facebook-icon

ภาคลูกคือ 'ของเล่นในรังโจร' กับ 'สะใภ้เจ้า' นะคะ

ตอนที่ 26 : ของขวัญ [100%] 💛​​

ชื่อตอน : ตอนที่ 26 : ของขวัญ [100%] 💛​​

คำค้น : ซีค, วีนัส, บ่วงรักเจ้าทะเลทราย, เจ้าชาย, ทะเลทราย, jungkook, bts, bts fic

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.8k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2561 15:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26 : ของขวัญ [100%] 💛​​
แบบอักษร

ภาพประกอบ : ภาพถ่ายที่ท่านซีคถ่ายให้วีนัส

ภาพประกอบ : ภาพวาดของวีนัส 

2 เดือนผ่านไป

หลังจากกลับมาจากเมืองชอวน์ตอนนี้เวลาก็ผ่านไปสองเดือนแล้ว ซีคบอกว่ามีของขวัญจะให้ผม มันทำให้ผมตื่นเต้นจนนั่งแทบไม่ติดที่ ยิ่งมีเจ๊ส้มคอยพูดข้างหูด้วยแล้วยิ่งทำให้ผมอยากรู้เข้าไปใหญ่ว่าของขวัญที่ซีคจะให้นั้นมันคืออะไร จะสวยแค่ไหนหรือแพงแค่ไหนหรือเป็นสิ่งที่แสนวิเศษกว่าใครในเมืองเอิร์กรึเปล่า

“ยัยหนู งานนี้ท่านซีคเปย์หนักมากจริง ๆ เจ๊พูดได้เลยว่าเขยเจ๊รวยสุด ๆ” เจ๊ส้มจีบปากจีบคอพูดขณะที่หวีผมให้ผมหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง

“ไอ้ที่ว่าเด็ดน่ะมันอะไรเจ๊” พูดจบผมก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่นั่งห่อไหล่อย่างเซ็ง ๆ

“แหม บอกตอนนี้มันจะดีหรอ เอาไว้ไปดูเองสิ ฮิ !”

“ก็หนูอยากรู้นี่นา น่านะ เจ๊บอกหนูหน่อยเถอะ” ผมส่งยิ้มให้เจ๊ส้มผ่านกระจกบานใหญ่ เจ๊เอาแต่ส่ายหัวไม่มีทีท่าว่าจะปริปากพูดสักนิด

“โถ่… ไหนว่ารักหนูเหมือนลูกแท้ ๆ แค่นี้ก็บอกกันไม่ได้” เสียงขึ้นจมูกเป็นสัญญาณบอกว่าผมน้อยใจเจ๊ส้มที่ไม่ยอมบอกในสิ่งที่ผมอยากรู้

“เอาเป็นว่า วันนี้แต่งตัวทำผมสวย ๆ ท่านซีคจะได้ชื่นใจ โอเคมั้ย” เจ๊ส้มใช้สองมือลูบหัวผมซ้ำ ๆ ด้วยความเอ็นดูก่อนย่อตัวลงต่ำแล้วเอาหน้าแนบแก้มผม

“ลูกสาวเจ๊สวยจะตาย ดูสิ ขนาดเป็นผู้ชายยังสวยได้ขนาดนี้เลยน้า” ดูก็รู้ว่าเจ๊ตั้งใจจะปะเหลาะกันหลังจากผมนั่งหน้ามุ่ยยู่ปากใส่กระจก

“ยิ้มหน่อยสิยัยหนูของเจ๊ ยิ้มกว้าง ๆ ได้น่ารักไง” สุดท้ายผมก็ยิ้มออกมาจนได้ เจ๊ส้มล็อกหน้าผมไว้แล้วหอมแก้มฟอดใหญ่

“อื้ม แบบนี้สิค่อยน่ารักหน่อย”

“น่ารักเหมือนเจ๊ไง” ผมยิ้มยีฟันทำตาหยีเห็นฟันกระต่ายทั้งที่เมื่อกี้ยังงอนเจ๊อยู่แท้ ๆ แปลกจัง ช่วงนี้อารมณ์เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงได้ตลอด

เจ๊ส้มสบตามองผมในกระจก ผมยิ้มรับแล้วกุมมือเจ๊ส้มไว้อย่างหลวม ๆ เจ๊ส้มเป็นคนเดียวที่อยู่เคียงข้างผมตลอดไม่ว่าช่วงเวลาที่ดีหรือร้าย ใบหน้าเราสองคนเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เจ๊ส้มจะร้องทักอะไรบางอย่างในร่างกายผมว่ามันแปลกไป

“วีนัส แกอ้วนขึ้นรึเปล่า” แค่พูดไม่พอเจ๊ส้มยังเปิดชายเสื้อผมขึ้น

“อืม หนูก็ว่างั้นแหละเจ๊ ทั้งที่กินอะไรไม่ค่อยลงแท้ ๆ” พอเห็นพุงน้อย ๆ ในกระจกก็อดส่ายหัวเอือมให้กับสภาพตัวเองไม่ได้ บอกตามตรงว่ารับไม่ได้จริง ๆ ที่เห็นตัวเองพุงโย้ขึ้นทุกวัน ๆ

“เฮ้อ… เมื่อคืนซีคก็เพิ่งตีท้องหนูไปสองที แถมยังด่าอีกบอกว่าให้กินน้อย ๆ หน่อย หนูโคตรน้อยใจเลยเจ๊… น้อยใจจนร้องไห้แล้วก็หลับไปตอนไหนไม่รู้”

“ห๊ะ ! ร้องไห้เลยหรอ !”

“อื้อ หนูแอบร้องเบา ๆ ไม่ให้เขารู้” 

“บ้าไปแล้ว ปกติด่ากันวังแทบแตกไม่เห็นแกจะสะทกสะท้าน เอาเป็นว่าอย่าถือสาท่านเลยละกัน ท่านก็แค่อยากให้เมียตัวเองสวย แค่นั้นแหละ” ไม่แปลกที่เจ๊ส้มจะแปลกใจ เพราะขนาดผมยังแปลกใจว่าทำไมตัวเองถึงได้น้อยใจซีคกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง นี่ถ้าวันนี้เขาไม่บอกว่ามีของขวัญจะให้ ผมก็ไม่หายโกรธหรอกนะ

“จ้ะ หนูจะพยายามเข้าใจเขาแล้วกัน”

“ดีมาก เพราะนอกจากจะรักกันแล้วก็ต้องเข้าใจกันด้วย เข้าใจซึ่งกันและกันว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นยังไง แล้วชีวิตคู่ถึงจะมีความสุข” เจ๊ส้มเชยคางผมขึ้นให้ผมเชิดหน้าน้อย ๆ เพื่อมองเงาสะท้อนตัวเองในกระจก ผมยิ้มออกมาเพราะยังไงซะมันก็ดีกว่าทำหน้ามุ่ยใช่มั้ยล่ะ

“เห็นมั้ย เวลายัยหนูยิ้มน่ารักจะตาย ไม่มีใครที่ไหนน่ารักเท่าวีนัสของเจ๊อีกแล้ว” รอยยิ้มของเจ๊ส้มเป็นสิ่งที่ผมชอบที่สุด มันทำให้ผมยิ้มตามไปด้วย

“ท่านวีนัสขอรับ ท่านซีคสั่งให้กระหม่อมมารับท่านวีนัสไปห้องเขียนหนังสือส่วนพระองค์ของท่านวีนัสขอรับ” เสียงสการ์พูดดังมาจากหน้าประตู ผมหันหน้าไปมองหน้าเจ๊ส้มเหวอ ๆ ทั้งยังสงสัยว่าผมมีห้องเขียนหนังสือส่วนตัวตั้งแต่เมื่อไหร่

“หนูไปก่อนนะเจ๊” ความสงสัยผุดขึ้นในใจทำให้ผมลุกขึ้นยืนสาวเท้าก้าวขาเดินไปหาสการ์ที่หน้าประตูแล้วออกตัวเดินนำหน้าทั้งที่ยังไม่รู้ว่าห้องเขียนหนังสือส่วนตัวไปทางไหนด้วยซ้ำ

“ทางนี้ขอรับท่านวีนัส” และสการ์ก็ผายมือไปอีกทาง ผมกลับหลังหันมาเดินตามหลังสการ์ต้อย ๆ แทบคอยไม่ไหวอยากรู้ว่าห้องที่ซีคเตรียมไว้ให้จะสวยแค่ไหน หัวใจในอกเต้นตึกตักฝ่ามือสองข้างชุ่มไปด้วยเหงื่อ และเมื่อสการ์เดินเลี้ยวไปทางซ้ายเขาก็หยุดเดินทันทีแต่ผายมืออีกครั้งให้ผมเดินไปหาซีคที่ยืนถือไม้เท้ารออยู่หน้าห้องแทน

ผมไม่รีรอรีบเดินไปหาเขาทันที ซีคไล่สายตามองชุดที่ผมใส่ก่อนยิ้มออกมาทั้งที่ผมสวมแค่เสื้อแขนยาวสีขาวกับกางเกงขายาวยางยืดธรรมดาเท่านั้น

“ข้าทำห้องเขียนหนังสือให้เจ้า เอาไว้เขียนนิยายเวลาว่าง ๆ” ผมยิ้มรับ เขาสั่งให้ผมหลับตา

“หลับตาลงก่อนสิ”

“อื้ม” ดวงตาสองข้างหลับลงสนิท ผมได้ยินเสียงซีคเปิดประตูเข้าไปเสียงดังแกร่ก และฝ่ามือหนาก็โอบเอวผมไว้ก่อนพาเดินเข้าไปในห้อง

“อ่ะ !” เพราะหลับตาอยู่ผมเลยสะดุดพรมบนพื้น ซีครีบประคองผมไว้ไม่ให้ล้ม

“ระวังหน่อย” เขาแค่นเสียงดุน้อย ๆ

“ก็ท่านให้ข้าหลับตาอยู่นี่นา” ผมยังคงหลับตาอยู่อย่างนั้นขณะเดียวกันหูสองข้างก็ได้ยินเสียงประตูห้องถูกปิดอย่างเบา ๆ งั้นก็แสดงว่าตอนนี้มีแค่ผมกับเขาอยู่ในห้องนี้งั้นสิ ผมหลุดยิ้มออกมาทั้งที่ยังไม่เห็นห้องเลยด้วยซ้ำ

“เอาล่ะวีนัส นั่งลงก่อน” ซีคเอื้อมมือมาจับมือผม เขาพาผมเดินไปนั่งบนเก้าอี้เบาะนุ่มถูกทำจากนุ่นและผ้าทอชั้นดี นี่แค่สัมผัสก็รู้แล้วว่าของใช้ในห้องต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ เพราะขนาดแค่พรมบนพื้นยังนุ่มจนอยากลงไปนานเล่นเลย

“ข้าลืมตาได้รึยัง” เสียงผมสั่นอยากลืมตาเต็มทีแถมยังลุ้นอีกต่างหาก

“ได้แล้ว” ทันทีที่ซีคพูดจบผมก็ลืมตาขึ้น

จากเดิมที่ภาพตรงหน้ามีเพียงความมืดแต่พอลืมตาขึ้นผมก็ได้เห็นห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้างกำแพงสีขาวล้วนมีลวดลายประดับเป็นสีทองขัดกับพรมบนพื้นที่มีสีแดงสด โคมไฟระย้าแขวนเพดานมีขนาดใหญ่เป็นพวงพุ่มรูปทรงหรูหราส่องสว่างเป็นสีส้ม ดูท่าราคาจะไม่ใช่ถูก ๆ และเก้าอี้ที่ผมนั่งอยู่ก็เป็นเซ็ทคู่กับโต๊ะที่ถูกออกแบบมาให้มีลักษณะที่เข้ากัน มันใหญ่กว่าโต๊ะคอมที่บ้านตั้งเยอะจนในหัวคิดภาพไม่ออกว่าจะเอาอะไรมาวางดี

แต่ที่โดดเด่นและสะดุดตาที่สุดคงเป็นรูปวาดของผมที่ถูกติดไว้บนฝาผนังเป็นจำนวนมากนับไม่ถ้วน มันมีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ปะปนกันไป แต่บางรูปก็ใหญ่ซะจนเห็นแม้กระทั่งแพขนตากับขนคิ้วของตัวเอง อย่าบอกนะว่าซีคสั่งให้ช่างวาดภาพเหมือนวาดรูปผมเพื่อใช้เป็นของขวัญชิ้นสำคัญ

“ท่านใช้ช่างกี่คนวาดภาพข้างั้นหรอ” ความจริงอยากถามมากกว่านี้ด้วยซ้ำแต่มันตื่นเต้นจนกลั่นออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก

“ภาพละคน หนึ่งร้อยภาพก็หนึ่งร้อยคน ส่วนรูปที่ใหญ่ที่สุดนั่น… สิบคนช่วยกันวาด” ซีคชี้นิ้วไปยังรูปของผมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในห้อง มันถูกแขวนอยู่ตรงกลางและลายร้อมไปด้วยรูปอื่น ๆ ที่มีขนาดเล็กกว่า เมื่อมองโดยรวมแล้วถือว่าเป็นองค์ประกอบที่ดี

“สวยจัง” ผมลุกขึ้นยืนและจูงมือซีคให้เดินไปที่รูปบานนั้นพร้อมกัน

“นี่มันรูปที่ท่านเป็นคนถ่ายให้ข้านี่ ท่านเอาไปเป็นแบบให้ช่างวาดใช่มั้ย”

“ใช่ ส่วนรูปที่เหลือข้าขอมาจากส้มจี๊ด แต่สุดท้ายรูปที่ข้าชอบที่สุดก็คือรูปที่ข้าเป็นคนถ่ายให้เจ้า เพราะตอนนั้นเจ้ากำลังมองมาที่ข้า” ทันทีที่ซีคพูดจบผมก็เงยหน้ามองไปที่ภาพวาดบานใหญ่ ภาพที่ผมนั่งเท้าคางเอาหลังเอนพิงเก้าอี้ ความจริงวันนั้นผมไม่สบายด้วยซ้ำแต่ซีคก็รบเร้าจะถ่ายรูปผมให้ได้ ภาพที่ออกมาหน้าผมเลยไม่ได้ยิ้มสดใสเหมือนภาพอื่น ๆ เพราะตอนนั้นกำลังไม่สบอารมณ์

“ฮึก ! ขอบคุณนะที่ทำเพื่อข้าขนาดนี้” ผมหันหน้าไปกอดซีคพร้อมสะอื้นออกมา มันดีใจมากจนกลั้นน้ำตาไม่ไหว ดีใจที่ซีคชอบรูปของผมทั้งที่วันนั้นกว่าจะได้ถ่ายเราสองคนเกือบทะเลาะกันด้วยซ้ำ

“มากกว่านี้ข้าก็ทำได้ วีนัส บอกข้าสิว่านอกจากรูปที่กรอบทำจากทองแท้แล้วเจ้าอยากได้อะไรอีก ข้าจะไปหามาให้” น้ำเสียงทุ้มต่ำทำให้ผมสะอื้นหนักกว่าเก่าซ้ำยังเหนี่ยวรั้งเสื้อซีคจนยับยู่ยี่

“ข้าไม่อยากได้อะไรแล้ว ข้าอยากอยู่กับท่านตลอดไป แค่นั้นเอง ฮึก !”

“ร้องทำไม เจ้าควรจะดีใจไม่ใช่รึ” ฝ่ามือหนาลูบหัวผมซ้ำ ๆ ผมใช้ใบหน้าซบอิงอกกว้างแต่พอยิ่งกอดก็ยิ่งร้องออกมาหนักกว่าเก่า

“ฮือ… ก็ ก็ข้าดีใจจน จนน้ำตาไหลเลยท่านดูสิ” ผมเงยหน้าให้ซีคดู ผมไม่อายสักนิดที่ใบหน้าของผมเปื้อนไปด้วยน้ำตา

“เจ้านี่แปลกดีแท้ กับแค่ของขวัญที่ข้าอยากให้เจ้าในฐานะเมียแต่งทำไมต้องร้องขนาดนี้ด้วยเล่า”

“ช่วงนี้ข้าเป็นอะไรไม่รู้ น้ำตามันไหลง่ายอย่างกับน้ำตกเลยแหละ นี่ท่านรู้มั้ย เมื่อคืนที่ท่านเอามือฟาดท้องข้า ข้าก็แอบร้องไห้นะ”

“ห๊ะ !” พอได้ยินซีคก็ถึงกับอ้าปากค้าง

“แต่ไม่เป็นไร มันเสียใจแค่ตอนนั้นพอตื่นมาก็หาย ข้าไม่โกรธท่านแล้ว แต่ความจริงยังโกรธนิด ๆ นี่ถ้าท่านไม่พามาห้องนี้ข้าอาจยังโกรธท่านอยู่ก็ได้”

“ตกลงเจ้าจะโกรธหรือไม่โกรธกันแน่ ข้าไม่เข้าใจ”

“ช่างเถอะ แต่ทีหลังห้ามเอามือมาตีท้องข้าอีกนะ ข้าหวงพุงน้อย ๆ ของข้า ไม่รู้ทำไมข้าถึงได้สับสน ข้าทั้งเกลียดทั้งรักมันในเวลาเดียวกันเลยท่านรู้มั้ย” ว่าแล้วผมก็ดึงมือซีคให้มาลูบท้องผมเบา ๆ มันทั้งเป่งทั้งแข็งชนิดที่ว่าขนาดซิทอัพวันละสามร้อยครั้งก็ยังไม่เล็กลงเลยสักนิด

“ทำไมท้องเจ้ามันถึงได้น่าเกลียดแบบนี้ล่ะ” ไม่พอซีคยังเอามือกดแรง ๆ ทำเอาผมเจ็บจนต้องงอตัวหนี

“ข้าเจ็บนะ !” ผมอารมณ์ขึ้นไวไปหน่อยเลยฟาดมือตีไหล่ซีคไปหนึ่งที

“มานี่มา มาให้ข้าดูท้องเจ้าหน่อย” ซีคเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ เขาวางไว้เท้าไว้บนโต๊ะ ผมเดินตามไปติด ๆ แล้วรีบเปิดเสื้อให้ดูพุงน่าเกลียด ๆ ไม่สิ มองไปมองมามันก็น่ารักดีเหมือนกัน

ซีคเลื่อนขอบกางเกงยางยืดลงต่ำกว่าสะดือแล้วเอามือกดซ้ำอีกครั้งส่วนมืออีกข้างก็ประคองสะโพกผมไว้ให้ยืนนิ่ง ๆ ไม่หนีไปไหน

“อย่ากดแรงได้มั้ย ข้าเจ็บ” ผมบอกเสียงเอื่อย ๆ เหมือนอยากอ้อน

“แปลก แข็งมากเลยนะวีนัส นี่เจ้าถ่ายท้องปกติดีรึเปล่า” ซีคเงยหน้ามาถามคิ้วขมวด ๆ ผมก็พยักหน้าหงึก ๆ เป็นการตอบ

“มันโตผิดปกติ เจ้าคิดเหมือนข้ามั้ย” พูดจบซีคก็เอาหูแนบกับท้องผม เขาฟังมันอย่างตั้งใจ ใบหน้านั้นครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

“ท่านทำอะไร…”

“ข้ากำลังฟังว่าเจ้ามีแก๊สกระเพาะอาหารรึเปล่า”

“ไม่มีหรอก ท้องข้าไม่ได้อืดสักหน่อย”

“หรือว่าเจ้าอ้วนขึ้น”

“ข้ากินอะไรไม่ค่อยได้ด้วยซ้ำ กินอะไรไปก็จะอ้วกตลอด ขนาดเจ๊ส้มปลอกแอปเปิลให้กินข้ายังเหม็นเลย”

“ไม่ดีแน่ งั้นข้าจะไปตามหมอ เอาล่ะ กลับห้องกันได้แล้ว” ร่างสูงลุกขึ้นพรวด ซีคฉุดมือผมให้เดินตามแต่จู่ ๆ ผมก็หน้ามืดตาลายขึ้นมาซะงั้นแถมยังรู้สึกอยากอาเจียนเอาของที่กินเข้าไปออกมาให้หมด

“อุ๊บ !”

“เป็นอะไรไป !” ซีคหันหน้ามาถาม ทันใดนั้นผมก็โก่งคอสำรอกออกมาอย่างกลั้นไม่ไหว ส่งผลให้ของเหลวทั้งหมดพุ่งพรวดรดไปที่เสื้อของซีค

“อ่อก ! แค่ก ๆ” แต่ซีคก็ไม่ได้ว่าอะไร เขารีบรับตัวผมไว้เมื่อเห็นว่าผมกำลังเซไม่เป็นท่าเหมือนกำลังจะล้มลงไปกับพื้น

“ทหาร ! ไปตามหมอหลวงมา ! เดี๋ยวนี้ !” เสียงซีคแว่วเข้ามาในหู ผมหลับตาลงสนิทร่างกายไร้เรี่ยวแรงรู้เพียงว่าตอนนี้ซีคได้อุ้มผมไว้ในอกในท่าเจ้าสาวทั้งที่ขาเขายังไม่หายดีด้วยซ้ำ

“อึก ! โอ๊ย !” ซีคร้องออกมา เขาคงเจ็บแผลที่หัวเข่าไม่น้อยผลจากที่ต้องมาแบกรับน้ำหนักผมทั้งตัว หัวผมมึนไปหมดหูสองข้างไม่ได้ยินอะไรอีกทั้งสติยังเลือนรางจนไม่รู้ว่าซีคจะพาผมไปที่ไหน

30 นาทีต่อมา

“หมอ ! บอกทีว่าเมียข้าเป็นอะไร !”

“เอ่อ…”

“มีอะไรก็พูดมา !”

“ท่านวีนัส…”

“โถ่โว๊ย ! ขัดอารมณ์ข้าจริง อ้ำอึ้งอยู่ได้จะพูดก็ไม่พูด”

ผมลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งหลังจากได้ยินเสียงซีคคุยกับหมอหลวง หัวผมหนักอึ้งในคอแห้งผากเป็นผงโงหัวแทบไม่ขึ้นจึงทำได้แค่ส่งเสียงเรียกซีคเบา ๆ

“ท่าน… ขอน้ำหน่อย” ซีครีบเดินมานั่งลงบนเตียงแล้วประคองให้ผมลุกขึ้นนั่งก่อนจะรินน้ำใส่แก้วให้ผมดื่ม แค่กลืนน้ำลงคอยังเป็นเรื่องยากเพราะผมแทบสำลักมันออกมาทั้งหมด

“เอาล่ะหมอ วีนัสตื่นแล้วทีนี้บอกได้รึยังว่าเมียข้าเป็นอะไร” หลังจากซีคพูดจบหมอก็เงียบไป

“หมอ… บอกมาเถอะ ข้ารับได้” ผมฝืนยิ้มทั้งที่ใจไม่ดีกลัวว่าตัวเองจะเป็นโรคร้าย และสิ่งที่หมอพูดต่อไปนี้ก็ทำเอาผมต้องเบิกตาออกกว้างเมื่อหมอบอกว่า

“ท่านวีนัสทรงพระครรภ์ได้สามเดือนแล้วขอรับ”

“ห๊ะ ! ท้อง !” ผมอุทานออกมาเป็นภาษาไทยไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ซีคเองก็เช่นกัน

“เมียข้าท้องงั้นรึ ! เป็นไปได้ยังไง !”

“เป็นไปได้ขอรับ แม้จะเป็นชายแต่ภายในร่างกายท่านวีนัสเสมือนหญิงทุกประการ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องปกติที่ท่านวีนัสจะมีเด็กในท้องได้ขอรับ”

“มีเด็กในท้อง” ซีคพูดย้ำ

“ก็หมายความว่าท้องยังไงล่ะขอรับ”

“หมอพูดจริงใช่มั้ย” ผมถามน้ำตาคลอ ๆ เพราะถ้าเป็นจริงขึ้นมานั่นก็หมายความว่าพรที่ขอจากดาวลูซิอัสนั้นเป็นจริง

“จริงขอรับ เบื้องต้นหมอใช้วิธีกดจุดบริเวณท้องน้อยบวกกับอาการเบื้องต้นของท่านวีนัสตรงกับหญิงมีครรภ์ทุกประการขอรับ”

“ไปจัดยาบำรุงมาให้เมียข้า แล้วก็สั่งคนครัวให้ทำอาหารอร่อย ๆ มาให้วีนัสเยอะ ๆ ด้วย ไป !” คนเป็นพ่อออกปากสั่ง ซีคชี้นิ้วออกไปนอกห้องก่อนที่หมอจะเดินออกไปทันทีทั้งที่ยังไม่ได้ชี้แจงถึงข้อแนะนำด้วยซ้ำ

ผมแทบไม่เชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมเลิกชายเสื้อขึ้นดูพุงน้อย ๆ มันเป็นภาพที่น่ารักจนอดยิ้มไม่ได้ มันตื้นตันอย่างมากเกินกว่าจะกลั่นออกมาเป็นคำพูด แต่คนที่ดีใจกว่าผมดูท่าจะเป็นซีค ว่าที่คุณพ่อมือใหม่ที่ลงไปนั่งกับพื้นข้างล่างแล้วกอดเอวผมไว้ทั้งที่ผมยังดึงชายเสื้อขึ้นอยู่

ฟอดดด เสียงสูดลมหายใจดังขึ้นเมื่อซีคหอมท้องผมฟอดใหญ่ สันจมูกโด่งซุกไซร้ไปมาพาให้รู้สึกจั๊กจี้ และเขาก็หอมท้องผมครั้งที่สองไม่พอยังมีครั้งที่สามสี่ห้า เขาหอมซ้ำ ๆ อย่างนั้น ท่าทางเจ้าชายเมืองนี้จะเห่อลูกไม่เบานะเนี่ย

“ฮึก ! ลูกพ่อ” ซีคร้องไห้ออกมา ฝ่ามือหนาประคองท้องผมไว้อย่างทะนุถนอมแล้วค่อย ๆ เอาแก้มมาซบกับหน้าท้องนูนน้อย ๆ ของผม

“ลูกพ่อ… เจ้าได้ยินพ่อมั้ย” เสียงซีคสั่นเทิ้มแถมหยาดน้ำตายังไหลออกมาเรื่อย ๆ ในเมื่อเขาร้องผมก็ร้องออกมาบ้าง มันเป็นน้ำตาแห่งความสุข

“คุณพ่องอแงใหญ่แล้ว” ผมเช็ดน้ำตาให้ซีค เขาเงยหน้าขึ้นมายิ้มกับผมก่อนกลับไปหอมท้องผมซ้ำ ๆ

ฟอด !

“ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงพ่อขอสัญญาว่าจะไม่ให้ใครมาทำร้ายเจ้าได้”

“โถ่ท่าน ลูกเพิ่งจะได้สามเดือนเองนะ” ผมมองซีคยิ้ม ๆ ยิ่งเห็นเขาร้องไห้ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันขัดกับบุคลิกของเขาโดยสิ้นเชิง

“จะกี่เดือนก็ช่าง แต่เด็กในท้องเป็นลูกของข้า ข้าต้องดูแลลูกให้ดีที่สุด ขอบใจเจ้ามากวีนัสที่ให้ลูกกับข้า ข้าสัญญาว่าข้าจะดูแลเจ้าทั้งสองให้สมกับที่เป็นคนของข้า” น้ำตาซีคไหลอาบแก้มแถมตาเขายังแดงขึ้นเรื่อย ๆ

“เลิกร้องได้แล้ว เดี๋ยวลูกก็ร้องตามหรอก” ผมพูดหยอกแต่ซีคกลับร้องออกมาหนักกว่าเก่า เขากอดผมแน่นขึ้น เขาเอาหน้าซุกท้องผมทำอย่างกับจะมุดหน้าเข้าไปหาลูกซะให้ได้

“คืนนี้พ่อจะนอนกอดเจ้า กอดยันเช้าเลย แล้วก็กอดแม่เจ้าด้วย” ทุกคำพูดของซีคทำให้ผมยิ้มได้ มันเป็นวันที่พิเศษสุดโดยหาอะไรมาเปรียบไม่ได้ วันที่ซีคมีของขวัญให้ผม และผมก็มีของขวัญให้กับเขาเช่นกัน


--------------------------------

แกกกกกกกกก นายเอกคนแรกและคนสุดท้ายของนิ้วกลางที่ท้องได้ ขอบคุณดาวลูซิอัสนะคะ ขอบคุณมากจริง ๆ ฮือออออออออออออ แก เชียร์ ๆ ๆ ๆ ท่านซีคคนหวงลูก ชอบตอนท่านซีคดูท้องน้องมากอะ งื้อออ ชอบตอนน้องยืนเปิดท้องให้ท่านดู ชอบตอนท่านเอามือกดท้องน้องแล้วสงสัยว่าน้องเป็นอะไร

​20.02.18

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว