facebook-icon

ภาคลูกคือ 'ของเล่นในรังโจร' กับ 'สะใภ้เจ้า' นะคะ

ตอนที่ 25 : คู่แท้และคำขอพร [100%] 💛

ชื่อตอน : ตอนที่ 25 : คู่แท้และคำขอพร [100%] 💛

คำค้น : ซีค, วีนัส, บ่วงรักเจ้าทะเลทราย, เจ้าชาย, ทะเลทราย, jungkook, bts, bts fic

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.6k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2561 15:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25 : คู่แท้และคำขอพร [100%] 💛
แบบอักษร

​เป็นตอนที่กร้าวใจมาก

แต่งไปเขินไป เขินแทนวีนัส 

ภาพประกอบ : ชุดที่วีนัสใส่วันนี้


ซีคบอกว่าจะพาผมไปดูดาวลูซิอัสทางทิศเหนือของเมืองเอิร์ก เขาเตรียมชุดไว้ให้ผมใส่ มันเป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนปักผ้าลูกไม้สีขาวบนอกสวมคู่กับกางเกงขายาวสีขาวใส่สบาย ผมยืนหมุนตัวหน้ากระจกทำตัวเป็นนกหงส์หยกที่อยู่ ๆ ก็รู้สึกรักสวยรักงามขึ้นมาซะงั้น

“ท่านวีนัสขอรับ รถม้าพร้อมแล้วขอรับ” เสียงทหารดังมาจากทางหน้าประตู ผมรีบเอามือสางผมอย่างลวก ๆ ให้เข้าทรงก่อนจะวิ่งลงไปชั้นล่าง

ผมก้าวขาขึ้นรถม้าโดยมีซีคนั่งรออยู่ก่อนแล้ว และทันทีที่ขึ้นไปนั่งข้างเขาซีคก็ดึงมือผมไปจับอย่างหลวม ๆ

“วันนี้เจ้าแต่งตัวสวยดีนะ” เขาพูดพร้อมส่งยิ้มให้จาง ๆ คำพูดนั้นทำให้ผมหลุดยิ้มออกมาด้วยความเขินอาย แก้มสองข้างรู้สึกร้อนผ่าวกระทั่งร้อนไปทั่วทั้งหน้า ก็ที่ผ่านมาซีคไม่เคยพูดแบบนี้กับผมเลยนี่

“ขอบคุณนะ” ผมพูดเสียงค่อยก่อนจะหันหน้ามองไปด้านนอกเพราะไม่กล้ามองหน้าเขาตรง ๆ

“ทำไมไม่มองหน้าข้าล่ะ” เขายื่นหน้ามาใกล้ ๆ ในขณะที่รถม้าเคลื่อนตัวไปเรื่อย ๆ เหงื่อผมก็แตกเป็นหยดน้ำเม็ดใหญ่เต็มหน้าผาก

“เจ้าร้อนรึ” ซีคถามพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อตัวเองแล้วซับมันลงหน้าผากผมอย่างเบา ๆ

“เปล่า ข้าไม่ได้ร้อน” ผมเบี่ยงหน้าหนีเล็กน้อยแล้วเปิดผ้าม่านออกก่อนชี้นิ้วขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อชวนเขาคุยเรื่องอื่น

“ท่ะ ท่านดูสิ ดะ ดาวสวยเนอะ” ยอมรับว่าวันนี้ผมหลุดจากความเป็นตัวเองอย่างมากจนพูดกุกกักลิ้นพันกันอยู่ในปากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“สวยไม่เท่าเมียข้าหรอก” แต่ทุกอย่างก็เป็นเพราะคำพูดซีคนั่นแหละ วันนี้เขาเล่นพูดจาเลี่ยน ๆ ใส่ผมสองรอบแล้วแถมยังส่งสายตากรุ้มกริ่มให้อีกต่างหาก

“สวยที่ไหนกัน ไหนท่านบอกว่าหน้าตาข้ามันอัปลักษณ์นักไง”

“ข้าแกล้งเจ้าเพราะข้าชอบเห็นเจ้าโมโห มันเหมือนวัวกระทิงไล่ขวิดคนดี”

“งั้นถ้าข้าเป็นวัวกระทิง ข้าจะไล่ขวิดท่านคนแรกเลย แล้วพอท่านล้มข้าก็จะกระทืบ กระทืบที่ท้องให้ท่านไส้แตกตายเลยดีมั้ย”

“ไม่ดีมั้ง ถ้าข้าตายแล้วเจ้าจะอยู่กับใครล่ะ” ดูท่าซีคจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาแกล้งเขี่ยแก้มผมซ้ำ ๆ เผื่อผมจะหลุดยิ้มออกมาอีกครั้ง

“ดีสิ ถ้าท่านตายข้าได้หาผัวใหม่ หาเจ้าชายสักคนที่โรแมนติกกว่าท่าน มีอารมณ์ขันกว่าท่าน แล้วก็ปากไม่จัดแบบท่าน รู้ตัวมั้ยว่าท่านเป็นผัวที่เฮงซวยที่สุดในโลกเพราะท่านไม่รู้จักพูดจาหวาน ๆ กับเมียสักครั้ง” ทันทีที่พูดคำว่า ‘ผัว’ ซีคก็หน้าแดงจัดชักมือออกทันที เขารีบขยับไปนั่งชิดอีกฝั่งแล้วเปิดผ้าม่านออกเพื่อทอดสายตามองออกไปด้านนอกแทนมองหน้าผม

“อ้าว โกรธหรอ” ผมแกล้งถามทั้งที่รู้ว่าซีคไม่ได้โกรธ

“เปล่า ข้าไม่ได้โกรธเจ้า” เขาตอบเสียงห้วน ผมขยับตัวไปใกล้ ๆ แล้วกอดแขนเขาแน่นตามด้วยเอาแก้มถูไปมาซ้ำ ๆ

“โถ่ เมียนึกว่าผัวจะโกรธกันซะอีก”

“ปล่อยข้า ! วีนัส” ซีคเริ่มขึ้นเสียงใส่ เขาสะบัดแขนเพื่อให้ผมปล่อยทั้งยังหน้าแดงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเห็นได้ชัด

“ท่านหน้าแดงทำไม” แต่ผมก็ไม่ยอมปล่อย ผมค่อย ๆ ยื่นหน้าไปหาพลางยิ้มยีฟันทำตาหยีใส่

“ข้าร้อน อากาศที่นี่มันร้อน หน้าข้าก็เลยแดง”

“อ่อ… ร้อนนี่เอง” ผมพยักหน้ายิ้ม ๆ คิดในใจว่าคืนนี้ค่อยแกล้งต่อดีกว่า เพราะตอนนี้ซีคเริ่มหายใจถี่ไม่ต่างจากเด็กมอสี่ที่แอบรักรุ่นพี่ไม่มีผิด

ใบหน้าของผมปรากฏรอยยิ้มอีกครั้ง ผมยอมปล่อยแขนซีคออกแล้วขยับตัวออกมานิดหน่อย หัวใจในอกผมเต้นดังไม่เป็นจังหวะจนเกรงว่าเขาจะจับได้ว่าผมเองก็หวั่นไหวเช่นกัน แปลกดีที่เราต่างรู้สึกเขินอายฝ่ายตรงข้ามทั้งที่เข้าพิธีมอบแหวนและตกลงเป็นผัวเมียกันไปก่อนแล้ว

ความจริงความรู้สึกแบบนี้มันสำหรับคู่รักที่เพิ่งตกลงปลงใจคบกันด้วยซ้ำ แต่สำหรับผมกับเขามันคืออะไรกันนะ ทำไมหลัง ๆ มานี้ใจผมมันถึงได้เต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้ซีค หรือเป็นเพราะเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นทำให้ผมกับเขาผูกพันและรู้สึกรักรู้สึกห่วงอีกฝ่ายขึ้นมาจริง ๆ ไม่ใช่เพราะอารมณ์ชั่ววูบเหมือนคืนแรกของเราที่ผมบอกรักเขาออกไปเพราะปากเบาและเขาก็ตอบรับเพราะอารมณ์มันพาไป

จะเป็นยังไงก็ช่าง ผมถือว่าผมรักเขาไปแล้วและไม่เปลี่ยนใจแน่ ในเมื่อช็อกโกแลตแท้แบบซีคใช่ว่าจะหาได้ง่าย ๆ ขณะคิดในใจผมก็หันไปมองหน้าเขา ซีคนั่งเท้าคางส่งสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ใบหน้าเรียบนิ่งเป็นสิ่งที่ผมเห็นจนชินตาแต่ในใจของเขาผมไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเขาจะไม่สบอารมณ์เอาตอนไหน

‘นี่เราหลงรักผู้ชายอารมณ์อันตรายไปแล้วใช่มั้ย’ คำถามผุดขึ้นในใจ ไม่อยากเชื่อเลยว่าผมจะรักเขาจริง ๆ

ไม่นานนักรถม้าก็หยุดอยู่กับที่เป็นสัญญาณบอกว่าเราทั้งสองเดินทางมาถึงเขตเหนือของเมืองเอิร์กแล้ว ผมรีบยื่นหน้าออกไปนอกหน้าต่างพลางกวาดสายตามองไปบนท้องฟ้าไล่สายตาหาดาวดวงที่สว่างที่สุดเผื่อมันจะเป็นดาวลูซิอัส

“เจ้ายังไม่เห็นดาวลูซิอัสตอนนี้หรอก” ซีคบอก เขาดึงสีหน้าทันทีเมื่ออยู่ต่อหน้าทหาร ทันใดนั้นสการ์ที่อยู่ด้านนอกก็รีบเดินมารอรับเพื่อประคองซีคลงจากรถม้า ผู้ชายคนนี้แปลกดีจัง เผด็จการทุกอย่างแม้กระทั่งกับร่างกายตัวเอง ในเมื่อขาเจ็บอยู่แท้ ๆ แทนที่จะนอนพักดันพาผมมาดูดาวซะได้

“ท่านเดินไหวหรอ” หลังจากที่ก้าวขาตามลงมาผมก็กอดแขนเขาไว้

“ไหว ข้ากินยาลดอาการปวดมาแล้ว” เขาตอบก่อนรับไม้เท้ามาจากสการ์ เขาพยักหน้าให้สการ์แล้วออกปากสั่งให้ทหารทุกคนออกไปจากที่นี่

“สั่งทหารให้ไปตั้งขบวนรอไปก่อนไป ข้าอยากอยู่กับเมียแค่สองคน”

“ขอรับ” สการ์ก้มหัวรับแล้วรีบเดินปลีกตัวออกไป

ตอนนี้เหลือแค่เราสองคน ซีคเอื้อมมือมากุมมือผมก่อนจะค่อย ๆ ก้าวขาเดินไปข้างหน้า ผมหลุดยิ้มอีกครั้งที่ได้เห็นฝ่ามือหนาจับมือผมไว้อย่างหลวม ๆ หัวผมร้อนไปหมด ไอความร้อนลามมาถึงใบหน้า มันตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกรู้เพียงว่าอยากตะโกนออกมาดัง ๆ ให้โล่งไปเลยว่าผมตื่นเต้นขนาดไหน

“ท่านต้องใช้ไม้เท้าตลอดไปรึเปล่า” ท่าทางซีคยังเก้ ๆ กัง ๆ อยู่มาก เขาเดินได้ไม่ปกติดีเหมือนแต่ก่อน

“หมอบอกว่าตลอดไป แต่ถ้าทำกายภาพสม่ำเสมอก็อาจจะไม่ เจ้ารับได้มั้ย ที่ร่างกายข้าเป็นแบบนี้” ซีคหันหน้ามาถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“ข้ารับได้ จะเป็นแบบไหนข้าก็รับได้” ผมตอบกลับไปอย่างไม่ลังเล

“ขอบใจเจ้ามาก วีนัส” ซีคหันหน้ากลับไป เขาเดินทอดน่องปล่อยให้สายลมพัดโอบกายอย่างสบายใจ

ในเวลาแบบนี้มันทำให้ผมหยุดยิ้มไม่ได้แต่ก็ยังกังวลอยู่นิด ๆ ว่าผมจะมองเห็นดาวลูซิอัสรึเปล่า เพราะถ้าไม่เห็นก็หมายความว่าผมไม่ได้เป็นคู่แท้ของเขา เราสองคนเดินมาเรื่อย ๆ จนถึงที่โล่งกว้าง ทุกพื้นที่อาบไปด้วยแสงจันทร์ส่องสว่าง ผมหันหน้ามามองซีคอีกครั้ง ครั้นจู่ ๆ จะถามอะไรบางอย่างก็ไม่กล้า และเมื่อซีคเห็นว่าผมมองหน้าเขาอยู่อย่างนั้น เขาจึงเป็นคนถามผมแทน

“มีอะไรรึเปล่า”

“เปล่า ข้าแค่อยากมองหน้าท่านเฉย ๆ”

“แน่นะ”

“น่ะ แน่สิ ! ข้า ข้าแค่อยากมองหน้าท่านจริง ๆ ไม่มีอะไรอยากถามเลย”

“วีนัส คิดว่าข้าโง่เง่าจนเชื่อเจ้านักรึไง”

“ข้าไม่ได้ว่าท่านโง่สักหน่อย แต่ แต่ ก็นั่นแหละ…”

“มีอะไรก็พูดมา” ซีคทำเสียงเข้ม

“ข้า ถ้าข้า… ถ้าข้าไม่เห็นดาวลูซิอัส ข้าจะยังเป็นเมียท่านอยู่มั้ย”

“ถามอะไรไร้สาระชะมัด”

“เอ้า ! ก็ถ้าข้าไม่ใช่คู่แท้ท่านแล้วข้าจะเป็นเมียท่านได้ไงล่ะ”

“นั่งลงซะวีนัส ข้าปวดขา” ซีคตัดบทสนทนาแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นทรายทันที

“เชอะ ! นี่แหละข้าถึงไม่อยากถาม พอถามท่านก็ไม่ตอบ” ผมนั่งลงข้าง ๆ แต่หันหลังให้ ไม่รู้ทำไมพักหลังมานี้อารมณ์ถึงได้สวิงแปลก ๆ ก็ไม่รู้

“ที่ข้าไม่ตอบเพราะคำตอบมันอยู่ตรงหน้าเจ้าแล้วไงล่ะ” ว่าแล้วซีคก็มานั่งซ้อนหลังผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ อ้อมแขนแกร่งโอบกอดรอบเอวผมอย่างหลวม ๆ ก่อนกระชับกอดให้ผมขยับไปนั่งพิงอกกว้างแกร่งของเขาแถมซีคยังเอาคางเกยไหล่ผมไว้

“ดูสิ ดาวลูซิอัสสวยพอ ๆ กับเจ้าเลยนะ” ซีคชี้นิ้วไปบนฟ้า ผมมองตามแต่ดันไม่เห็นอะไรเลยนอกจากท้องฟ้ามืดสนิทสีน้ำเงินเข้ม

“ไหนล่ะ ไม่เห็นมีเลย” ผมกระวนกระวายหันหน้าไปทางซ้ายทีขวาที จังหวะนี้ซีคเลยยื่นหน้ามาใกล้ ๆ ใช้เสียงแหบพร่ากระซิบข้างหู

“ลองดูดี ๆ มันเป็นดาวดวงที่เล็กที่สุด แต่สว่างที่สุด” พอซีคบอกผมเลยลองเพ่งสายตามองอีกครั้ง

“ดาวลูซิอัส พ่อข้าบอกว่ามันมีสีฟ้า วันหนึ่งจะส่องแสงสว่างที่สุดในเวลาสองทุ่มและมีกลุ่มดาวเล็ก ๆ ล้อมรอบ” ขณะที่ซีคพูดผมก็มองไปรอบ ๆ ก่อนจะเห็นดาวดวงหนึ่งซึ่งมีสีฟ้าตามที่ซีคบอก มันเล็กจนมองแทบไม่เห็นแต่เมื่อได้เห็นแล้วกลับรู้สึกว่ามันโดดเด่นที่สุด

“ข้าเห็นแล้ว ดวงนั้นใช่มั้ย” เสียงใส ๆ เอ่ยถาม ผมหันหน้าไปหาซีคและเพราะระยะการนั่งที่ใกล้กันทำให้ปลายจมูกเราสองคนแทบจะชนกัน

“ใช่ ดวงนั้นแหละ” นัยน์ตาคมกริบมองมาที่ผม ผมสบตามองลึกเข้าไปนัยน์ตาของซีค ผมเห็นภาพสะท้อนของตัวเองอยู่ในนั้น

“เจ้าเห็นมันแล้วใช่มั้ย”

“ใช่ ข้าเห็นแล้ว เห็นชัดด้วย ดาวลูซิอัสอยู่ตรงหน้าข้านี่ไงล่ะ” ฝ่ามือทั้งสองข้างเอื้อมขึ้นโอบต้นคอหนา ผมเลื่อนหน้าไปหาซีคแล้วประกบริมฝีปากไปบนริมฝีปากของเขา เราสองคนหลับตาลงพร้อมกัน หัวสมองรับรู้ถึงสัมผัสที่อีกฝ่ายมอบให้

ดวงตาสองข้างหลับลงพริ้ม จมูกได้กลิ่นกายหอมละมุนคุ้นจมูกซึ่งมันคือกลิ่นของซีค ซีคที่เป็นดั่งดวงดาวส่องสว่างมากกว่าดาวดวงไหน ๆ

“อืม…” ผมครางผ่านลำคอเมื่อเราต่างงับริมฝีปากฝ่ายตรงข้ามอย่างเนิบนาบ ซีคปรับเปลี่ยนองศาด้วยการเบี่ยงหน้าไปทางซ้ายเล็กน้อยก่อนปดป้อนรสจูบอย่างหนักหน่วง ในหัวผมขาวโพลนหมดแรงต่อต้านจนซีคต้องประคองหลังให้

“อื้อ…” ผมครางอีกครั้ง ฝ่ามือสองข้างจิกกำเสื้อที่ซีคใส่จนยับยู่ยี่ผลจากโดนเขาจูบอย่างดูดดื่มทำอย่างกับแทบจะกลืนกินผมไปทั้งตัว

ซีคปรือตามองผม ผมส่งสายรื้นชื้นไปด้วยน้ำตามองใบหน้าหล่อเหลา อุณหภูมิร่างกายเราทั้งสองร้อนผ่าวดั่งคนเป็นไข้ และซีคก็ได้ถอนริมฝีปากออก ผมหอบตัวโยนโถมหน้าไปพิงอกทันที ตอนนี้แค่แรงทรงตัวนั่งยังไม่มีด้วยซ้ำ

“แฮ่ก… แฮ่ก…” น่าอายไม่น้อยที่ผมต้องใช้ใบหน้าซบอกกว้างของคนที่เคยเกลียดที่สุด

“พักหลัง ๆ มานี้เจ้าแปลกไปนะ วีนัส” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม ซีคกอดผมไว้อย่างหลวม ๆ ในเวลาเดียวกันก็ใช้มืออีกข้างลูบเส้นผมของผมไปด้วย

“แปลกยังไง”

“เจ้าไม่ค่อยพยศกับข้าเท่าไหร่ แถมยังกะฟัดกะเฟียดใส่ข้าบ่อยขึ้นอีกต่างหาก นี่… วันนี้เจ้าโกรธข้าสองรอบแล้วนะ รอบแรกในห้องนอน รอบสองเมื่อกี้ตอนที่นั่งหันหลังใส่ข้า เจ้าเป็นอะไรไป ทำไมอารมณ์ถึงได้แปรปรวนเป็นหญิงชรารอบเดือนไม่มาอย่างนั้น หืม”

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าข้าเป็นอะไร” พูดจบผมก็เงยหน้าขึ้นมามองซีค

“อา… ข้าไม่ชินจริง ๆ เวลาเจ้าเป็นแบบนี้ ปกติเมียข้าปากเก่งกว่านี้นี่ แล้วทำไมวันนี้แค่โดนข้าจูบก็ตัวอ่อนยวบซะแล้วล่ะ” ซีคไม่พูดเปล่า เขาเงื้อมือมาแล้วใช้นิ้วโป้งวนลูบไปมาบนริมฝีปากผมซ้ำ ๆ

“ขอบคุณดาวลูซิอัส ที่ทำให้ข้าแน่ใจว่า วีนัส เอพพิล็อก คนนี้แหละคือคู่แท้ของข้า และหากไม่เป็นการขอมากเกินไป ข้าขอให้วีนัสให้ลูกชายกับข้าได้หนึ่งคน หนึ่งคนเท่านั้น แล้วข้าจะไม่ขออะไรจากท่านอีก” ซีคพูดกับดาวลูซิอัส เขายังคงมองหน้าผมและส่งยิ้มให้อย่างนั้น

“ถ้างั้น… ผมขอให้ผมให้ลูกชายกับซีคได้ด้วยเถอะ” เราสองคนต่างขอพรจากดาวลูซิอัส ดาวที่ส่องแสงสว่างและในที่นี้มีเพียงเราสองคนเท่านั้นที่เห็น


-----------------------------------

อยากให้พรที่ขอเป็นจริงกันมั้ยเอ่ยยยยยย

อีก 5 ตอน จะจบแล้วนะคะ ทำใจค่ะ น้องจะไม่มาวิ่งป่วนในใจพี่ ๆ ในนี้แล้ว แต่จะไปวิ่งป่วนในเพจแทน อิอิ

กด Facebook fanpage : นิ้วกลาง

17.02.18

อย่าลืมจองหนังสือเข้ามาน้าาาาา ​

ความคิดเห็น