facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ปฐมบท〝¸ครั้งแรกที่รับรู้¸〞

ชื่อตอน : ปฐมบท〝¸ครั้งแรกที่รับรู้¸〞

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2561 22:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปฐมบท〝¸ครั้งแรกที่รับรู้¸〞
แบบอักษร

ปฐมบท〝¸ครั้งแรกที่รับรู้¸〞



บางคนเชื่อว่าคนเราเกิดมาพร้อมสิ่งพิเศษที่จะมีเฉพาะแต่ละคนไม่ซ้ำกัน สิ่งเหล่านั้นอาจเป็นสติปัญญา ทักษะหรือความสามารถบางอย่างซึ่งหลับใหลอยู่และเตรียมจะตื่นขึ้นมายามถึงเวลาอันเหมาะสม


ตัวผมเองอาจเป็นหนึ่งในคนที่สิ่งพิเศษนั้นตื่นขึ้นมาเร็วกว่าคนอื่นและถือว่าแปลกกว่าคนปกติอยู่สักหน่อย แต่หากเทียบในครอบครัวแล้วถือเป็นเรื่องปกติเพราะทั้งคุณตาและคุณแม่ต่างก็มีสิ่งพิเศษเฉพาะตัวนี้กันทั้งนั้น 


สิ่งพิเศษ ไม่สิ ควรเรียกว่าเป็นพลังพิเศษซะมากกว่า


ดูเหมือนพลังนั้นจะสืบทอดจากทางคุณแม่ต่อมายังลูกอย่างผมและเหล่าน้องๆ อีก 3 คนซึ่งมีผมเป็นพี่คนโต น้องชายคนแรกชื่อกระวาน เป็นเด็กเกรียนๆ ที่มีมุมทั้งน่ารักและน่าถีบ ทำอะไรไม่ค่อยคิดชอบทำให้ผมเป็นห่วงอยู่เรื่อย ยิ่งพลังที่เขามีคือการได้ยินเสียงในใจเฉพาะเรื่องลามกของอื่นผมก็ยิ่งห่วงเพราะไม่รู้ว่าจะหลุดปากไปสร้างเรื่องให้คนอื่นเมื่อไหร่ 


น้องชายคนที่สองชื่อ โป๊ยกั๊ก เด็กกวนๆ ที่พร้อมจะมีเรื่องกับคนอื่นได้เสมอ น่าแปลกที่ถึงเขาจะกวนไปทั่วแต่กลับดูอ่อนน้อมเวลาอยู่กับผม อีกเรื่องที่ผมค่อยข้างกังวลคือพลังของโป๊ยกั๊กที่ค่อยข้างซับซ้อน ตัวตนด้านหนึ่งแข็งแกร่งและไม่ยอมใครแต่อีกตัวตนที่สะท้อนอยู่ในกระจกและมักจะสลับออกมานั้นทั้งอ่อนแอและเหยาะแหยะ หากเกิดเรื่องในบุคลิกนี้อาจเสียท่าได้ง่ายๆ บุคลิกที่อยู่ในกระจกครอบครัวผมต่างเรียกเขาว่าก้านพลู


น้องคนสุดท้องคือน้องสาวเพียงคนเดียวของครอบครัว เพกา คือชื่อแสนน่ารักของนางฟ้าตัวน้อยๆของพวกเรา พลังพิเศษของเธอเรียกว่าดีที่สุดในบ้านคือการปลูกอะไรก็สามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ทั้งเร่งดอกเร่งผลจนคุณพ่อมักจะบอกให้ช่วยปลูกผักสำหรับใช้ในการทำอาหารหน่อย


หากใครสังเกตคงจะรู้ว่าชื่อของพวกเรา4พีน้องล้วนแต่เป็นชื่อสมุนไพรทั้งสิ้น ชื่อเหล่านี้มีคุณตาซึ่งมีพลังในการแยกแยะเครื่องเทศหรือส่วนผสมจากการดมกลิ่นจึงได้ตั้งชื่อพวกเราตามชื่อของสมุนไพรต่างๆ กันไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ


ตั้งแต่ยังจำความไม่ได้มีสิ่งนึงที่ผมสามารถรับรู้ได้คือรสชาติของอาหารหรือสิ่งที่กินเข้าไป ความคาวจากสิ่งมีชีวิตที่ปะปนอยู่สร้างความพะอืดพะอมจนต้องคายออกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าจะได้รับอาหารที่เหมาะสมซึ่งนั่นเป็นเรื่องในช่วงเป็นเด็กวัยแบเบาะของผม


ครั้งแรกที่รับรู้ถึงพลังนี้เป็นช่วงวัยเด็กอายุประมาณ 7 ขวบเป็นช่วงเวลาของการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในโรงเรียนมีวิชาหนึ่งพูดถึงความสามัคคีและการมีส่วนร่วมซึ่งภายในห้องได้ตกลงที่จะเลี้ยงกระต่าย ทุกๆวันได้มีการผลัดกันดูแลกระตายตัวขาวในช่วงหลังเลิกเรียน


ผ่านไปวันแล้ววันเล่าจนกระทั่งวันนี้เป็นเวรของผมที่ต้องทำความสะอาดกรงกระต่ายและให้อาหาร กระต่ายสีขาวตัวอ้วนกำลังทำจมูกฟุดฟิดยามกรงถูกเปิดอ้าออกด้วยฝีมือของผมและก้าวเข้าไปด้านใน กรงนี้เป็นกรงเหล็กขนาดไม่ใหญ่มาก มีบ้านไม้สีน้ำตาลไว้สำหรับให้กระต่ายนอนถัดไปไม่ไกลมีหญ้าสีเขียวสด น้ำและถาดอาหารเม็ดที่บัดนี้ว่างเปล่าวางไว้ให้


ดวงตากลมโตสีดำสนิทเงยหน้าขึ้นมาประสานกับดวงตาสีน้ำตาลของผมราวกับกำลังถามว่าอาหารเม็ดของมันอยู่ที่ไหน ผมอมยิ้มเล็กๆ ก่อนจะก้มลงไปอุ้มกระต่ายตัวนั้นไปใส่ไว้ในตะกร้าที่เตรียมไว้อย่างเร่งรีบเนื่องจากมีเวลาเหลืออีกไม่มากก่อนคุณพ่อจะมารับกลับบ้าน


“ไม้กวาดๆ”ผมพึมพำพลางเดินไปหยิบไม้กวาดจัดการกับเศษหญ้า น้ำในชามถูกเปลี่ยนใหม่เช่นเดียวกับหญ้าสดที่อาจารย์ประจำชั้นเตรียมไว้ให้ ปิดท้ายด้วยการเทอาหารเม็ดลงไปในถาดสีเงิน


เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จผมเดินไปอุ้มกระต่ายสีขาวมาปล่อยไว้ในกรงตามเดิมทว่าก่อนจะปิดกรงสายตาของกระต่ายตัวขาวที่จ้องมองมาทำให้ผมค่อยๆนั่งคุกเข่าลงกับพื้นแล้วแบมือออกติดกับพื้นด้านล่าง


กระต่ายเพียงตัวเดียวเอียงคอเล็กน้อยแล้วจึงวิ่งเข้ามาใช้จมูกสีชมพูอ่อนดมมือพร้อมกับวางคางลงบนฝ่ามือผม ความนุ่มของขนเรียกรอยยิ้มจากผมได้ มืออีกข้างที่ว่างเปลี่ยนมาลูบยังเส้นขนสีขาวเบาๆ 


ในจังหวะนั้นเองทั่วทั้งร่างกลับเกิดอาการแปลกๆขึ้น ความมึนงงบวกกับความปวดหัวแล่นเข้ามาจนทนไม่ไหวทรุดลงไปกองอยู่กับพื้นพร้อมร่างกายที่ค่อยๆแปรเปลี่ยนไปทีละน้อย ผิวหนังนิ่มๆเริ่มมีขนสีขาวปกคลุม เช่นเดียวกับร่างกายเองก็หดเล็กลงเรื่อยๆ ทุกอย่างอยู่ในสภาวะสับสนและไม่เข้าใจ


ส่วนหัวซึ่งปกคลุมด้วยขนสีขาวหันมองซ้ายขวาด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายขยับวิ่งโดยใช้สี่ขาออกไปจากบริเวณนี้ ด้วยความสับสนทำให้ไม่รู้แม้แต่เส้นทางที่ตัวเองวิ่งผ่านจนกระทั่งพลังงานในร่างหมดลง ผมอยู่นิ่งๆปล่อยร่างสีขาวอันไม่คุ้นชินนี้ให้ได้พักสักเล็กน้อย


“กระต่าย?”เสียงเรียกจากเด็กวัยเดียวกันเรียกขนสีขาวให้ลุกฟูด้วยความตกใจและตื่นกลัว ดวงตาสีดำของผมในร่างกระต่ายหันไปมองภาพของเด็กในวัยเดียวกันก้มหน้าลงมามองก่อนจะเอื้อมมือสองข้างมาคว้าตัวผมไปอุ้มไว้แนบอก


งี๊ด


ไม่นะ


ผมพยายามดิ้นแล้วส่งเสียงร้องบอกให้ปล่อย  แต่แน่นอนว่าด้วยภาษาที่ต่างกันส่งผลให้คนตรงหน้าไม่สามารถเข้าใจถึงสิ่งที่ผมต้องการสื่อสาร


“กระต่ายของใครกัน?”เสียงเดิมดังขึ้นระหว่างลูบขนสีขาวของผมไปมาคล้ายจะปลอบโยนว่าไม่เป็นไร ไม่มีอะไรต้องกลัว


สัมผัสของฝ่ามือนั่นช่วยให้ความตื่นตกใจกลัวค่อยๆกลับเข้ามาสู่สภาวะปกติอีกครั้ง


“ไม่เป็นไรนะ”


งี๊ด


การแสดงออกอย่างการพยักหน้าเรียกคิ้วของข้างของคนอุ้มขมวดเข้าหากันแน่น คงไม่มีใครคิดว่าจะได้รับคำตอบจากสัตว์ในอ้อมแขนจริงๆหรอก


พอสติเริ่มกลับมาผมก็สามารถผูกเรื่องหลายๆอย่างได้ ครอบครัวผมมีพ่อที่ชื่นชอบสีชมพูและมีแม่ที่บางครั้งก็ชอบพูดคุยหรือตะโกนพูดกับใครก็ไม่รู้ ในตอนนี้ผมกำลังคิดว่านั่นอาจไม่ใช่แค่การพูดกับตัวเองแต่เป็นอะไรบางอย่างที่คนอื่นไม่สามารถมองเห็นได้


อาจเป็นไปได้ว่ามีบางอย่าง...


อะไรที่ผมก็ไม่สามารถบอกได้ในวัยเพียงเท่านี้


หากต้องการจะรู้คงมีแต่ต้องไปถามพ่อกับแม่เท่านั้น


งี๊ด


ผมร้องแล้วเริ่มดิ้นอีกครั้ง แต่เพราะดิ้นยังไงอีกฝ่ายก็ไม่ยอมปล่อยผมจึงใช้ฟันทื่อๆขบเข้ายังแขนเบาๆแต่เพราะอีกฝ่ายตกใจจึงปล่อยร่างผมล่วงสู่พื้นทันที ผมอาศัยโอกาสนั้นวิ่งหน้าตั้งไปจนถึงถนนเส้นใหญ่ อาจเป็นโชคดีที่ผมจำได้ว่าถนนเส้นนี้อยู่ถัดจากโรงเรียนผมแค่ซอยเดียวเท่านั้น


ระหว่างการวิ่งกลับไปยังโรงเรียนความผิดปกติบางอย่างก็เริ่มเกิดขึ้น ความรู้สึกมึนงงปนปวดหัวนี่เหมือนก่อนหน้าที่จะกลายเป็นกระต่าย 


“...ไธม์ ใบไธม์”เสียงเรียกอันแสนคุ้นเคยของคุณพ่อเรียกให้ผมฝืนทนพาร่างกายขนปุกปุยของตัวเองเดินไปหาเสียงนั้น


งี๊ด


ร่างกายเล็กๆพยายามส่งเสียงเรียกผู้เป็นพ่อแต่เรียกได้ไม่นานก็ต้องหยุดเนื่องจากขนสีขาวที่ปกคลุมร่างกายเริ่มกลับไปเป็นสีผิวของมนุษย์ปกติ นั่นเป็นจังหวะเดียวกับที่คุณพ่อหันมาเจอผมพอดี


“ใบไธม์”คุณพ่อวิ่งเข้ามารับร่างผมที่เซล้มลงไป พลังงานในร่างราวกับถูกใช้จนหมดสิ้น สติที่มีก็เลือนรางจนแทบไม่รับรู้อะไรนอกจากเสียงเรียกอันเต็มไปด้วยความเป็นห่วงของพ่อ


อยากจะบอกว่าไม่ต้องห่วงแต่ร่างกายผมไม่มีแรงแม้กระทั่งขยับตัวด้วยซ้ำ


และนั่นคือครั้งแรกที่ผมได้รู้ถึงพลังของตัวเอง

...............................................................

จบไปแล้วกับการเปิดฉากของเรื่องใหม่

หลายๆ คนคงจะเริ่มเดาได้ว่าเรื่องนี้เป็นแนวไหน

ออกแนวแฟนตาซีนิดๆแบบนี้เราค่อนข้างฟินในการแต่งเลยค่ะ

ในตอนแรกเกริ่นๆช่วงวัยเด็กก่อน ตอนต่อไปเตรียมพบกับพระเอกที่ไม่เหมือนเรื่องไหนๆ ของเราแน่นอนค่ะ

แค่คิดก็อยากรีบแต่งแล้วลงให้อ่านเลย 555

ขอฝากผลงานใหม่อีกเรื่องนะคะ

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪

ความคิดเห็น