facebook-icon

พี่เมฆจาก 'รักสุดท้ายนายเพื่อนสนิท' นายไผ่จาก 'บ่วงรักจ้าวทะเลทราย'

ข่าวลือที่ 2 : ภาพฝัน

ชื่อตอน : ข่าวลือที่ 2 : ภาพฝัน

คำค้น : พี่เมฆ, นายไผ่, ใบสน, ผี, เมียผี, V, Taehyung, BTS, นิยายวายไม่ติดเหรียญ, นิ้วกลาง, 3p

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.6k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ส.ค. 2561 20:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ข่าวลือที่ 2 : ภาพฝัน
แบบอักษร

                หลังจากหอบหมอนกับผ้าห่มเข้ามานอนภายในห้องกับไผ่และสน ขณะที่กำลังหลับ อยู่ดี ๆ ผมก็หายใจไม่ออกรู้สึกแน่นหน้าอกอย่างกับมีคนมานั่งทับ ผมหายใจติดขัดมือสองข้างยกไม่ขึ้นไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแถมขาสองข้างยังชาดิก ตอนนี้ทำได้เพียงส่ายหน้าไปมาและพยายามหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อไล่ความรู้สึกอึดอัดนี้ออกไป

                “อึก ! อือ !” จะพูดก็พูดไม่ได้ นี่ผมกำลังโดนผีอำใช่มั้ย ผมคิดและลองพยายามเปล่งเสียงออกมาจากลำคออีกครั้ง

                “อือ !” แต่ผลที่ตามมาก็ยังเหมือนเดิม

                สองมือจิกไปบนผ้าปูที่นอน ผมฝืนลืมตาพยายามรวบรวมสติแต่เหมือนร่างกายไม่ได้เป็นไปอย่างที่ใจคิด ผมตัดสินใจรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีอีกครั้งแล้วดีดตัวลุกขึ้นนั่ง ทันใดนั้นทั่วทั้งร่างกายก็ขนลุกซู่เหงื่อแตกพลั่กรู้สึกเย็นวาบไปทั่วทั้งหลัง ผมหายใจหอบหันหน้าไปมองนาฬิกาบนฝาผนัง มันเป็นเวลาตีห้ากว่า ๆ ที่ทุกอย่างเงียบสงัด

                “อือ…” เสียงไผ่ครางออกมาจากลำคอ ผมหันหน้าไปมองก่อนจะหันหน้ากลับมามองสนที่นอนอยู่ข้าง ๆ ใช่ ผมนอนอยู่ตรงกลางพอดี

                ผมทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง แต่แล้วฝาแฝดสองคนก็สะบัดผ้าห่มออกจากตัวแล้วลุกขึ้นนั่ง ไผ่สั่งให้สนเปิดโคมไฟบนหัวนอนก่อนจะดึงผ้าห่มผมออก นี่พวกเขาจะทำอะไรในเวลาแบบนี้กันนะ

                “หืม จะทำอะไร มีอะไรรึเปล่า” ผมถามไผ่

                “สนบอกพี่เขาทีสิว่าพวกเราจะทำอะไร” ไผ่พยักหน้าพูดกับน้อง สนส่งยิ้มจาง ๆ ให้กับผมพร้อมคลานเข่าไปนั่งปลายที่นอน

                “นอนที่นี่แถมฟรีเซ็กส์ พี่เมฆไม่รู้หรอ” ประโยคที่ได้ยินจากปากของเด็กผู้ชายพูดน้อยท่าทางเรียบร้อยทำเอาใจผมตกไปอยู่ตาตุ่ม

                “ห๊ะ” ผมอุทาน ในเวลาเดียวกันทั้งสองไม่รอช้าที่จะจัดการกับร่างกายของผม สนกระชากกางเกงนอนขาสั้นพร้อมกับอันเดอร์แวร์สีขาวของผมลงไปแค่เข่า ไผ่ใช้มือสองข้างผลักผมลงที่นอนก่อนจะขึงมือผมสองข้างแล้วขึ้นมานั่งคร่อมทั้งตัวแล้วโน้มหน้าลงประกบปากจูบ

                “อือ…” เสียงครางต่ำด้วยความเสียวซ่านดังให้ได้ยินทันทีที่แกนกายรู้สึกอุ่นไปทั่วลำเมื่อมีโพรงปากร้อนคอบคลุมเข้ามา ใช่ สนใช้ปากให้ผมไม่พอยังออกแรงดูดจนความเป็นชายเริ่มแข็งตัวสู้ลิ้น

                “พี่เมฆเผยอปากออกสิ” เสียงแหบพร่าฟังเซ็กซี่ออกปากสั่ง ไผ่เลื่อนใบหน้าออกนิดหน่อยเพื่อพูดกับผมแล้วค่อยกดริมฝีปากลงมาอีกครั้ง ลิ้นซุกซนโลมเลียคลุกเคล้ากับลิ้นของผมจนในปากร้อนระอุ ผมควบคุมตัวเองไม่ได้ สัมผัสที่ทั้งสองมอบให้มันยากเกินจะขัดขืน

                ในเวลาเดียวกัน สนใช้นิ้วเย็น ๆ คลึงเล่นไปมาบนลูกบอลสองลูกพร้อมกับซู๊ดปากผงกหัวขึ้นลงจนแกนกายชุ่มน้ำลายไปหมด

                “อื่ม…” ผมส่งสายตามองไผ่ที่บรรจงปดป้อนรสจูบด้วยความละโมบ ผมสีบลอนด์ทองกับสันจมูกโด่งขนตาหนา ๆ ทำให้ผมหลงใหลในตัวเด็กคนนี้

                พอเห็นว่าผมไม่ขัดขืน ไผ่จึงปล่อยมือผมออกแล้วจับมือผมให้เลื่อนลงมาสัมผัสกับสะโพกมนของตัวเอง ไผ่ส่ายสะโพกไปมายั่วเย้าให้ผมใช้ฝ่ามือหนาเปื้อนตัณหาขยำเคล้นเล่นต่อร่างกายได้ตามต้องการ

                เมื่อเสนอผมก็สนองให้โดยไม่มีข้อท้วงติง ผมล้วงมือเข้าไปในกางเกงนอนขาสั้นแล้วใช้ฝ่ามือสากลูบไปมาสะโพกเนียนที่เบียดเข้าหาหน้าท้องของผมจนรู้สึกได้ว่าส่วนอ่อนไหวใต้กางเกงของไผ่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ

                “อือ… ขยำแรง ๆ ได้มั้ยพี่” ไผ่ละปากมาพูด ผมพยักหน้าตอบ แต่ดูเหมือนสนจะไม่พอใจที่เรามีความสุขกันอยู่สองคน เด็กน้อยจึงใช้ฟันขบไปบนกลางแกนกายเพื่อให้ผมรู้สึกเจ็บนิด ๆ

                “ซี๊ด…” แต่เปล่าเลย มันกลับทำให้ผมรู้สึกดีจนต้องช้อนตัวอุ้มไผ่ลงจากตัวแล้วลุกขึ้นนั่งแถมยังทำเรื่องน่าอายด้วยการสวนเอวรับโพรงปากหวาน

                “อาห์…” ผมร้องคราง สนเหลือบตามองผมด้วยความเสน่หา แน่นอนว่าความน่ารักของสนทำให้ไผ่ไม่พอใจ ไผ่ขมวดคิ้วน้อย ๆ ใส่สนก่อนจะคลานเข่าไปนั่งข้าง ๆ แล้วหมอบตัวลงต่ำตามด้วยใช้ปลายลิ้นโลมเลียบริเวณท้องน้อยผมแทน

                “ฮ่ะ อาห์…” โพรงปากชื้นแฉะคอบคลุมแกนกายไปทั้งแท่งกับลิ้นน้อย ๆ ที่โลมเลียไปมาใต้สะดือทำเอาผมใจหายวาบขนลุกชั้นไปทั้งตัว

                “อือ… เด็กดี ซี๊ด…” บอกตามตรงว่าผมไม่รู้จะโฟกัสที่ใครก่อนดี

                ผมนั่งเอาหลังพิงกำแพงห้อง ทั้งสองไม่มีใครยอมใคร ไผ่รีบคลานเข่าตามขึ้นมาแล้วคว้าเอาแกนกายผมไปกำไว้แล้วรูดมือขึ้นลง สนหาสนใจไม่เมื่อแฝดน้องเลือกที่จะเล่นกับลูกบอลใต้แกนกายแทนด้วยการซุกหน้าลงไปแล้วช้อนมันขึ้นมาไม่รอช้าใช้ลิ้นละเลงเลียอย่างอร่อยปาก

                “อาห์ อั่ก !” ท่อนล่างเสียววูบวาบจนเส้นเลือดผุดให้เห็น ผมมองไผ่ใช้ริมฝีปากอุ่นอมของผมไปแค่ครึ่งแล้วฝืนกดคอลงไปอีก ตัดมาที่สน คนน้องใช่ว่าจะน้อยหน้า สนจัดการอมลูกบอลไปทั้งลูกแล้วดูดจนเกิดเสียงจ๊วบ ๆ

                “อาห์… ฮาห์… ลึกอีก” ผมหลุดปากสั่งไม่พอยังใช้มือกดหัวไผ่ไว้แล้วสวนเอวใส่ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อไม่ยั้ง

                “อุก ! อื้อ อึก อือ” ท่อนลำร้อนกระทุ้งกระแทกเข้าไปในโพรงปากทำเอาไผ่แทบสำลักแต่ยังคงทำให้ต่อด้วยความเต็มใจ

                “อาห์… โอย… สน อึก ! เก่งมาก” เพราะกลัวว่าสนจะน้อยใจผมเลยเอ่ยปากชมบ้างพร้อมทั้งเอื้อมมือไปลูบใบหน้าที่ส่งสายตาฉ่ำปรือมองมา ผมลูบมือกับแก้มเนียน สนคลอเคลียพร้อมหลับตาลงพริ้มใช้ลิ้นตวัดเลียเร็วขึ้นอีก

                “แล้วไผ่ อุก ! เก่งมั้ย” แฝดพี่นี่ขี้อิจฉาสินะถึงได้คลายปากออกถามอ้อมแอ้มแล้วส่งสายตามองอ้อน ๆ

                “ไผ่ก็เก่ง” แค่ชมคงไม่พอ ผมลูบผมไผ่เบา ๆ แล้วเลื่อนลงมาเกลี่ยแก้มเนียนให้ด้วยความเอ็นดู แค่นั้นนไผ่ก็ถอนปากออกก่อนเอาแกนกลางลำตัวของผมไปจูบอย่างซ้ำ ๆ เสียงดังจุ๊บ ๆ ตั้งแต่ปลายส่วนหัวปริ่มน้ำลามลงมาสุดโคน

                “โอย… พี่จะไม่ไหวแล้วนะครับ” ผมกัดฟันกรอดเชิดหน้าขึ้นสูงปรือตามองสองฝาแฝดที่ปดป้อนสัมผัสให้อย่างน่าพอใจ

                ทันใดนั้นสนก็ขยับตัวขึ้นมาอาศัยช่วงไผ่มัวแต่ใช้ปากกับส่วนโคน ตนจึงครอบริมฝีปากลงมาแกนกายผมอีกครั้ง จังหวะเดียวกันไผ่ก็เบี่ยงหน้าเล็กน้อยก่อนดูดเม้มท่อนเอ็นอย่างกับมันเป็นไอติมรสหวาน

                “อาห์… โอย… ไผ่ อย่าดูดตรงนั้น” ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ไผ่ดูดแรงกว่าเก่าทั้งยังย้ายตำแหน่งขึ้นมาเล็กน้อย

                ผมก้มหน้ามองสองพี่น้องที่หน้าเหมือนกันช้อนตามองมาทางผม สนกำลังดูดส่วนปลายอย่างอร่อยปากคล้ายจะเร่งให้น้ำขาวขุ่นพุ่งเข้าปากตัวเองซะให้ได้ ไผ่เองก็เอาลิ้นเลียด้านข้างบ้างเอาฟันขบจนมันแดงไปหมด

                “อืม… ซี๊ด… น่ารักทั้งคู่เลย” ฝ่ามือหนาลูบไปตามเส้นผมนุ่มของทั้งสอง ผมพอใจไม่น้อยจนความเป็นชายเต้นตุบ ๆ สู้ปากทั้งคู่

                “อือ… ไผ่เก่งมั้ย” ไผ่ถามซ้ำแล้วใช้ปลายจมูกโด่งจรดเบา ๆ

                “ซี๊ด… เก่งมาก” ผมยิ้มให้ ไผ่เลื่อนหน้าลงไปต่ำก่อนใช้มือช้อนเอาลูกบอลสองลูกมาคลึงเล่นแล้วจรดปลายลิ้นเลียเหมือนชิมรสชาติ

                และแล้วไผ่ก็ตวัดลิ้นเลียอย่างแรงแถมดูดหนุบหนับจนผมแทบกลั้นไม่ไหว ผมเด้งเอวถี่เอื้อมมือมาคว้ากำของตัวเองแล้วชักมือรูดขึ้นลง จากเดิมที่สนยังคงใช้โพรงปากคอบคลุมมันอยู่ ดูเหมือนสนจะรู้งานจึงไม่ลีลาเลื่อนริมฝีปากลงไปดูดลูกบอลลูกที่เหลือเพื่อแข่งกับไผ่

                “อาห์ ซี๊ด… ดี” เอ่ยปากชมทีไรสนยิ้มรับทุกที แฝดน้องค่อนข้างขี้อายเลยหลบสายตาผมและเปลี่ยนเป็นขบฟันเล่น ๆ แกล้งให้เจ็บอีกครั้ง

                จังหวะเดียวกันไผ่ดันเล่นทะลึ่งแกล้งอมไปทั้งใบแล้วออกแรงดูดอย่างกับดูดจุกนม ผมสะท้านไปทั้งตัวกดหัวไผ่ลงไปอีก และดูเหมือนอีกฝ่ายจะชอบให้ทำแบบนั้นเจ้าตัวจึงคลึงลิ้นให้ด้วย

                “อืม… ไม่ไหว ซี๊ด… สุดยอด” และพอได้ยินอย่างนั้นสองพี่น้องก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกันปัดมือผมออกก่อนจะแบ่งกันเลียคนละข้างเหมือนเด็กที่กำลังกินไอติมแท่งเดียวกัน

                “อาห์…” ไผ่แลบลิ้นออกมาแล้วเลียบนแกนกายด้านขวา สนตอนนี้กำลังดูดเม้มไปบนแกนด้านซ้าย ไม่นานนักไผ่ก็ใช่นิ้วโป้งคลึงเล่นให้บนหัวปริ่มน้ำแถมยังกดนิ้วหนัก ๆ แกล้งให้ผมเสียวจัด

                “ซี๊ด ! ไผ่อย่าแกล้งพี่” พูดจบไผ่ก็เลื่อนริมฝีปากร้อนผ่าวมาดูดเล่นที่ปลายหัว สนทำตามบ้าง ทั้งสองแบ่งกันคนละครึ่ง ลิ้นอุ่นชุ่มไปด้วยน้ำสีใสเหนียวข้นต่างเคล้าคลออย่างไม่หยุดพัก ยิ่งไผ่ส่งสายตาหยาดเยิ้มมาให้ยิ่งทำให้ผมทนแทบไม่ไหว น่ารัก ทำไมเด็กสองคนถึงได้น่ารักอย่างนี้

                “อื้ม… อ่ะ อั่ก ! โอย…” ยิ่งเห็นไผ่ส่งยิ้มให้สลับกับคลอลิ้นไปด้วยก็ยิ่งทำให้ผมประกบปากจูบกับริมฝีปากนั้น แก้มสนเลอะคราบน้ำขาวขุ่นที่ไหลซึมออกมาไปหมดจนผมอยากใช้นิ้วปาดเช็ดให้แล้วหอมแก้มให้ฟอดใหญ่ ๆ เป็นรางวัล

                “พี่เมฆชอบมั้ย…” น้ำเสียงอ้อมแอ้มหลุดออกมาจากปากไผ่

                “พี่เมฆชอบรึเปล่า…” สนถามบ้าง

                “ชอบครับ…” ผมตอบเสียงพร่าพลางเด้งเอวใส่ปากเด็ก ๆ ไผ่มองผมตาละห้อยเหมือนอยากให้ผมชมเยอะ ๆ แฝดพี่นี่ขี้อ้อนจริงนะ ต่างจากแฝดน้องที่อยากให้ชมไม่ต่างกันแต่ดันเอาแต่อายและไม่กล้าทำไปมากกว่านี้ ซึ่งไอ้ความขี้อายนี่แหละที่ทำเอาใจผมหวิวจนต้องนิ่วหน้า

                “อื้ม… อีกนิด” เมื่อตัณหาท่วมอกผมก็แสดงความลามกออกมาเรื่อย ๆ สองมือกดหัวสองแฝดไว้แล้วซี๊ดฟันส่งเสียงครางต่ำ

                “ซี๊ด… อาห์” ทั้งสองรีบช่วยกันใหญ่ ไผ่ใช้มือรูดส่วนที่กลืนเข้าไปไม่หมด สนหลับตาปี๋ดูก็รู้ว่าฝืนแต่พยายามทำให้ผมพอใจเช่นกัน

                “อึก ! ฮื่ม…” ใช่ ผมพอใจมากจึงยิ้มให้ทั้งสองทั้งที่กำลังทำหน้าเหยเก

                “อุก !” ไผ่สำลักจนน้ำตาไหลแต่ยังฝืนกดคอลงไปซ้ำ ๆ โพรงปากอุ่น ๆ ถูกกระทุ้งด้วยท่อนเอ็นแข็งขื่นจนสุดลำทำให้ไผ่สำลักออกมาเป็นครั้งที่สอง

                “อุก ! อื้อ อาห์” นัยน์ตาฉ่ำปรือเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสุขสม สนก็เช่นกัน ทั้งสองหน้าแดงจัดไอร้อนถูกพ่นออกจากปากซ้ำ ๆ

                “อาห์ !” ขืนกลั้นเอาไว้ผมได้อกแตกตายก่อนแน่ และผมก็กระตุกเอวถี่รัวเป็นจังหวะสั้น ๆ แต่ไม่หยุดพัก ไผ่คลายริมฝีปากออกแบ่งให้นายสนได้โลมเลียในส่วนที่ขึ้นเป็นเส้นเลือดปูดโปนนั้นด้วย ทั้งสองช่วยกันทำให้ผมอย่างเต็มที่

                ลิ้นเล็กสีแดงสดเคล้าไปมาบ้างเกี่ยวพันรอบแกนแล้ววกมาส่วนปลาย ตัวผมสั่นไปทั้งตัวกระทั่งได้ปลดปล่อยน้ำคาวสีขาวขุ่นออกมาในที่สุด มันพลุ่งพล่านรดใบหน้าของทั้งสองที่ความสุขสมปรากฏขึ้นในแววตา

                “อาห์… อั่ก ! อื้ม…” ผมเชิดหน้าครางสุดเสียง ทั้งคู่เผยอริมฝีปากแดงก่ำออกเพื่อรอรับให้น้ำคาวที่เหลือสูบฉีดเข้าไปในโพรงปาก

                น่ารัก มองยังไงก็น่ารัก ภาพที่สองพี่น้องอ้าปากหวอส่งสายตารื้นรอให้ผมปดป้อนรสชาติแห่งความเป็นชายให้ ยิ่งเห็นไผ่ใช้ริมฝีปากถูกับแกนอุ่นซ้ำ ๆ ก็ยิ่งทำให้ผมอยากจะจับร่างกายนี้มาปรนเปรอจนกว่าจะพอใจ และที่ขาดไปไม่ได้คือสนที่พอได้รับน้ำขาวข้นจนพอใจเจ้าตัวก็รีบกลืนลงคอไปทันที

                “อึก ! อาห์…” สนอ้าปากให้ดูว่ากลืนไปหมดแล้ว ตามด้วยไผ่ที่โชว์ให้ดูเช่นกันว่าตนกลืนของผมลงท้องไปไม่เหลือสักหยดเช่นกัน

                สายตาโรยราสองคู่ทอดมองมาทางผมพร้อมเสียงลมหายใจเหนื่อยหอบ ไผ่หยัดตัวลุกขึ้นนั่งคุกเข่าแล้วคล้องมือกับต้นคอผมก่อนจะโน้มหน้ามาพูดเสียงพร่าข้างใบหู มันเบาจนฟังแทบไม่ชัด

                “อะไรนะครับ” ผมถามซ้ำ

                “ตื่นได้แล้ว…” แต่เสียงที่ตอบมากลับเป็นเสียงของสน

                เฮือก !

                ผมสะดุ้งสุดตัวถลึงตาออกกว้างสองมือคว้าผ้าห่มมากอดแล้วหันหน้ามองนาฬิกาทันที มันเป็นความฝัน บ้าจริง นี่ผมฝันบ้า ๆ แบบนั้นไปได้ยังไง แถมยังฝันตอนเจ็ดโมงเช้าต้อนรับวันใหม่แบบนี้อีก

                “สนทำกับข้าวเสร็จแล้วนะ” สนพูดขณะที่นั่งอยู่ด้านหลัง

                “ครับ ๆ” ผมพยักหน้าตอบนอนห่อตัวอยู่อย่างนั้น พอดีฝันสมจริงไปหน่อยน้องชายเลยเปียกไปหมดแถมยังตื่นตัวจนดูแล้วไม่น่าจะยอมหดลงไปง่าย ๆ

                “พี่เมฆจะกินข้าวเลยมั้ย สนได้ตักให้”

                “ไม่ครับ เดี๋ยวพี่กลับไปกินที่บ้าน ขอบคุณมากครับ” ผมตอบปัด ๆ แม้แต่หน้าสนยังไม่อยากมองเพราะรู้สึกผิดเต็มที

                “กินเถอะ สนกับพี่ไผ่อุตส่าห์ทำเผื่อ” แต่สนก็ขอร้องให้ผมกินข้าวเช้าด้วยกันให้ได้

                “ก็ได้ครับ งั้นเดี๋ยวพี่ออกไป เดี๋ยวพี่ พี่ขอพับผ้าห่มแป๊บนึง” ผมจำใจตอบก่อนลุกขึ้นนั่งทั้งที่ยังงัวเงีย

                “สนพับให้มั้ย” สนเอื้อมมือมาหยิบผ้าห่มเหมือนทำท่าจะแย่งไปพับเอง

                “ไม่เป็นไร พี่ พี่ พี่พับเองได้ เราไปตักข้าวเถอะ” เป็นครั้งแรกที่ผมพูดตะกุกตะกักหน้าตาเลิ่กลั่กขัดกับบุคลิกและนิสัยเดิม ๆ

“งั้นพี่เมฆรีบตามไปนะ เดี๋ยวข้าวเย็นหมด” สนลุกขึ้นยืนและเดินออกจากห้อง ผมได้แต่นั่งกุมขมับอยู่บนที่นอนก่อนจะเปิดผ้าห่มดูเป้ากางเกงตัวเอง

                “แย่ ๆ” ผมขยี้หัวตัวเองซ้ำ ๆ อยากตบหน้าตัวเองหลาย ๆ ครั้งและอยากขอโทษพวกเขาที่ผมเอาเขาสองคนไปฝันลามก ๆ ซะได้ เอาเป็นว่าขอโทษในใจแล้วกัน ขืนบอกออกไปมีหวังสองพี่น้องไม่ให้ผมเหยียบเท้าเข้าบ้านอีกแน่ หรือไม่ก็อาจโดนซัดกำปั้นใส่หน้าจนเลือดกบปากแถมซ้ำด้วยตบอีกทีสองที

----------------------------------------------------

คนดีผีผ้าห่ม พี่เมฆทำไมฝันแบบนี้คะ อิอิ นิสัยไม่ดีเลยยยยยยยยยยยยย

ฝากเม้นท์ด้วย จุ๊บ ๆ

26.02.18

1 ถูกใจ 1 ความคิดเห็น เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนได้เยอะเลยhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon00021.gif

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว