ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : คุนหลุนชาน 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 222

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.พ. 2561 23:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คุนหลุนชาน 100%
แบบอักษร

​<ควีน>

หลายวันแล้วที่ฉันได้อยู่ที่นี่ แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าฉันอยู่มาเป็นเดือน ฉันนั่งลงใต้ต้นไม้ข้างๆศาลาเล็กริมสระบัวที่ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนตลอด แล้วเหม่อมองดอกไม้ที่กำลังร่วงหล่นไปรอบๆ นับตั้งแต่อาการฉันเริ่มดีขึ้น เฉียวฟงก็หาอาจารย์มาให้ฉันเพื่อที่จะปรับตัวแล้วเรียนรู่้เกี่ยวกับเรื่องที่นี้ให้มากขึ้น ทั้งมารยาท วัฒนธรรม เรื่องเวทมนต์ต่างๆที่น่าสนใจ และอีกหลายอย่างที่ฉันยังไม่รู้มากนัก แต่บางครั้งฉันก็รู้สึก....เหงา ใช่แล้วล่ะ ฉันกับเฉียวฟงไม่ค่อยเจอกันมากนัก เพราะเขาก็ไปข้างนอกซะส่วนใหญ่ กว่าจะกลับมาฉันก็มักจะหลับไปซะทุกครั้ง แต่ทำไมนะ... ทำไมฉันรู้สึกเหมือนมีเขามานั่งเฝ้าฉันทั้งคืน... แต่บางทีฉันอาจจะคิดถึงเขาไปเองก็เป็นได้... 

"คุณหนูเอ่อ...กวีนเจียเจี่ยเจ้าคะ ท่านอาจารย์มาแล้วเจ้าค่ะ"  ฉันหันหน้าแล้วนึกขำ ตอนนี้ฉันพยายามให้ถิงเจิ้นและเฟิงเจิ้นพูดชื่อฉันแทนคุณหนูอยู่ ก็นะเรื่องแบบนี้ก็ต้องใช้เวลาบ้าง แต่ชื่อฉันนี่สิเรียกกี่รอบก็ไม่เคยเรียกถูกสักครั้ง ต่อไปชื่อฉันคงเป็น เกวียน แทน ควีน ได้สักวันแล้วล่ะ -_- 

"เรียกชื่อข้าไม่ถูก ข้าคงไปมิได้หรอก" ฉันแสร้งหน้าขรึมแกล้งสองคนนี้สักหน่อย ดูสิ ขนาดฉันยังเริ่มใช้ภาษาโบราณได้แล้วนะ ทำไมพวกนั้นจะพูดชื่อของฉันแค่คำเดียวหน่อยไม่ได้ล่ะ! ต้องแกล้งสักหน่อย 

"โถ่วว คะ..คุณ  เอ่อ...กวีนเจี่ยเจียเจ้าคะ ชื่อเจียเจี่ยมันเรียกยาก พวกข้าพยายามอยู่นะเจ้าคะ" พวกนางพูดพลางทำหน้าละห้อยทันที หึ! ฝันไปเหอะ ชื่อฉันคำเดียวเองทำไมจะไม่ได้ห้ะ! 

"กวีนเจี่ยเจีย? เห็นทีพวกเจ้าคงเรียกผิดคนแล้วกระมัง เพราะแถวนี้มีแต่คนชื่อ 'ควีน' " ฉันพูดพลางมองเล็บตัวเองไปพลางๆ เป็นไงล่ะ การแสดงของฉัน55555  

"เจี่ยเจียเจ้าคะ T.T พวกข้าไม่อยากโดนดุแล้วนะเจ้าคะ ถ้าหากท่านยังไม่ไปเรียนแบบนี้"  ดูพูดเข้า ฉันเองก็ไม่ได้อยากเรียนโว้ยยย พูดถึงตอนโดนท่านอาจารย์ดุแล้วยังขนลุกไม่หายเลย 

"เอาล่ะๆ นี่เห็นแกข้ากลัวพวกเจ้าโดนดุหรอกนะ" ป่าวหรอก จริงๆฉันก็กลัวโดนคัดรายงานเรื่องข้อปฎิบัติการมาเรียนอยู่เหมือนกัน พูดเสร็จฉันก็รีบลุกขึ้นทันที พอคิดว่าลับสายตาเจ้าสองคนนั้นก็วิ่งทันที เพราะกลัวจะสายซะก่อน


"เอาล่ะคุณหนู วันนี้ข้าจะให้ท่านลองทวนกิริยามารยาทตามธรรมเนียมของเราแบบเมื่อวานตั้งแต่ขั้นกลางจนถึงขั้นสูง" ในขณะที่สอน ก็ปรายสายตามองมาหาเธออย่างช้าๆฉบับคุณครูระเบียบ ที่โรงเรียนก็เจอไปแล้ว โผล่มาภพนี้ก็ไม่นึกว่าจะเจอเสียอีก เอ้ย ซะอีก! (อยู่นานไปก็ชักจะชินกับภาษาที่นี่แล้ว)  มารยาทขั้นกลางคือมารยาทที่เคารพกับบุคคลที่มีชนชั้นเทียบเท่าจนไปสู่ชั้นสูงที่เป็นระดับราชวงศ์ 

พรึบ!

ฉันค่อยๆปฏิบัติจากมารยาทขั้นกลางไปสูงไปตามลำดับอย่างช้าๆ  และขาเริ่มเกร็งเรื่อยๆทุกทีเมื่อทำท่าปฎิบัติขั้นสูง เห้อ เขาทำกันได้ยังไงนะ ยิ่งขั้นสูงก็ยิ่งเหนือย เฮ้อ

"ก้มไปอีกเจ้าค่ะ ขาเหยียดตรงนะเจ้าคะ ห้ามงอ"

เปี๊ยะ!

เสียงไม้เรียวตีไปที่น่องฉัน โห่ แค่แอบพักขาไปนิดเดียวเองทำเป็นขี้เหนียวไปได้ (''  ;) 

"หนูพยายามอยู่นะคะ โถ่ว"

"เป็นหญิงควรมีกริยาที่งาม และท่านมิควรพูดออกมาเยี่ยงนั้นนะเจ้าคะ ระงับอารมณ์ด้วยเจ้าค่ะ และครั้งนี้ถ้าคุณหนูยังทำไม่ได้อี อดข้าวกลางวันนะเจ้าคะ"   

"ตะ...แต่" 

"ข้าวกลางวันเจ้าค่ะ"

แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง  

พ่อจ๋าาาาาาาาาาาาาาาาาา

แม่จ๋าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา 

ช่วยหนูด้วยยยยยยยยย




"อะ..โอ๊ย" 

"ขอโทษเจ้าค่ะ คุณหนู T.T" 

หลังจากหมดคลาสเรียนมหาโหดไปอาการมันก็ค่อยๆเริ่มออก ปวดขาไปหมด ฮรึก ขยับไปก็เริ่มปวด ถิงเจิ้นและเฟิงเจิ้นเริ่มใช้แสงขาวๆเล็กๆโปรยลงบนขาฉัน มันให้ความรู้สึกร้อนสลับเย็นแต่ก็ผ่อนคลายมาก...จนฉันเริ่มปรือตาไม่ขึ้นและค่อยๆหลับไป...

จบบท <ควีน>



แอ๊ด...

เสียงประตูไม้ที่ถูกเปิดออกโดยเจ้าของร่างสูงที่กำลังย่างเข้ามาในห้อง...ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงอย่างไม่รู้ประสา 

"คุณชา..."  

"ชู่ววว....ขอบใจพวกเจ้ามากที่ดูแลนางแทนข้า ไปพักผ่อนเสียเถอะ"

"เจ้าค่ะ"

เฉียวฟงพูดกับสาวใช้ทั้งสองอย่างจริงใจ เพราะหลายวันนี้เขายุ่งกับเรื่องการค้ามากจนไม่มีเวลามาหานาง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วนางคงเหงาแน่

พรึบ!

วิ้ง   วิ้ง   วิ้ง

และยังคงเป็นเช่นเดิม แม้เขาจะกลับจวนดึกทุกครั้งแต่เขาก็ไม่ลืมที่จะแวะมาดูแลนาง มือหนากวาดมือบนอากาศพร้อมกับเมล็ดสีเขียว จากนั้นก็แตกสลายกลายเป็นผงสีเขียวระยิบระยับบนอากาศที่ค่อยๆลอยลงมาเรื่อยๆบนตัวของหญิงสาวผู้นี้

"อืม..." เมืื่อครันได้กลิ่นสมุนไพรจางๆ เธอก็รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ว่าแต่...ทำไมกลิ่นนี้คุ้นจัง

"เฉียวฟง?" ฉันพูดชื่อเบาๆออกมาแล้วค่อยๆปรือตาขึ้นมา เป็นดังคาด ชายร่างสูงที่ใส่อาภรณ์สีคุ้นตายืนอยู่ข้างเตียงชั้น ทั้งยังมีรอยยิ้มประดับหน้าอยู่เสมอ

"ตื่นแล้วหรือ?"

"อะ..อืม"

"เป็นอย่างไรบ้าง บทเรียนวันนี้ ดีหรือไม่"

"ดีกับผีนะสิ! นายรู้มั้ยวันนี้ฉันทั้งยืนทั้งคุกเข่าเป็นชั่วโมงแหนะ ให้ทำอะไรก็ไม่รู้ พูดก็ไม่ได้ แย่จริงๆ -*-"

"ฮ่าๆ เอาล่ะ ไหนๆเจ้าก็ตื่นแล้ว เจ้าอยากไปเดินเล่นหรือไม่?"

"อืมมมมม ก็ได้"

"เจ้าเคยบอกข้าใช่มั้ยว่าเจ้าอยากเรียนวิชาเวท" 

เมื่อเดินมาได้สักพัก เฉียวฟงก็เริ่มเปิดประเด็นขึ้นหลังจากที่เงียบมานานในระหว่างทาง

"ใช่ มัน..เอ่อ...เจ๋งมากเลยนะ!" นิ้วโป้งทั้งสองข้างของหญิงสาวยื่นออกมาข้างหน้า พร้อมกับเน้นคำว่าเจ๋ง ให้กับคนข้างหน้า

"เจ๋ง?" ริมฝีปากพูดพลางยิ้มมุมปากซึ่งขัดกับคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน

"อ่อ มันแปลว่าดีมากๆเลย" 

"'ฮ่ะๆ เจ้านี่มีคำประหลาดๆออกมาอยู่เรื่อยเลยนะ จะว่าไปแล้วข้าจะให้เจ้าไปฝึกเวทที่คุนหลุนชาน" เขาพูดขึ้นพร้อมแบมือข้างซ้ายขึ้นมาให้เห็น ทันใดนั้นก็มีภาพสามมิติอย่างกับในหนังปรากฏขึ้น เป็นภูเขารายล้อมด้วยต้นไม้มากมายและหมอกหนาเป็นวงแหวนล้อมรอบล้าวกับสวรรณ์

"โห....นี่หรอคุนหลุนชาน?" ควินพูดพลางชี้ทะลุเข้าไปในภาพนั้น

"ใช่ เป็นที่ฝึกสอนของเหล่านักเวท" เฉียวฟงเก็บมือจากนั้นภาพนั้นก็หายวับไปจากนั้นก็เอามือไปไพล่หลังตามเดิม พร้อมกับมองสายตากลมใสที่กำลังจ้องมองเขาอย่างน่าสนใจ

"ห้ะ..จริงหรอ ว้าว ดีจังเลย เอ๊ะ แต่นายบอกว่าจะสอนฉันนี่"

เขานึกขำทุกทีที่เห็นท่าทางของเธอเดี๋ยวทำหน้าตื่นตกใจเดี๋ยวคิ้วเป็นขมวด คงเป็นเธอคนเดียวกระมังที่เป็นแบบนี้

"ใช่ ข้าจะสอนเจ้า เพียงแต่ว่า ข้ายังไม่รู้ว่าเจ้าถนัดเวทใด"

"งั้น นายจะต้องส่งฉันไปเพื่อหาความสามารถของตัวเองสินะ"

"เป็นเช่นนั้น" เขาพูดพลางพยักหน้าตอบเธอ​

​"แล้ว..เราจะมีโอกาสได้เจอกันหรือเปล่า?" ในเมื่อเขาบอกจะส่งเธอไป หญิงสาวก็อดหวั่นใจไม่ได้ที่จะถามคำถามนี้ ก็เขาไม่ค่อยได้มาเล่นกับเธอนี่นา.... ควินหวั่นคิดในใจ

"มีสิเพราะข้าก็เรียนที่เดียวกันกับเจ้า"

"อ่าว ทำไมถึงได้เรียนล่ะ"

"หึๆ จริงๆข้าอยู่หินระดับขั้นที่4* แล้ว"

"หินอะไร ทำไมต้องมีหิน?"

"เพราะมันคือระดับของนักเวทศึกษา ซึ่งมีทั้งหมด5ขั้น จะไล่มาตั้งแต่นักเวทฝึกหัดจนถึงนักเวทผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งหากเจ้าได้เข้าไปศึกษาแล้ว เจ้าก็จะได้อยู่หินระดับขั้นแรก ซึ่งเป็นนักเวทฝึกหัดก่อน" เจ้าของร่างสูงหยุดแล้วหันกลับมามองหญิงสาวข้างกายพลางยิ้มละมุนให้

"แต่เจ้ารู้ไหม ถ้าเจ้ามีความสามารถ เจ้าก็ได้เลื่อนหินระดับมาถึงข้าได้"

"โห...จริงดิ! อยากไปเรียนแล้วสิ" หมายถึงอยากไปเรียนกับเธออ่ะ คริๆ ควินนึกในใจ

"แต่มีไม่มากหรอกนะที่จะได้ข้ามขั้น เพราะฉะนั้นเจ้าจงตั้งใจให้มาก" เฉียวฟงเอ่ยขึ้นคล้ายกับรู้ทัน

"แล้วฉันจะเริ่มเรียนได้เมื่อไหร่"

"ช่วงนี้เป็นฤดูวสันต์ ซึ่งที่คุนหลุนจะให้ผู้ฝึกเวทกลับบ้าน พอถึงช่วงคิมหันต์ถึงจะเป็นภาคเรียนใหม่ซึ่งข้าก็จะอยู่หินระดับขั้นที่4 พอดี" ร่างสูงพูดขึ้นอย่างภูมิใจ

“ชักจะอยากจะไปแล้วสิ ตื่นเต้นจัง”  เธอพูดพลางจินตนาการว่าตัวเธอกำลังร่ายมนตร์อย่างสนุกสนานแต่ก็ชะงักเพราะประโยคของคนข้างกาย

“ไปถึงแล้วเจ้าจะรู้เอง”

ไรท์ขี้เกียจตัวเป็นขนมากเลยค่ะ คิดไม่ค่อยออกว่าจะเขียนไรมันตันไปหมด ใครมีทริคที่ช่วยให้เขียนดีเขียนลื่นบอกด้วยนะคะ555555 ยังไงก็ฝากนิยายเรื่องนี้ไว้พิจารณาด้วยนาคา

แมวประกาย

ความคิดเห็น