ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 17

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,ปราบผี,วาย,อาจารย์ปีศาจ,ร้านสารพัดนึก,แฟนตาซี,Y,yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16k

ความคิดเห็น : 56

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2561 10:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
17
แบบอักษร

2018-02-14

หลิงหลงหลับมาเจ็ดวันแล้ว ร่างเล็กค่อยๆเติบโตขึ้นจากเด็กแก้มยุ้ยเปลี่ยนเป็นเด็กหนุ่มร่างบางใบหน้ารูปหัวใจคิ้วโก่งขนตายาวเป็นแพ จมูกโด่งปากแดงอิ่มที่องค์ชายตั๋วลู่แอบชิมแล้วว่าหวานนัก ผิวแก้มเป็นสีชมพูระเรื่อดูไม่คล้ายคนป่วยเลยแม้แต่น้อย  ใบหน้ายามหลับแฝงเสน่ห์ที่ยากจะต้านทานได้ แผลที่ได้รับมาเมื่อครั้งต่อสู้กับปีศาจต้นไม้จางหายหมดแล้วไม่เหลือแม้รอยแผลเป็น

องค์ชายตั๋วลู่ยังนำงานมาทำในห้อง เขาไม่เคยห่างหลิงหลงมากกว่าหนึ่งชั่วยามเลย จนข้ารับใช้ในตำหนักต่างทราบกันทั่วว่าหลิงหลงคือว่าที่พระชายา ตำแหน่งฮองเฮาในอนาคตจะไปไหนเสียในเมื่อมีทั้งฮ่องเต้และฮองเฮาหนุนหลัง เจ้าตัวไม่กลัวสักนิดว่าหลิงหลงจะถอนหมั้นเพราะเขาเตรียมวางตาข่ายดักน้องน้อยไม่ให้ห่างกายเขาไว้แล้ว เสื้อผ้าเครื่องประดับของหลิงหลงถูกจัดเตรียมไว้แล้วอย่างสมฐานะ ทั้งของพระราชทานจากฮ่องเต้ฮองเฮาและพระสนมทุกพระองค์ จนองค์ชายตั๋วลู่ให้ขยายห้องเพิ่มให้เป็นห้องแต่งตัวและเก็บเสื้อผ้าเครื่องประดับของหลินหลง

ส่วนอี้เทาที่ไม่ว่าจะกลั่นแกล้งองค์ชายจงซินเท่าใด เด็กหนุ่มก็ไม่ยอมล้มการหมั้นทำให้เขาค่อนข้างจะหงุดหงิด จึงเรียกพวกองครักษ์มาซ้อมมือฟาดพวกเขากระเจิงไปทุกวันๆ จนองค์ชายจงซินเพิ่มความมานะไปฝึกวิชาเพิ่มท่ามกลางความยินดีของฮ่องเต้และพระสนมหลิว ทั้งคู่พระราชทานของให้อี้เทาไม่น้อย รวมถึงของจากฮองเฮาที่มือเติบยิ่ง 


เช้าวันที่แปดที่หลิงหลงหลับไป องค์ชายตั๋วลู่เช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หลิงหลงแล้วไปอาบน้ำบ้าง ทิ้งให้วิลเบอร์นอนเป็นเพื่อนหลิงหลงอยู่ในห้อง เขาทราบจากอี้เทาแล้วว่าเจ้าลูกสุกรเกิดจากมนต์ของหลิงหลง ถ้าวิลเบอร์สบายดีนั่นหมายความว่าหลิงหลงย่อมสบายดีเช่นกัน

หลิงหลงขยับตัวเล็กน้อยวิลเบอร์ผงกหัวขึ้้นมองทันที ทั้งคู่เชื่อมโยงกันอยู่แล้ว เจ้าลูกสุกรส่งเสียงร้องอย่างดีใจจนองค์ชายตั๋วลู่ที่ยังอาบน้ำไม่เสร็จเพียงคว้าผ้ามาพันกายลวกๆแล้วรีบวิ่งมาดูหลิงหลง

ขนตางอนยาวดั่งปีกผีเสื้อกระพริบถี่ องค์ชายตั๋วลู่ลุ้นแทบลืมหายใจจนหลิงหลงปรือตาขึ้นเผยดวงตากลมโตดั่งนัยน์ตากวางขึ้นมองเขาแล้วจ้องค้างอยู่

"หลิงหลง เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง ยังเจ็บปวดที่ใดหรือไม่" องค์ชายตั๋วลู่นั่งลงบนเตียงมือเกลี่ยผมที่ปิดหน้าผากเกลี้ยงเกลาอย่างทนุถนอม

หลิงหลงรู้สึกใจเต้นแปลกๆ เขากระพริบตาหนึ่งครั้งก่อนจะเปล่งเสียงแหบแห้งขึ้นมา

"น้ำ"

"ขอโทษ พี่ไม่น่าลืมเลย" องค์ชายตั๋วลู่รีบลุกไปรินน้ำชาให้โดยลืมไปว่าเขามีเพียงผ้าผืนเล็กพันท่อนล่างไว้แค่นั้นทำให้ผ้าผืนน้อยเลื่อนหลุด เมื่อองค์ชายหันกลับมาหลิงหลงก็เห็นแท่งหยกเต็มตา อยากจะด่าคนโรคจิตแต่ก็ไม่มีเสียง จึงได้แต่หลับตาจิบน้ำชาที่องค์ชายป้อนให้

"อีก" หลิงหลงพูดเสียงเบา เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจึงรู้สึกไร้เรี่ยวแรงเช่นนี้ หรือจะเป็นเพราะพิษจากบาดแผลที่เกิดจากปีศาจต้นไม้

"ต้องการอีกหรือไม่" องค์ชายตั๋วลู่ถาม หลิงหลงดื่มน้ำชาเกือบหมดกา เขาร้องบอกให้คนข้างนอกชงชามาเพิ่มพร้อมอาหารอ่อนสำหรับหลินหลงด้วย

"พอแล้ว" หลินหลงหลับตาพูด เขาไร้เรี่ยงแรงจนต้องยอมปล่อยกายพิงองค์ชายตั๋วลู่

"พี่สั่งคนเตรียมอาหารให้เจ้าแล้ว รอสักครู่นะ" องค์ชายตั๋วลู่ลูบหลังหลิงหลงจนคนเผลอเบียดตัวเข้าหาอย่างถูกใจคล้ายลูกแมวตัวหนึ่งทำองค์ชายยิ้มอย่างเอ็นดู

"อาหารมาแล้วพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย" ปินกงกงส่งเสียงมาจากด้านนอก

"เข้ามาได้" องค์ชายตั๋วลู่อนุญาต

หลินหลงไม่มีแรงพูดยังไม่ทันขยับปากปินกงกงก็เข้ามาแล้ว เมื่อเขาเห็นองค์ชายตั๋วลู่ขันทีชราก็สั่งขันทีน้อยด้วยเสียงเด็ดขาด

"พวกเจ้าหลับตาเดี๋ยวนี้"

แม้ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องราวใดแต่ขันทีที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีก็พร้อมที่จะทำตามคำสั่งทันที ขันทีน้อยทั้งสามคนยืนถือถาดหลับตาตัวแข็งอยู่

"องค์ชาย ท่านหลิงหลงยังเด็กอยู่อย่าได้ทำอะไรประเจิดประเจ้อนักพ่ะย่ะค่ะ" ปินกงกงกระซิบเสียงเบาข้างหูองค์ชาย

"ข้ามิได้ทำสิ่งใด เพียงป้อนน้ำชาให้หลิงหลงเท่านั้น"

"ถ้าเช่นนั้นโปรดใส่ฉลองพระองค์ก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ" ปินกงกงลดสายตาลงมองพื้น  

องค์ชายตั๋วลู่ก้มมองตัวเองจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าเขาไม่ได้ใส่อะไรเลย ดีที่ปินกงกงหัวไวสั่งให้ขันทีน้อยหลับตา มิน่าเล่าหลิงหลงหลับตาไม่มองเขาเลย

"พี่ขอโทษนะหลิงหลง ขอพี่ไปแต่งตัวสักครู่" องค์ชายตั๋วลู่ยิ้มเจื่อน เขาค่อยๆประคองหลิงหลงนอนลงแล้วรีบแต่งตัวโดยเร็วโดยมีปินกงกงคอยช่วย

"ฮะแอ้ม พวกเจ้าลืมตาได้ นำอาหารจัดวางเสร็จแล้วก็ออกไปได้" ปินกงกงสั่ง เขากำกับให้ขันทีน้อยยกโต็ะตัวเล็กมาไว้ข้างเตียงเพื่อให้จัดวางอาหารสำหรับให้องค์ชายตั๋วลู่ป้อนหลิงหลงได้ถนัดมือ

จนทุกคนออกไปแล้ว องค์ชายก็พูดกับหลิงหลงที่นอนตาแป๋วมองอยู่

"เจ้าคงหิวแล้ว รู้หรือไม่ว่าเจ้าหลับไปแปดวันแล้วโดยไม่มีอาหารตกถึงท้องเลย ให้พี่ป้อนเจ้าแล้วค่อยๆเล่าเรื่องราวระหว่างนั้นให้ฟังดีหรือไม่"

"พี่อี้เทาล่ะ" หลิงหลงไม่เห็นพี่ชายก็ถามหา

"เขาดูแลจงซินอยู่ พี่ให้คนไปบอกแล้วอีกสักพักคงมา" องค์ชายตั๋วลู่โกหกโดยหน้าไม่เปลี่ยน ที่จริงคือเขาลืมส่งคนไปบอกอี้เทา

หลิงหลงที่ยังมึนๆอยู่บ้างไม่ได้สังเกตกับคำเรียกขานขององค์ชายตั๋วลู่ ยอมลุกตามการประคองขององค์ชายนั่งพิงอกเขาแต่โดยดีวิลเบอร์โดดมานั่งตักอีกที ปากน้อยๆอ้ารับโจ๊กเหลวอย่างว่าง่าย

"เจ้าได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับปีศาจต้นไม้ จากนั้นเจ้าก็ไม่สบายแล้วหลับมาโดยตลอด อี้เทาบอกว่าเจ้าต้องอาศัยปราณมังกรของข้า จึงให้เจ้ามาอยู่กับข้า"

"ข้ารู้สึกไม่มีแรง แขนขาก็คล้ายไม่ใช่ของตนเอง" หลิงหลงพูดเสียงเบา พยายามยกมือตนเองขึ้นมาดูกลับเห็นฝ่ามือที่ไม่คุ้นเคย

"เจ้าโตขึ้นแล้วนะหลิงหลง อี้เทาบอกว่าอาจารย์ของเจ้าบอกเขาก่อนมาเมืองหลวงว่าเจ้าต้องอาศัยปราณมังกรช่วยในการเติบโต ตอนนี้เจ้าอายุสิบสามเต็มตัวแล้วนะ" 

"ผิด อีกสองเดือนข้าก็จะสิบสี่แล้วต่างหาก" หลิงหลงพลิกมือดูอย่างพอใจอ้าปากรับโจ๊กที่องค์ชายป้อนอีกคำ ใจคิดว่าเขาจะต้องเป็นชายหนุ่มรูปงามที่มีซิกแพค  ส่วนองค์ชายตั๋วลู่ก็คำนวณในใจว่าแบบนี้เวลาที่จะได้เข้าหอกับหลิงหลงก็ใกล้เข้ามาอีกหน่อย นึกว่าจะต้องเมื่อยมือไปอีกหลายปีเสียอีก

หลังรับประทานอาหารเสร็จหลิงหลงก็ร้องขอคันฉ่องมาดูหน้าตัวเอง เพราะตอนนี้เด็กหนุ่มอ่อนแรงจนไม่อาจเปิดประตูมิติได้

องค์ชายตั๋วลู่ถือคันฉ่องให้หลิงหลงที่นั่งมองหน้าตัวเองตาถลน เด็กน้อยไล้มือไปบนใบหน้าตัวเอง "ม่ายยยยยย........" ผู้ใดอยากได้หน้าตาดุจสตรีเยี่ยงนี่กัน เขาจะเอาแบบหล่อเข้ม หลิงหลงจะเป็นลม

"เจ้ารู้สึกไม่สบายขึ้นมาอีกหรือให้ข้าเรียกหมอเถิดนะ" องค์ชายตั๋วลู่ไม่เข้าใจความรู้สึกของหลิงหลงส่งเสียงเรียกขันทีด้านนอก เพียงไม่นานอี้เทาก็มาถึง

"หลิงหลงน้องฟื้นแล้ว" อี้เทากอดน้องอย่างดีใจ

"พี่ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ"

"เจ้าเป็นอะไร รู้สึกไม่สบายที่ใด"

"ใบหน้าของข้า...." หลิงหลงเบะปากคล้ายจะร้องไห้

"ก็งดงามดีนี่" อี้เทามองใบหน้างามหยดของน้องแล้วคิดว่าอาจาารย์จะต้องถูกใจมากแน่ๆ

"ฮือออ.....ข้าไม่อยากได้ใบหน้าแบบนี้ ข้าจะเป็นบุรุษรูปงามมีซิกแพคต่างหาก" หลิงหลงงอแงจนอี้เทาต้องปลอบอยู่นานจนน้องหลับไปอีกรอบ

"ท่านยังไม่ได้บอกหลิงหลงเรื่องการหมั้นหมายใช่หรือไม่" อี้เทาถาม

"ยังเลย ข้ากำลังจะเล่าแต่หลิงหลงโวยวายเรื่องใบหน้าของเขาเสียก่อน เจ้ารู้หรือไม่ว่าซิกแพคที่หลิงหลงพูดถึงคืออะไร"

"อ๋อ น้องหมายถึงกล้ามท้องน่ะ เมื่อฝึกฝนจะเห็นเป็นลูกๆใช่ไหม หลิงหลงอยากมีแบบนั้น" อี้เทาหัวเราะ เขาจำได้ว่าหลิงหลงเพ้อถึงเจ้าซิกแพคตั้งแต่เด็กแล้ว

"ไม่นะ ข้าไม่ยอมให้เขาฝึกถึงขั้นนั้นแน่ๆ" แค่คิดก็ไม่ไหวแล้ว องค์ชายตั๋วลู่หน้าตื่น

"เหอะ ให้หลิงหลงยอมรับหมั้นท่านก่อนเถอะ"อี้เทาสะบัดหน้าจากไป เห็นท่าจะต้องไปฝึกมือกับองค์ชายจงซินระบายอารมณ์เสียหน่อยแล้ว  


หลิงหลงตื่นมาอีกครั้งเมื่อใกล้เที่ยง เห็นองค์ชายตั๋วลู่นั่งอ่านเอกสารในมืออยู่ข้างๆก็รู้สึกดีนิดหน่อย เขาพยายามลุกขึ้นนั่งแต่องค์ชายเห็นเข้าเสียก่อนจึงวางเอกสารในมือรีบมาประคองหลิงหลงนั่งพิงอกตัวเอง

"ดื่มน้ำก่อนจะได้รู้สึกดีขึ้น" องค์ชายตั๋วลู่ป้อนน้ำชาให้จนหลิงหลงบอกพอ

"ข้าเหนียวตัวนัก อยากอาบน้ำสระผม" หลิงหลงบ่น เขาติดนิสัยต้องอาบน้ำทุกวัน ยามนี้จึงรู้สึกไม่สบายตัว

"แต่เจ้าเพิ่งฟื้น"

"ข้าจะอาบ การแช่น้ำอุ่นจัดๆจะช่วยให้เลือดลมดีไหลเวียนดีขึ้นและฟื้นฟูร่างกาย" หลิงหลงพูดเสียงแข็งองค์ชายตั๋วลู่จึงต้องตามใจ สั่งขันทีให้เตรียมน้ำและเสื้อผ้า เขาอุ้มหลิงหลงไปยังห้องอาบน้ำด้านข้างเปลื้องชุดนอนของเด็กน้อยออกแต่ถูกหลิงหลงรวบไว้

"ท่านจะทำอะไร"

"พี่จะอาบน้ำให้อย่างไรเล่า เจ้ายังไม่มีแรงจะปล่อยให้อาบน้ำเองได้อย่างไร" องค์ชายตั๋วลู่ถอดเสื้อผ้าตนเองอย่างรวดเร็วแล้วถอดชุดออกจากหลิงหลงจนได้ แล้วค่อยๆอุ้มน้องน้อยลงบ่อน้ำร้อนกว้างใหญ่ วิลเบอร์เองก็ว่ายน้ำเล่นอยู่ข้างๆ

หลิงหลงถอนหายใจ อย่างไรก็บุรุษเหมือนกัน ถือโอกาสใช้องค์ชายช่วยเขาทำกายภาพบำบัดแล้วกัน

องค์ชายนวดแขนขยับขาให้หลิงหลงตามที่เด็กน้อยสั่ง น้ำอุ่นจัดๆช่วยได้มากจนหลิงหลงเริ่มจะขยับแขนได้คล่อง แถมด้วยการอาบน้ำสระผมจากองค์รัชทายาท เขาไม่ยอมให้ผู้ใดได้เห็นร่างเปลือยของหลิงหลงจึงยินดีปรนนิบัติเด็กน้อยเสียเอง จนจับหลิงหลงเช็ดตัวทาน้ำมันหอมใส่ชุดชั้นใน องค์ชายตั๋วลู่ก็อุ้มหลิงหลงมาแต่งตัวในห้องด้วยเสื้อผ้าหรูหราที่เขาให้คนเตรียมไว้แล้ว ขาดแต่เขาทำผมไม่เป็น จึงเพียงหวีเปิดหน้าผากไว้ ส่วนวิลเบอร์ขึ้นจากน้ำวิ่งไปหาปินกงกงที่ด้านนอกให้ขันทีชราเช็ดตัวให้

โครกกกกก.......เสียงท้องของหลิงหลงร้องครวญคราง

"หลิงหลงรอสักครู่ พี่จะให้คนจัดสำรับให้เดี๋ยวนี้" องค์ชายหอมแก้มนวลที่ล่อตาล่อใจก่อนจะเรียกขันทีน้อยมาสั่งทำเอาคนถูกหอมแก้มทำปากยู่ถ้าเรี่ยงแรงกลับมาองค์ชายตั๋วลู่จะโดนไม่ใช่น้อย 

หลังรับประทานอาหารที่แน่นอนว่าองค์ชายตั๋วลู่เป็นคนป้อน ดีที่หลิงหลงรับประทานได้มากเขาจึงไม่ต้องกังวล เด็กน้อยก็บ่นว่าเบื่อ

"องค์ชาย ข้าเบื่อ อยากออกไปเดินเล่น ท่านให้คนไปเรียกพี่อี้เทาให้ข้าหน่อยได้ไหม"

"เบื่อหรือ พี่พาเจ้าออกไปเดินเล่นในสวนดีหรือไม่ ไม่ต้องรบกวนอี้เทาหรอก ตอนนี้เขาน่าจะดูแลจงซินอยู่"

"แล้วท่านไม่ต้องทำงานหรือ ข้าขี่วิลเบอร์ออกไปเองก็ได้"

"นั่งเองยังไม่อยู่จะออกไปเดินเองได้อย่างไร ให้พี่พาไปนั่นแหละดีแล้ว" องค์ชายตั๋วลู่ดุ

"ชิ" หลิงหลงกอดอกแก้มป่อง แต่ไม่กล้าบ่นเพราะกลัวอดออกไปข้างนอกแต่หนี้ครั้งนี้จดลงบัญชีไว้แล้ว

องค์ชายตั๋วลู่รับเสื้อคลุมจากปินกงกงมาคลุมให้หลิงหลง ผูกเชือกแน่นหนาดีแล้วจึงอุ้มหลิงหลงออกไปด้านนอก

"ไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือ" หลิงหลงบ่น อุ้มเขาแบบเจ้าสาวแบบนี้ได้ไง ไม่สมชายชาตรีสักนิด

"ไม่มี พี่ไม่ขี่วิลเบอร์เดินรอบวังเด็ดขาด" องค์ชายตั๋วลู่รีบดักคอไว้ก่อน เขาเคยเห็นหลิงหลงขี่วิลเบอร์แล้วดูน่ารักดีแต่เขาไม่ขี่มันด้วยแน่ๆ

องค์ชายตั๋วลู่อุ้มหลิงหลงเดินไปยังสวนในพระราชวัง ด้านนี้เป็นเขตตำหนักของเขาเอง จึงว่างเปล่าไร้ผู้คน

"ท่านพาข้าไปนั่งเล่นที่ศาลาตรงบึงบัวหน่อยสิ ข้าอยากนั่งเอาขาแช่น้ำเล่น" หลิงหลงชี้นิ้วสั่ง คนอาสาเขาเองจะเกรงใจไปไยกัน

"เรียกพี่ลู่ก่อน แล้วพี่จะพาไป"

"พี่ลู่ พาข้าไปนั่งเล่นตรงนั้นหน่อยนะ" หลิงหลงช้อนตาอ้อนจนองค์ชายตั๋วลู่หน้าแดง คนไอโขลกคล้ายมีสิ่งใดติดคอ ก้าวไปยังศาลาโดยเร็ว หลิงหลงเจ้าอย่าอ้อนแบบนี้บ่อยๆพี่จะทนจนเจ้าอายุสิบหกไม่ไหว




ความคิดเห็น