facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2561 13:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 (100%)
แบบอักษร

ตั้งแต่ขึ้นรถมาศิศิราก็ไม่ยอมพูดจา ท่าทางเซื่องซึมเป็นแมวเหงาของเธอทำให้ญาติผู้พี่ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความสงสารแต่ก็ไม่รู้จะปลอบใจอย่างไร นายอำเภอกรินทร์ชะโงกหน้าไปมองด้านหน้าจึงเห็นร้านค้าอยู่ไม่ไกล 

“จอดรถตรงร้านขายของชำ” เขาสั่งคนขับรถ

“ทำไมคะพี่ช้าง?” คุณหมอสาวที่ไม่ยอมปริปากพูดในที่สุดก็เลิกคิ้วถามด้วยความเคลือบแคลงสงสัย

“แวะซื้อขนมให้เราไงเล่า” 

ทำไมมีแต่คนเห็นว่าเธอเป็นเด็กนะ ศิศิราส่ายหน้าด้วยความท้อแท้ใจ

เมื่อรถจอดตรงหน้าร้านค้าแล้วนายอำเภอจึงหันไปยื่นธนบัตรให้น้องชาย 

“พี่ช้างทำไมต้องเป็นผม” นายทหารหนุ่มอดโวยวายไม่ได้ 

“เพราะเสือรู้ว่ากวางชอบกินอะไรไงเล่า” พี่ชายโบกมือให้เขารีบๆไปเพราะยังต้องเดินทางอีกไกล

เมื่อผู้พันเสือกลับขึ้นรถมาก็ยื่นถุงพลาสติคท่ีเต็มไปด้วยของขบเคี้ยวให้น้องสาว และที่ขาดไม่ได้คือไอติมรสมะนาว พอได้กินอะไรหวานๆเย็นๆสีหน้าของคนที่เหมือนแมวเหงาเมื่อครู่จึงดีขึ้นเล็กน้อย 

รถตู้สีดำของพวกนายอำเภอเดินทางมาถึงนอกเมืองก็หยุดลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“หยุดรถทำไม” นายอำเภอที่กำลังกินไอติมเป็นเพื่อนน้องสาวด้วยความเพลิดเพลินใจชะโงกหน้าถามคนขับ เย็นนี้เขามีประชุมสำคัญจะไปสายไม่ได้เด็ดขาด

“ด่านตำรวจข้างหน้า แปลกจริงตอนผ่านมาเมื่อกี้ทำไมไม่มี” ประโยคหลังคนขับรถพูดกับตัวเองเบาๆ 

ทันทีที่ไปถึงยังด่านตรวจเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทำสัญญาณให้รถตู้จอดข้างถนน ส่วนรถหลายๆคันที่ตามมากลับผ่านไปได้สบาย

นัยน์ตาของพันตรีพยัคฆ์หรี่ลงเป็นสัญญาณอันตราย กำลังจะลงรถไปถามว่าเกิดอะไรขึ้นตำรวจนอกเครื่องแบบนายหนึ่งก็ยกมือขึ้นเคาะกระจกด้านที่เขานั่ง

“ขอโทษด้วยพี่เสือ” เมื่อเปิดกระจกแล้วนายตำรวจก็ยกมือไหว้ทักทายรุ่นพี่จากโรงเรียนเตรียมทหาร พร้อมกับรีบขอโทษขอโพยแล้วจึงหันไปยกมือไหว้นายอำเภอ 

ใช่ว่าเขาอยากจะกักตัวพวกเขาเสียเมื่อไหร่คำสั่งนี้สารวัตรเป็นคนสั่งมา เขาจะไม่ทำตามก็ไม่ได้ด้วย

“สารวัตรบอกว่าให้พวกพี่รอก่อน”

“คำสั่งสารวัตร? ใครกัน?” เมื่อรู้ชื่อของคนที่กล้าออกคำสั่งอย่างไม่กลัวตายถึงได้รู้ว่าเป็นเพื่อนที่เคยคบหากันมาก่อนก็ยิ่งแปลกใจใหญ่ คนกันเองสมควรจะอำนวยความสะดวกแต่ทำไมถึงไม่ยอมให้พวกเขาผ่านไปง่ายๆ “สั่งว่าไม่ให้รถพี่ผ่านด่าน?” ใบหน้าหล่อเหลาของผู้พันหนุ่มชักสี 

“เปล่าๆพี่เสือ ไม่ใช่ยังงั้น” เขาโบกไม้โบกมือเป็นพัลวัน

“ไม่ใช่ก็ดีแล้ว พวกพี่กำลังรีบ…เปิดทาง!” นัยน์ตาของพันตรีพยัคฆ์เข้มปลาบ 

“ขอโทษด้วยผมทำยังงั้นไม่ได้” เมื่อเหลือบมองร่างล่ำสันของนายอำเภอก็ถึงกับต้องกลืนน้ำลาย สองคนนี้ใช่ว่าจะรับมือง่าย นายตำรวจนอกเครื่องแบบถึงกับเหงื่อตก 

มิน่าล่ะ สารวัตรถึงไม่ยอมมา ‘ต้อนรับ’ ด้วยตัวเอง ปล่อยให้รองสารวัตรอย่างเขาซึ่งพักร้อนสวีทกับแฟนสาวต้องรีบมาทำหน้าที่แทน 

“พวกพี่รอแค่สิบนาที รับรองว่าผมเปิดทางให้แน่” 

“นี่มันเรื่องอะไรกัน ยังไม่พูดอีก!” ในที่สุดนายอำเภอก็ทนไม่ไหวถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเพราะท่าทางอ้ำๆอึ้งๆของนายตำรวจหนุ่ม 

เขาเหลือบมองไปถนนด้านหลังก็บ่นอุบอิบในใจ ทำไม ‘คนๆนั้น’ ยังมาไม่ถึงอีก 

“พวกพี่รอแป๊บนึง” 

แล้วนายตำรวจนอกเครื่องแบบที่ถือคติว่า ‘เอาตัวรอดเป็นยอดดี’ ก็หายตัวไปอย่างรวดเร็ว ผู้พันเสือทนไม่ไหวกำลังจะขยับตัวเปิดประตูรถออกไปตามคนก็ถูกพี่ชายฉุดแขนไว้ 

“อย่าทำให้เด็กลำบากใจเลย พวกเรารอสักครู่ดีกว่าแล้วค่อยคิดอีกทีว่าควรจะทำยังไง” 

“นี่มันเรื่องอะไรกันคะ” ศิศิราที่กินไอติมหมดไปสองแท่งเอียงคอถามด้วยความสงสัย “พวกพี่คงไม่ได้ทำการค้าผิดกฏหมายใช่ไหมคะ?” 

“โอ๊ย! เจ็บๆๆๆ” ถูกพี่เสือดึงผมถักเปียน้ำตาแทบเล็ด เธอแค่ล้อเล่นให้บรรยากาศดีขึ้นแต่ไม่รู้ทำไมพี่ชายถึงไม่มีอารมณ์ขัน 

“สมองเรากระทบกระเทือนหรือว่าดูละครจนขึ้นสมองกันแน่” 

“กวางแค่อยากช่วยให้พวกพี่รู้สึกดีขึ้น…ไม่มีอารมณ์ขันแล้วยังจะโทษกวางอีก” น้องสาวทำปากยื่น 

“กวางน้อยกล้าแกล้งพี่เรอะ มานี่…”

“กวางไม่ได้ทำเรื่องอะไรไว้แน่นะ” คำพูดของพี่ชายคนโตทำให้พวกน้องๆหยุดกึก 

“เปล่านะ” 

เอ…เดี๋ยวก่อน คุณหมอสาวเอียงคอคิด คดีที่ติดตัวใช้ยาสลบกับพี่เรเธอก็สะสางกับเขาเรียบร้อยแล้ว มือถือก็คืนเขาไปแล้วด้วย แล้วยังจะมีเรื่องอะไรอีก เธอคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก

เมื่อเห็นพวกพี่ชายเลิกคิ้วเข้มหันไปมองด้านหลังพร้อมๆกันเธอจึงเอี้ยวตัวหันไปดู จึงเห็นพี่เรใช้ไม้คำ้ยันลงรถเดินตรงมาทางนี้ สีหน้าของเขาจริงจังจนเธอชักหวั่นใจว่ามีคดีอะไรติดตัวอีก สีหน้าเคร่งเครียดเช่นนี้เธอไม่คุ้นเคยเลย

ร่างสูงของพันตรีนเรศหยุดอยู่ข้างรถตำแหน่งที่นายอำเภอนั่งอยู่ นัยน์ตาคมปรายตามองหญิงสาวเพียงแค่แวบเดียวแล้วหันไปพูดกับนายอำเภอ “ผมขอเวลาพูดกับพี่ช้างเป็นการส่วนตัว”

“มีอะไรก็พูดมา” คู่อริกอดอกพลางเค้นเสียงลอดไรฟัน จู่ๆรายนี้ก็มาปรากฏตัวที่นี่เขารู้สึกว่ามีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดี 

“ไม่นานหรอกพี่ช้าง” น้ำเสียงของเขาคล้ายขอร้องอยู่ในที

ร่างล่ำสันของนายอำเภอที่กอดอกจับตามองอยู่ก็ยังแปลกใจ เลิกคิ้วนิดๆด้วยความสงสัยว่าคนที่รักศักดิ์ศรีอย่างเขาถึงกับยอมเอ่ยปากขอร้องนั้นต้องการอะไรกันแน่ นิ่งคิดสักครู่จึงตอบตกลง 

“ได้” 

“พี่ช้าง อย่าลืมว่าเรถึงกับกล้ากักตัวพวกเรา” ผู้พันเสือมั่นใจว่าสารวัตรที่รู้จักกับผู้พันเรเป็นอย่างดีต้องทำตามคำขอร้องของเขาเป็นแน่ ทำให้พวกเขาเสียเวลาเดินทาง จึงถือโอกาสยุยงส่งเสริมให้พี่ชายคิดบัญชีให้หนัก  

นายอำเภอเปิดประตูรถออกไปโดยไม่สนใจคำทักท้วงของน้องชาย ส่วนคุณหมอสาวได้แต่คาดเดาเอาเองว่าตกลงพี่เรต้องการอะไรกันแน่ ยิ่งคิดยิ่งกลุ้มหัวสมองคิดไปต่างๆนาๆ ส่วนมือก็ควานหาขนมขบเคี้ยวกินแก้กลุ้ม

“กวางน้อยกินเยอะระวังน้ำหนักจะขึ้นเอานะ”  พี่ชายเตือนสติด้วยความหวังดี

“ความผิดของใครกันเล่าซื้อมาซะเยอะเลย”

“ก็ซื้อมาให้น้องสาวสุดที่รักน่ะสิ พี่ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ…”

ทางนี้ต่อปากต่อคำฆ่าเวลา อีกทางสองหนุ่มก็คุยกันด้วยเสียหน้าเคร่งเครียดไม่รู้ว่าหารือกันด้วยเรื่องสำคัญอะไรกันแน่ เวลาผ่านไปสักครึ่งชั่วโมงพวกเขาก็เดินกลับมาที่รถ 

หญิงสาวมองหน้าคนโน้นทีคนนี้ที ส่วนสีหน้าของผู้พันเรตอนนี้กลับมาเป็นขี้เล่นไม่จริงจังเหมือนเคย หินก้อนใหญ่ที่กดทับแน่นในอกจึงถูกยกออก เธอลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก 

“กวางอยากอยู่ที่นี่ต่อไหม” ญาติผู้พี่ตามด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

ดวงตากลมโตกระจ่างใสเบิกกว้าง เมื่อครู่เธอไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม 

“ถ้ากวางอยากอยู่ต่อพี่จะช่วยพูดกับคุณย่าเอง” นายอำเภอพูดเสริมอีกประโยค

“อยากค่ะ…อยาก” เธอพยักหน้ายืนยันหลายที จากนั้นจึงเลื่อนสายตาไปมองผู้พันเรที่ยืนกอดอกอมยิ้มอยู่ข้างประตูรถ 

“คิดให้ดีนะกวางน้อย” ผู้พันเสือเตือนสติน้องสาว “น้ำตาเช็ดหัวเข่าแล้วพี่ไม่ช่วยปลอบนะ” พูดเสร็จก็หันไปมองคู่อริที่นัยน์ตาคมเข้มขึ้น

“กวางอยู่ต่อได้ แต่มีเงื่อนไขอยู่อย่างเดียว” ญาติผู้พี่คนโตพูดต่อ

“เงื่อนไขอะไรเหรอคะ?” จะให้เธอทำอะไรก็ได้ถ้าจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับพี่เร ด้วยความมั่นใจในความสามารถของตัวเองถึงอย่างไรเธอจะทำให้เขาใจอ่อนยอมพยักหน้าตกลงรับตำแหน่งหลานเขยของคุณย่า…ว่าที่สามีของเธอให้ได้

“ต่อไปห้ามตามเรไปชายแดนอีก” 

หญิงสาวหันขวบไปมองคนที่แอบชอบ เอ่อ…ป่านนี้เขาคงรู้แล้วว่าเธอชอบเขาอย่างเปิดเผย 

“พี่เรฟ้องพี่ช้าง!?” ดวงตาคู่สวยฉายแววดื้อรั้นมองคนต้นเหตุอย่างเอาเรื่อง

“เขาเรียกว่ารายงานสถานการณ์ตามความจริงต่างหาก” เขาทำเป็นผู้ใหญ่ใจดีอธิบาย

“พี่เรทำ…”

ญาติผู้พี่รีบขัดจังหวะ “กวางน้อยเล่นซนเกินไปแล้ว รู้ไหมว่าชายแดนอันตรายแค่ไหน” หญิงสาวไม่คิดจะแก้ตัวเพราะรู้ความผิดตัวเองดี จึงได้แต่ก้มหน้ายอมรับผิด “ถ้ากวางรับปากเรื่องนี้ จะอยู่ที่นี่ต่อก็ตามใจ”

หญิงสาวพยักหน้ายืนยันหลายๆทีด้วยความมั่นใจ เมื่อญาติผู้น้องรับปากเป็นมั่นเหมาะนายอำเภอจึงเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ 

“เรื่องที่เราคุยกันเมื่อครู่ หวังว่าเรจะทำตามสัญญา” นายอำเภอหันไปมองคนที่น้องสาวมีใจให้ด้วยสีหน้าเป็นงานเป็นการ

“พี่ช้างวางใจได้ ผมจำได้ขึ้นใจไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว” เขาพยักหน้ายืนยัน

“ผมไม่มีธุระอะไรต้องรีบกลับ จะอยู่เป็นเพื่อนกวางน้อยซักสองสามวัน” ผู้พันเสือที่นั่งนิ่งมานานตัดสินใจในที่สุด เพราะเขาไม่เชื่อว่าคู่อริจะใจอ่อนในเร็ววันนี้และคนที่จะเสียใจที่สุดก็คือญาติผู้น้องที่เขารักเหมือนน้องสาว 

“รตีบอกว่ารีบไปรีบกลับไม่ใช่เรอะ?” พี่ชายช่วยเตือนความจำ มือหนาที่เอื้อมไปเปิดประตูรถจึงชะงักค้าง คำสั่งภรรยาเขาจะไม่ทำตามก็ไม่ได้ด้วยสิ

เปลี่ยนมานั่งรถของผู้พันเรแล้วคุณหมอสาวที่ทำเป็นชื่นชมทิวทัศน์สองข้างทางก็อมยิ้มอย่างมีความสุข เหมือนเด็กน้อยที่ได้ของเล่นถูกใจ ยิ่งเธอมีความสุขมากเท่าไหร่เขาก็ยังหงุดหงิดมากเท่านั้น การเปลี่ยนใจให้เธออยู่ต่อขัดกับบุคลิกของเขาที่เมื่อตัดสินใจอะไรไปแล้วจะไม่มีทางเปลี่ยนใจเด็ดขาด

กวางน้อยเป็นคนแรกที่ทำให้เขาต้องทำอะไรที่ขัดกับหลักการของตัวเอง

“มีความสุขมากนักเหรอกวางน้อย” เขายังโมโหตัวเองไม่หายที่ใจอ่อนยอมให้เธออยู่ต่อ ก็เพราะสายตาตัดพ้อและน้ำตาของเธอที่ทำให้เขาใจแข็งไม่ลง อะไรบางอย่างบอกเขาว่าถ้าหากไม่ทำอะไรสักอย่างต้องเสียใจกับการตัดสินใจที่ผิดพลาด เขาจึงยอมเสี่ยงดวงตามเด็กคนนี้กลับมา

“พี่เรใจดีที่สุดในโลกเลย” เพื่อยืนยันว่าเธอซาบซึ้งใจแค่ไหนจึงคว้ามือหนามาถูไถใบหน้าไปมา คล้ายแมวน้อยหลงทางที่พบเจ้าของ แม้จะไม่ชอบใจที่ถูกเนื้อถึงตัวบ่อยๆแต่เขากลับไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้ชักมือกลับแต่ยอมให้กวางน้อยที่แปลงร่างเป็นลูกแมวน้อยน่ารักคลอเคลียจนพอใจ มุมปากยังเผลอยกยิ้มนิดๆอีกด้วย

“พี่เรวางใจได้เลย ต่อไปนี้กวางจะไม่หาเรื่องเดือดร้อนมาให้อีกแล้ว” เธอเงยหน้าขึ้นมามองเขาตรงๆยืนยันอย่างเป็นงานเป็นการ แต่มือน้อยๆก็ยังไม่ยอมปล่อยมือหนาเป็นอิสระ คล้ายกับว่าชาตินี้จะไม่ยอมปล่อยมือเขาเด็ดขาด

“พี่จะคอยดู” เขามองเธอด้วยสายตาไม่เชื่อถือสักนิด จากนั้นก็ปิดเปลือกตาลงเพราะวันนี้ยังไม่ได้กินยาเลย แผลที่ถูกยิงจึงทวีความเจ็บปวด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น 

“พี่เรเจ็บแผลเหรอคะ” ความผิดปกติเล็กน้อยแต่เธอกลับจับสังเกตได้ ไม่รอให้เขาตอบมือเรียวจึงคว้ากระเป๋าถือควานหายาแก้ปวด เมื่อเจอแล้วจึงยื่นขวดน้ำกับยาให้ 

“พี่เรรีบกินยาเร็วเข้า” คนที่กำลังจะหลับถูกดึงแขนเบาๆจึงเปิดเปลือกตาขึ้นมอง สายตารอคอยของเธอทำให้เขาปฏิเสธไม่ลง 

ท่าทางสนิทสนมของทั้งคู่ทำให้ลูกน้องคนสนิทที่ทำหน้าที่ขับรถอมยิ้มออกมา ความคืบหน้าเล็กๆน้อยๆของคู่นี้เขาจะไม่ลืมเอาไป นินทา อะแฮ่ม! รายงานพวกเพื่อนฝูง 

เมื่อไปถึงโรงพยาบาลพันตรีนเรศก็พบกับคนที่ไม่คาดคิดนอนรออยู่ที่ห้องพักฟื้น คิ้วเข้มเลิกสูงเป็นเครื่องหมายคำถาม รู้สึกว่าช่วงนี้ดวงของเขาจะสมพงษ์กับเด็กเหลือเกิน สลัดคนหนึ่งยังไม่หลุดอีกคนหนึ่งก็โผล่มาอีกแล้ว เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆขึ้นมาทันที

เด็กหนุ่มหน้าตาดีละม้ายคล้ายผู้พันเร อายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดกำลังนอนเล่นเกมตรงโซฟา พอเห็นพวกเขาก็เด้งตัวลุกขึ้นปราดเข้ามาหยุดตรงหน้าคุณหมอสาว

“พี่สาวคนสวยเป็นแฟน…” เขาถามด้วยนัยน์ตาแฝงความทะเล้น

“ไม่ใช่” เสียงทุ้มตอบตรงๆไม่อ้อมค้อม รวดเร็วเสียจนศิศิรามองค้อนด้วยความหมั่นไส้ จะโมเมว่าเป็นแฟนกันให้เธอชื่นใจหน่อยก็ไม่ได้

“ถ้างั้นก็ดีเลย เพราะว่าผมยังโสด”

“เลิกเล่นได้แล้ว” พันตรีนเรศพูดพลางนั่งลงบนเตียง 

“พี่เร เด็กคนนี้คือ…” คุณหมอมองสาวมองทั้งคู่ต่อปากต่อเขาก็แล้วก็สงสัย เด็กคนนี้หน้าตาคล้ายพี่เรมาก 

เขาคงไม่ใช่…ไม่ใช่ลูกชายพี่เรหรอกใช่ไหม?  

คิดแล้วทั้งร่างก็เย็นเยียบขึ้นมาทันที คล้ายถูกกักขังในภูเขานน้ำแข็ง หนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ

“กวางน้อยคิดอะไรกันแน่” แววตาตระหนกของเธอไม่บอกก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องดี

“ผมชื่อภูรี ชื่อเล่นภู ผมเป็น…” ขณะที่ศิศิรากลั้นหายใจรอคำตอบเขาก็หยุดพูดกลางคัน เด็กหนุ่มยักคิ้วข้างเดียวพูดด้วยหน้าตาจริงจังว่า “ผมเป็นลูกชายพี่เร” 

เปรี้ยง!!! 

ดวงหน้าสวยขาวซีดเป็นไก่ต้ม 

เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้! 

พี่เรจะมีลูกชายโตป่านนี้ได้ยังไง เธอส่ายหน้าไม่เชื่อเด็ดขาด แต่อีกใจก็เตรียมรับความผิดหวัง ถ้าพี่เรมีภรรยาที่ยังไม่ได้แต่งงานกัน ความฝันของเธอก็ต้องพังทะลายไม่เป็นท่า หรือว่าชาตินี้เธอต้องขึ้นคานไปตลอดชีวิต

ความจริงเช่นนี้มันโหดร้ายเกินไปแล้ว 

เพราะมัวแต่ตกตะลึงคุณหมอสาวจึงไม่ทันสังเกตเห็นว่าชายในดวงใจส่ายหน้าด้วยความระอา  

“ภูเป็นลูกชายคุณอา เป็นญาติผู้น้องพี่เอง” เพราะกลัวว่ากวางน้อยจะหัวใจวายไปเสียก่อนเขาจึงรีบไขความกระจ่าง แล้วยังไม่ลืมส่งสายตาคาดโทษให้ญาติผู้น้องตัวดีที่รักเหมือนน้องชายจริงๆ

มือเล็กยกขึ้นทาบอกเพราะเพิ่งจะรู้ตัวว่ากลั้นหายใจด้วยความลุ้นระทึกนานไปหน่อย 

“น้องภูวันหลังอย่าล้อพี่เล่นยังงี้อีกนะ หัวใจพี่จะวาย” เธอพูดพลางคว้าพนักเก้าอี้ยันร่างไว้ไม่ให้ลงไปนั่งกองกับพื้น

“ฮ่าๆๆๆ พี่กวางน่าๆๆๆๆแกล้งที่สุดเลย” ภูรีล้มตัวลงนอนบนโซฟายกมือขึ้นกุมท้องหัวเราะงอหายไม่เกรงใจใครสักคน ปล่อยให้ญาติผู้พี่กลอกตามองเพดาน ครั้นจะไล่กลับบ้านไปก็สงสาร เพราะภูเพิ่งจะกลับมาจากต่างประเทศนานๆเขาถึงจะได้กลับบ้าน คุณพ่อของเขาเข้มงวดมากทุกครั้งที่ปิดเทอมภูต้องไปเรียนรู้กิจการที่บริษัทเพราะเขาเป็นความหวังเดียวของตระกูลที่จะสืบทอดกิจการ

คนที่ส่งภูมาดูแลเขาที่นี่ต้องเป็นคุณแม่ของเขาที่สงสารหลานชาย กลัวว่าจะไม่มีเวลาได้เล่นสนุกตามประสาวัยรุ่น ซึ่งตอนนี้ก็เท่ากับว่าเขามีเด็กในปกครองถึงสองคน และแต่ละคนความร้ายกาจนั้นไม่ต้องพูดถึง

“ภูมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วมาได้ยังไง”

“พี่เรผมไม่ใช่ซุปเปอร์แมนจะได้บินมาถึงที่นี่” เมื่อญาติผู้พี่หรี่ตาลงเป็นสัญญาณเตือนภัย ภูรีจึงขยับตัวนั่งลงตรงแน่วพูดจาเป็นงานเป็นการ “ผมมาถึงตั้งนานแล้วพี่ แล้วพี่เรหนีออกจากโรงพยาบาล…” 

เรื่องหนีออกจากโรงพยาบาล ทันทีที่เขาเดินทางมาถึงที่นี้ก็บังเอิญได้ยินพวกพยาบาลถกเถียงกัน ถึงได้รู้ว่าญาติผู้พี่ได้ทำ ‘เรื่องดีๆ’ อะไรไว้  

สายตาคมของผู้พันเรหรี่ลงคล้ายอยากฆ่าคน เขาจึงรีบเปลี่ยนคำพูด “เอ่อ…ผมหมายถึงพี่เรรีบร้อนออกไปทำธุระแต่เช้าแสดงว่ามีเรื่องด่วนใช่ไหม” ไม่รอคำตอบจากอีกฝ่ายเขาก็พูดเองเออเองต่อไป “ธุระสำคัญก็คือพี่กวางใช่ไหมพี่” ไม่พูดเปล่าเขายังหยักคิ้วลิ่วตาหยอกล้อ

“ภูรีวันนี้เบื่อมากใช่ไหม” พี่เรเรียกชื่อเต็มเมื่อไหร่แสดงว่าความอดทนได้ถึงขีดสูงสุด ถ้าฉลาดก็จงรีบทำตัวสงบเสงี่ยม 

“อยากเป็นกระสอบทรายก็มาใกล้ๆเลย” 

ว่าแล้วเชียว นับวันความสามารถในการคาดคะเนอนาคตของเขาก็พัฒนาไปไกล

“พี่กวางช่วยผมด้วย” เผลอแป๊บเดียวภูรีก็ไปหลบอยู่ข้างหลังคุณหมอ แต่ยังไม่วายโผล่ใบหน้าหล่อเหลามองคนที่ได้รับบาดเจ็บแต่ความน่ากลัวไม่ได้ลดลงเลย  

นายทหารหนุ่มปรายตามองทั้งคู่จากนั้นจึงปิดเปลือกตาตั้งใจจะออมแรงเอาไว้รับมือกับพวกเขาโดยเฉพาะ

ศิศิราเห็นเขาต้องการพักผ่อนจึงส่งสัญญาณให้ภูรีตามออกไปข้างนอกด้วย 

“กวางจะไปไหน” จู่ๆเขาก็ลืมตาขึ้นมองหันไปทางร่างเล็กที่กำลังจะเปิดประตู “เราต้องอยู่ทำแผลให้พี่ก่อน”

“กวางจะแย่งงานพยาบาลได้ยังไงกันคะ” เธอเดินกลับมายืนข้างเตียงมีร่างสูงโปร่งของภูรีตามมาติดๆ

“พี่บอกว่าได้ก็ได้สิ แล้วต่อไปเราต้องมาดูแลพี่ที่นี่จนกว่าพี่จะออกจากโรงพยาบาล”

“พี่เรอยากให้พี่กวางอยู่ปรนนิบัติ” ใบหน้าหล่อเหลาของภูรีมองขาที่ได้รับบาดเจ็บแล้วก็พยักหน้าสรุปออกมาเสียงดังฟังชัด

“ภูคงไม่ชอบที่นี่ใช่ไหม เย็นนี้พี่จะได้โทรฯบอกให้ที่บ้านมารับ” 

เขาเหนื่อยใจกับเด็กพวกนี้เหลือเกิน!

“ไม่…ผมยังไม่เบื่อเลย” เขาโบกไม้โบกมือยืนยัน “ผมฝากพี่เรด้วยนะพี่กวาง ขอตัวไปซื้อหนังสือพิมพ์ให้พี่เรก่อน” ร่างสูงโปร่งสาวเท้ายาวๆออกไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ศิศิรายกมือขึ้นหัวเราะคิกคักกับความสัมพันธ์ที่แสนจะน่ารักของพี่น้องคู่นี้ ทำให้เธอคิดถึงญาติผู้พี่ทั้งสองขึ้นมา เพิ่งเจอหน้ากันแท้ๆแต่เธอก็คิดถึงพวกเขาแล้ว

“โอ๊ยๆๆๆ” ถูกมือหนาดึงหางเปียเธอก็โอดครวญเสียงดังลั่นห้อง 

“มัวแต่ยืนใจลอยอยู่ได้ ทำแผลเร็วๆเข้าพี่เหนื่อยแล้วอยากพักผ่อน” 

วันนี้เขามัวแต่วิ่งวุ่นเพราะใครกันเล่า ขืนเธอมัวแต่โอ้เอ้เดี๋ยวเขาก็คว้าไม้ค้ำยันตีก้นน้อยๆเสียหรอก!

“รู้แล้วน่า” มือเล็กคว้าอุปกรณ์ทำแผลที่พยาบาลที่ทิ้งไว้ก็ก้มหน้าก้มตาทำแผลให้เขาด้วยความตั้งใจ 

“ขอบคุณนะคะพี่เร” เสียงที่พูดเบายิ่งกว่าเสียงยุง เธอติดค้างคำนี้กับเขาจริงๆ การได้อยู่ต่อที่นี่เท่ากับว่าเขาหยิบยื่นโอกาสให้เธอเป็นครั้งที่สอง และอาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่เธอจะได้แสดงความจริงใจให้เขาได้เห็น ไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไรเธอก็จะไม่เสียใจ 

แต่ว่า…ตอนนี้เวลาของเธอเหลือไม่ถึงสี่อาทิตย์แล้ว จะใช้แผนมอมเหล้าตอนนี้ก็จะถือเป็นการดูถูกตัวเองเกินไป

“อะไรนะ” เขายกมือขึ้นป้องหู ทำทีเป็นไม่ได้ยินว่าเมื่อครู่เธอพูดอะไร “กวางต้องพูดดังๆพี่ถึงจะได้ยิน” เป็นจังหวะเดียวกับที่คุณหมอทำแผลให้เสร็จพอดี เธอเดินไปล้างมือแล้วจึงหมุนตัวกลับมา คว้าหูคนไข้ที่ยังบาดเจ็บอยู่แล้วตะโกนดังๆว่า

“ขอบคุณมากค่ะพี่เรที่อนุญาตให้กวางอยู่ต่อ!!!”

“พี่อุตส่าห์ช่วยคน แต่ช่วยแล้วหูเกือบหนวกแบบนี้ครั้งหน้าจะไม่ช่วยแล้วนะ” เขาบ่นอุบอิบ ทำหน้าน้อยอกน้อยใจ 

“กวางแค่หยอกพี่เรเล่นๆ ไม่เห็นต้องจริงจังเลย” เธอบิดนิ้วไปมาเพราะกลัวว่าเขาจะโกรธจริงๆ “อย่าโกรธกวางเลยนะคะ” ร่างสูงพลิกตัวนอนหันหลังให้ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรเขาก็ไม่ยอมหันกลับมาแต่ไหล่กว้างกลับสั่นสะท้าน คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยจึงเดินอ้อมเตียงไปอีกทางก็เห็นเขากลั้นหัวเราะอยู่จริงๆ 

“พี่เร!!!”

ไม่คิดว่าจะถูกจับได้เขาจึงตีสีหน้าไม่ถูกได้แต่ฉีกยิ้มแห้งๆให้แทน

“โอ๊ย!!!” มือเล็กกระหน่ำตีไหล่หนาไม่หยุด แต่เพราะไม่ระวังร่างบางจึงสะดุดไม้ค้ำยันที่วางอยู่ข้างเตียงลงไปนอนทับร่างหนา ทั้งคู่ถึงกับนิ่งอึ้งกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ดวงหน้าสวยร้อนผ่าวเพราะรู้สึกถึงความเป็นชายร้อนระอุที่ขยายตัว ต่างคนต่างมองหน้ากันแต่กลับไม่มีใครคิดจะขยับตัวออกห่างก่อน

เสียงคนเปิดประตูห้อง “ตุบ!!!” ตามมาด้วยเสียงหนักๆตกลงบนพื้น 

“พวกพี่ไม่ต้องเกรงใจ ค่อยๆทำนะ ไม่ต้องรีบด้วย…เดี๋ยวผมจะไปรอข้างนอก” เสียงห้าวของภูรีดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงปิดประตู



-------------------------------

14/02/2018

ของขวัญเล็กๆน้อยๆในวันวาเลนไทน์ค่ะ หวังว่าจะถูกใจทุกๆคนนะคะ นิยายเรื่องนี้จะอัพแค่ 70% นะคะ 14 ตอนจากทั้งหมด 20 ตอน + 1 ตอนพิเศษค่ะ


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว