ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 21

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,ปราบผี,วาย,อาจารย์ปีศาจ,ร้านสารพัดนึก,แฟนตาซี,Y,yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.3k

ความคิดเห็น : 51

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2561 12:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
21
แบบอักษร

2018-02-21

หลังรับประทานอาหารเย็นหลิงหลงที่พอวางตะเกียบก็นั่งตาปรือถูกองค์ชายตั๋วลู่อุ้มเข้าห้องนอน ส่วนอี้เทาที่เมินสายตาอ้อนวอนขององค์ชายจงซินก็หนีเข้าห้องตัวเองพร้อมปิดประตูอย่างแน่นหนาคนจึงต้องเดินคอตกเข้าห้องตัวเองที่อยู่ถัดไป

เจิ้งจื่อยี่ได้ห้องส่วนตัวกับเขาด้วย แต่ก่อนนอนยังแวะไปหาเพื่อนองครักษ์คุยแลกเปลี่ยนข่าวสารก่อนจะกลับมานอน


ยามอิ๋น (03.00-04.59) เสียงเคาะถังดังขึ้นลั่นบ้าน ทุกคนที่นอนหลับอยู่ลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตกใจยกเว้นอี้เทากับหลิงหลงที่ทราบดี อี้เทานั้นผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาที่ลานฝึก ส่วนหลิงหลงนั้นก็ลุกอย่างว่าง่ายแม้จะขยี้ตางัวเงียอยู่บ้างแต่ก็ยินยอมเปลี่ยนเสื้อผ้าที่องค์ชายตั๋วลู่เตรียมให้แต่โดยดี

ทุกคนมาเจอหน้ากันที่ลานฝึกที่หลิ่วอินยืนรออยู่แล้ว พวกองครักษ์ของสององค์ชายก็ถูกต้อนมาฝึกด้วย หลิงหลงยืนตาปรืออยู่กับวิลเบอร์ หลิ่วอินให้พวกเขาวิ่งรอบบ้านกว่าจะครบก็ถึงกับหอบ มีเพียงอี้เทา หลิงหลงและวิลเบอร์ที่ยังอยู่ในอาการปกติ 

"ข้าให้พักดื่มน้ำหนึ่งเค่อ แล้วค่อยฝึกต่อ" หลิ่วอินพูดแค่นี้ก็หายตัวไปให้พวกเขาทิ้งร่างลงกับพื้นอย่างไม่กลัวเลอะ องค์ชายตั๋วลู่ที่เน้นไปทางบุ๋นมากกว่าบู๊หายใจหอบอย่างน่าสงสาร จนหลิงหลงอดไม่ได้ที่จะถามไถ่

"พี่ลู่ไหวหรือไม่" 

"ข้าไม่เป็นไร พักสักหน่อยคงจะดีขึ้น"

"ค่อยๆจิบอย่าดื่มรวดเดียว" หลิงหลงส่งถ้วยน้ำชาให้ เขาดึงข้อมือองค์ชายตั๋วลู่มาวัดชีพจรจนแต่ใจว่าอัตราการเต้นของหัวใจเป็นปกติแล้วจึงถอยออกมา

"อี้เทา เจ้ากับหลิงหลงไม่เหนื่อยบ้างหรือ" องค์ชายจงซินถามหลังจากจิบน้ำชาไปกาใหญ่

"ข้าฝึกแบบนี้มาตั้งแต่เด็กย่อมเคยชินแล้ว ท่านใช้เวลาอีกพักก็จะดีขึ้น" อี้เทาปลอบ พวกเขาเองตอนเริ่มฝึกก็เหนื่อยมากเช่นกัน

"แต่ท่านทวดฝึกหนักมากเลยนะ ดูเจ้าพวกนี้ยังเหนื่อย" เจิ้งจื่อยี่ชี้นิ้วไปที่พวกองครักษ์ที่แม้สภาพดีกว่าองค์ชายทั้งสองแต่ก็ยังเหน็ดเหนื่อยกันไม่น้อย

"ก็แสดงว่าพวกท่านฝึกกันไม่มากพอน่ะสิ" หลิงหลงเบะปากใส่จึงถูกเจิ้งจื่อยี่ดึงแก้มจนยืด แต่เมื่อรู้สึกถึงรังสีอำมหิตจากองค์ชายตั๋วลู่ก็รีบปล่อย

"เจ้ารู้หรือไม่ว่าต่อไปท่านหลิ่วอินจะให้พวกเราฝึกอะไร" องค์ชายตั๋วลู่ดึงหลิงหลงเข้ามากอดอย่างเนียนๆท่ามกลางเสียงฮึดฮัดของอี้เทา

"น่าจะเป็นพื้นฐานการเคลื่อนไหวของร่างกาย พวกท่านช่วงล่างยังอ่อนอยู่" หลิงหลงว่า ถ้าขาแข็งแกร่งวิ่งเพียงแค่นี้คงไม่หอบกันขนาดนี้หรอก

"แต่บางทีช่วงล่างของข้าก็แข็งนะ" องค์ชายจงซินยิ้มให้อี้เทาที่โกรธจนหน้าแดง เขาไม่ด่าแต่จดลงบัญชีไว้สักวันเขาต้องตอบแทนคนผู้นี้แน่

"เอาล่ะ หมดเวลาพักแล้วมาฝึกต่อ" หลิ่วอินปรบมือเรียกทุกคน เขาให้ออกหมัดและเตะข้างละสองร้อยทั้งหมดเป็นแปดร้อยครั้ง จากนั้นจึงให้พักอาบน้ำรับประทานข้าว องค์ชายทั้งสองและพวกองครักษ์แทบคลานไปอาบน้ำ ส่วนอี้เทารีบอุ้มหลิงหลงหนีเข้าห้องไปองค์ชายตั๋วลู่ได้แต่มองเพราะยามนี้เขาอุ้มเด็กน้อยไม่ไหว

เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาเจออาหาร พวกเขารับประทานกันอย่างลืมตัวด้วยความหิว หลิ่วอินให้ทุกคนล้อมวงรับประทานรวมกันไม่แบ่งแยก 

"ไม่น่าเชื่อว่าอาหารธรรมดาๆจะอร่อยถึงขนาดนี้" องค์ชายจงซินคีบผักดองในมือเข้าปาก ผัดผักสดกรอบ น้ำแกงก็รสชาติดียิ่ง

"ก็เพราะท่านออกแรงมาก เหนื่อยขนาดนี้รับประทานอะไรก็อร่อย" หลิงหลงคีบหมูในผัดผักเข้าปากตัวเอง

"อู๊ด" วิลเบอร์สนับสนุน มันเองก็นั่งถือชามข้าวกับตะเกียบรับประทานร่วมวงกับคนอื่นเช่นกัน

"วิลเบอร์ ข้าไม่แปลกใจหรอกนะที่เจ้าถือตะเกียบรับประทานข้าว แต่นี้มันผัดผักใส่หมูนะ" เจิ้งจื่อยี่คีบหมูสะบัดใส่หน้าวิลเบอร์แต่ถูกมันงับไปเคี้ยวหนุบหนับ ปล่อยให้เจิ้งจื่อยี่มองตะเกียบที่ว่างเปล่าของตัวเองด้วยอาการเซ็ง

"รีบรับประทานเข้าเถอะ จะได้ช่วยกันเก็บล้างถ้าช้าท่านก็จะเหลือเวลาพักน้อยนะ" อี้เทาดุ ทุกคนจึงก้มหน้าก้มตารับประทานไม่คุยเล่นกันอีกเพราะต่างก็เพลียที่ถุกปลุกขึ้นมาแต่เช้า ทุกคนต่างอยากไปงีบสักนิดก็ยังดีเพราะไม่ทราบว่าหลิ่วอินจะมีบทเรียนอะไรอีก

สององค์ชายช่วยพวกองครักษ์เก็บล้างอย่างไม่ถือตัว วิลเบอร์กับหลิงหลงและอี้เทาช่วยกันปัดกวาดห้องรับประทานอาหาร เมื่อเสร็จหลิ่วอินก็มาเรียกพวกเขาไปห้องหนังสือ

"นั่งลงก่อน ข้าจะอธิบายเรื่องสิบสองนักษัตรให้พวกเจ้าฟัง" หลิ่วอินกางกระดาษแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะ ในนั้นวาดรูปไว้สิบสองรูป

"ที่เรียกว่าสิบสองนักษัตรต้นกำเนิดมาจากไหนข้าเองก็ไม่ทราบ ทั้งหมดนี้ข้าพบเจอในถ้ำแห่งหนึ่งพร้อมคัมภีร์ถอดวิญญาณ สิบสองนักษัตรแท้จริงแล้วคือรูปจำลองสัตว์ทั้งสิบสองในลักษณะต่างๆกัน มุสิกเป็นกริชเล่มหนึ่งทำจากสำริดฝังพลอยหลากสีขนาดเพียงครึ่งเชียะ วัวเป็นกำไลข้อเท้าทำจากทองเหลืองคู่หนึ่ง เสือเป็นรัดเกล้าทองคำชิ้นหนึ่ง สุกรเป็นเพียงสุกรทองคำอ้วนใช้ทับกระดาษตัวหนึ่ง" หลิ่วอินบรรยายจนครบทั้งสิบสองตัว จากนั้นก็กางแผนที่ลงบนโต๊ะ

"สิบสองนักษัตรมีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง ถ้าไม่สามารถทำให้มันยอมรับเป็นเจ้านายได้มันอาจจะหนีหายไปหรือทำให้คนคิดว่ามันเป็นเเพียงวัตถุธรรมดาชิ้นหนึ่ง ตอนที่ข้าใช้พลังของมันถอดวิญญาณมันก็เห็นข้าเป็นดั่งคนที่ตายแล้วพากันหนีจากไป แม้ข้าเองยังหยุดมันไม่ทัน" 

"อาจารย์มีเบาะแสของพวกมันหรือไม่" อี้เทาถาม 

"ก็มีอยู่" หลิ่วอินวาดวงเวทย์ในอากาศเหนือแผนที่ก็ปรากฏภาพของสิบสองนักษัตรลอยกระจายอยู่ในแผนที่ หลิงหลงรีบทำเครื่องหมายทั้งสิบสองจุดก่อนที่ภาพของสิบสองนักษัตรจะเลือนหายไป

"แผนที่ที่ข้ามีไม่ละเอียดพอ มิเช่นนั้นก็จะชี้ลงไปได้แม่นยำกว่านี้ว่าพวกมันอยู่ที่ใดบ้าง" หลิ่วอินบ่น

"ถ้าหาชิ้นแรกได้สักชิ้นข้าน่าจับกระแสพลังของมันหาชิ้นต่อไปได้นะอาจารย์" หลิงหลงมองแผนที่อย่างครุ่นคิิด

"ใช้คนของข้าช่วยสืบก็ได้ ข้าเห็นว่ามีถึงสามชิ้นที่อยู่ที่เมืองหลวงน่าจะหาไม่ยาก" องค์ชายตั๋วลู่ชี้ไปจุดที่หลินหลงทำเครื่องหมายไว้ 

"ข้าจะส่งข่าวให้คนของเราเดี๋ยวนี้เลย อี้เทามาช่วยข้าหน่อย" องค์ชายจงซินถือโอกาสสร้างความใกล้ชิด อี้เทาที่เห็นเป็นเรื่องของอาจารย์จึงลุกมาเตรียมกระดาษฝนหมึกให้อย่างไม่เกี่ยงงอน

"ระหว่างที่รอข่าว พวกเจ้าก็ฝึกฝีมือไปเรื่อยๆต่อให้ได้ข่าวแต่ว่าถ้าข้าเห็นว่าพวกเจ้าฝีมือไม่ถึงข้าจะให้อี้เทาไปกับหลินหลงสองคน พวกเจ้าจะได้ไม่เป็นตัวถ่วงเข้าใจหรือไม่"

องค์ชายตั๋วลู่เข้าใจความหมายของหลิ่วอินดี เขาตั้งใจแต่แรกแล้วว่าจะฝึกฝนตนเองให้มีความสามารถเพียงพอที่จะปกป้องหลินหลงได้จึงไม่รู้สึกกดดันมากนัก

คุยรายละเอียดกันอีกเล็กน้อยหลิ่วอินก็ให้พวกเขาไปพัก แน่นอนว่าองค์ชายตั๋วลู่รีบอุ้มหลิงหลงเข้าห้องทันทีก่อนที่อี้เทาจะคว้าเด็กน้อยไปเสียก่อน แต่เมื่อเข้าห้องมาหลิงหลงก็ไม่นอนกลับหยิบกระดาษพู่กันขึ้นมาวางบนโต๊ะ

"หลินหลงไม่นอนหรือ"

"ข้าไม่ง่วง มีลูกค้าสั่งยันต์ไว้ ข้าพอมีเวลาจะเขียนเสียหน่อย" หลิงหลงยู่ปาก เด็กน้อยเปิดประตูมิติหยิบเลือดสดออกมาเทใส่จาน

"นั่นเลือดหรือเปล่าหลิงหลง" องค์ชายตั๋วลู่ได้กลิ่นคาวเตะจมูก

"ใช่นี่เป็นเลือดสุกร ข้าซื้อไว้นานแล้วในประตูมิติของข้าจะเวลาจะไม่เดินเหมือนภายนอก เลือดจึงไม่เสีย ท่านนอนพักเสียเถิดถึงเวลาแล้วข้าจะปลุกท่านเอง" 

องค์ชายตั๋วลู่ทราบว่าวันนี้เขาเหนื่อยมากจริงๆจึงหอมแก้มยุ้ยแล้วเอนกายลงหลับไปด้วยความรวดเร็ว หลิงหลงก็นั่งเขียนยันต์ทั้งสามระดับสามราคาได้ไม่น้อย จนกลางยามซื่อ(9.00-10.59)จึงปลุกองค์ชายตั๋วลู่ให้ล้างหน้าแล้วไปศึกษาตำรากับหลิ่วอิน ส่วนตัวเด็กน้อยกับอี้เทาได้รับการยกเว้น อี้เทายังสร้างอาวุธอยู่ในห้อง หลิงหลงจึงถือโอกาสออกไปซื้อสมุนไพรในเมือง

ภาพเด็กน้อยเดินกับลูกสุกรเป็นที่ชินตาของคนในเมือง หลิงหลงทักเถ้าแก่ร้านสมุนไพรอย่างคุ้นเคย เด็กน้อยเลือกสมุนไพรได้หอบใหญ่เกินตัวเถ้าแก่จึงให้ลูกจ้างไปส่งให้ที่บ้าน หลิงหลงที่สองมือว่างเปล่าจึงชวนวิลเบอร์ไปเดินเล่นหาขนมรับประทานกัน เขาตั้งใจจะแวะไปที่เหลาสุราไผ่เขียวเพื่อสั่งอาหารไปส่งที่บ้านตอนเย็น เห็นแก่ความพยายามของท่านหรอกนะองค์ชายแต่แน่นอนว่าข้าจะให้ท่านพ่อไปเก็บเงินกับท่าน  

หลิงหลงเดินถือพุทราเชื่อมรับประทานอย่างสบายใจ แต่ก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงคุ้นเคยที่ไม่อยากได้ยินเสียงหนึ่ง

"หลิงหลง" หวังเต๋อซุ่นโผล่มาดักหน้า เขาไปหาหลิงหลงที่บ้านหลายครั้งเจอแต่หลิ่วอินที่บอกว่าหลิงหลงไปเมืองหลวง เมื่อได้เจอเด็กน้อยโดยบังเอิญจึงดีใจนัก

หลิงหลงเบะปาก ถ้าไม่ได้เป็นเพราะหวังเต๋อซุ่นช่วยหาลูกค้าให้เขาไล่เตะไปจากเมืองนานแล้ว เจ้าคนวิปริตชอบเด็กนี่

"ใกล้เที่ยงแล้ว ไปรับประทานอาหารกลางวันกันดีหรือไม่ ข้าเลี้ยงเอง"

"ไม่ได้หรอก อาจารย์รออยู่ ถ้ากลับช้าข้าจะโดนดุ" หลิงหลงยกเอาหลิ่วอินขึ้นมาอ้างเพราะไม่อยากไปกับหวังเต๋อซุ่น

"เสียดายจัง งั้นให้ข้าเดินไปส่งเจ้าที่บ้านก็ได้"

"ตามใจท่าน" หลิงหลงเดินกลับบ้านมีหวังเต๋อซุ่นเดินหน้าบานตามมา เมื่อมาถึงหน้าบ้านก็เห็นองค์ชายตั๋วลู่ยืนรออยู่แล้ว

"หลิงหลงไปไหนมา ทุกคนล้วนรอเจ้ารับประทานอาหาร" องค์ชายตั๋วลู่รีบอุ้มหลิงหลงออกห่างหวังเต๋อซุ่น

"ข้าไปซื้อสมุนไพรในเมืองมา" เด็กน้อยยู่ปาก

"วันหลังเรียกข้าไปเป็นเพื่อนนะอย่าได้ไปคนเดียว เราเข้าบ้านกันเถอะ" คนจงใจเมินบุรุษแปลกหน้าอย่างเปิดเผย แต่เห็นสายตาก็ทราบแล้วว่าคนผู้นี้คิดไม่ซื่อกับหลินหลง

"เจ้าเป็นใคร" หวังเต๋อซุ่นถามหน้าบูด เจ้าคนน่าตายนี่บังอาจมาอุ้มเด็กน้อยของเขา ขนาดเขายังไม่เคยได้จับแม้ชายเสื้อเลยนะ หวังเต๋อซุ่นรู้สึกชิงชังบุรุษตรงหน้าขึ้นมาอย่างรุนแรง

"องค์ชายรัชทายาทเหลียงตั๋วลู่คู่หมั้นของหลิงหลง" 

หวังเต๋อซุ่นที่ได้ฟังหาสนใจไม่ คนประเภทเขาไม่ให้ความสนใจกับกฎเกณฑ์ของแว่นแคว้นอยู่แล้วจึงมิได้มีความเกรงกลัวเชื้อพระวงศ์เช่นคนทั่วไป แต่คำว่าคู่หมั้นของหลิงหลงทำเอาเขาตาถลน

"แล้วไม่ทราบองค์ชายรัชทายาทมาทำอะไรที่นี่หรือ...พ่ะย่ะค่ะ" หวังเต๋อซุ่นทอดเสียงตอนท้ายคล้ายประชด

"ข้ามาพักอยู่กับคู่หมั้นของข้าสักระยะ" องค์ชายตั๋ว​ลู่​ตอบที่คนได้ฟังก็รู้สึกอยากทำร้ายคนตรงหน้าขึ้นมา

"หลิงหลงเข้าบ้านกันเถอะนะ"องค์ชายตั๋ว​ลู่​หอมแก้มเด็กน้อยในอ้อมกอดแล้วเข้าบ้านปิดประตูใส่หน้าหวังเต๋อซุ่นทิ้งคนยืนแข็งค้างอยู่


"ข้ายังไม่ได้หมั้นกับท่านเสียหน่อย" หลิงหลงทำปากยู่ แม้จะขัดใจอยู่บ้างแต่องค์ชายตั๋ว​ลู่​ยังดีกว่าหวังเต๋อซุ่นที่ดูคล้ายคนสติไม่ดี

"อาจารย์ของเจ้ายกเจ้าให้ข้าแล้ว ข้าให้ท่านพ่อส่งของหมั้นมาก่อนก็ได้ดีไหม"

หลิงหลงส่ายหน้าจนผมกระจาย เขายังไม่เคยได้ไปเที่ยวไหนเลยนะ จะรีบหมั้นไปทำไมก็ไม่รู้เด็กน้อยเบะปากด้วยความขัดใจ

"ข้ารู้ว่าเจ้าอายุยังน้อย เรื่องแต่งงานอาจจะเร็วไปสักหน่อยแต่ข้าจะเป็นสามีที่ดีแน่นอน" คนรับประทานเต้าหู้เด็กน้อยด้วยการหอมแก้มอีกครั้ง


ความคิดเห็น