ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 4(Rewrite)

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 37.4k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ส.ค. 2563 20:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 4(Rewrite)
แบบอักษร

"คืนนี้  คุณอาพักที่นี่ก่อนละกันนะครับ" ซีไนน์พูดพร้อมยิ้มบางๆให้กับคนร่างสูงสง่า  ตรงหน้า 

"รบกวนคุณหนูแล้วล่ะครับ  ต้องขอโทษจริงๆครับ"ร่างสูงตอบ 

"ไม่ได้รบกวนอะไรเลยครับ  ซีนยินดีซะอีก  นานๆทีจะได้เจอคุณอา ตั้งแต่มาเรียนมหาลัยก็ไม่ได้เจอคุณอาเลยนี่ครับ"รอยยิ้มคู่ตัวของเด็กหนุ่มเผยอีกครั้ง  คราวนี้  ยิ้มกว้างกว่าเดิม  ทำให้คนตรงหน้าอ​ดไม่ได้ที่จะขยี้หัวคนตัวเล็กเบาๆ  ยิ้มกว้างแบบนี้เสมอสินะ  คุณหนูของเขา แอลดีนคิด  ส่งยิ้มกว้างๆกลับไป 

"คุณอาขาดเหลืออะไร  บอกได้เลยนะครับ  เดี่ยวซีนจะไปดูว่ามีอะไรที่จะทำกินได้บ้าง  คุณอายังไม่ได้กินอะไรเลยนี่ครับ  วันนี้คงเหนื่อยแย่เลย"  เป็นห่วงคนอื่นก่อนเสมอ  คือนิสัยของคุณหนูคนโตของบ้านรุ่งรัตนทิพากร  เรื่องนี้แอลดีนรู้ดี 

"ไม่เป็นไรหรอกครับคุณหนู  วันนี้ผมรบกวนคุณหนูมากเกินไปแล้วครับ"แอลดีนตอบ 

"ถ้าคุณอาพูดคำว่ารบกวนอีกครั้ง  ซีนจะโทรไปฟ้องทุกคนในบ้านเลยนะครับ" ซีไนน์ พูดพร้อมคาดโทษไว้ ก่อนยิ้มออกมาบางๆ 

"ใช้ไม้นี้เสมอเลยนะครับ แต่ไม่เป็นไรจริงๆครับ  ผมยังไม่หิว" แอลดีนยังคงยืนยันคำเดิม  วันนี้เขารบกวนคุณหนูของเขามากไปแล้วจริงๆ 

"ไม่หิวได้ยังไงกันครับ นี่มันสามทุ่มกว่าแล้วนะครับ  คุณอายังไม่ได้กินอะไรเลย" ซีไนน์ยืนกราน 

"งั้นซีนไปดูอาหารในครัวก่อนนะครับ"เมื่อเห็นคนตรงหน้าเงียบ ซีไนน์พูดพร้อมหันหลัง  กำลังจะก้าวไปแต่โดนดักไว้ก่อน 

"คุณหนูไปอาบน้ำเถอะครับ  ไหนคุณหนูบอกว่าวันนี้ทำกิจกรรมมาทั้งวันแล้ว  แล้วยังไปโรงพักกับผมอีก  คงเหนียวตัวไปหมดแล้วใช่ไหมครับ  ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ  เดี่ยวเราออกไปทานอะไรข้างนอกดีกว่าไหมครับ  คุณหนูจะได้ไม่เหนื่อยมาก  ใกล้ๆนี้พอมีร้านอาหารอยู่ใช่ไหมครับ" แอลดีพูดยาวเหยียด  ถ้าไม่พูดดักไว้คุณหนูของเขาคงไม่พ้นยืนกรานที่จะทำอาหารให้ได้เลยล่ะ เขาคงทนดูร่างเล็กนี่เหนื่อยทั้งๆที่ไม่จำเป็นขนาดนี้ไม่ได้หรอก 

"อืมมม  เลยไปจากถนนใหญ่หน้าซอยอีกนิด  มีแม่น้ำ จะมีร้านเยอะเลยครับ เดี่ยวเราไปกินอะไรที่นั่นกันไหมครับ"  ซีไนน์พูด  พร้อมตาเป็นประกาย 

"ดีครับ"แอลดีนพยักหน้า 

"งั้นรอซีนแป้บนะครับ"พูดจบร่างบางก็รีบออกจากห้องไปยังห้องเล็กๆข้างๆแอลดีนกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง 

ตกแต่งด้วยผนังสีครีมที่ถูกวาดด้วยดอกไม้เล็กๆสีเหลืองอ่อนบ้าง  เข้มบ้าง ปะปนกันไป  เตียงที่ดูเหมือนจะสั้นกว่าตัวของเขานิดหน่อย  ถูกปูด้วยผ้าปูที่นอน และผ้าห่มสีฟ้าอ่อน พร้อมด้วยหมอนอีกใบสีเดียวกันที่เจ้าตัวเอามาจัดปูทันทีที่เข้ามาถึง  อีกฝั่งหนึ่งของห้อง มีห้องน้ำ ถัดไปมีประตู น่าจะเป็นห้องแต่งตัว 

ห่างจากประตูไม่มากมีชั้นวางของที่วางอยู่ริมประตูกระจก  คาดว่าน่าจะเป็นระเบียง ผ้าม่านผืนใหญ่ สีครีม สีเดียวกับผนังห้อง  ห่างจากปลายเตียงมีโต๊ะไว้สำหรับทำงาน แอลดีนยิ้มกับการตกแต่งห้องของคุณหนูของเขา 

อ่า~  คุณหนูของเขา คงจะไม่ถูกต้องสินะ ต้องเรียก คุณหนูของบ้านรุ่งรัตนทิพากรถึงจะถูก 

 

นึกไปเมื่อห้าโมงเย็นก่อนหน้านี้  แอลดีนกำลังข้ามถนนไปยังร้านสะดวกซื้อ  เพื่อซื้อเครื่องดื่มแก้ง่วงเมื่อต้องขับรถมาตั้งไกลแต่แล้วจู่ๆก็กลับเจอวัยรุ่นชักมีดจี้ทรัพย์  แม้ในที่โล่งแจ้งก็ไม่เว้น แอลดีพยายามที่จะไม่พูดอะไรมาก  ไม่อยากเสวนาด้วยจึงไม่ตอบกลับ และเดินเลี่ยงไว้  แต่กลับถูกนักเลงอีกคนเข้ามาล็อคหลัง 

"ห้ามร้อง  ไม่งั้น  มีดนี่เสียบเข้าท้องมึงแน่ๆ"เสียงขู่ที่คิดว่าน่าจะเป็นหัวโจก 

"อยากได้อะไร"  แอลดีนถามเสียงเข้ม  ไม่ใช่ว่าเขาจะสู้พวกนี้ไม่ได้  เขาผ่านการต่อสู้มาเกือบทุกรูปแบบ  นักเลงกระจอกๆสี่คน  ไม่ครหามือเขาหรอก   แต่วันนี้แอลดีนรู้สึกล้าจากการนั่งเครื่องบินแล้วต่อด้วยการขับรถ  และต้องขับรถไปต่อ  แค่ไม่อยากใช้แรงมาก 

"ถามมาได้  ก็ของมีค่าทุกอย่างในตัวมึงนั่นแหละ  ที่กูอยากได้"  มันพูดพร้อมแสยะยิ้ม ก่อนแอลดีนจะพูดตอบกลับก็มีเสียงใสๆดังขึ้น 

"คุณอาแอลดีน" เสียงเล็กๆดังขึ้นแอลดีนเงยหน้าไปมองตามต้นเสียง  ก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นเจ้าของเสียง 

คุณหนูซีไนน์ 

"คุณอามาทำอะไรที่นี่ครับ" ร่างบางถามพร้อมระบายยิ้ม หากสังเกตสักนิดคงจะเห็นว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ใข่เวลาที่จะมาส่งยิ้มหวานๆอย่างนี้ 

"คุณ..." 

"กูเปลี่ยนใจแล้วว่ะมึง  ได้ไอ้นี่มา กูก็ว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มแล้วว่ะ"หัวโจกหันไปมองต้นเสียงก่อนจะเดินเข้าไปหาซีไนน์  จับคางเด็กหนุ่มไว้ พร้อมกับมองอย่างชอบใจ  ในขณะที่อีกคนที่ปล่อยแอลดีแล้วเดินไปล็อคแขนซีไนน์แทน    ถุงที่มีขวดนมบรรจุไว้ที่ถือในมือ ตกเกลื่อนพื้น 

แอลดีนมองไปที่ใบหน้าเล็กๆที่ตอนนี้แดงและสั่นด้วยความหวาดกลัว เขาทนเห็นคุณหนูถูกรังแกไม่ได้หรอก 

ไม่รอช้าแอลดีนเข้าไปกระชากหลังหัวโจกแล้วปล่อยหมัดใส่หน้าไม่ยั้ง  จนใบหน้าโทรมๆเปื้อนด้วยเลือด  สามคนที่เหลือเมื่อเห็นหัวหน้าถูกต่อยไม่ยั้ง ก็เข้าไปล็อคชายหนุ่มก่อนจะปล่อยหมัดเข้าไปบ้าง หมัดถูกปล่อยบนหน้าขาวราวๆสี่ครั้งหนักๆ 

ซีไนน์รีบวิ่งเข้ามาห้าม  โดนหมัดหนักๆเข้าที่แก้มบางๆเต็มๆ แอลดีนเห็นดังนั้นจึงปล่อยหมัดอีกสามคนไม่ยั้งราวกับคนคลุ้มคลั่ง 

หากไม่มีเสียงรถตำรวจเข้ามา  พื้นที่หน้าร้านสะดวกซื้อตรงนี้คงต้องมีคนได้ถูกหามเข้าโรงพยาบาลแน่ๆ 

แต่เมื่อไม่มีใครต้องเข้าโรงพยาบาล โรงพักคือสถานที่ที่ต้องไปแทน กว่าจะออกมาจากโรงพักได้ก็ปาไปสามชั่วโมงย่ำเกือบห้าโมงเย็นแล้วแล้วคุณหนูตัวเล็กยังยืนกรานให้เขาไปทำแผล ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลอีก  ไหนจะขับรถให้เขาอีก  ทั้งๆที่ห้ามแล้วห้ามอีก กลับมาก็ปูที่นอน  เตรียมที่นอน  ชุดอาบน้ำให้อีก 

"คุณอาครับ เสร็จแล้วยังครับ"  แอลดีนหันไปทางต้นเสียง  เห็นคุณหนูยืนยิ้มกว้าง 

"ครับ"แอลดีนพยักหน้ายิ้มๆ 

"ซีนขับรถให้นะครับ"ซีไนน์พูด 

"ไม่เป็นไรหรอกครับ  ผมขับเอง  แล้วถ้าคุณหนูดื้อ  ผมจะโทรไปรายงานถึงคุณท่านนะครับ  หวังว่าคุณหนูคงไม่อยากให้ผมโดนดุใช่ไหมครับ" แอลดีนใช้ไม้แข็ง  เขารู้ดีว่าควรรับมือกับคุณหนูคนโตคนนี้ยังไง 

"ก็ได้ครับ" 

 

"ดูคุณหนูจะชอบที่นี่นะครับ" แอลดีนถามยิ้มๆเมื่อเห็นคนตัวเล็กวิ่งออกจากรถอย่างรวดเร็ว  ยิ้มกว้างเมื่อเห็นร้านรวงตรงหน้า 

"ซีนอยากมาบ่อยๆน่ะครับ  ถึงจะอยู่ใกล้บ้าน แต่ถ้าน้องไม่มานอนบ้าน  ซีนก็อดเดินตลาดอยู่ดีครับ" ซีไนน์ตอบพร้อมกลั้วหัวเราะ 

หากวันไหนที่ควานลินไม่มานอนที่บ้านกับเขา เขาก็จะไม่ออกมาเดินเล่นคนเดียว 

"แต่คุณอาบอกว่าจะมาดูแลพวกเราอยู่ที่นี่ใช่ไหมครับ  เพราะงั้น  ซีนคงต้องรบกวนคุณอา  มาเป็นเพื่อนซีนที่นี่บ่อยๆแล้วล่ะครับ"  ซีไนน์พูดต่อ หันไปมองคนที่เดินอยู่ข้างๆ 

"ได้อยู่แล้วครับ" แอลดีนไม่เคยคิดที่จะปฏิเสธ 

"แล้วคุณอามาที่นี่  คุณอาพักอยู่ที่ไหนครับ" ซีไนน์ถามต่อ  เขายังไม่รู้รายละเอียดที่คนของคุณย่ามาที่นี่แล้วบอกว่ามาเพื่อดูแลพวกเขา 

"ผมมากระทันหัน  เลยยังไม่ได้หาที่พักเลยครับ  ตั้งใจว่าพรุ่งนี้คงจะซื้อบ้านใกล้นี้แหละครับ  ดูที่นี่น่าอยู่ดีครับ" แอลดีนตอบ 

"มาอยู่กับซีนสิครับ  ถึงบ้านไม่ใหญ่มาก  แต่มาอยู่ด้วยกันก็คงดีมากๆ  ซีนชวนน้องมาอยู่  แต่คุณอาก็รู้น้องชอบอยู่คอนโดมากกว่า  บอกว่าใกล้มหาลัยกว่า" ซีไนน์พูด  หากสังเกตสักนิด  คงจะเห็นแววตายินดีของคนร่างสูงข้างๆ 

"ผมคงไม่กล้ารบกวนคุณหนูขนาดนั้นหรอกครับ"  แอลดีนตอบ  เขายอมรับว่า  อยากอยู่ใกล้ๆคนตัวเล็กคนนี้ตลอดเวลา เมื่อรู้ว่าได้รับมอบหมายให้มาดูแลฝาแฝดคู่นี้ใกล้ๆ  ก็แทบไม่ปฏิเสธคำขอร้องของเจ้านาย  อยากเห็นหน้าบ่อยๆ  อย่างน้อยก่อนที่จะถึงเวลา 

"คุณอาพูดคำว่ารบกวนอีกแล้วนะครับ คุณอาก็เหมือนคุณอาของซีน  ถึงรู้จักกันไม่ถึงสิบปีเหมือนคนในครอบครัว  แต่คุณอาก็เหมือนคนในครอบครัวเรานะครับ"เด็กหนุ่มพูดราวกับเอ็ดอยู่กลายๆ 

เขารู้จักกับแอลดีนเมื่อหกปีก่อน  แอลดีนเข้ามาแนะนำตัวกับทุกคนในฐานะเลขาประจำตัวของคุณหญิงปัทมาหรือคุณย่าของเขา  และยังเป็นทนายประจำตระกูลที่ต่อทำแทนทนายคนก่อนหน้าที่เสียชีวิตจากการถูกรถชน 

คุณย่าบอกว่าแอลดีนคือคนที่ทนายสมบัติที่เสียชีวิตไป  ไว้ใจที่สุด  และคงไม่มีใครที่เหมาะกับตำแหน่งทนายประจำตระกูลได้เท่าแอลดีนอีกแล้วด้วยอายุที่ห่างกันถึงสิบกว่าปี คุณย่าจึงสั่งให้ตนและน้องเรียกว่าคุณอา และซีไนน์เองไม่เคยรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้คือลูกจ้างในบ้านเลย แต่กลับรู้สึกเหมือนเป็นเสมือนหนึ่งคนในครอบครัวของเขาจริงๆ นั่นทำให้ตนไม่ลังเลที่จะเรียกแอลดีนว่าคุณอา 

"ผมไม่บังอาจหรอกครับ" แอลดีนตอบยิ้มๆ 

"คุณอาครับ!!"  ซีไนน์หันขวับ  พร้อมขมวดคิ้ว  ไม่เคยเปลี่ยน!  ถ่อมตัวไม่เคยเปลี่ยน 

"คุณหนูหิวแล้วยังครับ"แอลดีนถาม  ไม่นึกสนใจใบหน้างอ แต่กลับดูน่ารักในสายตาเขา  ไม่ใช่ไม่สนใจ เพียงแต่คิดว่า... เขาคงไม่เหมาะสมกับคุณหนูผู้สูงส่งทั้งฐานะและจิตใจคนนี้หรอก 

"จริงสิ  ซีนเอาแต่ชวนคุย  มาครับ  ซีนจะพาไปแนะนำร้านหมูสะเต๊ะอร่อยๆ  ร้านโปรดของซีนเลยนะครับ"จบคำซีไนน์ก็จับมือคนร่างสูงแน่นแล้วพาไปยังที่ที่เป็นร้านโปรดของตน แอลดีนมองมือเล็กๆที่จับมือเขาแน่น   แล้วเปลี่ยนเป็นสอดนิ้วประสานกัน 

ซีไนน์ชะงัก  หันมามองคนร่างสูง 

"ผมไม่เคยมาที่นี่น่ะครับ  เกรงว่าจะคลาดกับคุณหนู  ยังก็ขอ....."  ไม่ทันที่แอลดีนจะพูดจบ 

"จับมืออย่างนี้ก็ดีครับ  มีคุณอาอยู่ข้างๆ  ซีนรู้สึกปลอดภัยด้วยครับ"  พูดจบก็ส่งรอยยิ้มกว้าง  มาพร้อมกับตาหยี 

ตึกตัก ! 

ตึกตัก ! 

ตึกตัก ! 

เสียงหัวใจดูเหมือนจะเต้นไม่เป็นจังหวะ  จนแอลดีนต้องยกมืออีกข้างขึ้นมากุมหัวใจ  รู้สึกใบหน้าเห่อร้อนมองเส้นผมเล็กๆพลิ้วเบาๆตามสายลม  ลำคอขาวๆของคนตัวเล็ก ไหล่เล็กๆบางๆ  ที่สั่นไหวเบาๆขณะที่จับมือวิ่งไปพร้อมเขา ร่างเล็กสาวเท้าวิ่ง  ในขณะที่เขาเพียงแค่ก้าวขายาวๆ  คล้ายๆเดินเร็วๆ เหมือนอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยดอกแดนดิไลออน  โลกที่มีเพียงแต่ความนุ่มละมุน ฟุ้งละอองของแดนดิไลออนเวลามันปล่อยกลีบแห้ง ใบหน้าขาวละมุนที่หันมาพร้อมกับรอยยิ้มชวนให้ใจเต้นทุกครั้งที่หันมา 

แอลดีนมองคนตรงหน้าที่นั่งกินพร้อมใบหน้าเปี่ยมสุข  มือหนึ่งจับหมูสเต๊ะ  อีกมือหนึ่งก็ยันเสื่อ  ดวงตากลมโตที่มองไปยังแม่น้ำกว้าง  ดูอร่อยจนเขารู้สึกอิ่มเลยล่ะ 

"คุณอาไม่ทานล่ะครับ?"  ร่างบางหันมามองคนข้างๆที่เอาแต่มอง แอลดีนทำเพียงแค่ยิ้มก่อนพยักหน้าเบาๆ 

"ที่นี่สวยใช่ไหมล่ะครับ" ซีไนน์ถาม 

"สวย...."แอลดีนตอบขณะที่จ้องใบหน้าเรียวเล็กๆ ที่นี่สวยก็จริง  แม่น้ำกว้าง  เห็นแสงสีไฟของเมืองตรงกันข้าม พื้นหญ้ากว้างไว้สำหรับนั่งเล่น  ที่มีคนให้เห็นไม่มากนัก  เมื่อเทียบกับโซนขายของที่เดินผ่านมา   สะพานที่ทอดยาวข้างๆที่มีแสงไฟรูปนางฟ้าผมยาวนั่งบนราวสะพาน แต่ถึงอย่างนั้น แอลดีนรู้สึกว่า ใบหน้าเล็กๆข้างๆเขาน่ามองมากกว่า ยิ่งเมื่อโดนแสงไฟสีส้มๆส่อง  ใบหน้านี้ก็ยิ่งหน้าหลงไหล 

"ใช่ไหมล่ะครับ  ซีนถึงชอบที่นี่ไงล่ะครับ คุณอารู้ไหมครับว่าสะพานนั่นน่ะ เขาเรียกกันว่า  สะพานนางฟ้าครับ  ส่วนแม่น้ำนี้ คือแม่น้ำพระจันทร์"  ซีไนน์พูด  ในขณะที่สายตายังไม่ละจากทิวทัศน์ตรงหน้า 

"สะพานนางฟ้า?.......   แม่น้ำพระจันทร์?"  แอลดีนเหมือนจะพึมพำ  แต่อีกคนกลับได้ยิน 

"มีนิทานว่า  นางฟ้าแสนสวยตนหนึ่ง  นางเป็นนางฟ้าที่มีจิตใจที่บริสุทธิ์  อีกทั้งชอบช่วยเหลือเพื่อนนางฟ้าด้วยกัน  ตลอดชีวิตการเป็นนางฟ้าของนาง  นางปฏิบัติแต่สิ่งที่ดีงาม จนเป็นที่โปรดปรานของเหล่านางฟ้าชั้นสูง 

นางฟ้าหลายนางจึงอิจฉานาง จนวันหนึ่งเหล่านางฟ้าทั้งหลายทนเห็นความโปรดปรานที่นางได้รับไม่ไหว จึงไปตักน้ำศักดิ์สิทธิ์แล้วใส่ไว้นางเหยือกน้ำของนาง 

เมื่อนางตื่นแล้วดื่มน้ำในเหยือกนั้น  น้ำตาของนางก็ไหลไม่หยุด   การดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้น หากดื่มโดยที่ไม่ได้รับอนุญาติ เขาผู้นั้นต้องอยู่กับการร้องไห้ไปตลอด และจะต้องถูกขับไล่  และสิ้นสภาพจากการเป็นนางฟ้า 

แม้ว่านางจะพยายามอธิบายให้เหล่านางฟ้าชั้นสูงฟังอย่างไร ก็ไม่อาจแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นได้  เพราะน้ำตาคือพยานในความผิด 

นางถูกนำมาทิ้งบนโลกมนุษย์ แต่เพราะก่อนหน้านี้นางได้ทำแต่ความดี  นางฟ้าชั้นสูงจึงไม่ให้นางสิ้นสภาพการเป็นนางฟ้า 

แต่มีบทลงโทษว่านางต้องสร้างสะพานจากแม่น้ำฝั่งนี้ ถึงแม่น้ำอีกฝั่งให้เสร็จ 

เมื่อนั้น นางจะได้กลับขึ้นไปบนสวรรค์อีกครั้ง แต่มีข้อแม้ว่า  สะพานที่นางสร้างนั้น ต้องใช้เสาเข็มที่ทำมาจากเขายูนิคอร์น 

และพื้นต้องสร้างด้วยหนังสีขาวของยูนิคอร์น เท่านั้น 

เมื่อนางมาอยู่ที่ริมแม่น้ำ  เหล่ายูนิคอร์นที่รู้ถึงบทลงโทษของนาง ต่างก็ยินดีที่จะสละตัวเองเพื่อให้นางสร้างสะพาน  แต่นางไม่อาจที่จะลงมือร่ายมนต์ฆ่ายูนิคอร์นได้  จึงไล่เหล่ายูนิคอร์นกลับไปในที่ที่พวกมันจากมา 

ริมแม่น้ำแห่งนี้  ไร้สิงสาราสัตว์  ไร้มนุษย์    ทุกๆวัน ทุกๆคืน  นางจะนั่งน้ำตาไหลอยู่ริมแม่น้ำแห่งนี้   จนวันหนึ่ง  นางเงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วเห็นดวงจันทร์ที่ส่องแสงสว่างจ้า นางยิ้มให้กับพระจันทร์  พระจันทร์ก็ยิ้มให้นาง 

และหลังจากคืนนั้น นางก็จะเจอกับพระจันทร์ มีเพื่อนเป็นพระจันทร์ไว้คุยแก้เหงาทุกคืน 

นางจะรอให้กลางคืนมาเร็วๆเสมอ  เพื่อจะได้เจอกับพระจันท์ เพื่อนผู้เดียวที่นางมี 

กระทั่งนางรู้สึกหลงรักพระจันทร์ จนลืมถึงการสร้างสะพาน แต่แล้ววันหนึ่งนางสังเกตเห็นว่าพระจันทร์เล็กลงเรื่อยๆ จนเหมือนจะห่างจากนางไปทุกทีๆ  นางคิดว่า นางต้องข้ามแม่น้ำนี้เพื่อตามพระจันทร์ที่ไกลออกจากนางทุกทีเพราะนางกลัวว่าพระจันทร์จะจากนางไป  นางจึงออกเดินทางตามหายูนิคอร์น ระหว่างที่ออกไปตามหายูนิคอร์น  พระจันทร์เล็กลงเรื่อยๆ  จนในที่สุดก็ดับไป 

นางเจอยูนิคอร์นตัวแรก  นางก็เลยเล่าทุกอย่าง ยูนิคอร์นตัวนั้นยินดีที่จะสละตัวเอง ให้นางฟ้าตนนี้  แต่การสร้างสะพานคงใช้ยูนิคอร์น ตัวเดียวไม่ได้แต่กระนั้นยูนิคอร์นที่เหลือก็พร้อมใจเสียสละให้นาง เมื่อนางกลับมาที่แม่น้ำอีกครั้งพร้อมกับยูนิคอร์นทั้งหลาย พอดีกับพระจันทร์กับมาสว่างไสวอีกครั้ง 

นางดีใจที่เห็นพระจันทร์กลับมาสว่างอีกครั้ง  จึงตั้งใจว่าจะข้ามสะพานแและไปหาพระจันทร์ไปอยู่ใกล้ๆกับพระจันทร์ให้ใกล้ที่สุดนางจึงร่ายคาถาฆ่ายูนิคอร์นทีละตัวๆ เพื่อสร้างสะพานที่เริ่มก่อตัวทีละนิดๆ ตลอดระยะเวลาที่นางสร้างสะพาน  พระจันทร์ก็เล็กลงไปเรื่อยๆอีกครั้งนางไม่ยอมกิน ไม่ยอมนอนเพื่อสร้างสะพาน จนนางซูบผอม จนกระทั่งเหลือปลายสะพานอีกนิดเดียวกับยูนิคอร์อีกหนึ่งตัว 

หากนางฆ่ายูนิคอร์นตัวนี้  นั่นเท่ากับว่านางได้ทำลายสายพันธ์ยูนิคอร์นทั้งหมดพระจันทร์บอกให้นางหยุดฆ่าซะ  แล้วสัญญาว่าจะกลับมาหานางอีกครั้งแต่นางกลัวว่านางจะสูญเสียพระจันทร์ไป  จึงตัดสินใจฆ่ายูนิคอร์นตัวสุดท้าย  สะพานก็เสร็จพอดี 

นางรีบวิ่งไปที่สะพานสูงที่นางสร้าง  แล้วพยายามคว้าพระจันทร์ที่เหลือเสี้ยวเดียว เอาไว้ นางยิ้มให้พระจันทร์ พระจันทร์ยิ้มให้นางพระจันทร์บอกว่า ต่อให้นางคว้าและกอดพระจันทร์ไว้แน่นแค่ไหน วันหนึ่งพระจันทร์ก็ต้องเลือนหายไปแต่ถึงอย่างนั้นพระจันทร์ไม่เคยจากไปไหน 

พระจันทร์บอกให้นางก้มลงมองไปที่แม่น้ำ  ต่อให้พระจันทร์บนฟ้าเล็กแค่ไหน  แต่พระจันทร์ในน้ำก็ใหญ่กว่า และใกล้กว่าพระจันทร์สัญญาว่า วันไหนที่ไม่เห็นพระจันทร์ก็อย่าเสียใจ  ไม่นานพระจันทร์ก็จะกลับมาแล้ว ทุกครั้งที่พระจันทร์มา นางจึงชอบมองพระจันทร์จากในน้ำ  เพราะนางเห็นพระจันทร์อยู่ใกล้กับนางมากกว่า 

ตั้งแต่นั้นมา  นางถึงสัญญากับตัวเองว่านางจะไม่กลับสวรรค์อีกแล้วเพราะนางรักพระจันทร์  อีกทั้งนางรู้สึกผิดที่ทำร้ายยูนิคอร์นเพียงเพื่อให้ตัวเองมีความสุขน้ำตาที่ไหลทุกวันของนางหยดลงแม่น้ำ  ทำให้แม่น้ำไม่เคยแห้ง 

 

นางชอบไปนั่งบนราวสะพานตรงนั้น แล้วก้มไปมองพระจันทร์ครั้งเมื่อนางใกล้จะหมดลมหายใจ  นางได้ตกลงไปในน้ำนางดีใจที่รู้ว่าจะได้อยู่ใกล้พระจันทร์มากขึ้นถึงตอนนั้น  นางจึงรู้ว่า  ถึงพระจันทร์ในน้ำถึงจะรู้สึกใกล้กว่า  แต่กลับไม่มีพระจันทร์ในน้ำจริงๆสักหน่อย  แต่ถึงอย่างนั้นก็ขอบคุณพระจันทร์ที่อยู่เป็นเพื่อนมาตลอด" 

แอลดีน หันมามองคนข้างๆเมื่อเสียงเล่าหยุดไป 

"เรื่องมันเศร้าใช่ไหมล่ะครับ"  เสียงเล็กๆถามขึ้น แต่ดูเหมือนไม่ต้องการคำตอบนัก 

"ถ้านางฟ้าถามพระจันทร์สักครั้ง  ว่ารู้สึกยังไงกับเขา  นางฟ้าคงไม่ต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อใกล้ชิดพระจันทร์ขนาดนั้น  เพราะสุดท้าย  พระจันทร์ก็ไม่รักนางฟ้าอยู่ดี" ซีไนน์พูดต่อ 

"บางที  นางฟ้าอาจจะรู้อยู่แล้วว่าพระจันทร์คงไม่ได้รักเขา แต่นางฟ้าก็ยังอยากทำก็ได้นะครับ"  แอลดีนท้วงเบาๆ 

"คุณอาคิดอย่างนั้นหรอครับ" ซีไนน์ถามต่อ แอลดีนทำเพียงพยักหน้า 

"แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นเพียงแค่นิทานเท่า่นั้นแหละครับ"

"....."

"ถ้าคุณอารักใครสักคนแล้วรู้ว่าวันหนึ่งต้องจากเขาไป  คุณอายังอยากทำเหมือนนางฟ้าไหมครับ" แอลดีนหันไปมองคนถาม  ที่ตอนนี้กำลังมองไปข้างหน้า 

ผมก็ทำอยู่ตอนนี้ไงครับ ่   นี่เป็นเพียงความรู้สึกลึกๆที่แอลดีนได้แต่เก็บไว้ เขาตอบไปเพียงแค่ 

" ผมคงไม่กล้าที่จะรักพระจันทร์หรอกครับ"   

โกหก!! แอลดีนรู้ดีว่าคำตอบนี้คือคำโกหก!! แต่ก็คงดีกว่าการพูดความจริงออกไป 

เพราะนั่น... อาจจะทำให้พระจันทร์หายไปตลอดกาลก็เป็นได้ 

__________________ 

แง้  เสร็จแล้ววววววววว  ตอนแรกของพี่ซีนกับคุณอา   แฮร่ คู่นี้จะละมุนหน่อย  แง้ 

ถ้าใครรอบทSMแรงๆจากนิยายของโปรดอาจจะต้องผิดหวังหน่อยนะงับ 

คือโปรดไม่มีความสามารถในการจะแต่งSMที่รุนแรงเกินไป 

แม้แต่อ่าน  โปรดยังอ่านจนจบไม่ได้เลยง่ะ 

แต่ถึงยังไงจะพยายามเขียนออกมาให้ดีที่สุดนะงับ 

มาเม้นต์คุยกับโปรดบ้างน๊าาาาา 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงับ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว