ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 20

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,ปราบผี,วาย Y,พีเรียดจีน,จีนโบราณ,แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.5k

ความคิดเห็น : 48

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2561 12:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
20
แบบอักษร

2018-02-20

อาจารย์กับลูกศิษย์ตกลงกันเองท่ามกลางความงุนงงของคนอื่นๆ

องค์ชายจงซินอดรนทนไม่ได้หาช่องว่างถามขึ้น "ทำไมพวกท่านคุยกันเหมือนท่านหลิ่วอินมีอีกร่างหนึ่ง ท่านไม่ใช่คนหรือ"

หลิ่วอินยิ้มยกมือวาดทะลุโต๊ะที่วางชุดน้ำชาทำเอาพวกเขาตาถลน หูชิงหนิวลุกขึ้นมาจับมือหลิ่วอินแต่ได้เพียงความว่างเปล่า จนคนทำหน้าจะร้องไห้

"ข้ามีเหตุผลบางอย่างที่ต้องแยกวิญญาณออกจากร่างแต่ข้ายังไม่ตาย" หลิ่วอินไขความข้องใจของทุกคน เขาลูบศีรษะของหลิงหลงที่กอดเขาแน่นไปเรื่อยๆ มีอี้เทาตวัดสายตามององค์ชายจงซินอย่างโกรธๆ จนคนถูกมองหน้าเสีย

"ข้าขออภัยด้วยที่ถามเรื่องที่ทำให้ท่านไม่สบายใจ" องค์ชายจงซินยอมอ่อนให้ด้วยทราบว่าตนเองออกจะละลาบละล้วงมากไป

"มิเป็นไร สักวันท่านก็ต้องทราบอยู่ดี เอาล่ะหลิงหลงมาแสดงฝีมือให้อาจารย์เห็นสิว่าที่ข้าสอนเจ้าไปใช้การได้ขนาดไหน " หลิ่วอินจับหลินหลงวางลงที่พื้นลุกขึ้นยืนอย่างกระฉับกระเฉง เด็กๆยังพยายามเพื่อเขาดังนั้นเขาจะไม่กังวลถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึงอีกต่อไป

"รบกวนให้คนของท่านวางเวรยามเพิ่มเติมรอบบ้าน อี้เทาเจ้าลงอาคมเพิ่มเอาวิลเบอร์ไปช่วยด้วย หลิงหลง องค์ชายทั้งสองเชิญมากับข้า พวกท่านคอยช่วยหลิงหลง" หลิ่วอินสั่งงานเสร็จก็เดินนำคนทั้งสามที่ถูกเรียกเข้าไปส่วนลึกของตัวบ้านยังห้องนอนของเขาเอง 

หลิ่วอินกดที่เสาเตียงนอนของเขาก็เลื่อนไปด้านข้าง เผยให้เห็นบันไดที่ทอดยาวลงไปด้านล่าง 

"พร้อมหรือไม่หลิงหลง" หลิ่วอินหันมาถาม

"พร้อมมาก เชิญอาจารย์นำทาง" หลิงหลงเปลี่ยนมาสำรวม

"พวกท่านจงก้าวเท้าตามข้าอย่าได้ผิดเพี้ยนแม้แต่ก้าวเดียว มิเช่นนั้นท่านจะถูกค่ายกลมายาเล่นงานจนเสียสติได้" 

องค์ชายทั้งสองสบตากันวูบหนึ่งก่อนจะพยักหน้าให้กัน

"ข้าเข้าใจแล้ว" ทั้งคู่กล่าวพร้อมกัน

หลิ่วอินก้าวลงไปก่อน ที่จริงเขาหายตัวเข้าไปเลยก็ได้แต่เกรงว่าหลิงหลงจะถูกค่ายกลมายาลวงตาเอาได้จึงก้าวนำไปก่อนให้คนที่เหลือก้าวลงบันไดลึกลงไปประมาณยี่สิบขั้น จากนั้นก็เป็นทางแคบๆทอดยาวไปถึงประตูหินบานหนึ่งหน้าประตูมียันต์เก่าคร่ำคร่าปิดไขว้ทับกันแผ่กลิ่นไอเย็นยะเยือก 

"ข้าไม่ได้เปิดประตูนี้มาเจ็ดสิบปีแล้ว มิคิดว่าจะมีโอกาสได้เปิดมันอีกครั้ง หลิงหลงดึงยันต์ออกแล้วแผ่พลังเข้าไป" หลิ่วอินมองประตูที่ปิดกั้นเขาจากโลกภายนอกด้วยความรู้สึกยากจะบรรยาย

หลิงหลงดึงยันต์ออก มือเล็กทาบไปที่ประตูแผ่กำลังภายในเข้าไป ประตูศิลาคล้ายสัตว์ใหญ่ที่เพิ่งตื่น มันดูดพลังงานของหลิงหลงอย่างตะกรุมตะกรามจนเเด็กน้อยเริ่มมีเหงื่อซึม องค์ชายตั๋วลู่มองอย่างเป็นห่วงแต่ไม่กล้าแตะต้องตัวของหลิงหลงเพราะหลิ่วอินห้ามไว้ จนเวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามประตูที่ดูดซึมพลังของหลิงหลงจนอิ่มก็เลื่อนไปด้านข้างเปิดทางให้พวกเขาเข้าไปด้านใน

หลิงหลงที่แทบหมดแรงถึงกับเซไปเล็กน้อย องค์ชายตั๋วลู่ไม่พลาดที่จะรับตัวเขาไว้แต่สัมผัสที่แปลกไปทำให้เขาก้มลงดูคนในอ้อมกอด

"ท่านหลิ่วอิน หลิงหลงตัวเล็กลง" องค์ชายตั๋วลู่อุทานอย่างตกใจ หลิงหลงกลับไปเป็นเด็กเกือบเท่าเมื่อครั้งที่เจอกันตอนแรก ใบหน้ายุ้ยซีดลงมีเหงื่อซึม

"ข้าขอโทษนะหลิงหลง เจ้าจะหยุดแค่นี้ก็ได้นะ" หลิ่วอินหน้าเสีย

"ข้าไม่เป็นไร พี่ลู่ก็อยู่ เดี๋ยวข้าก็โตเองอาจารย์ไม่ต้องกังวลใจไป" หลิงหลงปลอบจึงถูกองค์ชายตั๋วลู่อุ้มขึ้นแนบอก

"ทำแบบนี้เจ้าจะได้โตเร็วๆ"

หลิงหลงเถียงไม่ออกจึงจำต้องยอมให้คนตัวโตอุ้มแนบอกสาวเท้าตามหลิ่วอินเข้าไปด้านในตามด้วยองค์ชายจงซินที่มองไปรอบๆด้วยความตื่นเต้น เพราะตอนที่หลิงหลงรักษาให้ตัวเขานั้นไม่ได้สติ ตอนที่ฟังจากมารดาก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ มาครั้งนี้เพิ่งเห็นกับตาตัวเองจึงตื่นเต้นไม่น้อย

เมื่อเข้ามาในห้ององค์ชายตั๋วลู่สัมผัสได้ถึงความเย็นจัด เขาตวัดเสื้อที่รุ่มรามพันหลิงหลงให้แน่นขึ้นเพราะเด็กน้อยตัวเล็กลงเสื้อผ้าจึงหลวมโพลก 

"เตียงนี้ทำจากหยกหิมะพันปี  ข้าเสาะหามาอย่างลำบากเพียงขนย้ายมาได้ก้อนเดียว อาศัยความเย็นของมันรักษาร่างไว้" หลิ่วอินยืนมองตัวเองที่นอนบนแท่นหยกสีขาวมีไอเย็นแผ่ออกมา ร่างของเขายังเหมือนเมื่อเจ็ดสิบปีก่อน เขาเพียงลงมาดูนานๆครั้งแต่เพราะเป็นวิญญาณจึงลอยเข้าออกได้อย่างอิสระ มีครั้งนี้ที่เขาทำลายยันต์ด้านหน้าทำให้เวลาที่หยุดไว้ในห้องเริ่มเดินเช่นเดียวกับโลกภายนอก

"พี่ลู่ ท่านปล่อยข้าลงก่อน ข้าจะไปดูอาการของอาจารย์" หลิงหลงดิ้นดุ๊กดิ๊ก องค์ชายตั๋วลู่จึงอุ้มเขาไปวางบนเตียงหยก

หลิงหลงกดไปที่แขนของร่างหลิ่วอิน พบว่ายังอ่อนนุ่ม ทรวงอกสะท้อนขึ้นลงแผ่วเบาบ่งบอกว่าร่างนี้ยังหายใจอยู่ เขาเปิดตาดูทดสอบรูม่านตาด้วยการเสกลูกไฟขึ้นพบว่ามีการตอบสนองดี วัดชีพจรและอัตราการเต้นของหัวใจก็พบว่าปกติ ดูคล้ายว่าร่างนี้เพียงแค่หลับไปเท่านั้น

"อาจารย์ ทำไมท่านจึงคิดว่าท่านกำลังจะตายก่อนที่ท่านจะถอดวิญญาณกันล่ะ" หลิงหลงเริ่มสอบถาม

"ข้าปวดท้อง ตอนแรกก็ปวดหน่วงๆ จากนั้นก็ปวดมากขึ้นทุกทีข้ามั่นใจว่าร่างกายภายในของข้าไม่ทำงานแล้วและคงจะแตกดับในอีกไม่นานจึงใช้วิชาถอดวิญญาณบวกกับศาสตร์ลับที่สามารถหยุดเวลาได้เพื่อที่ข้าจะได้ถ่ายถอดวิชาให้กับคนที่พลังเหมือนกับข้า แต่เมื่อข้าพบเจ้าข้าก็รู้สึกอยากจะอยู่ต่อไปดูเจ้าเติบโตนะหลิงหลง" หลิ่วอินดึงแก้มยุ้ยจนหลิงหลงหน้างอเพราะเจ็บ พอหลิ่วอินปล่อยมือองค์ชายตั๋วลู่ก็เข้ามาโอ๋ทันทีทำเอาองค์ชายจงซินคิดถึงอี้เทาขึ้นมาจับใจ เอาเขามาด้วยทำไม ตรงนี้ยังมีผู้ใดสังเกตถึงการมีตัวตนของเขาอีกหรือ

หลิงหลงยืนนิ่งคิดเปิดโอกาสให้องค์ชายตั๋วลู่นวดแก้มยุ้ยอย่างรักใคร่ เด็กน้อยคิดว่าหลิ่วอินอาจจะเป็นไส้ติ่งอักเสบ ถ้าเป็นยุคของเขาถ้าทราบล่วงหน้านับว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก แต่ถ้าเป็นสมัยนี้ที่ยังไม่มีการผ่าตัดจะหาทางรักษาไม่ได้ก็ไม่แปลก 

หลิงหลงกดไปที่ท้องน้อยของหลิ่วอินพบความรู้สึกแข็งตึงที่คุ้นชินนี้แล้วก็มั่นใจว่าตัวเองคิดถูก 

"อาจารย์ ข้าทราบแล้วว่าท่านป่วยเป็นอะไร รักษาไม่ยากหรอกข้ารับรองว่าท่านจะต้องหายป่วยแน่นอน" 

"ไม่หายก็ไม่เป็นไร แค่เจ้าตั้งใจแค่นี้ก็พอแล้ว"

"เช่นนั้นเราจะทำอย่างไรต่อล่ะ" องค์ชายจงซินถาม เขารู้สึกหนาวจนอยากจะออกไปจากห้องนี้แล้ว

"ตามหาสิบสองนักษัตร เราค่อยพูดคุยกันพรุ่งนี้เถอะ หลิงหลงควรจะได้พักผ่อน" ทั้งสามมองร่างกระจ้อยร่อยของหลิงหลงแล้วก็ถอนหายใจพากันขึ้นจากห้องลับ

อี้เทาที่ยืนรออย่างกระวนกระวายเมื่อเห็นองค์ชายตั๋วลู่อุ้มหลิงหลงขึ้นมาก็ผวามาหาน้อง ทำท่าจะรับมาอุ้มเสียเองแต่องค์ชายตั๋วลู่เบี่ยงตัวหลบ

"หลิงหลงหมดพลังไปกับการปลดผนึกประตู เจ้าให้เขาอยู่กับองค์ชายตั๋วลู่จะได้ฟื้นฟูร่างกายเร็วขึ้น" หลิ่วอินบอกแต่อี้เทาก็ยังไม่วางใจ ยังลูบคลำเนื้อตัวน้องน้อยให้แน่ใจว่าไม่มีไข้

"เจ้าพาพวกเขาไปพักได้แล้วรวมถึงพวกองครักษ์ด้วย หลิงหลงปลดผนึกด้านล่างแล้วข้าคาดว่าเกราะป้องกันบ้านนี้จะอ่อนกำลังลงจนกว่าหลิงหลงจะฟื้นฟูร่างกายหรือข้ากลับคืนร่างได้เราต้องอาศัยองครักษ์ป้องกันผู้บุกรุก ซึ่งข้าคาดว่าป่านนี้พวกมันรู้ตัวแล้วว่าข้ากลับมาแล้ว คนที่มุ่งหวังต่อของที่ข้ามีนั้นมีไม่น้อย ส่วนอาหารเย็นวันนี้สั่งจากเหลาสุราไผ่เขียวก็แล้วกัน แล้วเรียกจื่อยี่มาด้วยเขาก็ต้องฝึกเพิ่มเช่นกัน"

"ข้าจะให้ทหารของข้ามาลาดตรเวณรอบนอกเพิ่มอีกทางหนึ่ง ท่านหลิ่วอินไม่ต้องกังวล" หูชิงหนิวรีบอาสา

"ดี ขอบใจเจ้า" หลิ่วอินยิ้มให้ทำหูชิงหนิวใจพองโตรีบออกไปสั่งงานอย่างรวดเร็ว

"รบกวนเจ้าพาข้าไปห้องของหลิงหลงก่อนได้หรือไม่ เขาเพลียจนหลับไปแล้ว" องค์ชายตั๋วลู่ก้มมองเด็กน้อยที่เงียบเสียงไป

อี้เทาจำต้องพาองค์ชายตั๋วลู่ไปยังห้องของหลิงหลงมีวิลเบอร์วิ่งตามไม่ห่าง พอน้องโตก็ขอแยกห้องนานแล้วนอกจากบางครั้งที่จะมานอนกับเขาบ้าง พอส่งองค์ชายตั๋วลู่กับหลิงหลงเข้าห้องไปก็หันมาเจอองค์ชายจงซินยืนยิ้มอยู่

"แล้วห้องของเจ้าเล่า"

"ข้าไม่ป่วย ท่านไม่ป่วย ท่านจึงไม่จำเป็นต้องมานอนกับข้า ที่นี่ห้องหับมากมาย ข้ามีห้องว่างให้ท่านพักอยู่หรอก" อี้เทาดักคอ เขาพาองค์ชายจงซินที่เดินหน้างอไปยังห้องพัก ทิ้งไว้แบบนั้นแล้วไปจัดที่พักให้ผู้ติดตามของสององค์ชาย พวกเขามีกันเจ็ดคนอี้เทาจึงจัดให้เขาพักห้องละสองคน ที่ขาดไม่ครบคู่คือเจิ้งจื่อยี่ จากนั้นจึงเขียนจดหมายแล้วเรียกวิลเบอร์ให้เอาไปส่งที่เหลาสุราไผ่เขียว


องค์ชายตั๋วลู่อุ้มหลิงหลงที่หลับปุ๋ยมาวางลงบนเตียงอย่างเบามือ เขาระวังอย่างยิ่งที่จะไม่ให้เด็กน้อยตื่น มองหลินหลงในร่างเด็กแปดขวบแล้วก็ถอนหายใจ

"โตเร็วๆเถิดนะหลิงหลง ถึงในร่างเด็กจะน่ารักแต่พี่อยากกอดเจ้าในร่างผู้ใหญ่นะ" องค์ชายตั๋วลู่กดจูบที่ปากจิ้มลิ้มก่อนจะตวัดร่างน้อยมาอยู่ในอ้อมกอดแล้วหลับตามไป


เจิ้งจื่อยี่ที่ได้รับข่าวจากบิดาว่าท่านทวดเรียกหาจึงวิ่งหน้าตาตื่นมา แต่ไม่ลืมให้บ่าวแบกอาหารตามมาด้วยเพราะกลัวหลิงหลงก็โมโหหิวแล้วมาระบายอารมณ์กับเขาอีก ครั้งก่อนที่ปล่อยให้ท้องน้อยๆว่างเปล่าเขาถูกฝนกบตกใส่ตั้งนานจนหลอนไปหลายวัน

เมื่อเขามาถึงก็เห็นคนเต็มบ้าน พวกองครักษ์ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีปล่อยเขาเข้ามาอย่างง่ายดาย เขาไม่เสียเวลาคุยกับเพื่อนแต่รีบเข้ามาหาหลิ่วอินก่อน

"คารวะท่านทวด" 

"มาแล้วรึ เก็บเสื้อผ้ามาด้วยหรือเปล่าข้าจะให้เจ้าฝึกวิชาเพิ่มแล้วพักอยู่ที่นี่เลย" หลิ่วอินนั่งอยู่ในตำแหน่งเจ้าบ้านรับคารวะจากเจิ้งจื่อยี่

"ข้าให้บ่าวเอามาให้ทีหลังได้ขอรับ แต่ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าขอรับ"

"เจ้าน่าจะรู้เรื่องที่อี้เทากับหลิงหลงจะหมั้นกับองค์ชายแล้ว ต่อไปยังจะมีเรื่องต่างๆเข้ามาอีกมากข้าต้องการให้เจ้าฝึกวิชาเพิ่มจะได้เอาตัวรอดได้ เจ้าอยู่ใกล้ชิดพวกเขา ถึงอย่างไรก็ไม่สามารถรอดจาดปลักน้ำนี้ได้"

"เข้าใจแล้วขอรับ ว่าแต่น้องยอมรับหมั้นแล้วหรือขอรับ"

"ข้ายกให้เขาไปแล้วล่ะ เจ้าไปปลุกหลิงหลงมารับประทานข้าวได้แล้วไป" หลิ่วอินโบกมือไล่ 


องค์ชายตั๋วลู่รู้สึกตัวเมื่อได้ยินเสียงของเจิ้งจื่ยี่เรียกอยู่ด้านนอก เขาส่งเสียงตอบรับจึงได้ยินเสียงฝีเท้าของเจิ้งจื่อยี่เดินจากไป องค์ชายตั๋วลู่ก้มดูเด็กน้อยในอ้อมแขนพบว่ายังหลับตาพริ้มอยู่ แก้มยุ้ยๆนั่นก็ล่อใจนักจึงอดไม่ได้ที่จะฝังจมูกลงแก้มนิ่ม

"งื้อ..." หลิงหลงดิ้นยุกยิกเพราะรำคาญสัมผัสสากๆที่แก้ม เด็กน้อยซุกหน้าลงกับหมอนแต่ถูกองค์ชายตั๋วลู่เอาหนวดที่เริ่มขึ้นไถจนหลิงหลงตื่นขึ้นมาด้วยความอารมณ์เสีย

"ไปอาบน้ำกันจะได้ไปรับประทานข้าว ท่านหลิ่วอินให้จื่อยี่มาตามแล้ว" องค์ชายตั๋วลู่รีบบอกเมื่อเห็นหลินหลงมองเขาตาขวาง

"อุ้ม" เด็กน้อยสั่งอย่างเอาแต่ใจที่คนฟังยินดีเป็นอย่างยิ่ง องค์ชายตั๋วลู่จับหลินหลงถอดเสื้อผ้าไปอาบน้ำให้ห้องด้านหลัง เขาสังเกตบ่าวที่ใบหน้าไร้อารมณ์ยกถังน้ำร้อนมาให้ด้วยตัวคนเดียวจึงถามขึ้นด้วยความสงสัย

"บ่าวที่บ้านเจ้าหน้าตาไร้อารมณ์ยิ่งนัก แรงเยอะอีกด้วยไปหามาจากไหนหรือ"

"พวกเขาเป็นหุ่นที่อาจารย์กับข้าสร้างขึ้นต่างหาก ไม่ใช่มนุษย์เสียหน่อย บ้านนี้มีของที่มนุษย์ทั่วไปไม่สมควรเห็นอยู่มาก อาจารย์จึงไม่รับบ่าวเพื่อป้องกันมิให้คนนอกเข้ามาวุ่นวาย" หลิงหลงทำปากยู่

องค์ชายตั๋วลู่ชะงักไปวูบหนึ่ง เช่นนี้หลิงหลงมีพลังเท่าไหร่กันแน่ แค่วิลเบอร์ตัวเดียวที่สามารถทำทุกอย่างได้อย่างเป็นอิสระ แล้วยังบ่าวรับใช้ในบ้านอีก เขาคงต้องฝึกฝนตนเองอีกมากเพื่อที่จะเป็นฝ่ายปกป้องหลิงหลงได้มิใช่ต้องรอให้ด็กน้อยมาปกป้องตนเอง

ความคิดเห็น