ความรักน่ะ อันตรายมากหรอ? ยังไง?

ชื่อตอน : Risk : 3(Rewrite)

คำค้น : ลูคัส , ลิน risk , YAOI

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 39.9k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ส.ค. 2563 19:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Risk : 3(Rewrite)
แบบอักษร

“หนาว  น้องหนาว” เสียงสั่นๆของคนเป็นไข้ดังขึ้นทำให้ลูคัสชะงัก ทั้งๆที่กำลังจะเดินออกไป แต่เสียงนั้นทำให้เขาต้องหันกลับไปมองร่างบางๆนี้อีกครั้งแล้วเดินกลับไปที่เตียงนั่งลงข้างๆควานลิน  มือหนาถอดเสื้อผ้าของคนตัวเล็กออกหมดทุกชิ้น 

ชุบผ้าขนหนู บิดผ้าให้หมาดลงมือเช็ดร่างบางๆที่สั่นงกๆราวกับเป็นลูกนกตกน้ำ 

ลูคัสเริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ทั้งๆที่ ถ้าเป็นคนอื่นร่างแบบนี้    หุ่นแบบนี้..  เขาคงจับกดโดยไม่ต้องลังเล 

จะว่าเขามีความต้องการที่ค่อนข้างสูงมันก็ไม่ขนาดนั้น แต่เขาก็เพียงแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่หากมีคนกำลังแก้ผ้าตรงหน้าคงไม่นั่งเป็นพระอิฐพระปูนหรอก แต่กับคนตรงหน้าตอนนี้เขากลับรู้สึกทำอย่างนั้นไม่ลง  หรือถ้าทำไปแล้วอาจจะรู้สึกผิด 

 

รู้สึกผิดอย่างนั้นหรือ?หึ !ในชีวิตเขายังมีอะไรให้ต้องรู้สึกผิดอีกอย่างนั้นหรอ? 

ลูคัสนึกสมเพช 

 

เสร็จจากการเช็ดตัวที่ต้องใช้ความอดทนสูงแล้ว ลูคัสหยิบแผ่นเจลลดไข้ที่เขาใช้ประจำเมื่อยามที่ตัวเองป่วยแปะให้คนตัวเล็ก ลูคัสไม่ชอบให้คนอื่นมาดูแล จึงจำเป็นที่ต้องดูแลตัวเอง 

ลูคัสหันไปหยิบเสื้อเพื่อใส่ให้ควานลินอีกครั้ง แต่เมื่อนึกได้ว่าหากใส่เสื้อเดิมคงไม่สบายตัวนัก จึงเดินไปเลือกเสื้อตัวเองในตู้  หยิบที-เชิ้ตสีครีมออกมา  แม้เสื้อที่เอาออกมาเป็นไซส์ที่เขาคิดว่าเล็กที่สุดที่มีแล้ว แต่เมื่อใส่ให้กับคนที่กำลังนอนอยู่ เสื้อดูเป็นตัวโคร่งขึ้นมาทันที  

 

  สวมเสื้อเสร็จก็จัดการห่มผ้าให้เสร็จสรรพ  เขาตบบ่าคนตัวเล็กเบาๆเป็นการกล่อม  ร่างบางที่ก่อนหน้านี้เหมือนจะร้องไห้ทุกครั้งที่ปล่อยมือแต่ตอนนี้กลับนอนอย่างสงบ   ตนจึงลุกขึ้นไปห้องน้ำ  กวักน้ำใส่หน้าแรงๆหลายต่อหลายครั้งเพื่อดับอารมณ์ที่พร้อมปะทุขึ้นทุกครั้งที่นึกถึงร่างบางๆ 

“อาดาริครับครับ  คนป่วยควรกินอาหารแบบไหนดีครับ” ลูคัสโทรหาดาริกาหรือที่เรียกว่าอาดาริอีกครั้งเมื่อนึกได้ว่าต้องให้คนป่วยได้ทานข้าวทานยา 

“ถ้าอาหารไหนไม่มีผลต่ออาการแพ้ของคนไข้หรือว่ามีผลต่อการออกฤทธิ์ของยา  ก็ถือว่าทานได้หมดแหละจ้ะ  แต่ถ้าจะให้ดี ควรเป็นอาหารอ่อนๆ   ถ้าไม่รู้จะทำอะไรก็ทำข้าวต้มกุ้ง ข้าวต้มปลาง่ายๆก็ได้จ้ะ” ดาริกาพูด ดาริกานึกสงสัยอยู่ไม่น้อยว่า วันนี้ลูคัส เด็กหนุ่มที่โตมากับเธอโทรมาถามอะไรแปลกๆถึงสองครั้ง สำหรับคนอื่นอาจจะไม่แปลกหากว่ามาถามหาถึงวิธีดูแลคนอื่น  แต่สำหรับลูคัสแล้ว  นี่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกมากๆ 

“ขอบคุณครับ”ลูคัสกล่าวสั้นๆ 

“ทานข้าวเสร็จก็อย่าลืมให้คนป่วยทานยาด้วยนะ   ดูเหมือนปีนี้ดอกกุหลาบที่นี่จะบานเร็วกว่าปกตินะ” ดาริกาพูดยิ้มๆต่อท้ายก่อนจะกดวางสายเมื่อได้ยินเสียงปลายสายตอบรับสั้นๆ 

“ครับ” 

ลูคัสเลือกวัตถุดิบออกจากตู้เย็นสำหรับทำข้าวต้มปลา  การทำอาหารไม่ใช่เรื่องยากนักสำหรับเขา   ชายหนุ่มมักจะทำอาหารทานเอง  เพราะบางครั้งเขาก็ต้องใช้วิชาการทำอาหารในการทำภารกิจที่ได้รับมอบหมาย 

ชายหนุ่มตักข้าวต้มปลาใส่จานโรยด้วยงาคั่วนิดหน่อย มันอาจจะดูแปลกที่ข้าวต้มโรยงา 

งาคั่วกับข้าวต้ม ใครเขากินกันล่ะ แต่นี่คือเมนูข้าวต้มที่เขาชอบกิน 

 

มองนาฬิกาตอนนี้ก็บอกเวลา20 :25นาทีแล้ว 

 

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกก”  เสียงร้องที่ดังลั่น ทำให้ลูคัสชะงัก สาวเท้ายาวๆไปที่ห้องนอนที่มาของเสียง 

ประตูเปิด ผ่าง!!!    พร้อมกับใบหน้าขึ้นสีบอกถึงความโกรธของเจ้าตัวที่หันควับมา  ตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นลูคัสยืนอยู่ที่ประตู 

“คุณ.....!!”ปากเล็กขยับ ลูคัสกอดอก ยืนพิงประตู มองนิ่งๆไปยังร่างเล็กๆที่ยกนิ้วชี้ใส่เขา  เลิกคิ้ว เพื่อดูปฏิกิริยาของคนเล็กๆจะทำยังไง 

“ที่นี่ที่ไหน  พี่ซีนอยู่ไหน ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ล..ละ..แล้ว ทำไม...เสื้อผ้าของผม.... คุณทำอะไรผม” ควานลินถามรัวๆ 

“อยากให้ตอบข้อไหน” ลูคัสถามนิ่งๆ นึกสนุกอยากแกล้งคนที่จ้องเขม็งมายังเขา 

“ตอบมาทั้งหมดนั่นแหละ” ควานลินลดนิ้วที่ชี้หน้าคนร่างสูงลง 

“ขี้เกียจตอบ” ลูคัสตอบเรียบๆ  แล้วเดินออกไป 

“ห้ะ?  ..  นี่คุณ  หยุด  ผมบอกให้คุณหยุดไง” ควานลินลุกออกจากเตียงทันทีที่ได้ยินคำตอบ  รีบตามชายหนุ่มเพื่อเอาคำตอบจนลืมไปเลยว่าตนใส่เสื้อเลยสะโพกแค่ชิ้นเดียว 

ลูคัสหันไปมองตามเสียงเรียก ชะงักเมื่อเห็นร่างเล็กๆที่ยืนจังก้ามองตนเขม็ง 

“จะอะไรนักหนาวะ!!” ลูคัสทำท่ารำคาญ 

“ผมถามว่า ที่นี่ที่ไหน”ควานลินถาม 

“ห้องกู” ลูคัสตอบ 

“ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” 

“กูพามา” 

“แล้วพาผมมาทำไม” 

“ถามอะไรนักหนาวะเนี่ย” 

“แล้วคุณพาผมมาห้องคุณทำไมล่ะ คุณทำอะไรแล้ว... แล้วเสื้อผ้าผมล่ะ  เสื้อผ้าผมอยู่ไหน พี่ซีนล่ะ” เสียงรัวถาม  ลูคัสไม่สนใจเดินไปที่โต๊ะอาหารยื่นช้อนให้คนตัวเล็กที่ทำหน้ายุ่งๆ 

“อะไรของคุณ”ควานลินถาม 

“กินข้าวก่อนแล้วกูจะตอบมึง” ลูคัสยื่นข้อเสนอ 

“ไม่!” เสียงดังฟังชัดหนักแน่นมาก 

“งั้นไม่ตอบ ไม่กินใช่ไหม  ดี! งั้นไม่ต้องกิน”ลูคัสพูดเสียงเข้ม ก่อนจะไปนั่งกินข้าวต้มไม่นึกสนใจร่างเล็กๆที่ยืนขาสั่นหน่อยๆ เมื่อต้นขากระทบกับไอความเย็นในห้อง 

ครึกก~ 

เสียงร้องเบาๆจากท้องน้อยๆดังขึ้น  ลิ้นเล็กๆเลียริมฝีปากที่แห้งผาก เมื่อเห็นคนร่างสูงนั่งกินข้าวต้มอย่างเอร็ดอร่อย  มือลูบท้องเบาๆ  เมื่อเช้าออกจากคอนโดจะไปทานข้าวก็เจอเด็กถูกรถชน จะไปทานข้าวก็นึกได้ว่าเลทกับการเรียกรวมตัวของคณะไปสองชั่วโมงแล้ว  แล้วไหนจะถูกลงโทษ  วันนี้ทั้งวันก็เลยยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง 

ลูคัสมองคนที่กำลังลูบท้องป้อยๆ  ยกช้อนยื่นให้เป็นเชิงบอกให้มานั่งทานข้าว  พร้อมยกนมสตรอเบอร์รี่ขวดใหญ่มาวางบนโต๊ะ 

“กูไม่ใส่ยาพิษหรอกน่า” ร่างใหญ่บอกเสียงเข้ม  ควานลินค่อยๆเดินมาที่โต๊ะแล้วยกขวดนมรินใส่แก้วดื่มไปจนเกือบพร่องขวดแล้วหันมาทานข้าว  แล้วหยิบช้อนมาตักได้หนึ่งคำ   

ตามด้วยคำที่สอง  

คำที่สาม  

และเกลี้ยงชามภายในไม่กี่นาที เพราะความหิว ทำให้ควานลินกินจนแทบไม่เหลือ 

 

-Kuanlin Part- 

ข้าวต้มปลาหมดชามไปอย่างรวดเร็ว ก็ผมหิวนี่ครับ ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องแต่เช้า อยากกินอีก  ผมยกช้อนกัดอยู่อย่างนั้นจู่ๆไอพี่บ้านั่นก็พูดขึ้น 

“ไปเติมสิ”  ชิ! ใครเขาอยากกินอีกเล่า..  ก็ อร่อยหรอก  แต่ไม่เห็นอยากเติมสักหน่อย  เสียหน้าแย่ 

“อิ่มแล้ว”ผมตอบห้วนๆ 

“ยา” ซองยาเล็กๆถูกยื่นมาให้ผมผมจ้องหน้าคนที่ยื่นยาให้ผมนิ่งๆ 

“กินยาแล้วกูจะตอบ”  มาไม้นี้อีกแล้ว  ผมกินยาตามด้วยน้ำอึกใหญ่ 

“ทีนี้ตอบมาได้ยัง  พาผมมาห้องคุณทำไม คุณทำอะไร แล้วเสื้อผมอยู่ไหน” ผมถาม 

“มึงป่วย” เขาตอบสั้นๆ 

“แล้ว...?”คำตอบข้อต่อไปล่ะ 

“แล้ว...?  กูไม่ได้ทำอะไรมึง  หึ ร่างแบนๆแห้งๆอย่างนี้ไม่มีทำไม่ลงว่ะ” ดูตอบสิ ดู๊  !! แล้วดูจ้องผมด้วยสายตาแบบนั้น 

“จ้องหาอะไร” ผมถาม  จะจ้องให้ทะลุเลยไง๊? 

“ก็เปล่า  ร่างแห้งๆอย่างนี้นะ  นอกจากจะไม่ใช่อาหารตาแล้วยังเป็นสารพิษให้ตากูอีก” ไอ้พี่นี่....  ร่างผมไหมล่ะ  จะอะไรกับร่างผมนักหนา 

“แล้วเสื้อผ้าผมล่ะ”  ผมถาม  จะได้เปลี่ยนแล้วออกจากห้องนี้สักที 

“อยู่ร้านซักรีดข้างล่าง” ชิบหายแล้ว ผมจะใส่อะไรออกไปล่ะทีนี้   ผมนึกอะไรไม่ออก ทำไงดี 

"พี่ซีนล่ะ"ผมถามต่อ  พี่ผมไปไหน  พี่ซีนไม่เคยปล่อยให้ผมไปกับคนแปลกหน้า 

"โรงพัก"  เขาตอบสั้นๆ อ้อ..อยู่โรงพัก ห้ะ !! โรงพักหรอ!? 

"โรงพัก?  ทำไมพี่ซีนถึงอยู่โรงพักล่ะ"ผมถามต่อ 

"กูจะไปรู้ไหม ถามมาก!" ตอบเสร็จแล้วลุกเดินไป 

"อ้าว คุณ!  นี่คุณ!"  ผมเดินตาม  เขาหยุดเดินแล้ว 

จะหยุดก็บอกกันสักนิดสิ ผมเกือบชนหลังแล้วไหม  ทำไมเขาสูงอย่างนี้ 

ผมเงยหน้ามอง นี่คนหรือยักษ สูงเกินไปแล้ว 

"จะจ้องกูอีกนานไหม"  ไอ้พี่นี่ถามผม  ผมจึงถอยห่างออกมา 

 

"ทำไมพี่ซีนถึงไปอยู่โรงพัก" 

"กูไม่รู้  เลิกถามได้แล้ว รำคาญ"  เออ  รำคาญแล้วพาผมมาทำไมล่ะ 

"กระเป๋ามึง"  เขาหยิบกระเป๋าบนโซฟาข้างๆแล้วโยนให้ผม  เออดี  ได้กระเป๋าแล้ว  จะได้ออกไปสักที 

"มึงจะไปไหน"  เขาถามผม 

"กลับคอนโด"ผมตอบ 

"สภาพนี้"    เขาชี้นิ้วมาที่ผมแล้วดูกวาดสายตาสิ  เออ  ผมลืมไปเลย  ยังไม่ได้ใส่กางเกง 

"ไม่ใช่กลัวคนที่เห็นมึงแล้วเค้าพิศวาทมึงหรอก เพราะคงไม่มีใครคิดพิศวาท  กูแค่สงสารพวกเค้าที่ต้องทนเห็นร่างปลาหมึกตากแห้งแบบนี้ว่ะ"  เออ แล้วไง 

ผมแห้งแล้วไง โว้ยยยยยยยยย!!! 

 

 

"มึงจะไปไหน"  พี่เขาถามอีกครั้ง 

"ไปหยิบกางเกงไง"  เอาวะ!  ยอมหน้าด้านใส่กางเกงเขาไปก่อน  

ผมเดินลิ่วๆเข้าห้องที่ผมตื่นมาเมื่อตะกี้ เสื้อผ้าคงอยู่ห้องนั้นแหละ   ผมเห็นห้องใหญ่ๆข้างๆ ห้องแต่งตัวแน่ๆ  และผมก็เดาไม่ผิด  ผมหยิบกางเกงสามส่วนมาใส่    

เออ  มันยังยาวกับผมอยู่เลยแหะ! ผมเลยค้นตู้หยิบกางเกงสั้นอีกตัว  กางเกงสั้นเหนือเข่าผมเยอะเลยนะ 

แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าเมื่อกี้แหละ  สามส่วนที่ไม่เหมือนสามส่วน 

"ค้นห้องกูสนุกเลยนะมึง" ผมหันไปตามเสียง 

"ก็ไม่ได้จ้างให้มาพามาสักหน่อย" 

"เออ ดี  ขอบคุณสักคำก็ไ่ม่มี" แดกดันซะเหลือเกินนนน 

"กูไม่ให้ใส่กางเกงตัวนั้น" เขาบอก   อะไรอีกล่ะ  เดี่ยวซื้อมาคืนให้ก็ได้ งก! 

"วันหลังผมจะซื้อมาชดให้"ผมตอบ 

"กูไม่ได้อยากได้  แต่กูไม่ให้กางเกงตัวนี้  อะ ถอดแล้วใส่ตัวนี้ซะ"  เขาโยนกางเกงอีกตัวให้ผม  แล้วสั่งผมถอดกางเกงที่ผมใส่อยู่ 

"ไม่!!" 

"ถ้าไม่ถอด  เดี่ยวกูถอดให้มึงเอง"  ไอ้พี่นี่  เผด็จการสุดๆ 

"ถอดไม่ถอด?"  ถอดก็ได้!! ละดูกางเกงที่เขาให้ผมใส่ ยาวจน 

จน.......ถ้าผมใส่กางเกงนี้เดินริมถนน  เทศบาลไม่ต้องมากวาดถนนแล้วล่ะ  กางเกงที่ผมใส่คงกวาดถนนจนสะอาด 

"มานี่"  เขาพูดแล้วจับเอวกางเกง 

"เฮ้ยๆ  คุณทำอะไรอะ"  ตกใจสิ 

"กูจะพับเอวกางเกงให้"  พูดจบก็ใส่กระดุมกางเกงแล้วพับเอวสองทบ จากนั้นก้มไปพับขากางเกงให้ผมอีก  พับถึงข้อเท้าผมพอดี 

เออ  ผมตกใจนิดหน่อย  ไม่นิดสิ  ตกใจมากต่างหาก คนบ้าอะไร  จู่ๆมาพับขากางเกงให้ผม 

"เสร็จแล้ว  มึงจะไปไหนก็ไป" เออ  ก็ไม่ได้อยากอยู่นักหรอก ฮึ้ย!! 

 

"อ้อ..."  อะไรอีกล่ะ   ผมก็จะไปแล้วนี่ไง! 

"เอานมรสสตรอเบอร์รี่มึงออกไปให้หมดด้วย  กูไม่ดื่ม" ผมมองไปที่เคาเตอร์  เห็นนมขวดใหญ่อยู่ห้าขวด  และขวดเปล่าบนโต๊ะอาหารอีกหนึ่ง 

"หัดดื่มนมบ้าง  จะได้รู้จักความหวานละมุน ไม่ใช่กระด้างใช้อำนาจกับคนอื่นอย่างเดียว"  ผมตอบ  ประโยคหลังพูดเบาๆ  

ไม่ได้กลัวนะครับ  แค่ไม่อยากพูดให้พี่เขาได้ยินแค่นั้น 

ผมออกจากห้องรุ่นพี่จอมบ้าอำนาจนั่นแล้วครับ 

นมหรอ? วางไว้นั่นแหละ ตู้เย็นห้องผมก็เต็มไปด้วยนมแล้วล่ะ 

 

เอ๋ ~ทำไมที่มันคุ้นๆแหะ มันคล้ายๆกับ..... คล้ายกับ... 

คอนโดที่ผมอยู่? หรอ? 

 

ผมลงลิฟต์ ไปที่ล็อบบี้ชั้นล่าง 

ชัดเจน....!! 

 

 

นี่มันคอนโดผม อย่าบอกนะว่าพี่นั่นมันอยู่คอนโดนี้ด้วย 

 

อยู่ชั้นสี่สิบซะด้วย  คงรวยใช่ย่อย!  ไม่ให้บอกว่ารวยได้ยังไงล่ะ  ชั้นสี่สิบ ชั้นสูงสุดแล้ว  มีแค่สามห้อง ราคาไม่ต้องพูดถึง! 

เฮอะ !!  รวยแล้วทำตัวบ้าอำนาจอย่างงี้ไม่น่าคบหรอก 

ถึง...ถึงเขาจะช่วยดูแลผมก็เถอะ   ผมว่าเขาไม่ค่อยเต็มใจช่วยหรอก 

เหอะ!!  ชิ!!  ชะ!!! เชอะ!! 

      

ตอนนี้ผมขึ้นมาที่ห้องตัวเองแล้วดูเหมือนความซวยในวันนี้ของผมมันจะยังไม่จบ 

คีย์การ์ดผม  มันหายไปไหน?ผมค้นกระเป๋าอยู่พักใหญ่ 

 

ไม่มี! คีย์การ์ดผม 

มันไม่มี!!  อ๊ากกกกกก!!!! 

"พี่ซีน"  ผมโทรหาพี่ชายของผมทันที 

"น้อง  เป็นยังไงบ้าง  พี่ขอโทษนะ ที่ต้องฝากน้องกับพี่ลูคัส"  อ่าา ~พี่ซีนสินะที่ฝากดูแลผม  พี่ไม่น่าฝากผมไว้กับคนแบบนั้นเลย 

"เขาดูแลน้องดีใช่ไหม  ต้องดีอยู่แล้วแหละ  แค่ดูก็รู้ว่าไว้ใจได้" ห้ะ  !!ไว้ใจได้ ? ไอ้บ้านั่นหรอ  หึ! 

เห็นไหม? ผมบอกแล้ว  เขาไม่เต็มใจดูแลผมหรอก  ถ้าพี่ไม่ขอร้อง คงไม่ทำอะ! 

"แล้วไข้น้องลดแล้วหรอ  ถึงมีแรงมาโทรคุยกับพี่ได้" พี่ซีนถามต่อ 

"ดีขึ้นเยอะแล้วครับ"  เออแหะ!  ผมแทบไม่มีไข้เลย  มีปวดหัวบ้างนิดหน่อย  อาการครั่นเนื้อครั่นตัวก็ไม่มีแล้ว 

"แล้วทำไมพี่ซีนถึงไปอยู่โรงพักล่ะครับ"ผมถาม 

"พี่ลูคัสบอกน้องหรอ" 

"ครับไอ้พี่บ้านั่นบอกผม" ผมตอบ 

"ทำไมถึงเรียกพี่เขาว่าไอ้พี่บ้าล่ะ  เรียกว่าพี่ลูคัสสิ"  พี่ซีนนนนง่าาาาา 

"ก็น้อง....."  ผมไม่รู้จะนึกคำไหนมาตอบ 

"ก็น้องอะไร  หืม?  ไม่ได้ก้าวร้าวใส่พี่เขาใช่ไหม  พี่ลูคัสดูแลน้องตั้งแต่เย็นเลยนะ  อย่าโกรธที่พี่เขาลงโทษเลย  นะ?  ถ้าพี่เขารู้ว่าน้องไม่ได้ตั้งใจมาสาย  เขาคงไม่ลงโทษหนักขนาดนั้นหรอก  จริงไหม?"  พี่ซีนลงท้ายด้วยคำถามที่ทำให้ผมอึกอักปนอึดอัด 

"คือผม....."  ตอบยังไงล่ะทีนี้ 

"อย่าเรียกพี่เขาว่าไอ้บ้าอีกล่ะ เข้าใจไหม" โถ่ว  พี่ซีน!! 

"แล้วนี่พี่ซีนกลับบ้านแล้วยังครับ"  เปลี่ยนเรื่องซะเลย 

"เปลี่ยนเรื่องเก่งนะน้อง"  แหนะ!!  รู้ทันผมอีก 

"พี่กลับมาบ้านสักพักแล้วล่ะ  คืนนี้พี่ไม่ไปหาน้องที่คอนโดนะ" 

"พี่เป็นอะไรรึเปล่าครับ  แล้วตกลงบอกน้องได้แล้วยังว่าเรื่องมันเป็นยังไง  ทำไมไปอยู่โรงพัก" 

"ไว้พี่ค่อยเล่านะ  น้องพักเถอะ  นี่ดึกแล้ว  พรุ่งนี้ยังมีกิจกรรมรับน้องวันสุดท้ายแล้ว  พักเอาแรงนะ  พรุ่งนี้เช้าถ้าไม่มีไข้  พี่จะไปรับ"   พี่ซีนพูดซะยืดยาว 

"ครับ  ฝันดีนะครับ" 

"ฝันดีน้องลินของพี่"ผมวางสายจากพี่ซีน 

 

ผมอยู่คอนโด ส่วนพี่ซีนไม่ชอบอยู่คอนโดก็เลยซื้อบ้านจัดสรรเล็กๆอยู่ห่างจากคอนโดนี้ไป  ห้าบล็อคถนน 

ส่วนผมชอบอยู่แบบนี้มากกว่า คอนโดที่ว่านี้ก็เป็นคอนโดของที่บ้านผมครับ  

ครับ!  ที่บ้านผมเป็นเจ้าของโครงการ แล้วทำไมผมไม่ไปอยู่ชั้นบนสุดนะหรอ? 

 

ก่อนเข้าปีหนึ่งเราก็อยู่ที่บ้านครับ  ไม่ได้ออกมาอยู่คอนโด  ออกมาอยู่บ้านตอนเข้ามหาลัยนี่แหละครับ ตอนนั้นคอนโดชั้นสี่สิบก็ถูกจองซื้อตั้งแต่โครงการก่อสร้างออกมาแล้ว แล้วอีกอย่างผมชอบเลข32 เลยเลือกชั้น32 

ผมโทรไปที่ล้อบบี้ก็ปรากฏว่าวันนี้ผู้จัดการลาคลอด ถึงผมจะเป็นลูกหลานเจ้าของคอนโด  แต่สิทธิหน้าที่ในการให้เบิกคีย์การ์ดทุกอย่างก็คือผู้จัดการ 

เพราะมันเคยเกิดเหตุการณ์ ขึ้นไปข่มขืนถึงในหอพักไงครับ ตอนนั้นการดูแลความเรียบร้อยถือว่าหนาแน่นแล้วนะครับ 

แต่ปรากฎว่าคนร้ายที่ลงมือกลับเป็นพนักงานซะเอง   แอบอ้างสิทธิใช้กุญแจของเจ้าของห้อง 

มันคงลืมว่าที่นี่มีกล้องวงจรปิด ตอนนี้หรอครับก็เดี้ยงอยู่ในคุกอะครับ  แต่กว่าจะลบกระแสข่าวออกจากสังคมได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย 

คอนโดแกรนด์เป็นหนึ่งในโครงการใหญ่เครือบริษัทแกรนด์แต่เกิดเรื่องข่มขืนขึ้น เรื่องใหญ่สิครับ! 

เครือแกรนด์ของตระกูลผมไม่ได้มีธุรกิจอย่างสองอย่าง ไหนจะโรงพยาบาล  ห้างแกรนด์  สวนสนุกแกรนด์   สนามบินแกรนด์ 

ทางเราก็เลยตัดไฟตั้งแต่ต้นลม  ดีกว่า วัวหายแล้วล้อมคอก 

จะว่าไปแล้ว  คืนนี้ผมจะทำยังไงดีล่ะครับ  จะให้ขับรถไปบ้านพี่  ผมขับไปไม่ไหวหรอก 

 

งั้นผมขอนั่งคิดหน้าห้องแป้บละกันนะ ง่วงจะแย่ ปวดหัวตึ้บๆแล้วด้วย 

 

 

Lucas Part 

​เห้อ! ผมถอนหายใจ  มองเด็กอวดดีนอนกอดเข่าหน้าห้องตัวเอง ผมก็ไม่ได้อยากมาดูมันนักหรอกครับ 

แต่นึกได้ว่าห้องมันไม่มีกุญแจ แล้วดูมันตอนนี้สิ 

พี่มันคงยังไม่กลับมา  ทำไมมึงไม่ไปนอนโรงแรมใกล้ๆนี้ก่อนสักคืนนึงวะ  หนาวตายพอดีงี้ 

ไม่ปลงไม่ปลุกแม่งละ  เดี่ยวตื่นมาโวยวายอีกอุ้มไปนอนบนห้องแม่ง!! 

ไม่ได้อยากช่วยนักหรอก ไม่ได้สงสารด้วย 

ก็...ก็...มันเป็นน้องในคณะ ไม่ช่วยเดี่ยวก็ด่าว่าผมไส้ไม้ใจกะละมังอีก  (ใจไม้ไส้ระกำ)   

 

นอนทีนี่ก็เหมือนซ้อมตาย! 

 

ผมวางมันลงบนเตียง แล้วผมนอนไหนนะหรอ นอนแม่งข้างๆนี่แหละ  ไม่ได้อยากนอนข้างมันเลย 

แต่นี่เตียงผมไง  เรื่องอะไรผมต้องไปนอนในห้องเล็กด้วยล่ะ ผมไม่ใจไม้ไส้มะละกอปล่อยมันนอนโซฟาหรอก 

(ใจไม้ไส้ระกำนะลุคส์!!!)  

___________________________ 

แง้!!!!   จบตอนสามแล้วววว 

จริงๆคืนนี้โปรดต้องนอนแต่หัวค่ำนะ  พรุ่งนี้มีสอบ 

แต่แหม  เรื่องมโนเนี่ย  โปรดถนัดนัก  ฮี่ๆ 

เม้นมาพูดกับโปรดบ้างเต้อะะ     แง้!!! 

ยังไงก็........ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะงับ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว