ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 18

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,ปราบผี,วาย,อาจารย์ปีศาจ,ร้านสารพัดนึก,แฟนตาซี,Y,yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.8k

ความคิดเห็น : 43

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2561 10:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
18
แบบอักษร

2018-02-15

หลิงหลงได้นั่งเล่นสมใจครึ่งหนึ่งเพราะองค์ชายตั๋วลู่ไม่ยอมให้เขาเอาขาแช่น้ำอย่างที่ต้องการ

"เจ้ายังไม่มีแรง ถ้าตกน้ำไปจะทำเช่นไร" องค์ชายตั๋วลู่ดุจับเด็กน้อยนั่งตักกอดไว้หลวมๆ จนหลิงหลงทำแก้มพองหันไปคุยกับวิลเบอร์ไม่สนใจเขาอีก

องค์ชายตั๋วลู่​ให้ขันทีน้อยปูพรมพร้อมหมอนอิงนุ่มๆหลายใบ​ที่ศาลาริมสระ ใครที่ผ่านมาจะเด็กน้อยน่ารักนั่งคุยกับลูกสุกรที่นั่งพับขาตัวตรงเช่นมนุษย์จิบชาคุยกัน  หลิงหลงถามอะไรไปวิลเบอร์ก็ส่งเสียงอู๊ดๆรู้เรื่องกันอยู่สองคน องค์ชายตั๋วลู่ก็มิได้ว่าอะไรนั่งฟังเด็กกับลูกสุกรคุยกันไปทั้งที่ฟังไม่รู้เรื่อง บรรยากาศสบายๆถูกขัดจังหวะเมื่อขันทีน้อยที่ตามเสด็จมาด้วยเข้ามารายงาน

"คุณหนูเริ่นหรูอี้ขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย"

"ข้าไม่ต้องการรับแขก บอกนางว่าข้าไม่ว่าง"

ยังไม่ทันที่ขันทีน้อยจะถอยออกไป เสียงหวานที่ปรุงแต่งมาอย่างดีก็ดังขึ้น

"ถวายพระพรเพคะองค์รัชทายาท" เริ่นหรูอี้ผู้นี้เป็นบุตรีของราชครู นางมักจะเข้าวังมาพร้อมบิดาของนางที่มาถวายการสอนแก่องค์หญิงสี่และห้าโดยเข้าเรียนร่วมกันและพยายามเข้าหาองค์ชายตั๋วลู่อยู่เสมอ วันนี้นางเดินผ่านมาเพราะหวังว่าจะพบองค์ชายตั๋วลู่กลับเห็นสตรีนางหนึ่งนั่งตักองค์ชาย นางจึงร้อนใจรีบเข้ามาโดยไม่ทันไตร่ตรอง

องค์ชายตั๋วลู่นั่งคอแข็ง นางออกจะถือวิสาสะมากไปแล้ว ที่ผ่านมาเขาเห็นว่านางเป็นสหายของน้องสาวจึงปล่อยไป มิคิดว่านางจะกล้าเข้ามาถึงเขตส่วนตัวของเขาโดยไม่รอได้รับอนุญาต

​หลิงหลงไม่แม้จะหันไปมอง ได้ยินเสียงก็ทราบแล้วว่านางมีจุดมุ่งหมายใด เด็กน้อยชี้ขนมในจาน

"พี่ลู่ข้าจะรับประทานชิ้นนี้"

"ต้องการเพิ่มหรือไม่" องค์ชายตั๋วลู่ป้อนขนมถึงปาก ใช้นิ้วเช็ดมุมปากที่ขนมเลอะให้โดยมีเริ่นหรูอี้มองด้วยความริษยาทั้งที่ขาเริ่มสั่นเพราะองค์ชายยังไม่สั่งให้ลุก

"ข้าอยากรับประทานรากบัวต้มน้ำตาลใส่พุทราและเครื่องเยอะๆ วิลเบอร์ก็ชอบ" หลิงหลงเอนศีรษะพิงอกองค์ชายตั๋วลู่

"ได้สิ ฟู่หรงไปจัดมา" องค์ชายตั๋วลู่หอมกลุ่มผมนิ่มตรงหน้า เรื่องแค่นี้เขาย่อมตามใจ​เด็กน้อยอยู่แล้ว

"ปินกงกงสั่งโบยทหารยามสิบไม้โทษฐานปล่อยให้คนนอกเข้ามาในเขตส่วนตัวของข้า" องค์ชายตั๋วลู่สั่งโดยไม่มองเริ่นหรูอี้ทำเอานางเริ่มตัวสั่น

ผ่านไปเพียงครู่เดียว ทหารยามสี่คนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาเมื่อเห็นองค์ชายตั๋วลู่​ก็แสดงความเคารพ

"นำนางออกไปให้พ้นหน้าข้าและอย่าปล่อยให้นางเข้ามาอีก หากเวรยามหละหลวมข้าจะย้ายเจ้าไปอยู่ชายแดน" 

"พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย" ทหารยามรับคำเสียงก้อง น้ำตาของเริ่นหรูอี้เริ่มไหลออกมาด้วยความกลัว ที่ผ่านมานางอาศัยความสนิทสนมของนางกับองค์หญิงเข้าหา องค์รัชทายาทมิค่อยสุงสิงกับสตรีแต่ยังยินยอมคุยกับนางจึงหลงคิดว่าตนเองมีภาษีดีกว่าคนอื่น เมื่อนางเห็นสตรีข้างกายรัชทายาทจึงโดนความหึงหวงบังตาเดินหมากพลาดทั้งกระดาน นางไม่คิดว่าพระองค์จะไม่ถึงกับไม่ไว้หน้าบิดานางเช่นนี้

"องค์รัชทายาทเพคะ" นางทอดเสียงละห้อยชวนให้ผู้ที่ได้ยินเวทนาแต่ไม่ใช่องค์ชายตั๋วลู่​

"รำคาญยิ่งนัก" เพียงเขาขมวดคิ้วทหารยามก็หิ้วปีกเริ่นหรูอี้จากไปอย่างรวดเร็ว

"พี่ลู่ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาเอาเสียเลย" หลิงหลงขยับให้ตัวเองนั่งสบายขึ้นอีกหน่อย เก้าอี้มนุษย์นี้ก็ไม่เลวโดยไม่ทราบว่าก้นน้อยๆเสียดสีกับสิ่งใดที่ทำให้องค์ชายตั๋วลู่​​ต้องขบกรามแน่น คนพยายามหายใจเข้าลึกๆหายใจออกยาวๆสะกดบางอย่างที่กำลังจะตื่นขึ้น

ทั้งสองนั่งเล่นกันอยู่จนอี้เทา องค์ชายจงซินและเจิ้งจื่อยี่มาขอเข้าเฝ้า ซึ่งทหารยามไม่กล้าขัดขวางองค์ชายจงซิน​ พวกเขาต่างระแวงว่าจะโดนโบยอีกหรือไม่

"ท่านพี่" องค์ชายจงซินร้องทัก ส่วนหลิงหลงก็ยิ้มกว้างที่เห็นอี้เทาโดยไม่ทันสังเกตว่าพี่ชายหน้ามืดครึ้มมององค์ชายตั๋วลู่ด้วยความโหดเหี้ยมวูบหนึ่ง เจิ้งจื่อยี่ที่เพิ่งได้รับอนุญาตให้เจอหลินหลงถึงกับตะลึงค้างอยู่เมื่อเห็นใบหน้างามแต่เมื่อนึกถึงนิสัยของหลินหลงแล้วก็ถอนหายใจ

"เป็นอย่างไรบ้างหลิงหลง" เจิ้งจื่อยี่ได้รับอนุญาตให้นั่งเสมอเชื้อพระวงศ์ได้เพราะจะว่าไปเขาก็คือว่าที่พี่เขยขององค์ชายทั้งสอง

"ก็ยังไม่ค่อยมีแรงเท่าไหร่แต่ข้าคิดว่าใช้เวลาอีกไม่นานร่างกายข้าก็จะเป็นปกติ จะได้กลับบ้านเสียที เนอะวิลเบอร์" หลินหลงพยักเพยิดกับวิลเบอร์

"อ้าว ท่านพี่ไม่ได้บอกเจ้าเรื่องงานหมั้นหรอกหรือ" องค์ชายจงซิน​ถาม

"ใครหมั้น" หลินหลงงง

"ก็งานหมั้นของเจ้ากับท่านพี่แล้วก็ของข้ากับอี้เทาไง" องค์ชายจงซิน​พูดไม่ทันมองพี่ชายที่ถลึงตาใส่

"จริงหรือพี่อี้เทา"

อี้เทายิ้มอ่อนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้น้องฟังโดยไม่ปิดบัง

"ถ้าเจ้าไม่ต้องการหมั้นก็ไม่มีผู้ใดบังคับเจ้าหรอก เราก็กลับบ้านกันหาวิธีอื่นหรือผู้อื่นที่เจ้าพึงใจก็ได้" อี้เทาตบท้าย

"ไม่ได้" องค์ชายตั๋วลู่​​พูดเสียงเข้มจึงถูกหลิงหลงตวัดสายตามอง

"เหอะ ข้าไม่อยากมีภรรยาขนหน้าแข้งดกเสียหน่อย ต้องพี่สาวอกตู้มเท่านั้น" หลิงหลงเบะปากใส่ ตะกายลงจากตักองค์ชายตั๋วลู่​ อี้เทาจึงอุ้มมานั่งตักตัวเอง

กล่าวไม่ดูตัวเองเลยหลิงหลง​ มีแต่เจ้าจะต้องเป็นภรรยาเสียมากกว่า  เจิ้งจื่อยี่คิดในใจแต่ไม่กล้าสอดปากเพราะกลัวว่าจะกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของหลิงหลงแทน

องค์ชายตั๋วลู่​อยากจะตีก้นเด็กแก่แดดยิ่งนัก พี่สาวอกตู้มหรือ ไม่มีวันเสียละ คงจะมีแต่สตรีเสียสติเท่านั้นที่จะแต่งงานกับบุรุษที่งดงามกว่าตนเอง

"ในวังมีของเล่นมากมาย อาหารก็หลากหลาย" องค์ชายตั๋วลู่เริ่มหลอกล่อ

หลิงหลงหูกระดิกแต่เรื่องแค่นั้นแค่มีเงินก็หาได้นี่นาเขาไม่ยอมแต่งงานกับบุรุษหรอก

"มีหนังสือตำรามากมาย มีเงินทองจับจ่ายไม่มีวันหมด" ​องค์ชายตั๋วลู่​หว่านล้อมต่อไป

"ไม่มีทาง ข้าไม่ชอบวิถีมากเมีย ท่านเป็นรัชทายาทอีกหน่อยก็ต้องตบแต่งสนมชายา ที่ๆข้าจากมาเรายึดมั่นผัวเดียวเมียเดียว อย่างไรข้าก็ไม่หมั้นกับท่าน" หลิงหลงส่ายศีรษะ

"คืนนี้ข้าไปนอนกับท่านนะพี่อี้เทา" หลิงหลงหันมากระตุกแขนเสื้อพี่ชาย ใบหน้าน้อยๆเต็มไปด้วยความหวัง

"เจ้าไปนอนกับอี้เทาแล้วเมื่อไหร่จะแข็งแรงเล่า" องค์ชายตั๋วลู่​ไม่ยอมปล่อยเด็กน่ารักไปง่ายๆ

"ข้ามีวิธีฟื้นฟูร่างกายของข้า ขอบคุณท่านที่ผ่านมาดูแลข้าแต่ให้ข้าอยู่กับพี่อี้เทาเถอะ"

องค์ชายตั๋วลู่จำต้องยอมอ่อนข้อให้ เขาไม่อยากหักหาญเพราะเกรงว่าหลิงหลงจะเตลิดหนีไป

"งั้นนั่งเล่นพอแล้วหรือไม่ เกือบได้เวลาองค์ชายจงซินรับประทานยาแล้ว" อี้เทาถาม

"พอแล้วก็ได้ ให้ข้าขี่หลังพี่นะ" หลิงหลงอ้อนท่ามกลางสายตาอิจฉาของบางคน อี้เทาหันหลังให้น้องขี่คอก้มศีรษะให้องค์ชายตั๋วลู่นิดๆมีเจิ้งจื่อยี่คอยระวังไม่ให้หลินหลงร่วงลงมา วิลเบอร์รีบกวาดขนมเข้าปากจนหมดแล้ววิ่งตามไปทิ้งองค์ชายตั๋วลู่อยู่ผู้เดียวไร้คนเหลียวแล


สองพี่น้องปรึกษากันแล้วว่าต่างไม่อยากหมั้น จึงตัดสินใจจะกลับบ้าน หลิงหลงที่พอจะมีแรงเปิดประตูมิติได้แล้วเรียกของจำเป็นออกมา โดยเด​็กน้อยเขียนใบแจ้งหนี้ทิ้งไว้เรียกราคาแพงลิบเพราะบวกค่าอารมณ์เสียของเขาสองคนพี่น้องเข้าไป อี้เทาลอบไปขนอาหารจากห้องครัวได้ห่อใหญ่แล้วสองพี่น้องก็ลากเจิ้งจื่อยี่ขี่หลังวิลเบอร์เหาะออกจากวังไปกลางดึกโดยใช้ผงล่องหน

หลิงหลงที่เรี่ยวแรงยังไม่ฟื้นฟูเต็มที่ทราบดีว่าเขาไม่สามารถให้วิลเบอร์เหาะไปจนถึงบ้านได้ จึงคิดจะบินออกนอกเมืองแล้วเช่ารถม้ากลับบ้าน พวกเขาไม่กลัวคนของวังหลวงสักนิดเพียงแค่ซื้อเวลาให้หลิงหลงฟื้นฟูเรี่ยวแรงก่อน ถ้าองค์ชายยังไม่ยอมรามือก็จะได้เห็นดีกัน

องค์ชายตั๋วลู่ที่สังหรณ์ใจมาหาหลินหลงแต่เช้ากลับพบใบแจ้งราคาค่ารักษาพยาบาลองค์ชายจงซินแปะอยู่ ส่วนสองพี่น้องและเจ้าลูกสุกรหายไปแล้ว

"อ้าวท่านพี่ มาทำไมแต่เช้า" องค์ชายจงซินที่ตื่นมาฝึกฝนร่างกายแวะมาหาอี้เทาก็เจอพี่ชายยืนกำจดหมายหน้าตาเขียวคล้ำอยู่

"หลิงหลงไปแล้ว เพราะเจ้าคนเดียว" องค์ชายตั๋วลู่เ​หวี่ยงใส่น้อง เพราะเขาคิดว่าจะค่อยๆสร้างความสัมพันธ์กับหลิงหลงทีละน้อยแต่องค์ชายจงซินกลับพูดออกมาทำให้หลิงหลงหนีไป

"ตั๋วลู่ จงซิน มีคนไปบอกพ่อว่าอี้เทากับหลิงหลงไปแล้วอย่างนั้นรึ" ฮ่องเต้ซีจิ่นก้าวพระบาทเร็วๆมาถึง

"ขอรับท่านพ่อ ทั้งคู่น่าจะหนีไปกลางดึก"

"แล้วเจิ้งจื่อยี่เล่า"

"วันนี้ข้ายังไม่เห็นเขาเลยขอรับ"องค์ชายจงซิน​บอก

"ไม่ต้องไปตามเขาหรอก ในนี้เขียนไว้แล้วว่าเจิ้งจื่อยี่ถูกพักงานสามเดือน เขาเลยถูกน้องๆลากกลับบ้านไปด้วย" องค์ชายตั๋วลู่​หน้านิ่ว

"ทหารยามไปไหนหมดถึงปล่อยให้พวกเขาจากไปได้โดยไม่มีผู้ใดทราบ" ฮ่องเต้ซีจิ่นคิดจะลงโทษทั้งหมดแต่องค์ชายตั๋วลู่​​ทัดทานไว้เสียก่อน

"อย่าลงโทษทหารยามเลยขอรับท่านพ่อ ฝีมือห่างกันเกินไป อีกทั้งมีเจิ้งจื่อยี่ที่รู้เส้นทางดีไปด้วย"

"แล้วเจ้าจะทำอย่างไรต่อไป ล้มเลิกแค่นี้อย่างนั้นรึ" ฮ่องเต้หยั่งเชิง

"ข้าจะตามพวกเขาไป หลิงหลงต้องแต่งให้ข้าเท่านั้น" องค์ชายตั๋วลู่​​​กล่าวอย่างมั่นใจ

"แล้วเจ้าล่ะจงซิน เจ้าตกลงหมั้นเพื่อเอาชนะอี้เทาไม่ใช่หรือ"

"ข้าจะไปกับท่านพี่ขอรับ" องค์ชายจงซินยืนยัน

"ตามใจเจ้า ลองคิดวิธีดีดีเข้าหาพวกเขาเอาเองก็แล้วกัน" ฮ่องเต้ซีจิ่นปล่อยให้หนุ่มๆหาหนทางเอง พระองค์จะคอยสนับสนุน 


ทางฝ่ายหนีนั้น เมื่อขี่วิลเบอร์ออกจากเมืองหลวงแล้วก็มุ่งหน้าไปเมืองถัดไป ดีที่มีเสลี่ยงของหลิงหลงมิเช่นนั้นเจิ้งจื่อยี่คงหัวใจวายไปแล้ว เมื่อวิลเบอร์บินลงมาที่ดงไม้ก่อนเข้าเมืองในยามสาย เจิ้งจื่อยี่ก็วิ่งลงมาอาเจียนจนแทบหมดแรง

"ไหวหรือไม่ ดื่มน้ำล้างปากก่อนแล้วนี่ยาแก้วิงเวียน" อี้เทาส่งน้ำส่งให้ หลิงหลงยังอยู่บนหลังวิลเบอร์ พวกเขาตั้งใจจะเดินเข้าเมือง หาที่พักที่เมืองนี้สักสองคืนแล้วค่อยเช่ารถม้าออกเดินทางต่อ

"พวกเจ้าเดินทางแบบนี้ได้อย่างกัน ข้าไม่ยอมนั่งอีกแน่" เจิ้งจื่อยี่บ่น

"ท่านไม่มีสิทธิเลือก ถ้ารู้สึกดีแล้วก็หันหลังมาให้ข้าขี่หลังเสียดีๆ" หลิงหลงกระดิกนิ้วเรียก

เจิ้งจื่อยี่หันหลังมาให้น้องขี่แต่โดยดี สามคนกับหนึ่งตัวเดินมาถึงประตูเมือง จ่ายค่าธรรมเนียมแล้วก็ตรงไปหาที่พัก ดีที่มีเจิ้งจื่อยี่มาด้วยเพราะเขาเดินทางผ่านมาหลายครั้งแล้วจึงคล่องตัวกว่าผู้ที่ไม่เคยออกจากเมืองไปไหนเช่นสองพี่น้อง

พวกเขาเลือกห้องพัก 2 ห้องแล้วสั่งให้เสี่ยวเอ้อยกอาหารขึ้นมาให้ จากนั้นก็แยกกันพักผ่อนด้วยความอ่อนเพลีย โดยไม่สนใจเลยว่าทางวังหลวงวุ่นวายกันแค่ไหน


ความคิดเห็น