ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 6 (Rewrite )

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.4k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2563 09:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 6 (Rewrite )
แบบอักษร

"อะ น้องๆคะ  หลังเสร็จกิจกรรมเที่ยงในวันนี้แล้ว  ยังมีกิจกรรมช่วงค่ำอีกนะคะ  อย่ามาเลทกันนะคะ  ไม่อย่างนั้นมีบทลงโทษไม่รู้ด้วยน๊าาาา" เฟื่องฟ้า  หนึ่งในพี่สต๊าฟพูดกับน้องๆปีหนึ่งหลังจากจบกิจกรรมรับน้องในช่วงเช้า 

มองไปที่ใบหน้าทุกคนตอนนี้เต็มไปด้วยสีถูกแต่งแต้ม บนลำคอของแต่ละคน ห้อยด้วยเกียร์ ที่ทุกคนได้รับ 

"พี่เฟื่องครับ  ถ้ามาช้า  พี่เฟื่องจะเป็นคนลงโทษด้วยตัวเองรึเปล่าคร๊าบบ"  เสียงดังขึ้นในหมู่เด็กปีหนึ่งตามด้วยเสียงร้องแซว 

"ฮิ้วววววว" 

"แหม  น้องม่อนอยากให้พี่ลงโทษนักใช่ไหมคะ" เฟื่องฟ้าส่งยิ้มหวานๆ ชวนให้หนุ่มทั้งสนามใจละลาย  กับรอยยิ้มของผู้หญิงที่มีดีกรีถึงดาวมหาลัย 

"ได้  !!  พี่จะส่งให้พี่ว๊ากลงโทษ  โอเคไหม"  โปรยยิ้มได้ไหมเท่าไหร่ก็จบด้วยคำพูดและรอยยิ้มชวนสยอง 

"ฮ่าๆๆๆๆ"  เสียงหัวเราะครื้นเครงอย่างชอบใจเมื่อเด็กหนุ่มเจ้าของคำถามเมื่อครู่ทำหน้าเจื่อน 

"เฟื่อง!!"กริบ 

เงียบกริบ !! ทั้งสนามตอนนี้ได้ยินแค่เสียงลมกับใบไม้พัด เมื่อเสียงเข้มเรียกเฟื่องฟ้าดังขึ้น จะไม่ให้ทุกคนเกร็งได้ยังไง?เมื่อวานก็เห็นคนที่ได้รับบทลงโทษจากบุคคลนี้แล้ว 

"อ้อ  ลุคส์  ว่าไง"  เฟื่องฟ้าหันไปยิ้มให้กับเจ้าของเสียงเรียก 

"ไปคุยกันหน่อย"ร่างสูงเข้ามากระซิบพร้อมโบ้ยหน้าเป็นเชิงว่าที่ตรงนี้คงไม่สะดวกคุยนัก 

"อื้ม"  เฟื่องฟ้าพยักหน้ารับก่อนจะหันไปคุยกับน้องๆในสนามอีกครั้ง ร่างสูงละสายตาจากเฟื่องฟ้าก่อนจะหันไปกวาดสายตามองหาคนที่ทำเขาปวดประสาทตั้งแต่เช้าในวันนี้ มองไปที่ควานลินที่กำลังสนทนาอย่างออกรสกับพี่ชาย 

มองแค่แป้บเดียว แล้วหันหลังเดินจากไป 

 

"อ่ะ น้องๆคะ  เดี๋ยวพี่เฟื่องต้องขอตัวก่อนนะคะ  ยังไงเดี๋ยวให้พี่สันทนาการรับช่วงต่อ  เสร็จกิจกรรมแล้วก็ไปพักผ่อนนะคะ  ค่ำนี้อย่าลืมนะคะ"  เฟื่องฟ้าย้ำเตือนอีกครั้ง 

"คร๊าบบบ  /  ค่าาาา"  เสียงรับขานดังทั้งสนาม แล้วเฟื่องฟ้าก็เดินลิ่วไปตามร่างสูง 

"ว่าไงลุคส์" เฟื่องฟ้าถาม  ตรงหน้าเธอ  ก็คือกลุ่มที่เป็นที่รู้จักดีในหมู่เด็กคณะวิศวะ 

"คืนนี้ กู  ไอ้ลุคส์  ไอ้แรมแล้วก็ไอ้เกลไม่ว่างมาทำกิจกรรม  ยังไงฝากดูแลน้องๆกับเรื่องทางนี้ด้วย  อย่าให้เกิดเรื่องอย่างปีก่อนล่ะ" กาวิญญูประธานชั้นปี ปีสาม  ฝากรองประธานชั้นปี  

"อ้าวแล้วไปไหนล่ะ"เฟื่องฟ้าถาม  ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าอาจจะไม่ได้คำตอบ ทำตัวลึกลับตั้งแต่ปีหนึ่งไม่เคยเปลี่ยน  พวกนี้ 

"ยุ่ง"โลแกนพูดขึ้น 

"อะ  ไอ้นี่"  เฟื่องฟ้าทำท่ายกมือจะทุบโลแกนแต่ก็แค่ทำท่า 

"อื้อ  เดี่ยวฉันดูแลทางนี้ให้"เฟื่องฟ้ารับปาก 

"ว่าแต่  บอกไม่ได้จริงๆหรอว่าจะไปไหนกัน"เฟื่องฟ้าถามอีกครั้ง 

"พ่อไอ้แรมป่วย  พวกกูต้องไปบ้านมันด่วน"ลูคัสตอบส่งๆ เฟื่องฟ้ามองคนที่ถูกเอ่ยที่เอาแต่ก้มหน้า 

"อ้อ  แล้วก็ไม่บอกดีๆ  ไม่เป็นไรนะ" จบด้วยการหันมาพูดกับแรมแล้วตบบ่าเบาๆ 

"คะ..  ครับ  คุณเฟื่องฟ้า" แรมพูดตะกุกตะกักเบาๆ เฟื่องฟ้าถึงจะสูงแต่ก็ไม่ได้สูงไปกว่าแรม  เธอก้มไปมองหน้าที่อีกคนที่เอาแต่ก้มหลบสายตา พร้อมถอนหายใจเบาๆแล้วส่ายหน้า จะกี่ปี  แรมก็ยังเรียกเธอว่าคุณเฟื่องฟ้า  บอกให้เรียกเหมือนคนอื่นก็ไม่ยอม 

"งั้นไปเถอะ  ไม่ต้องห่วงทางนี้  บางทีพี่ปีสี่อาจจะลงมา  ไม่มีเหตุซ้ำรอยแน่นวลค่าาา"เฟื่องฟ้าพูดติดตลก เหตุซ้ำรอยที่ว่าก็คือเกิดการทะเลาะวิวาทกันในหมู่นักศึกษา  ปีนี้คงไม่เกิดขึ้นหรอกพ้นหลังเฟื่องฟ้าลูคัสก็หันมามองที่แรม 

"มึงโอเคไหมไอ้แรม" 

"อื้อ"  แรมพยักหน้าเบาๆ 

"ต้องรีบแล้วว่ะ  ดูเหมือนมันจะไม่ไหวแล้ว  เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว"กาวิญญูพูดขึ้น 

"แล้วมึงเพิ่งมาบอกกูวันนี้" ลูคัสพูดเสียงเรียบ  แม้ออกจะโมโหนิดหน่อย 

"ก็กูนึกว่าอาการมันเป็นเหมือนของทุกวันนี่"กาวิญญูแย้ง 

"เออ  หยุดทะเลาะกันได้แล้วพวกมึงอะ"โลแกนพูดจบก็ลากแขนของแรมออกไป  ขึ้นรถแล้วขับลิ่วออกไปตามด้วยลูคัส และกาวิญญู ที่ขึ้นรถคนละคันแล้วเร่งเครื่องไปยังจุดหมายให้ถึงโดยเร็วที่สุด รถหรูราคาแพงที่เกินมนุษย์เงินเดือนหรือคนฐานะธรรมดาๆหาง่ายๆไม่ได้แน่ๆรถวิ่งฉิวจอดเรียงกันที่สนามกว้าง  ก่อนที่ทุกคนจะก้าวขาลงมาอย่างเร่งรีบ 

"ทุกอย่างพร้อมแล้วครับคุณลูคัส  ตอนนี้คุณหมอดาริกากำลังรออยู่ที่คฤหาสน์แล้วครับ" ชายร่างสูงในชุดสูทสีดำวิ่งเข้ามารายงานกับลูคัสร่างสูงทำเพียงพยักหน้า  แล้วหันไปมองบุคคลที่มาด้วยกันมองแรมระวีที่หน้าซีดเผือด หลังจากนั้นจึงสาวเท้าไปยังเฮลิคอปเตอร์ไม่ไกลหนักใบพัดที่หมุนหนักๆบ่งบอกถึงการทำงานของเครื่องยนต์ ต้นไม้ใบหญ้ารอบๆต่างสั่นไหวราวกับเกิดพายุ เสื้อผ้าร่างสูงสะบัดอย่างแรงก่อนที่ทุกคนจะก้าวขาขึ้นเฮลิคอปเตอร์อย่างเร่งรีบเสียงดังกระหึ่ม  ค่อยๆนำเครื่องขึ้นสู่ท้องฟ้า 

 

คฤหาสน์ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ในหุบเขาลึก รูปแบบคฤหาสน์เป็นสถาปัตยกรรมแบบกรีกผสมยุโรปสมัยใหม่ชวนให้รู้สึกต้องมนต์สะกดในอำนาจชวนให้หลงไหลถึงทรัพย์สินที่อยู่ในตัวคงจะมาก หน้าคฤหาสน์เป็นน้ำพุขนาดใหญ่  พร้อมด้วยรูปปั้นสิงโตคำรามสองตัวขนาบกับประตูใหญ่ของคฤหาสน์ ภายในคฤหาศน์ตกแต่งด้วยผนังสีทองอร่าม  มีลวดลายบนผนังชวนให้ตื่นตา  พร้อมด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง  มีทางลาดยาวที่ปูด้วยกระเบื้องราคาแพงไปถึงประตูภายในคฤหาสน์ 

ตลอดทางเต็มไปด้วยของสะสม ที่บางชิ้น  มีเพียงแค่ชิ้นเดียวในโลกและบางชิ้น  แม้แต่เงิน  ก็ใช้ซื้อไม่ได้ 

"เรื่องที่ฉันสั่งไปถึงไหนแล้ว" เสียงดังที่บ่งบอกถึงอำนาจดังขึ้น  ถามบุคคลตรงหน้า 

"ทุกอย่างใกล้จะเรียบร้อยแล้วครับ   คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วง  คุณพ่อจะได้ทุกอย่างมาเป็นของคุณพ่อในเร็วๆนี้แน่นอนครับ"  ร่างสูงตอบบุคคลที่ตนเรียกว่าพ่อ  ร่างสูงมองผมสีดอกเลาที่บ่งบอกถึงช่วงวัยของคนตรงหน้าในขณะเดียวกัน  ก็บ่งบอกถึงอำนาจที่ทำให้รู้สึกเกรงขาม 

"นายท่าน  คุณลูคัสมาถึงแล้วครับ"  เสียงของชายชุดสูทสีดำเดินเข้ามา 

"รีบไปซะ  แล้วจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยให้เร็วที่สุด" เสียงทรงอำนาจสั่งอย่างเด็ดขาด 

"ครับ" ร่างสูงรับคำก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปอีกประตูหนึ่งซึ่งไม่ใช่ประตูใหญ่ที่มีอีกคนก้าวเข้ามา 

 

"คุณปู่"  ลูคัสเรียกคนที่นั่งบนเก้าอี้ตรงหน้า  เลือบเห็นหลังไวๆของใครคนหนึ่งกำลังเดินออกไปจากประตูเล็กข้างๆ  แต่ไม่นึกใส่ใจ 

"ลูคัส"ลูคัสมองไปยังคนตรงหน้า  

เอลรอย  เดอลอน ผู้เป็นปู่ของเขา ปู่บุญธรรมผู้ที่อุปการะเลี้ยงดูเค้า เก็บเขามาจากกองขยะ เขา ..  คนที่ไม่เคยเห็นพ่อแม่แท้ๆ  ถูกผู้ให้กำเนิดทอดทิ้งแต่กลับมีคนชุบเลี้ยง  จนมีชีวิตที่ดี 

จะว่าดีก็ได้ เพราะมันก็ไม่ได้แย่ เพราะทุกคนต่างก็มีสิ่งที่ทุกคนต้องแลก หากอยากได้ชีวิตที่ดี แต่ถึงอย่างงั้น  การเลี้ยงดูจากคุณปู่ก็ถือว่าเป็นพระคุณต่อเขา ที่เขาต้องตอบแทน ไม่ว่าท่านสั่งอะไร เขาก็พร้อมที่จะทำให้ทุกอย่าง 

"แรมอาการกำเริบอีกแล้วครับ  คราวนี้ดูเหมือนจะหนักกว่าทุกครั้งด้วยครับ"ลูคัสบอกกล่าวกับผู้เป็นปู่ออกมาเป็นภาษาฝรั่งเศส บทสนทนาของเขากับปู่เป็นภาษาฝรั่งเศสเสมอตั้งแต่เด็ก 

"อย่างนั้นหรอ  แล้วหมอว่ายังไงบ้าง" เอลรอยถาม สีหน้าไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมามากนัก นอกจากทำท่าครุ่นคิดแค่ครู่เดียว 

"อาดาริกำลังดูอาการอยู่  ผมเข้ามาหาคุณปู่ก่อน  อีกเดี่ยวว่าจะกลับไปดูแรมครับ" ลูคัสตอบเสียงเรียบ  หากแต่ในน้ำเสียงนั้นยังคงแสดงความเคารพต่อบุคคลตรงหน้ามากนัก 

"ขอประทานอนุญาตค่ะนายท่าน"เสียงใสดังขึ้น  ปรากฏร่างโปร่งบางของผู้หญิงในเครื่องแบบคนรับใช้ประจำคฤหาสน์สองมือประสานไว้ที่ระดับเอว เดินตรงเข้ามาพร้อมค่อมหลังให้กับบุคคลผู้เป็นนายทั้งสอง ตามด้วยเด็กผู้ชายร่างสูงแต่ตัวผอมบางถือถาดที่มีเครื่องดื่มวางไว้ 

"ดิฉันนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้คุณลูคัสค่ะ" หญิงสาวกล่าวออกมาพร้อมโปรยยิ้ม  ส่งสายตาหวานเยิ้มราวกับยั่วยวนให้กับลูคัส ก่อนจะเดินไปวางเครื่องดื่มกับโต๊ะตัวเล็กๆที่โซฟาราคาแพงถอยหลังออกมา  ค่อมหัวลง  ก่อนจะส่งสายตาไปที่เจ้านายหนุ่มอีกครั้งแล้วหันหลังเดินออกไป ลูคัสมองสะโพกเล็กๆที่ส่ายออกขณะที่เจ้าตัวก้าวเดิน   ก่อนจะผละสายตา 

"ไล่ออกไปซะ ทั้งสองคน  ถ้าเรื่องมาก ก็ส่งให้มาดามวิเวียน"เสียงเอลรอยสั่งกับชายชุดสูทที่กำลังจะปิดประตูใหญ่เมื่อ  หญิงสาวกับเด็กหนุ่มออกไป 

"ครับ"  เมื่อเจ้านายสั่ง  ลูกน้องก็ทำได้เพียงโค้งหัวรับคำสั่ง ลูคัสนั่งไขว้ห้าง ทุกอย่างที่ได้ยินคือเรื่องปกติ  ไม่มีอะไรที่ตนต้องใส่ใจหรือรู้สึกตกใจ ว่าแล้วก็ยกกาแฟดื่มปล่อยอารมณ์กับกลิ่นหอมของกาแฟ 

"แกกลับมาก็ดีแล้ว  เรื่องคนที่ฉันให้ไปตามหาเป็นยังไงบ้าง" เอลรอยถามเสียงเครียด 

"ตอนนี้ผมได้เบาะแสมาแล้วครับ  แต่ไม่ใช่เบาะแสของเธอ  แต่เป็นของคนสนิทของเธอครับ" ลูคัสเล่า เอลรอยพยักหน้ารับรู้ 

"คนของผมบอกว่าคนสนิทของเธอได้เดินทางไปอังกฤษ และสวิสเมื่อสามสัปดาห์ก่อนครับ แต่ไม่มีวี่แววของเธอครับ  แล้วคนที่คนสนิทไปพบก็ไม่ใช่เธอ  มันอาจจะต้องใช้เวลาหน่อย  แต่ผมจะพยายามเต็มที่ครับปู่"  ลูคัสเอ่ยต่อ  ไม่รอให้ผู้เป็นปู่ถาม 

"ดี  เจอเธอเมื่อไหร่  พาเธอมาหาฉันทันที  พามาแบบเป็นๆไม่ได้  ก็พามาแบบคนตาย" เอลรอยกล่าวต่อ 

"ครับ" ลูคัสตอบรับด้วยท่าทีเรียบนิ่ง 

"แต่ตอนนี้ปล่อยให้คนของแกทำงานไปก่อน   ฉันมีงานใหม่ให้แกทำ"เอลรอยพูดพร้อมยื่นรูปแผ่นเล็กๆมาให้กับชายหนุ่ม ลูคัสรับ แล้วยกรูปขึ้นมาดู ก่อนจะเอ่ยชื่อคนในรูป 

"ปราชาญ     ผู้ว่าคนใหม่ของเมืองนี่ครับ" 

"ไปจัดการให้เรียบร้อยซะ"เอลรอยกล่าวเสียงกระด้าง  ในขณะที่ดวงตายังไม่ละจากกระดาษตรงหน้า จัดการในที่นี้หมายถึง การที่มีข่าวในเช้าพรุ่งนี้ว่าคนในรูปลาโลกไปแล้ว ลูคัสเข้าใจความหมายในคำสั่งดี 

"คนใหม่เริ่มกร่างหรอครับปู่"  ลูคัสถามดวงตาจดจ้องภาพในมือนิ่ง แต่กลับทำให้ใบหน้าราวเทพบุตรดูน่ากลัวราวซาตาน 

"มีหมอนรองคอมันสบาย  แต่มันเลือกหมอนผิดใบ"เอลรอยพูด ลูคัสพยักหน้า เข้าใจดีในสิ่งที่เอลรอยพูด  ก็หมายถึง  นายปราชาญคนนี้มีคนใหญ่คนโตคอยหนุนหลังให้  แล้วไปขัดขวางเส้นทางของเอลรอย 

 

ใครขัด ก็แค่จัดการให้หายไป จะได้ไม่รกตา 

"แล้วทำไมไม่จัดการหมอนใบใหญ่เลยล่ะครับ  หักคอ  เดี่ยวหมอนก็ไปอยู่กับคนใหม่"  ลูคัสกล่าวต่อ 

"ก็แค่เชือดไก่ให้ลิงดู  แต่ถ้ามันไม่ถอย  ก็แค่จัดการเพิ่มอีกคน  งานนี้ฉันให้คนอื่นทำไม่ได้  เพราะคนที่คุ้มกะลาหัวมันใหญ่  แต่ฉันรู้ว่าแกจะทำโดยไม่ทิ้งร่องรอยให้คนมันสาวถึง" เอลรอยตอบ 

"รับทราบครับ พรุ่งนี้คุณปู่จะต้องได้ข่าวดีครับ"ลูคัสลุกขึ้น  ยืดอก  พร้อมหันไปกล่าวลา 

"งั้นผมไปก่อนนะครับ"  ค่อมหัวให้นิดหน่อยแล้วเดินออกไป เอลรอยเงยหน้ามองแผ่นหลังของผู้เป็นหลานที่เดินออกไป 

ไม่อาจคาดเดาสิ่งที่อยู่ในดวงตาสีเทาคู่นี้ออก   เอลรอยมองตามไปจนประตูถูกปิดลงแล้วหันไปสนใจกับเอกสารตรงหน้าอีกครั้ง 

 

 

ลูคัสเมื่อออกจากห้องปู่แล้วก็สั่งบอดี้การ์ดห้องทันที 

"ไปตามเด็กผู้ชายที่เข้าเสิร์ฟน้ำเมื่อกี้  แล้วบอกให้ไปรอฉันที่เรือนเล็ก" 

"ครับ"  จบคำบอดี้การ์ดร่างสูงก็ก้าวขาเพื่อไปทำตามคำสั่งของนาย 

"เกลอยู่ไหน"ลูคัสถามถึงเพื่อนกับคนรับใช้ 

"คุณโลแกนอยู่ในห้องค่ะ คุณลูคัส"  หญิงสาวร่างบางตอบพร้อมก้มหัว 

"อืม"  ลูคัสพยักหน้าก่อนจะเดินไปที่ห้องที่เพื่อนเขาอยู่  รู้ได้ยังไงนะหรอว่าเพื่อนเขาอยู่ห้องไหน  ในเมื่อคฤหาสน์หลังนี้มีเป็นสิบๆห้อง 

แขกที่มาบ่อยๆ  ก็มักจะพักห้องที่พักประจำ  และโลแกนก็หนึ่งในนั้น 

"มึงจะกลับพร้อมไอ้กาย  ไอ้แรมรึเปล่า" ลูคัสถามโลแกนเมื่อเปิดประตูเข้ามา  เห็นเพื่อนเขานอนดุการ์ตูนอยู่บนเตียงใหญ่ 

ดูการ์ตูน มุ้งมิ้งเชียว  สัส! 

"เออ  กลับพร้อมพวกมันนั่นแหละ  แล้วมึงล่ะ"โลแกนถาม  แต่ตายังไม่ละจากจอ 

"ไม่ล่ะ  ปู่กูมีงานให้ทำ  คงอีกสองวัน"  ลูคัสตอบ โลแกนก็เป็นนักฆ่า  แถมยังเป็นมาเฟียใหญ่มีบ่อนเยอะแยะในมอสโค  เรื่องแบบนี้จึงเป็นเรื่องปกติระหว่างลูคัสกับโลแกน 

บางครั้งก็สงสัย  ว่าโลแกนมาทำอะไรที่เมืองไทย แต่ก็นะ   ยิ่งกว้างขวาง  ธุรกิจยิ่งขยาย ลูคัสรู้จักกับโลแกนเมื่อห้าปีก่อน  ในขณะที่ทำภารกิจลอบสังหารเจ้าสัวใหญ่ในมาเก๊า ขณะนั้นโลแกนเองก็ได้เดินทางมาทำธุรกิจกับเจ้าสัวแทนพ่อ 

แต่ก็แค่บังหน้าธุรกิจแค่บังหน้าการฆาตรกรรม เมื่อมีจุดประสงค์เดียวกัน  เสร็จธุระทั้งสองจึงนัดกันดื่มกาแฟและหลังจากนั้นก็สนิทกันมาเรื่อยๆ 

"คราวนี้ใครล่ะ"โลแกนถามน้ำเสียงไม่จริงจังนักเหมือนรู้ว่าคืองานอะไรและเขารู้ดีว่างานที่ลูคัสทำคืออะไร 

"เด็กใหม่ในเมือง"ลูคัสตอบไม่ใส่ใจนัก  ก่อนจะหันหลังไป พ้นหลังเพื่อนแล้ว  โลแกนยกมือประสานที่ท้ายทอย  ดวงตาจ้องเพดานอย่างครุ่นคิด ก่อนจะพึมพำออกมา 

"เด็กใหม่ในเมือง" 

 

ลูคัสเดินไปที่บ้านเล็กๆสีน้ำตาลไม่ไกลจากคฤหาสน์นักเปิดประตูเข้าไป  พบกับร่างเล็กๆในชุดอาบน้ำที่เขาเจอในห้องปู่ก่อนหน้านี้ลูคัสจ้องด้วยสายตาคมกริมชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ร่างอันสั่นเทา ก่อนที่จะเบือนหน้าหนี 

"ใครสั่งให้ฉีดน้ำหอม"ลูคัสถามเสียงเข้ม 

"อะ... เอ่อ...พี่ลีลาวดีครับ"เด็กหนุ่มตอบเสียงสั่น 

"ฉันไม่ชอบน้ำหอมราคาถูก  กลิ่นฉุนแบบนี้  ไปล้างเนื้อล้างตัวให้สะอาดใหม่  แล้วไปหาฉันที่เตียง"ว่าแล้วก็เดินไปพร้อมถอดเสื้อแล้วปาทิ้งไปที่มุมห้องแล้วทิ้งตัวลงบนเตียงหลับตาลงพร้อมถอนหายใจเบาๆ 

สักพัก  ชายหนุ่มรู้สึกถึงแรงยวบของเตียง 

"รู้หน้าที่ดีใช่ไหมว่าฉันเรียกมาเพื่ออะไร"  ลูคัสเอ่ย  ในขณะที่ตายังคงหลับอยู่ 

"คะ...ครับ"  เด็กหนุ่มตอบรับเสียงสั่นๆก่อนจะเคลื่อนตัวไปหาคนร่างหนาที่กำลังนอนอยู่เตียงสองมือเล็กค่อยๆลูบไล้บนหน้าอก  เลื้อยลงไปที่ซิปกางเกงถอดเข็มขัดออก  แล้วค่อยๆรูปซิปลงมา ใบหน้าที่ดูเหมือนไร้เดียงสาเมื่อครู่ เริ่มแสดงออกไปในทางตรงกันข้าม 

"อ่าห์  ลิน"  จู่ๆร่างใหญ่ก็เอ่ยออกมาเมื่อมือเล็กๆไปโดนเข้าที่กลางกาย 

"ไม้ครับ  ผมชื่อไม้"เด็กหนุ่มตอบ 

"ไม่ได้ถาม  ทำไปเงียบๆ!!!"  ลูคัสตะคอกไม่นึกชอบใจ ไม้ที่ตกใจเมื่อได้ยินเสียงตะคอก  ก็ได้แต่ รับคำเสียงสั่น 

"คะ...ครับ"ก่อนจะลงมือถอดกางเกงคนร่างสูง  ทั้งชั้นใน  และชั้นนอกลูคัสยกสะโพกขึ้นเพื่อให้เด็กหนุ่มดึงกางเกงออกให้พ้นตัวแล้วก็ร้องซี๊ดดดด  แล้วรับรู้ถึงลิ้นเล็กที่สัมผัสกับร่างกายส่วนกลาง 

"ซี๊ดดดด  อ่าห์"ไม้เมื่อเห็นเจ้านายร้องซี๊ดก็นึกชอบใจ ของเจ้านายของเขาใหญ่ไม่เหมือนที่เคยเจอมาก่อนเลย ไม้เริ่มดูดดึงแรงๆ  แต่ดูเหมือนว่าเจ้านายของเขาจะอึดเหลือเกิน 

อยากกินน้ำจะแย่  ไม้คิด!! 

 

สองมือเล็กจับร่างกายใหญ่รูดขึ้นลงอย่างรวดเร็ว 

"อ่าห์  ซี๊ดดด  อ่าห์"  ลูคัสลืมตามองคนที่กำลังสนุกกับร่างกายของตน 

ลูคัสสะบัดหน้าแรงๆ จะบ้าตาย !! เขาคิด เมื่อจู่ๆก็เห็นว่าคนที่กำลังใช้ลิ้นกับร่างกายของเขาอยู่ตอนนี้คือคนที่นอนข้างๆเขาเมื่อคืน 

ตากลมโตที่ช้อนมอง อ่าห์!!! 

  มีเซ็กซ์กับคนอื่นอยู่แท้ๆ  แต่กลับไปเห็นหน้าไอ้ตัวเล็กนั่น 

ลูคัสกดคำรามในลำคออีกครั้งตอนนี้เขามองเห็นไม้เป็นควานลินไปเสียแล้ว 

"ควานลิน" ไม้เมื่อเห็นเจ้านายใกล้จะระเบิดเต็มที่แล้ว  ก็รีบสาวมือเพื่อในเจ้านายได้ปลดปล่อย โดยที่ไม่สนว่าชื่อที่นายเอ่ยออกมานั้นเป็นใคร 

"อ่าห์"  ลูคัสพ่นน้ำขาวข้นออกมา  เปื้อนไปที่หน้าเด็กหนุ่ม 

ไม้เมื่อเห็นน้ำที่ออกจากร่างกายของนายก็ตามเก็บทุกหยดราวกับเสียดายของล้ำค่าลูคัสลุกขึ้นก่อนที่จะผลักให้ร่างบางนอนลง... 

_________________________________ 

โหลวววว  จบไปอีกตอน 

แฮร่   เค้าเขียนฉากNCไม่เก่งง่า 

ไม่ว่ากันนะ  แหะๆ  เก๊าก๋อโต้ดด  จะพยายามเขียนให้ดีกว่านี้นะ 

ยังไงก็  ฝากเม้นต์ติติงกันนบ้างนะงับ^^ 

ชอบตรงไหน  ไม่ชอบตรงไหน  บอกกันบ้างงงงงงง   งุ้ย 

ยังไงก็ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะฮ้าบบบ 

รักนะ ตุ้ปๆ(จุ้ปๆ) 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว