก็หัวเราะชอบใจแต่กลับต้องชะงัก แทบไม่ทันเมื่อคนที่เอ่ยชื่อ  ปรากฎตัวแล้วพูดเสียงเข้ม 

"นินทากูได้  นินทากูดีจังเลยนะมึง"ลูคัสเอ่ยขึ้นมา กาวิญญูกับดาริกาหันมาพร้อมๆกัน  ทั้งสองทำหน้าเรียบเฉยทั้งๆที่กลั้นยิ้มไว้แทบไม่ไหวเมื่อเห็นคนที่เป็นทั้งเจ้านายและเพื่อนทำหน้ายุ่งๆ 

"ไอ้แรมเป็นยังไงบ้างครับอา" ลูคัสหันไปถามดาริกา 

"วันนี้คงยังพากลับไปไม่ได้จ้ะ  คงต้องรออีกให้ฟื้นตัวอีกสักสัปดาห์สองสัปดาห์"  ดาริกาพูด  พร้อมกับเดินไปกุมมือร่างที่นอนบนเตียงสีขาวสะอาด  รอบๆตัวเต็มไปด้วยสายระโยงระยางกับเครื่องมือทางการแพทย์ สายตาที่มองเต็มไปด้วยความเป็นห่วง 

"เรื่องยาสำหรับรักษาแรมไปถึงไหนแล้วครับ"ลูคัสเอ่ยปากถาม  ใบหน้าเรียบนิ่งจ้องไปยังแรมระวี ยากนักที่เดาได้ว่าดวงตาคู่นั้นคิดอะไรอยู่ 

"ดร.คลาร์กบอกว่าอีกไม่นานนี้จะทำการทดลองยาอีกครั้ง  และหากผลที่ออกมาตามที่คาดไว้ก็จะเอามาใช้กับแรมได้จ้ะ" 

"ต้องทดลองอีกกี่ครั้งกันครับ  อาก็เห็น  แรมอาการแย่ลงไปเรื่อยๆ"ลูคัสถามอย่างร้อนใจ 

"มึงก็ใจเย็นดิวะ  ถ้ายาออกมาไม่ดี  เดี่ยวอาการก็ยิ่งแย่หรอก"กาวิญญูเอ่ยขึ้นมา 

"เออ  ใจเย็นแบบมึงไง  ไอ้แรมถึงอาการหนัก มึงละเลยมันไง"ลูคัสพูดออกมาอย่างนึกโกรธ 

"ก็กูบอกแล้วไงว่าไม่ได้ตั้งใจ  กูนึกว่าอาการมันเป็นเหมือนทุกวันที่ตื่นมาจะเจ็บหน้าอกอะ  จะโทษ  โทษคนที่ทำมันป่วยไม่ดีกว่าหรอ"กาวิญญูพูดเสียงกร้าว  ก้าวขายาวๆมาหาลูคัสจ้องเขม็ง 

"มึง!!!"ลูคัสเองก็ไม่ยอมแพ้  กระชากคอเสื้อ  จนกาวิญญูที่เตี้ยกว่าเซไปข้างหลัง 

"ทำไม  มึงรับไม่ได้สินะ  เพราะมึงไงมันถึงป่วย  ถ้ามึงไม่ใช้มือมันฆ่าคน มันก็ไม่เป็นอย่างนี้หรอก  ถ้าไอ้แรมตาย  มึงนั่นแหละฆาตรกร" กาวิญญูตะโกนใส่หน้า 

"มึง"ลูคัสจับคือเสื้อเพื่อนแน่นขึ้นไปอีก 

"หยุด  พอทั้งสองคนนั่นแหละ  ไม่มีใครละเลยใคร และไม่มีใครฆ่าแรมด้วย  ถ้าแรมจะไป  ก็คงเพราะร่างกายแรมทนไม่ไหวเอง  แล้วดูสิ เพื่อนนอนไม่ได้สติอยู่ตรงนั้น  แต่เราสองคนกลับต้องมาทะเลาะกันต่อหน้าเพื่อนต่อหน้าอาเนี่ยนะ  แรมจะเอาแรงที่ไหนมาฟื้น  ไหน โกรธกันมากใช่ไหม  เอาปืนไหม  ดวลกันให้ตายไปข้างเลย  ดีไหม ห้ะ!!!!"ดาริกาพูดดุทั้งสองเสียงเข้ม 

บทเธอจะเข้มข้น  เธอก็เอาเสือกับสิงห์อยู่ ละแค่เด็กสองคนที่โตมากับเธอ  เธอเลี้ยงดูมา  ทำไมจะรับมือไม่ไหว 

"เอาไง  จะทะเลาะกันอีกไหม"ดาริกาถามย้ำ  มองสองหนุ่มที่จ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร 

"ไม่ยอมกันใช่ไหม ดี  นี่แหน้ะ!!!  นี่แหน้ะ!!!" 

"โอ็ยยยย  คุณอาครับ  อูยยยย" 

"อ๊ากกกกส์  อาดาริ  อูยยยย"สองหนุ่มร้องลั่น  ตามด้วยการลูบแขนป้อยๆรู้สึกเจ็บ  เมื่อโดนดาริกาหยิกเข้าไปเต็มแรง 

"จะดีกันได้แล้วยัง"ดาริกาจ้อง 

"ครับๆ ดีกันแล้วครับ" ทั้งสองร้องออกมาพร้อมๆกันก่อนจะที่จะยื่นนิ้วก้อยออกมา ดาริกาจ้องด้วยความพอใจ 

"มึงจะกลับกี่โมง"ลูคัสถามเสียงอ่อนก่อนจะเอานิ้วก้อยของตนไปเกี่ยวนิ้วก้อยเพื่อนไว้ 

"คืนนี้  แล้วมึงล่ะ" กาวิญญูถามกลับพร้อมยกยิ้มนิดๆ 

"อีกสองวัน"ลูคัสตอบจบคำทั้งสองก็กอดคอกันเดินออกจากห้อง 

"ไปก่อนนะครับอา" ก่อนจะตะโกนออกมาพร้อมๆกันแล้ววิ่งจู๊ดออกไป ดาริกาส่ายหน้าไปมา  พร้อมระบายยิ้ม 

"อาหวังว่าพวกเธอจะเป็นเพื่อนที่รักกันและอยู่ข้างกันอย่างนี้เสมอนะ  อย่าทิ้งใครคนใดไว้ข้างหลังเลยนะ อาขอ" ดาริกาพูดพึมพำออกมา  สายตาจ้องไปที่ร่างคนป่วยก่อนจะละสายตา ทอดไปยังหน้าต่างมองพระอาทิตย์ที่กำลังตกดิน วันไหนที่อาทิตย์ไร้แสง  ก็หวังว่าจะไม่ไร้ซึ่งความหวังกันและกันนะ 

 

 

แสงสีสาดส่อง   ดนตรีชวนให้โยกร่างกาย ดังกระหึ่มในห้องโถงขนาดใหญ่ที่ถูกเปลี่ยนเป็นสถานที่จัดกิจกรรมให้ความสนุกสนาน    บางคนนั่งพูดคุยอย่างออกรสกับเพื่อนใหม่บางคนเลือกที่จะออกไปแดนซ์ให้โลกลืม บางคนยืนกอดจูบเงียบๆในมุมมืด บางคนนั่งมองคนอื่นทำสิ่งต่างๆรอบตัวบางคนก็เลือกที่จะรวมตัวเล่นเกมอย่างสนุกสนาน บางคนก็เลือกที่จะนั่งหมุนแก้วที่มีเครื่องดื่มอัดลมในมือไปมา 

“โหยยยย อะไรวะ  นึกว่าจะมีเหล้ามีเบียร์ในงาน  มีแต่น้ำผลไม้น้ำเปล่า ใครมันจะไปดื่มลงวะ”เสียงพูดดังแข่งกับเสียงดนตรีในห้อง แต่ก็ไม่มีใครสนใจนอกจากคนในวงสนทนา 

“มึงพูดไม่หมด  นมก็มีให้ดื่ม น้ำอัดลม”เสียงพูดของอีกคนดังขึ้นพร้อมใบหน้าทะเล้น 

“เออ   มึงกวนประสาทกูอีผีกะทิ”  คนเดิมตอบพร้อมยกมือจะทุบคนที่เรียกว่ากะทิก่อนจะพูดต่อ 

“จริงๆเขาว่ากันว่าทุกปีพี่ๆจะพาน้องๆไปผับข้างๆมหาลัยด้วยนะเว้ย  รับน้องเสร็จ  ทุกปีคณะเราจะเหมาร้านแล้วเลี้ยงน้อง  แต่ปีก่อนเว้ย  เห็นว่ากันว่าเมาหนัก ถึงขั้นมีเรื่องทะเลาะกัน  ถึงขั้นจะเผาร้านเลยนะมึ๊งงงง  แต่ดีที่มีแค่คนบาดเจ็บ เห็นว่าเป็นน้องปีหนึ่งกับพี่ปีสอง” 

“มีคนบาดเจ็บนี่มึงว่าดีหรอไอ้กอล์ฟ  ไอ้บ้า”  กะทิพูดพร้อมยกขนมในมือมากิน 

“ก็ดีกว่าร้านถูกเผาแล้วทุกคนตายปะมึง”อีกคนตอบ 

“เออ  ไอ้ถุงพูดถูก  มึงนี่นา  สอบเข้าวิศวะได้ไงอีกะทิ  โง๊โง่!!!”กอล์ฟกล่าวกับเพื่อน  พร้อมยกนิ้วผลักหัวเพื่อนเบาๆ 

“อ้าว  ไอ้กอล์ฟ  ว่ากูโง่เฉยเลยมึง  เดี่ยวแม่ปั๊ด” กะทิทำท่ายกมือจะทุบเพื่อน 

“ว่าแต่ หลังจากนั้นเป็นไงวะ  แล้วทำไมถึงมีเรื่องล่ะ”กะทิถามต่อด้วยความอยากรู้ 

“เป็นไงนะเหรอ  ไอ้คนก่อเรื่องก็ถูกไล่ออกดิ  ได้ยินมาว่า เป็นลูกคนใหญ่คนโตนะเว้ยมึง  เลยกร่าง  แต่ไปมีเรื่องกับคนที่ใหญ่กว่า  เลยไม่รอด”กอล์ฟเล่าให้เพื่อนต่ออย่างออกรส 

“หืมมม  งั้นแสดงว่าคนที่ใหญ่กว่าที่แกหมายถึง  ยังอยู่ที่นี่อะดิ  ใครวะ”กะทิถาม 

“มึงรู้จักพี่ที่ชื่อลูคัสปะ”กอล์ฟป้องปากกระซิบกับเพื่อน  แต่ดูเหมือนการกระซิบจะไม่ช่วยอะไรเลยเมื่อกะทิแหกปากร้องลั่นเมื่อได้ยินชื่อที่เพื่อนเอ่ย 

“โหยยยย  มึ๊งงง  กูถามหน่อย มีใครไม่รู้จักพี่ลูคัสบ้างงงงง  ก็ทั้งหล่อ หยิ่ง  โหดขนาดนั้น”ว่าแล้วก็ทำหน้าเคลิ้มก่อนจะถามเพื่อนต่อ 

“ทำไม  เด็กปีหนึ่งคนนั้นไปมีเรื่องกับพี่ลูคัสหรอมึง”คนที่ชื่อถุงถามบ้าง 

“เปล่า!! แต่ไปมีเรื่องกับพี่ที่ชื่อแรมอะ”กอล์ฟตอบ 

“หืมมมม  พี่ในกลุ่มพี่ลูคัสอะหรอ”กะทิถามพร้อมทำหน้าแปลกใจแล้วถามต่อ 

“แล้วทำไมถึงไปมีเรื่องกันวะ” 

“เออ  กูก็ไม่รู้เรื่องรายละเอียดเหตุจูงใจหรอกนะเว้ย  แต่เขาว่ากันว่า  พอเกิดเรื่อง  พี่ลูคัสซ้อมไอ้นั่นเกือบตายคาตีนในผับเลยนะเว้ย  แต่พี่กายกับพี่เกลเข้ามาห้ามไว้ก่อน”เมื่อเพื่อนอยากรู้ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องปิด 

“หูยยยย  ขนาดนั้นเลยหรอวะ”กะทิทำตาโต 

“ใช่ดิ  เขาเม้าท์กันว่า  จริงๆพี่แรมกับพี่ลูคัสไม่ใช่เพื่อนกันธรรมดาๆนาจาาาา   แต่มีซัมติงกันด้วยแหละ”กอล์ฟว่าพลางทำท่าจีบปากจีบคอ 

“เห้ย  แต่กูเห็นพี่แรมมักจะไปไหนมาไหนกับพี่กายแล้วก็พี่เกลมากกว่าไม่ใช่หรอวะ”กะทิร้องเห้ยขึ้นมา  ทำหน้าตาไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เพื่อนพูด 

“ก็เขาเป็นเพื่อนทั้งสี่คนเลยไม่ใช่รึไง”ถุงพูดขึ้นมาอย่างไม่นึกใส่ใจ 

“มึ๊งงงง  จะไปรู้อะไร  จริงๆพี่กายกับพี่ลูคัสแย่งพี่แรมกันเว้ย  แต่พี่แรมเลือกพี่กายอะดิ  พี่ลูคัสเลยยอมเป็นเพื่อน  เพื่อจะได้อยู่ใกล้พี่แรมไงมึ๊งงงงง แต่พี่เกลนี่กูไม่ค่อยรู้เรื่องพี่เขาว่ะ  เขาว่ากันว่า พี่เกลดูลึกลับ  จริงๆมันก็ลึกลับกันหมดนั่นแหละ” 

“มึงก็พูดเป็นตุเป็นตะ  เรื่องที่มึงเล่ามันจะจริงรึเปล่าก็ไม่รู้”กะทิกล่าว 

“จริงไม่จริงไม่รู้แต่ก็ได้ยินมางี้อะ” 

“อ้าว  ไอ้นี่  แต่ถ้าเป็นจริงอย่างที่มึงว่ากูโคตรเสียดายเลยว่ะ   ฮรือออ  กูเสียดายความหล่อของเขา  กูอยากได้ผัวแบบพี่เขาอะมึง  แล้วกูเสียดายความผัวของพี่แรมด้วยมึงงง   คนอะไร  ดูซื่อๆ  แต่พอมองมาทีนึงกูแทบอยากถวายตัวให้พี่เขาเลยฮรืออ” กะทิพูดพร้อมกับทำหน้าตาเสียดาย จนเพื่อนอีกสองคนมองหน้าพร้อมทำท่าน่าหมั่นไส้ 

“พอเลยมึง ไอ้กะทิ  หยุดมะโน  หยุดเพ้อเจ้อ  คนอย่างมึงพวกพี่เขาไม่มองหรอก”กอล์ฟว่าพลางก็ผลักหัวเพื่อนเบาๆ 

“ว่าแต่ที่มึงว่าพี่เขาเป็นคนใหญ่คนโต  ใหญ่ขนาดไหนหรือวะ”กะทิพูดมือก็ลูบหัวตัวเองป้อยๆ 

“ได้ยินมาว่าพี่ลูคัสเป็นถึงลูกมาเฟียใหญ่เว้ยมึง  มีธุรกิจอยู่ทั่วประเทศ  แล้วไม่ใช่แค่ประเทศเดียวนะมึงงง  แถบยุโรปเนี่ย มีมูลค่าเป็นพันๆล้าน   ไม่ใช่พันล้านบาทด้วยนะ  พันล้านดอลลาร์  ใช้ทั้งชาติ  ตายแล้วเกิดใหม่  ก็ใช้ไม่หมดเลยแหละ แล้วพี่กายกับพี่แรมเนี่ยเห็นว่าเป็นลูกหลานตระกูลผู้ดีด้วยแหละ  ส่วนพี่เกลนะ  ก็เป็นว่าเป็นลูกหลานคนรวยพอกันเลยอะ” 

“โอ้มายก็อดดดดด!!!!   มึง  ต่อมเมียกูทำงานเลยมึง   กูอยากได้พวกพี่เขาเป็นผัว   โอ้ยยย  ผัวในฝันที่แท้ทรู” 

“แต่เขาว่ากันว่า  ธุรกิจที่เติบโตมาได้ เพราะมีธุรกิจมืดอยู่เบื้องหลังด้วยแหละมึง  จริงแท้แค่ไหนกูไม่รู้หรอก  แต่มึงคิดดูดิ  ถ้าไม่มีธุรกิจมืด   คนเราจะรวยขนาดนี้เลยหรือวะ” 

“ก็จริงที่มึงว่า  แต่แล้วไง  กูก็ยังอยากได้พี่เขาเป็นผัวเหมือนเดิมมม   โอ้ยยย ต่อมหาผัวกูมันเต้นซะเหลือเกิน” 

“อีนี่  ตาเป็นประกายเชียวนะมึง” 

“ถ้าพี่เขาชอบผู้ชายมึงจะยังชอบอีกไหมกะทิ”ถุงถาม  ตาก็ยังจ้องแก้วผลไม้ในมือ 

“มึงพูดอะไร  เงียบไปเลยไอ้ถุง”กะทิพูดเสียงดังนึกไม่ชอบใจกับคำถามของเพื่อน 

“อ้าว  ก็ไอ้กอล์ฟมันเล่าว่าพี่ลูคัสกับพี่แรมมีซัมติงกันอะ  กูว่าบางทีเขาอาจจะชอบผู้ชายก็ได้”ถุงเถียงขึ้นมา 

“ชอบผู้ชาย  ไม่เชื่อหรอกย่ะ  ไอ้กอล์ฟ มึงอย่าพูดมั่วๆ  แมนอย่างพี่เค้าเนี่ยนะ  ถ้าชอบผู้ชายจริง  วันนั้นจะสั่งลงโทษผู้ชายน่ารักๆอย่างคนที่ชื่อควานลินเอกเครื่องกลรึไง”กะทิหันมาพูดกับกอล์ฟ 

“เออ  ก็จริงของมึงกะทิ”กอล์ฟพยักหน้าเห็นด้วย 

“แต่กูว่านะ  ควานลินสวยนะมึง  เหมาะจะเป็นผู้หญิงมากกว่า”กะทิเอ่ยขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย 

“อ้าวอีนี่  เปลี่ยนเรื่องเร็วจริงมึง”กอล์ฟเท้าสะเอวเมื่อจู่ๆเพื่อนก็เปลี่ยนเรื่องจนตามเกือบไม่ทัน 

“มึงก็ดูดิ  หน้างี้หวานจนกุอาย  หน้าสวยพอๆกับสาวในคณะอะมึง  แล้วคนที่ชื่อซีไนน์อะร่างบ๊างบางจนกูอยากยกมดลูกให้เลย”ว่าพลางก็ทำปากบุ้ยบ้ายไปยังคนที่ตนเอ่ยชื่อทั้งสองคนที่ตอนนี้ยืนคุยกับรุ่นพี่ที่ชื่อเฟื่องฟ้า 

“เออ  ถึกอย่างมึงไม่ควรมีมดลูก”ถุงเอ่ยพร้อมหน้านิ่ง 

“ไอ้ถุง  หุบปากเลยมึง”กะทินึกปรี๊ด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แล้วถามเพื่อนต่อ 

“ว่าแต่  สองคนนั่นเป็นอะไรกันอะ  กูเห็นตัวติดกันอย่างกับแฝด” 

“ก็เขาเป็นแฝดกัน” 

“เห้ย!! จริงดิ  บอกว่าเป็นพี่น้องกูยังไม่อยากเชื่อเลย  เป็นแฝดแต่ทำไมหน้าตาต่างกันขนาดนั้นวะ”กอล์ฟทำหน้าไม่อยากเชื่อ 

“กูจะไปรู้ไหม”ถุงตอบสั้นๆตามสไตล์ 

“แต่ก็หน้าตาดีทั้งคู่ แค่นี้ก็พอแล้วมึ้งงงง”กะทิลากเสียงยาว สายตาก็ไม่ละจากคนทั้งสองคนที่ที่ถูกเอ่ยถึง 

“มึงอย่าบอกนะว่ามึงเปลี่ยนใจ  เอาคนหน้าหวานกว่ามึงมาเป็นผัวอะไอ้กะทิ  กูสงสารลินกับซีไนน์จังเลยว่ะ  ฮ่าๆๆๆ”กอล์ฟถาม ก่อนจะหัวเราะให้กับเพื่อน 

“หุบปากเลยมึง  แบบนี้ควรมาเป็นลูกสาวกูค่ะ  หน้าตาน่าเอ็นดูจริงลูกเอ้ย    ถ้าได้มาเป็นลูกนะมึงงงง  กูจะรักจะหวงไม่ให้ใครมาจีบเลยคอยดูซิ  หน้าตาน่ารักๆงี้    โอ้ยยยยย  ถ้าชาตินี้ลูกได้ผัวขอผัวแบบพี่ลูคัส  ถ้าได้ลูกขอลูกหน้าตาแบบควานลินหรือซีไนน์  ลูกจะเลี้ยงคนทั้งเขตเลยเจ้าค่ะ  สาธุ”ว่าแล้วก็ยกมือไหว้สาธุหนึ่งที 

“เพ้อเจ้อใหญ่แล้วมึงไอ้กะทิ  คนสุภาพแบบเขา  ไม่มาคบคนใจหยาบแบบมึงหรอก”  

ไอ้ถุงงงงงง  กะทิได้แต่มองเพื่อนอย่างไม่สบอารมณ์ 

“ไอ้ถุง  ปากเสียจริงนะมึง  แต่ก็จริงของมึง  เมื่อวานตอนควานลินเถียงกับพี่ลูคัสนะมึง  ไม่มีคำหยาบอกมาสักคำ ถ้าเป็นกูนะ  โดนสั่งลงโทษขนาดนั้น  ยกสวนสัตว์มาทั้งสวนละ  ทำโทษคนน่ารักๆอย่างนั้นได้อย่างไงกันนะ  แต่ก็หล่ออะ  ไม่เป็นไร  ให้อภัย” 

“หนักนะมึงไอ้กะทิ  เช็คสมองบ้างมึง”ดูเหมือนการปั่นประสาทให้กะทิโมโหเป็นงานถนัดของถุงไปแล้ว 

“ชิ” เสียงเม้าท์มอยของคนทั้งสามยังคงเจื้อยแจ้วไปเรื่อยๆ  ขณะที่ใครบางคนนั่งหันหลังยกแก้วน้ำมาหมุนวนๆ ยกยิ้มมุมปากน้อยๆก่อนจะลุกขึ้นหันไปทักคนทั้งสาม 

“อ้ะ   น้ำผลไม้ครับ  พี่ให้นะ”เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับวางน้ำผลไม้ไว้บนโต๊ะที่มีกอล์ฟ  ถุง  และกะทินั่งอยู่ กะทิเงยหน้ามองเจ้าของขวดน้ำก่อนจะเบิกตากว้าง 

“พะ  พี่เกล”เอ่ยชื่ออกมาสั่นๆ 

“ครับ  พี่ชื่อเกลนะครับ”โลแกน ตอบรับพร้อมส่งยิ้มให้บางๆ 

“เออ  พี่มานานแล้วยังคะ”กะทิถามหน้าเจื่อน 

“ก็มานานพอที่จะได้ยินอะไรสนุกๆน่ะครับ  ฮะๆๆ”ว่าพลางกลั้วหัวเราะเมื่อเห็นหน้ารุ่นน้องตรงหน้า 

“แหะๆ  สนุกๆที่พี่ว่านี่คืออะไรอะคะ  หรือว่าพี่ได้ยิน...”พูดแค่นั้นหน้าที่เจื่อนอยู่แล้วก็ยิ่งเจื่อนลงไปอีก 

“เพลงน่ะครับ  ดีเจที่จ้างมาเปิดเพลงถูกใจพี่”ว่าแล้วก็ชี้ไปที่ดีเจบนเวที 

“อ่า  ค่ะ”กะทิพยักหน้าช้าๆ 

“พี่ขอตัวนะ”โลแกนพูดก่อนจะผละจากรุ่นน้อง 

“ค่ะ” พ้นหลังรุ่นพี่สุดหล่อแล้วกะทิถึงกับขาอ่อนนั่งลงบนเก้าอี้อย่างแรงก่อนจะทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ไปทางกอล์ฟ 

“มึง  กูว่าพี่เขาได้ยินเรื่องที่เราพูดไปเมื่อกี้แน่เลยว่ะ” 

“กูก็คิดงั้นอะมึง  ฮรือออ”กอล์ฟทำท่าจะร้องไห้ตามเพื่อนไปด้วย 

 

“พี่เฟื่องครับผมกับพี่ซีนจะขอตัวกลับก่อนได้รึเปล่าครับ”ควานลินกล่าวกับรุ่นพี่คนสวยตรงหน้าที่เดินเข้ามาคุยกับพวกเขาสองคนทั้งแต่เริ่มงาน 

“อ้าวน้องลิน  จะกลับแล้วหรอคะ  อืมมม  นี่ก็ดึกแล้วด้วย  แต่รอสักแป้บนึงได้ไหมคะ  นี่ก็จะถึงเวลาเลิกกิจกรรมแล้ว  งานไม่สนุกหรอคะ”เฟื่องฟ้าถาม  พลางมองรุ่นน้องหน้าตาน่ารักถึงจะอยู่ในที่ค่อนข้างมืดแต่หน้าตาก็ยังบ่งบอกว่าเป็นคนหน้าตาดี 

“เปล่าหรอกครับ”ควานลินส่ายหน้า 

“พี่เองก็กำลังจะปิดกิจกรรมอะจ้ะ  ทางมหาลัยเองก็ไม่ให้จัดเกินเวลา  แล้วถ้าดึกเกิน  อาจจะโดนทางกรรมการวินัยนักศึกษาเฉ่งเอาได้ ยังไงก็รอแป้บนึงนะจ้ะ เลิกพร้อมเพืื่อนดีกว่านะคะ”เฟื่องฟ้าพูดพลางทำหน้าย่นจมูกน่ารัก 

“ครับ”ควานลินพยักหน้าพร้อมระบายยิ้ม เพื่อพี่เฟื่องฟ้าคนสวยเขาจะทนครับ 

 

“พี่ซีนไหวไหมครับ”เมื่อเฟื่องฟ้าขอตัวไปพูดกับรุ่นพี่คนอื่นๆเพื่อให้ปิดงาน ควานลินก็หันไปหาพี่ชายที่นั่งเงียบๆมาสักพักใหญ่ซีไนน์ไม่ชอบที่แบบนี้  ควานลินรู้ดี  ตนจึงอดสงสารพี่ไม่ได้ 

“พี่โอเค  น้องง่วงแล้วหรอ”ซีไนน์พยักหน้าก่อนถามน้อง 

“นิดหน่อยครับ”ควานลินตอบ 

“ทนหน่อยนะ”ซีไนน์ว่าพร้อมเอียงศรีษะไปพิงกับไหล่น้องชาย 

“ครับ” 

“วันนี้พี่ไม่เห็นพี่ลูคัสกับเพื่อนๆพี่เขาเลย  พี่ลูคัสไม่มาร่วมกิจกรรมหรอ”ซีไนน์ถาม  นึกสงสัย  วันนี้เขายังไม่เห็นลูคัสเลยทั้งวัน 

“ไม่รู้สิครับ น้องไม่ได้สนใจเขานี่ครับ”ควานลินว่าพร้อมเสมองทางอื่น 

“นี่ยังโกรธเรื่องที่พี่เขาลงโทษน้องอยู่อีกหรอ  เอ  ปกติน้องไม่โกรธคนนะ  แล้วทำไมทำหน้างอขนาดนี้ล่ะเนี่ย”ซีไนน์มองหน้าน้องชายที่คงไม่รู้ตัวว่าหน้าตอนนี้หน้าตนเองงอเป็นปลาทูไปแล้ว 

“เปล่านี่ครับ  น้องไม่ได้โกรธอะไรเขาแล้วล่ะครับ”ควานลินตอบ 

“ดีแล้วล่ะ”ซีไนน์พยักหน้าเบาๆ 

“แล้วทำไมพี่ถึงไว้ใจเขานักล่ะครับ  ไปฝากเขาดูแลน้องขนาดนั้นได้ยังไงกัน”ควานลินถามในสิ่งที่นึกสงสัย  ปกติพี่ชายของเขาไม่ใช่คนที่จะไว้ใจใครง่ายๆ 

“พี่ก็ไม่เห็นเขาจะร้ายกาจอะไรเลยนี่  เห็นทุกครั้งที่เข้ากิจกรรม ตั้งแต่เปิดเทอม พี่ลูคัสก็ดูใจดี  ถึงแม้ว่าข้างนอกจะดูหยิ่งๆนิ่งๆ  แต่พี่ว่าเขาคงใจดีไม่น้อย”ซีไนน์ว่าพลางระบายยิ้มเมื่อพูดถึงรุ่นพี่ร่างสูง 

“ไอ้พี่บ้...เอ้อ  พี่ลูคัสเนี่ยนะครับมาทุกครั้งที่จัดกิจกรรมรับน้อง”ควานลินถามไม่นึกเชื่อ 

“ก็ใช่  น้องไม่เคยเห็นหรอ” ควานลินส่ายหน้า 

“ก็พี่ลูคัสอยู่ปีสามแล้ว  นานๆทีถึงจะมาพูดคุยมาร่วมกิจกรรมกับน้องปีหนึ่ง  น้องอาจจะเห็นแต่อาจจะจำไม่ได้ก็ได้”ซีไนน์ตอบ 

“ครับ” 

“คุกกี้ไหม?” 

“ไม่ล่ะครับ”ควานลินส่ายหน้าปฏิเสธ  เขาอิ่มแล้วล่ะ 

____________________________________ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงับ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว