ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 19

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,ปราบผี,วาย Y,พีเรียดจีน,จีนโบราณ,แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.6k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2561 11:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
19
แบบอักษร

2018-02-18

หลิงหลง อี้เทาและเจิ้งจื่อยี่เมื่อได้นอนพักอย่างเต็มอิ่มแล้ว พวกเขาก็ตื่นขึ้นมาในยามบ่าย พออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย ท้องของหลิงหลงและวิลเบอร์ก็ร้องแข่งกัน

"ไปรับประทานอาหารกันเถิด เจ้าอยากจะสั่งมารับประทานในห้องหรืออยากไปรับประทานข้างล่าง" อี้เทาลูบศีรษะน้อง หลิงหลงบ่นว่าตึงศีรษะเขาจึงไม่ได้เกล้าผมให้เพียงหวีเปิดหน้าผากแล้วรวบเป็นหางม้าง่ายๆไว้ด้านหลัง เพียงแค่นี้ยังงามหยด

"ข้าจะรับประทานข้างล่าง รับประทานเสร็จแล้วเราออกไปเดินเล่นกันนะ" หลิงหลงยิ้มหวาน ก็อี้เทาแทบไม่เคยขัดใจเขาเลยนี่นา

"เจ้าเดินไหวหรือ"

"พี่จื่อยี่สิ" หลิงหลงหัวเราะคิกคัก นั่นหมายความว่าจื่อยี่ต้องแบกน้องเที่ยวชมเมือง

ทั้งคู่เดินไปเคาะประตูเรียกเจิ้งจื่อยี่ เมื่อทราบแผนการของน้องๆแล้วเจ้าตัวเองก็เห็นดีด้วย เมื่อรับประทานอาหารเสร็จพวกเขาสอบถามร้านเช่ารถม้าจากเสี่ยวเอ้อแล้วก็ชักชวนกันไปว่าจ้างรถม้า โดยวางแผนว่าจะออกเดินทางหลังรับประทานอาหารเช้าพรุ่งนี้ เมื่อเสร็จธุระแล้วก็มาเดินเล่นกันในเมือง 

สามคนกับหนึ่งตัวเดินชมร้านแผงลอยไปเรื่อย โดยหลิงหลงขี่หลังเจิ้งจื่อยี่มีวิลเบอร์วิ่งตามเพียงแค่นี้ก็สะดุดตาชาวเมืองมากแล้ว ไม่นับถึงใบหน้างดงามของหลิงหลง อี้เทาที่น่ารักน่าเอ็นดูและจื่อยี่ที่หล่อเหลาคมคายจนมีสตรีทำผ้าเช็ดหน้าหล่นต่อหน้าเจิ้งจื่อยี่หลายผืนแล้ว จึงทำให้หลิงหลงหน้างอขึ้นทุกที

"ถ้าเป็นแบบนี้เมื่อไหร่จะถึงร้านหนังสือเล่า" หลิงหลงดึงผมเจิ้งจื่อยี่ระบายอารมณ์

"โอ๊ย! หลิงหลงข้าเจ็บนะ ข้ามิได้ไปล่อลวงพวกนางเสียหน่อย คนมันหล่อจะทำอย่างไรได้"  เจิ้งจื่อยี่ไม่วายคุยโว

"ไปร้านหนังสือเดี๋ยวนี้" หลิงหลงแยกเขี้ยวใส่เผื่อแผ่ใบหน้าหงิกงอไปให้สตรีที่ยืนถือผ้าเช็ดหน้าอยู่แถวนั้นด้วย จนนางไม่กล้าทำผ้าเช็ดหน้าร่วงอีก

จนถึงที่สุดพวกเขาก็ฝ่าดงบุปผามาถึงร้านหนังสือจนได้ หลิงหลงขอลงมาเดินเลือกเอง ทั้งสามคนกระจายกันไปเลือกหนังสือที่ตนเองชอบ โดยไม่ทราบว่านี่เป็นการเปิดโอกาสให้คนที่ลอบติดตามมาตั้งแต่ออกจากโรงเตี๊ยมมีโอกาสเข้าใกล้หลิงหลง

"แม่นางน้อยเจ้าสนใจตำราคร่ำครึเหล่านี้ด้วยหรือ" เสียงแตกหนุ่มน่าเกลียดดังขึ้นข้างหู หลิงหลงเหลือบตามองเห็นเป็นเด็กหนุ่มผู้หนึ่งยืนทำท่ากะลิ้มกะเหลี่ยอยู่

"ข้าเป็นบุรุษ" หลิงหลงวางหนังสือแล้วหยิบเล่มใหม่ขึ้นมาจากชั้นโดยไม่สนใจว่าคนที่ได้ยินสติหลุดไปแล้ว

หลังจากรวบรวมสติได้ เด็กกหนุ่มก็ตัดสินใจได้ว่าเขาไม่สนว่าหลิงหลงจะเป็นบุรุษหรือสตรี ใบหน้างดงามเยี่ยงนี้ไม่สามารถพบได้โดยง่าย

"ข้าไม่ถือ สนใจไปดื่มน้ำชากับข้าหรือไม่" คนพูดแสดงท่าทางเหมือนรวยเสียเต็มประดา

หลิงหลงมองด้วยหางตาแล้วปฏิเสธ "ไม่ไป ข้าไม่หิว"

"มีอะไรหรือเปล่าหลิงหลง" เจิ้งจื่อยี่โผล่มาทำหน้ายักษ์ใส่เด็กหนุ่มจนเขาหนีไป

"น่ารำคาญยิ่ง"หลิงหลงรวบหนังสือที่ต้องการไปชำระเงินรวมกับของอี้เทาที่ได้ตำรามาหลายเล่ม 

"เอ้านี่ ติดตัวไว้ชดเชยกับที่ข้าลากท่านมากะทันหัน" หลิงหลงยัดถุงเงินใส่มือเจิ้งจื่อยี่ เด็กน้อยเบือนหน้าแดงๆหนี ดูจากน้ำหนักแล้วนับว่าหลิงหลงมือเติบไม่น้อย

 "ขอบใจนะ" เจิ้งจื่อยี่ขยี้ศีรษะหลิงหลง เป็นความจริงที่เขาถูกลากมาจากที่นอน นอกจากเสื้อผ้าแล้วไม่มีสิ่งใดติดตัวมาเลย

"เราแวะไปซื้อเสื้อผ้ากันด้วยเถอะ หลิงหลงโตขึ้นแบบนี้ก็ใส่ชุดเดิมไม่ได้แล้ว พี่จื่อยี่ควรจะมีเสื้อผ้าไว้เปลี่ยนด้วย" อี้เทาตัดสินใจ เขาเลือกเสื้อผ้าสำเร็จได้หลายชุด จากนั้นจึงกลับมาพักผ่อนที่โรงเตี๊ยม

สายๆของวันถัดไปทั้งสามคนกับหนึ่งตัวก็โดยสารรถม้าออกจากเมืองโดยเจิ้งจื่อยี่ให้เดินทางเลี่ยงเมืองชมนกชมไม้โดยไม่รีบร้อนอาศัยค้างแรมในป่า หลิงหลงอาศัยช่วงเวลานี้ฟื้นฟูร่างกายได้มาถึงสองในสามส่วน จนเมื่อถึงบ้านเรี่ยวแรงก็ฟื้นฟูเกือบเป็นปกติแล้ว

พวกเขาแวะส่งเจิ้งจื่อยี่ที่บ้าน โดยหลิงหลงขอกลับไปหาหลิ่วอินก่อน ฝากเจิ้งจื่อยี่ว่าจะมาหาเถ้าแก่เจิ้งวันถัดไป แต่เมื่อเขากลับถึงบ้านก็เจอกับแขกไม่ได้รับเชิญนั่งจิบน้ำชาอยู่ในบ้าน

"อาจารย์" เด็กน้อยไม่สนใจแขกวิ่งไปกระโดดกอดหลิ่วอินจนคนเซถอยหลังก่อนที่จะรวบกอดหลิงหลงไว้ได้

"เจ้าเด็กคนนี้ พอหายดีก็ร่าเริงใหญ่เลยนะ"

"ข้าคิดถึงอาจารย์ม๊ากมาก" หลิงหลงถูหน้ากับบ่าของหลิ่วอินดุจลูกแมวตัวหนึ่ง ทำเอาผู้ที่เห็นมองด้วยสายตาเคลิ้บเคลิ้ม บางคนถึงกับโลหิตไหลออกจมูก มีเพียงคนผู้หนึ่งที่ใบหน้ามืดครึ้มกำมือแน่นแผ่รังสีสังหารออกมาใส่ผู้อื่นไม่ยั้งแต่ถูกหลิ่วอินดีดนิ้วสะท้อนพลังกลับจนจุก รังสีสังหารหายไปในพริบตา

คนทำปรายตามองอย่างไม่รู้สึกผิด จับลูกศิษย์คนโปรดพลิกหน้าพลิกหลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความพอใจ

"อาจารย์ ข้าเวียนศีรษะ" หลิงหลงบ่น หลิ่วอินจึงหอมแก้มนวลฟอดใหญ่

"อาจารย์" อี้เทามีสีหน้ากังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับแขกที่มาหาถึงบ้าน

"นั่งลงก่อนแล้วค่อยๆว่ากล่าวกัน" หลิ่วอินเปลี่ยนเป็นจริงจัง อี้เทากับหลิงหลงจึงต้องคารวะแขกแล้วนั่งลงร่วมวงสนทนา

"คารวะองค์รัชทายาท องค์ชายจงซิน ท่านเจ้าเมือง" ทั้งสองกล่าวพร้อมกันโดยไม่มองหน้าแขกแล้วนั่งที่ของตัวเองเงียบๆ

แขกของหลิ่วอินก็คือสามคนนี้เองและผู้ติดตามอีกกลุ่ม องค์ชายตั๋วลู่คาดว่าหลิงหลงจะต้องกลับบ้าน จึงไม่เสียเวลาไปตามพวกเขาระหว่างทางแต่วิ่งมาดักหน้าที่บ้านเลย ทั้งคู่มาถึงตั้งแต่สามวันก่อนโดยพักอยู่ที่จวนเจ้าเมือง 

หูชิงหนิวที่ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะพาอาคันตุกะผู้สูงศักดิ์ทั้งคู่มาหาหลิ่วอินที่บ้าน เขาจะได้ถือโอกาสมาหาท่านอาจารย์คนงามด้วย ซึ่งหลิ่วอินก็เหมือนจะต้อนรับเขาดีแต่คล้ายมีบางสิ่งอยู่ในใจ ยิ่งองค์ชายทั้งคู่ได้แจ้งกับหลิ่วอินว่าต้องการขอหมั้นลูกศิษย์ทั้งคู่ หลิ่วอินก็ยิ่งยิ้มหวาน

"หลิงหลงน้องหนีพี่มาทำไม" องค์ชายตั๋วลู่ตัดพ้อ

"เหอะ ข้ารักษาองค์ชายจงซินหายแล้วนี่  จะอยู่ต่อเพื่ออะไร"

"แล้วงานหมั้นของเราเล่า"

"ผู้ใดจะหมั้นกับท่าน ขี้ตู่ ข้าชอบพี่สาวอกตู้มต่างหาก อย่างท่านยังห่างไกลนัก" หลิงหลงทำปากยู่

"อี้เทา กลับไปเข้าพิธีหมั้นเถิดนะ" องค์ชายจงซินอ้อนอี้เทาบ้าง

"เพื่อให้ท่านรู้สึกว่าเหนือข้าได้สักเล็กน้อยก็ยังดีเช่นนั้นหรือ ท่านไม่ต้องลำบากถึงเพียงนั้น ท่านเก่งกว่า ฉลาดกว่า ข้าล้วนยอมรับพอใจหรือยัง" อี้เทาพูดรวดเดียวจบ

"อย่าพูดแบบนั่นสิ ข้า....เอ่อ...." องค์ชายจงซินพูดไม่ออกว่าเขาชอบฟังนิทานของอี้เทาก่อนนอน พออี้เทาไม่อยู่กว่าเขาจะนอนได้ก็ค่อนคืนไปแล้ว 

"พวกท่านมาขอหมั้นลูกศิษย์ของข้าเพราะอะไร เพราะต้องการพลังที่เขามีกีดกันมิให้ผู้อื่นได้ไปใช่หรือไม่" หลิ่วอินถามด้วยสีหน้าจริงจัง

"ข้าชอบหลิงหลง ชอบกลิ่นหอมๆ เนื้อเนียนๆของเขา แค่คิดว่าเขาจะถูกผู้อื่นกอดข้าก็ร้อนรนจนทนไม่ได้แล้ว" องค์ชายตั๋วลู่กล่าวอย่างจริงใจ เขาพยายามสบตาหลิงหลงที่เมินไปมองภาพวาดประดับผนังอย่างตั้งใจ

"แล้วท่านล่ะองค์ชายจงซิน ทำไมถึงอยากหมั้นกับอี้เทา" 

"ข้าชอบให้เขาเล่านิทานให้ข้าฟังก่อนนอน" องค์ชายจงซินพูดด้วยหน้าแดงๆ

"ตกลง ข้ายกให้ โฮะๆๆๆ" หลิ่วอินปิดปากหัวเราะอย่างเสแสร้ง

"อาจารย์!" สองพี่น้องอุทานประสานเสียง ส่วนองค์ชายทั้งคู่ยิ้มหน้าบาน พวกเขาคิดว่าจะยากกว่านี้เสียอีก

"แต่ว่าพวกท่านจะต้องรับปากทำตามเงื่อนไขของข้า ถ้าไม่เช่นนั้นการหมั้นเป็นอันยกเลิก" หลิ่วอินยิ้มที่องค์ชายทั้งสองเห็นว่าเหมือนยิ้มของปีศาจ มีเพียงหูชิงหนิวที่เหม่อมองรอยยิ้มนั้นอย่างโง่งม

"ลูกศิษย์ข้าต้องเป็นภรรยาคนเดียวของท่าน ห้ามรับชายารอง สนมหรืออนุเด็ดขาด" หลิ่วอินจ้องหน้าสององค์ชายเขม็ง

"ข้า....." องค์ชายจงซินกำลังจะรับคำแต่อี้เทาขัดขึ้นก่อน

"อย่าได้รับปากส่งเดช ถ้าท่านรับปากแล้วต่อไปเกิดผิดสัญญา หึ ข้าจะทำให้ท่านทราบว่านรกมีจริง" อี้เทาฟันมือลงล่าง

องค์ชายจงซินเสียววาบยกมือกุมส่วนนั้นของตนเองอย่างหวงแหน เมื่อชั่งใจแล้วระหว่างอี้เทากับสตรีอื่น เขายินดีมีอี้เทาเคียงข้างคนเดียว ก็อาจจะเหนื่อยหน่อยนะพระชายา

"ข้าตกลง" องค์ชายจงซินยอมรับใจคิดไปไกลแล้ว

"สีหน้าท่านดูแล้วน่าขนลุกยิ่ง" อี้เทาขยับเก้าอี้ถอยห่าง องค์ชายจงซินจึงได้สติกลับมา

หลิงหลงที่ทำเหมือนไม่สนใจแต่ในใจลุ้นรอฟังคำตอบขององค์ชายตั๋วลู่ เด็กน้อยบอกตัวเองว่าแค่อยากรู้

"หลิงหลงงามหยดแบบนี้ข้าจะต้องการผู้อื่นไปใย" องค์ชายตั๋วลู่ยิ้มหล่อ

"ดี! จำไว้ว่าวันใดพวกเจ้าผิดสัญญาข้าจะเผาวังของพวกเจ้าให้เรียบ ทุกคนในตระกูลของเจ้าจะต้องตกตายอย่างอนาถหากทำให้ลูกศิษย์ของข้าเสียใจ" หลิ่วอินยิ้มหวานกว่าเก่าไม่สนใจเหงื่อที่ซึมแผ่นหลังของสององค์ชาย

"แล้วมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่" องค์ชายตั๋วลู่ถามต่อ

"เจ้าทั้งคู่ฝีมืออ่อนด้อยเกินไป จำเป็นต้องฝึกเพิ่มเพื่อให้ปกป้องลูกศิษย์ข้าได้ เห็นแก่ที่พวกเจ้าหน้าตาดีข้าจะสอนให้เจ้าคนละอย่างโดยไม่ต้องกราบข้าเป็นอาจารย์ จงเลือกวิชาที่เจ้าถนัดที่สุดมา"

"กระบี่" องค์ชายตั๋วลู่

"ธนู" องค์ชายจงซิน

"องค์ชายตั๋วลู่ท่านฝึกกระบี่ ส่วนองค์ชายจงซินฝึกต่อสู่ด้วยมือเปล่าธนูจะไม่มีประโยชน์ในการต่อสู้ประชิดตัว ถ้าพวกท่านสามารถฝึกวิชาสำเร็จก็ยกขบวนมาหมั้นลูกศิษย์ข้าได้เลย" หลิ่วอินยิ้ม

"อาจารย์ ข้าไม่อยากหมั้น ข้าไม่อยู่แล้วท่านจะอยู่ยังไง" หลิงหลงอ้อน เด็กน้อยลุกไปกอดอาจารย์

"นั่นสิอาจารย์ ท่านอยู่คนเดียวมานานเกินไปแล้ว ข้าไม่อยากให้ท่านต้องอยู่อย่างเดียวดายอีก" อี้เทารีบสนับสนุน

"ท่านก็เข้าไปอยู่ในวังด้วยกันก็ได้ ตำหนักว่างตั้งเยอะหรือจะให้ข้าซื้อบ้านอยู่นอกวังให้ท่านก็ได้" องค์ชายตั๋วลู่เสนอ

"อาจารย์" หลิงหลงมองหน้าหลิ่วอินตาละห้อย ถึงจะถกเถียงกลั่นแกล้งกันบ่อยๆแต่หลิงหลงก็รักหลิ่วอินมาก

"หนทางที่จะให้ข้าออกจากบ้านหลังนี้มันยากนักหลิงหลง ปล่อยข้าอยู่ที่นี่แหละหากคิดถึงข้าเจ้าก็มาเยี่ยมข้าได้" หลิ่วอินยิ้มเศร้า

"หากท่านหลิ่วอินไม่อยากจากเมืองนี้ไปข้าแวะมาคุยเป็นเพื่อนบ่อยๆก็ได้" หูชิงหนิวรีบอาสาแต่โดนอี้เทามองด้วยหางตา

"อาจารย์ถ้ามีหนทางช่วยท่านไยจึงไม่บอกออกมา" อี้เทาช่วยอ้อนวอนด้วยอีกแรงหนึ่ง

"แล้วทำไมท่านหลิ่วอินจึงออกจากบ้านไม่ได้ล่ะ มีศัตรูร้ายกาจอยู่ข้างนอกหรือ" องค์ชายจงซินหาช่องถามขึ้นมา

"มิได้" หลิ่วอินยิ้มนิดๆ ที่จริงเขาสามารถออกจากบ้านได้แต่เป็นเวลาไม่นาน วิญญาณของเขายังเชื่อมโยงกับร่างอยู่

"อาจารย์ ถึงท่านไม่บอกข้าก็หาทางได้อยู่ดี ท่านบอกออกมาเถอะ" หลิงหลงปีนมาคร่อมตักหลิ่วอินที่องค์ชายตั๋วลู่เห็นแล้วอยากจะไปดึงออกมานัก

"จะทำให้วิญญาณข้าเชื่อมต่อกับร่างจำเป็นต้องใช้สิบสองนักษัตร แต่ต่อให้ข้าฟื้นร่างกายข้าก็อยู่อีกไม่นาน" หลิ่วอินมีสีหน้าจนใจ

"อาจารย์ ท่านยินยอมให้ข้าตรวจร่างกายของท่านได้หรือไม่ วิชาแพทย์ของข้าอาจจะรักษาท่านได้"  หลิงหลงหวังว่าหลิ่วอินอาจจะเป็นโรคที่ตัวเขาในชาติที่แล้วรู้จัก เช่นนั้นก็มีหนทางรักษาแล้ว

"อาจารย์ยินยอมให้น้องตรวจร่างกายท่านเถิด ถ้าเห็นว่ามีทางรักษาเราก็ไปตามหาสิบสองนักษัตรมาคืนชีพให้ท่านกัน" อี้เทาสรุป

ความคิดเห็น