ปิดจ๊อบไปอีกหนึ่งเรื่อง ขอบคุณสำหรับการติดตาม และยินดีต้อนรับคนที่กำลังจะเริ่มอ่านนะคะ : )

SN14: ส่งท้าย = เริ่มต้น

ชื่อตอน : SN14: ส่งท้าย = เริ่มต้น

คำค้น : sayno,น้ำแข็ง,เซียน,เถียง,กาแฟ,เค้ก,สายโหด,สายฮา

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 934

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.พ. 2561 09:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
SN14: ส่งท้าย = เริ่มต้น
แบบอักษร

ส่งท้าย



-เซียน Part –

7 เดือนต่อมา

ผมค่อยๆเลื่อนรถมอเตอร์ไซค์ออกจากที่จอดรถของมหาวิทยาลัย ขอโม้หน่อยเถอะว่าผมขับมอเตอร์ไซค์ได้อย่างคล่องแคล่วแล้วนะครับ และกำลังจะขับออกไปรับแฟนสาวที่มารอผมอยู่ที่หน้ามหาวิทยาลัยด้วย แฟนสาวของผมจะเป็นใครไปได้นอกจากน้ำแข็งหรือไอ้จู๋ของผมนั่นแหละครับ ตอนนี้น้ำแข็งก็เรียนอยู่มหาวิทยาลัยแล้ว ส่วนผมก็เรียนมหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่อยู่กันคนละมหาวิทยาลัยนะ วันนี้น้ำแข็งเลิกเรียนไวเลยแวะมาหาผมที่นี่เพื่อผมจะได้ไปส่งเธอที่บ้าน

“อิจฉาคนมีแฟนโว้ย” เสียงกวนบาทาของไอ้โปเต้ดังขึ้นเมื่อผมเลื่อนรถผ่านโต๊ะที่มันนั่งอยู่ ใช่ครับ พวกมันทั้งหมดมาเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกับผม แถมคณะเดียวกันอีกต่างหาก

“ก็รีบหาสิวะ จะได้ไม่มายุ่งกับแฟนกู”

“แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยไง”

“ไมได้โว้ย”

ผมรีบสตาร์ทมอเตอร์ไซค์และบิดออกไปทันที


เมื่อออกมาถึงหน้ามหาวิทยาลัย ผมมองซ้ายขวาหาผู้หญิงตัวเล็กๆที่ตอนนี้จะต้องหน้างอมากๆ เพราะรอผมนาน มองหาไม่นานก็เจอเธอคนนั้น ผมจอดรถเข้าที่ริมฟุตบาทตรงที่เธอยืนรออยู่

เอี๊ยด!

“รอนานมั้ยจ๊ะน้องสาว”

“น้องที่หน้าแกสิ! ช้าขนาดนี้ไม่บอกให้ฉันกลับบ้านเองไปเลยล่ะ!”

“ดุจังเลย กินช็อคโกแลตมาเหรอ”

“ยังจะมากวนตีนอีก!”

ผมหัวเราะอย่างอารมณ์ดี น้ำแข็งในชุดนักศึกษาถูกระเบียบแต่งหน้าอ่อนๆตามระเบียบของเด็กปี 1 ถูกใจผมสุดๆ เพราะถ้าน้ำแข็งแต่งตัวสวยมากกว่านี้คงมีหนุ่มๆเดินตามกันจ้าละหวั่นแน่ๆ ผมยื่นหมวกกันน็อกให้น้ำแข็ง เธอสวมมันและขึ้นมานั่งเบาะรถ

“เดี๋ยวแวะไปที่ร้านใหม่ก่อนนะ พี่ไอซ์ให้ไปเอาของ”

“โอเคครับ”

ผมออกรถเบาๆและค่อยๆขับไปเรื่อยๆ ขืนขับเร็วมีหวังหัวคงลั่นเพราะมือเล็กๆของคนที่นั่งอยู่ข้างหลังผมแน่ๆ อ๋อ ผมลืมบอก พี่ไอซ์กับพี่เปรมแต่งงานกันแล้วนะครับ ผมพึ่งมารู้ว่าทางบ้านพี่เปรมก็รวยไม่ใช่เล่น พี่เปรมเคยพยายามยื่นมือมาช่วยในช่วงที่ครอบครัวน้ำแข็งวิกฤต แต่พี่ไอซ์ไม่รับความช่วยเหลือ เพราะไม่อยากให้ครอบครัวพี่เปรมมองว่าพี่ไอซ์มาเกาะพี่เปรมกิน แต่ในที่สุดความน่ารักกับความจริงใจของพี่ไอซ์ก็เอาชนะใจครอบครัวพี่เปรมได้ ทำให้ทั้งคู่ได้แต่งงานกัน แถมหนึ่งในสินสอดยังเป็นที่ดิน 1 ผืนในทำเลที่ดียกให้พี่ไอซ์เปิดทำร้านใหม่ให้กว้างขวางขึ้น ตอนนี้ร้านก็เปิดมาได้ร่วม 4 เดือนแล้ว ลูกค้าก็ยิ่งเยอะมากขึ้นไปอีก

เมื่อขับไปเรื่อยๆก็เจอเข้ากับไฟแดง ผมจอดรถและมองที่สัญญาณไฟหวังให้มันกลายเป็นสีเขียวเร็วๆ

“นี่ๆ ดูคู่นั้นสิ” น้ำแข็งที่อยู่ข้างหลังสะกิดให้ผมดูคู่นักเรียนชายหญิงคู่หนึ่ง ฝ่ายหญิงเป็นนักเรียนโรงเรียนมัธยมทั่วไป ส่วนฝ่ายชายเป็นเด็กบาร์ธาซ่าร์ “เหมือนฉันกับนายก่อนเราเข้ามหาฯลัยเลย”

ผมมองสองคนนั้นและยิ้มออกมา “เหมือนวันแรกที่ฉันเจอเธอเลย”

“หื้อ?” น้ำแข็งร้องออกมาอย่างงง “วันแรกที่ฉันเจอนาย ฉันใส่ชุดธรรมดาไปส่งเค้กที่บาร์ธาซ่าร์”

“ไม่ใช่วันนั้นสิ วันแรก”

“ก็วันนั้นแหละวันแรก”

“เธอจำไม่ได้เหรอเนี่ย”

“จำได้ ก็วันนั้นฉันไปส่งเค้กที่บาร์ธาซ่าร์ ที่นายด่าฉันว่านมแบนอะ!”

“นั่นมันไม่ใช่วันแรกสักหน่อย...”

ผมหันไปยิ้มให้น้ำแข็ง และบิดรถออกไปเมื่อสัญญาณไฟกลายเป็นสีเขียว


...วันแรกที่เราเจอกันน่ะ บนรถเมล์ต่างหาก...


... 1 เดือนก่อนสมัครงาน…

ผมกำลังยืนรอรถเมล์อยู่หน้าบาร์ธาซาร์ท่ามกลางอากาศที่โคตรจะร้อน ที่เลวร้ายกว่านั้นคือผมเป็นหวัด ทั้งไอทั้งจามทั้งน้ำมูกไหล ไอ้ผ้าปิดปากนี้ก็ร้อนชิบหาย ใส่ทีเหมือนจะขาดใจตาย ที่แย่กว่าคือวันก่อนผมดันลืมแฟรชไดร์โปรเจคงานไว้ที่บ้านไอ้โปเต้วันนี้เลยต้องถ่อสังขารไปบ้านมันเพราะมันไม่ยอมเอามาให้ผม

วันดีจริงๆ

ไม่นานรถเมล์ที่ผ่านหน้าบ้านโปเต้ก็มาถึง ผมก้าวขึ้นรถตามหลังนักเรียนคนอื่นๆไป โชคดีนิดหน่อยที่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีคนทำให้พอมีที่นั่งอยู่บ้าง ผมนั่งลงตรงที่ว่างหนึ่ง ข้างๆผมเป็นนักเรียนหญิงโรงเรียนมัธยม เธอนั่งหลับโดยใช้แขนเท้าคางเอาไว้ ดีแล้วแหละ ผมกลัวเป็นเหมือนเมื่อครั้งก่อน ผมเคยนั่งข้างนักเรียนหญิงคนหนึ่ง พอเธอหันมาเจอผมเธอก็มาขอเฟซบุ๊กผมอย่างไว เกิดมาหล่อก็ทำตัวลำบากจริงๆนะครับ เฮ้อ

“เฮ้ยๆๆ หยุดนะเว้ย!!!”

เอี๊ยด!!!

ตึกๆๆๆๆ

เสียงฝีเท้าหลายคู่วิ่งตึกตักขึ้นมาบนรถที่ผมนั่งอยู่ พร้อมกับมีเสียงตะโกนเรียกอย่างเอาเรื่องตามมา เจ้าของฝีเท้าหลายคู่ครั้งแรกเป็นเด็กวิทยาลัยผม ส่วนพวกที่ตามมาทีหลังคือเด็กอาร์มิค วิทยาลัยข้างๆที่มักจะมีเรื่องกันบ่อยๆ และแน่นอน มันขึ้นมาตีกันบนรถที่ผมนั่งอยู่โว้ย

 “มึงจะเอายังไง!”

“พวกมึงนั่นแหละจะเอายังไง!”

ตอนนี้รถเมล์ได้จอดเรียบร้อย ทั้งคนขับและผู้โดยสารต่างก็มุดหาที่หลบกันจ้าละหวั่น เสียงกรีดร้องจากผู้โดยสารหลายคนกรี๊ดออกมาทันทีเมื่อเห็นว่าฝ่ายอาร์มิคดึงมีดยาวออกมาจากหลังกางเกงและชี้เข้าที่หน้าของเด็กบาร์ธาซ่าร์

วันนี้แม่งวันดีของผมจริงๆ

“วันก่อนเด็กมึงมาดักตีลูกน้องกู บาร์ธาซ่าร์เขาสอนให้เป็นหมาลอบกัดเหรอว่ะ!”

“แล้วอาร์มิคเขาสอนให้เด็กพูดจาหมาๆแบบนี้ว่ะ!!”

ทะเลาะกันโคตรเด็กน้อย หงุดหงิดโว้ยยย

ผมหันออกไปมองข้างหน้าต่างแทนไอ้เด็กพวกนี้ แต่เด็กผู้หญิงที่นั่งข้างๆผมหายไป ผมมองต่ำลงเล็กน้อยก็พบว่าเธอนั่งก้มหน้าลงกับตักตัวเองจนหัวแทบจะรวมกับตักตัวเอง อะไรวะเนี่ย

“กลัวเหรอ?” ผมถาม

เด็กคนนั้นค่อยๆเงยหน้าขึ้นสบตากับผม แววตากลมโตสบตากับผมเข้าอย่างจัง จมูกเล็กๆเริ่มมีรอยแดงเหมือนคนที่กำลังจะร้องไห้ ริมฝีปากสีชมพูอมแดงขยับขึ้นลงเมื่อเธอตอบคำถามผม

“กลัวสิ นั่นมีดนะไม่ใช่ไม้บรรทัด”

เธอคว่ำปากใส่ผมเหมือนคนเอาแต่ใจ ไหนจะคิ้วที่ขมวดเข้าหากันนั่นอีก ทำไมน่ารักจังวะ...

“งั้นก้มลงต่ำๆเลยนะ มันจะตีกันแล้ว”

“จริงเหรอ!”

พูดจบเธอก็รีบมุดหน้าเข้ากับตักตัวเองโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาสักนิด เอาล่ะ ถึงเวลาที่ผมต้องรีบไปบ้านโปเต้ละ

ผมลุกขึ้นยืนและเดินฝ่ากลุ่มพวกบาร์ธาซ่าร์เข้าไปจนถึงตรงกลางระหว่างมันสองกลุ่ม พวกมันมองหน้าผมอย่างงงๆ ฝั่งอาร์มิคที่เหมือนจะตั้งสติได้ก่อนก็พูดขึ้น

“มึงเป็นใคร อย่าสอดดิ ออกไป!”

“ช็อปแดง... เหอะ คิดว่าเป็นรุ่นพี่แล้วจะมาทำเท่ห์ห้ามพวกกูเหรอ” ฝั่งบาร์ธาซ่าร์พูดบ้าง

“แต่กูว่ากูห้ามพวกมึงได้ว่ะ” ผมพูดพลางถอดผ้าปิดปากออก และหันไปเผชิญหน้ากับทางฝั่งบาร์ธาซ่าร์

“เชี่ย!!”

พวกบาร์ธาซ่าร์ถึงกับชะงักกันไปเมื่อเห็นหน้าเต็มๆของผม พวกมันค่อยๆถอยหลังห่างออกไปพลางมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แน่นอน ผมไม่ใช่แค่รุ่นพี่ร่วมสถาบันของพวกมัน ผมเป็นหนึ่งในตัวอันตรายของบาร์ธาซ่าร์ พวกเด็กที่ตั้งตนขึ้นเป็นนักเลงของที่นี่จะต้องเคยได้ยินชื่อของผมกันทั้งนั้น วีรกรรมชั่วๆก่อนที่จะกลับใจของผมพวกมันรู้หมดแหละ เรื่องดีๆทั้งนั้นไอ้เวร

“ถ้าพวกมึงไม่รีบไสหัวลงไปตอนนี้ วันศุกร์มาเจอกูที่หลังโรงงาน”

“...”

“ไป๊!!!”

ตึกๆๆๆๆ

พวกบาร์ธาซ่าร์รีบวิ่งลงจากรถกันอย่างไม่คิดชีวิต แน่นอนว่าคำเชิญไปหลังโรงงานที่ได้รับจากผมไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ คงไม่ได้เชิญไปกินน้ำชาร่วมสาบานแน่ๆ

“เฮ้ย!! พวกมึงจะไปไหนวะ!” พวกอาร์มิคตะโกนเรียกพวกบาร์ธาซ่าร์ที่วิ่งลงไปแล้วอย่างงงๆ “ฝากไว้ก่อนเถอะ กูจะมาคิดบัญชีมึงรายต่อไปแน่!”

“มึงมาวันหลังแล้วกัน วันนี้กูยุ่ง”

“เออ!! เจอกูแน่!!” พูดจบพวกมันก็วิ่งลงไปจากรถเมล์ ทำให้ตอนนี้บรรยากาศกลับมาสงบอีกครั้ง

“ออกรถเลยลุง ผมรีบ”

“ครับๆๆ”

เมื่อรถเริ่มขยับทุกคนบนรถมองหน้ากันเลิ่กลั่กและมองไปทั่วๆรถว่าพวกมันลงไปกันหมดรึยัง ก่อนจะถอนหายใจและเริ่มพูดกันอย่างสนุกปากเกี่ยวกับเรื่องที่ผ่านมา ผมขยับผ้าปิดปากขึ้นมาปิดปากเหมือนเดิมและเดินกลับไปนั่งลงข้างๆเด็กผู้หญิงคนนั้น และ... เธอยังไม่เงยหน้ากลับขึ้นมาเลย

“นี่ พวกมันไปกันแล้ว” ผมบอก

“จริงอะ” เธอค่อยๆเงยหน้ากลับขึ้นมา เมื่อเห็นว่าทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติแล้วถึงยอมกลับขึ้นมานั่งหลังตรงและถอนหายใจหนักๆ “เฮ้อ ตกใจหมดเลย”

“กลัวอะไรขนาดนั้น”

“ไม่กลัวได้ไง บาร์ธาซ่าร์กับอาร์มิคมีเรื่องกันบ่อยจะตาย ตีกันทีก็มีคนตายที เป็นไปได้ฉันไม่ขอยุ่งกับเด็กโรงเรียนนี้เด็ดขาด ว่าแต่... ทำไมพวกนั้นถึงยอมไปง่ายจัง”

“เอ่อ...” ถ้าบอกว่าผมเป็นหัวโจกพวกมัน ยัยนี่ต้องกลัวผมแน่ “อ๋อ ลุงคนขับเขาไล่ลงไปน่ะ โคตรเท่ห์เลย”

“จริงเหรอ ดีแล้วๆ”

ผมยิ้มให้เธอผ่านผ้าปิดปาก เธอก็หันมายิ้มให้ผมและกลับไปมองนอกหน้าต่างตามเดิม โว้ยยย ยิ้มโคตรน่ารักเลยอะ อยากขอเฟซบุ๊ก ขอไลน์ ขออะไรก็ได้ที่ติดต่อเธอได้อีก แต่ถ้ารู้ว่าผมเองก็เป็นเด็กบาร์ธาซ่าร์คงไม่ยอมให้ผมง่ายๆแน่เลย ทำไงดีๆๆๆๆ

“นายๆ ขอทางหน่อย”

“หื้อ จะลงแล้ว?”

“อื้อ”

ผมลุกขึ้นให้เธอเดินออกมาจากที่นั่ง เธอเดินออกมาและเดินไปที่ประตูรถก่อนจะกดออด ผมยืนมองเธอโดยที่ไม่ได้กลับลงไปนั่ง เมื่อรถจอดเธอก็เดินลงไปโดยที่ไม่หันมามองผม เธอเดินเลยป้ายรถเมล์ไปอีกเล็กน้อยก่อนที่จะเลี้ยวเข้าซอยข้างหน้าไป ผมพุ่งหัวกลับไปนั่งที่เดิมและชะโงกหัวมองออกไปนอกหน้าต่าง รถเวรนี่ก็ดันติดไฟแดงไม่ขยับอีก อย่างน้อยๆผมขอรู้ว่าบ้านหลังเธอไหนก็ได้ครับพี่ ขยับหน่อยยย

รถค่อยๆเคลื่อนตัวออกไป เมื่อถึงซอยที่เธอเลี้ยวเข้าไปก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ผมเห็นปลายกระโปรงของเธอที่เปิดประตูกระจกของบ้านหลังหนึ่งเข้าไป และโคตรจะโชคดีที่ผมจำได้ว่าบ้านหลังนั้นคือร้านกาแฟเล็กๆที่พวกโปเต้เคยพาผมมากิน

ไว้เจอกันนะครับคุณ : )




ปัจจุบัน...

เอี๊ยด!

ผมจอดรถเข้าตรงที่จอดรถของร้าน ด้วยความที่พื้นที่มีมากขึ้น พี่ไอซ์จึงแบ่งส่วนหนึ่งมาทำเป็นลานจอดรถของลูกค้า เพราะลูกค้าบางกลุ่มก็เหมาเวลานั่งทั้งวันเพื่อใช้โต๊ะบนชั้นสองของร้าน ส่วนชั้นแรกก็สำหรับลูกค้าทั่วไป จึงทำให้มีลูกค้าเอารถส่วนตัวมาไม่น้อย น้ำแข็งลงจากรถและส่งหมวกคืนให้ผม ทั้งยังไม่เลิกคะยั้นคะยอผมเรื่องที่ว่าเจอกันวันแรกตอนในชุดนักเรียนอีก ผมเลยหอมแก้มไปทีหนึ่ง แถมขู่ว่าจะจูบถ้าไม่เลิกถาม เล่นเอายัยนี่เงียบไปเลย

อย่าไปบอกเธอล่ะว่าผมชอบเธอก่อน ไม่งั้นยัยนี่ล้อผมตายเลย

น้ำแข็งเดินนำผมไปที่ร้านก่อน ส่วนผมที่พึ่งเก็บหมวกของน้ำแข็งเสร็จก็รีบหิ้วหมวกตัวเองและวิ่งไปจับมือน้ำแข็งเดินเข้าร้านไปด้วยกัน ผมใช้แขนข้างที่ถือหมวกดันประตูร้านเข้าไปข้างใน เสียงกริ๊งจากกระดิ่งหน้าร้านส่งเสียงทำให้พนักงานในร้านบางคนหันมาเอ่ยคำต้อนรับ ลืมบอก ตอนนี้ผมไม่ได้เป็นพนักงานในร้านแล้วนะครับ แต่ต้องมาช่วยงานในฐานะแฟนน้องสาวเจ้าของร้านโดยไม่ได้รับเงินเดือนใดๆทั้งสิ้น น้ำแข็งเดินจับมือผมไปที่หน้าเคาท์เตอร์ที่มีพี่ไอซ์ยืนคุยกับพี่เปรมอยู่

“มาแล้ววว” น้ำแข็งยิ้มร่า

“มาพอดี อะ เอานี้ไปเสิร์ฟโต๊ะสิบสองชั้นบนหน่อย”

“โห มาถึงก็ใช้เลยเหรอเนี่ย”

ถึงปากจะบ่นแต่น้ำแข็งก็รับถาดขนมและเดินขึ้นชั้นสองไป

“เออเซียน เดี๋ยววันนี้พาน้ำแข็งกลับบ้านไปก่อนนะ พี่กับพี่เปรมจะไปทำธุระกันก่อน เดี๋ยวกลับ”

“ได้ครับพี่ กลับดึกมั้ยอะ ผมจะได้อยู่เป็นเพื่อนจู๋มัน”

“ไม่ดึกหรอก แกน่ะกลับไปก่อนเลย ฉันไม่ยอมแกอยู่กับน้องสาวฉันลำพังสองคนหรอกย่ะ” พี่ไอซ์ว่าพลางเอานิ้วมาดันหน้าผากผม ทั้งผมทั้งพี่เปรมหัวเราะขึ้นมาพร้อมกันกับท่าทีหวงน้องสาวของพี่ไอซ์

ผมจะไปทำไรน้องพี่ได้ แค่จูบยังโดนตีจนเกือบตายเลย...


-จบเซียน**Part –




เริ่มต้น


กริ๊ง~

เสียงกระดิ่งหน้าร้านส่งเสียงเป็นสัญญาณว่ามีลูกค้าเข้ามาในร้าน ชายหนุ่มร่างสูงเดินหน้าเครียดเข้ามาและเดินตรงมาที่เคาท์เตอร์สั่งอาหาร ไอซ์ หญิงสาวเจ้าของร้านเงยหน้าขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มให้กับลูกค้าที่เธอคุ้นเคย

“สวัสดีค่ะ อ้าว พี่เชน นัดลูกค้าไว้เหรอคะ”

“ใช่ครับ ไอ้เปรมล่ะ?”

“พี่เปรมไปเข้าห้องน้ำค่ะ พี่เชนจะรับอะไรก่อนมั้ยคะ?”

“กาแฟสักแก้วแล้วกัน”

“โอเคค่ะ”

เชนกดโทรศัพท์โทรออกหาลูกค้าของเขา พบว่าลูกค้ารถเสียจึงขอเลื่อนนัดไปก่อน ตัวเขาเองไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะในตอนนี้เขาเองก็ไม่มีกระจิตกระใจจะคุยเรื่องงานอะไรทั้งนั้น เมื่อวางสายจากลูกค้าเชนหันไปหาเจ้าของร้านอีกครั้งเพื่อจะถามอะไรบางอย่างที่ค้างคาใจเขา

“ไอซ์ เมื่อกี้มีลูกค้าผู้หญิงใส่ชุดเดรสสีฟ้าเข้ามาในร้านมั้ย?”

“อืม...” ไอซ์ลากเสียงอย่างคนกำลังนึก “อ๋อ มีค่ะ เขาพึ่งออกไปก่อนพี่เชนจะมาได้แป๊บเดียวเอง”

“อื้ม ขอบใจมากนะ”

“ไงไอ้เสือ มายุ่งอะไรกับเมียผมครับ”

เปรมที่พึ่งออกมาจากห้องน้ำเอ่ยทักทายเพื่อนสมัยมัธยมอย่างสนิทสนม เชนหันไปมองเพื่อนและส่งยิ้มร้ายให้

“ไม่ได้มายุ่ง มาจีบ”

“กวนตีนละมึง”

ทั้งเชนและไอซ์หัวเราะออกมาพร้อมกัน

“เออมึง มานี่หน่อยดิ” เชนเรียกเปรมให้เดินตามไปและนั่งลงโต๊ะหนึ่ง ไอซ์เดินตามมาวางกาแฟลงที่โต๊ะและเดินกลับไปที่เคาท์เตอร์อย่างเดิม

“มีไรวะ แล้วนี่มึงมาทำไม นัดลูกค้าไว้เหรอ?”

“เออแต่โดนแคนเซิลว่ะ กูมีเรื่องจะถามมึงหน่อย... มึงทำงานอยู่ที่เลนติโน่ใช่ป่ะ?”

“เออดิ ทำไมวะ?”

“เมื่อกี้กูชนผู้หญิงคนหนึ่ง เขาทำนามบัตรตก เป็นนามบัตรของพี่วีหัวหน้าฝ่ายบุคคลที่เลนติโน่”

“แล้วไงวะ แน่ะ อย่าบอกนะว่ามึงชอบคนที่มึงเดินชน เลยมาถามหาเขาจากกู?”

“ไม่ใช่อย่างงั้น คือเขา... หน้าตาเหมือนคนที่กูรู้จัก”

“ถ้ารู้จักแล้วทำไมมึงไม่ติดต่อเขาเองโดยตรงล่ะ”

“เขาตายแล้ว”

“โธ่เอ้ยก็นึก... เฮ้ย! ตายแล้ว!”

“เออ ตายไปได้ 5 ปีแล้ว แต่กูดันมาเจอเขาเมื่อกี้ ประเด็นคือกูโทรหาพี่วีแล้วถามแกว่ามีคนชื่อพิมพ์ทำงานอยู่ที่เลนติโน่รึเปล่า พี่วีก็บอกว่าไม่มี”

“คือมึงจะบอกว่า คนที่ตายไปแล้ว 5 ปี กลับมาให้มึงเจอ แถมยังมีนามบัตรพี่ที่ทำงานกูอีก”

“เออดิ... แต่แปลกมาก... ตอนที่กูทักพิมพ์ พิมพ์กับทำเหมือนไม่รู้จักกู แถมการพูดการจาก็ยังกับคนละคน”

“อืม... ส่วนใหญ่คนที่มีนามบัตรพี่วี ถ้าไม่เป็นลูกค้าก็จะเป็นพวกสมัครงานว่ะ งั้น.... เดี๋ยวกูโทรถามพี่วีให้ว่าตอนนี้มีคนมาสมัครงานรึเปล่า ชื่อพิมพ์ใช่มั้ย?” เชนพยักหน้ารับคำเปรม

เปรมหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาก่อนจะกดโทรออกหาใครบางคน

“ครับพี่วี นี่เปรมนะ... พอผมมีเรื่องจะถามหน่อยน่ะครับ ช่วงนี้มีคนมาสมัครงานเพิ่มมั้ยครับ... แล้วมีคนชื่อพิมพ์มั้ยครับ... แล้วพวกลูกค้าล่ะครับ... ผู้หญิงครับพี่... จริงเหรอครับ ถ้ายังไงรบกวนพี่ส่งรูปเขามาให้ผมดูหน่อยได้มั้ยครับ... ครับขอบคุณมากครับพี่...”

เปรมกดวางสายด้วยสีหน้าเรียบๆ ก่อนมองที่เพื่อนเขา

“ไม่มีคนชื่อพิมพ์มาสมัครงานว่ะ” เปรมเงียบไป เชนก็ถอนหายใจออกมา “แต่มีผู้หญิงคนหนึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าแบรนด์มาติดต่อให้ที่บริษัทถ่ายงานให้ กูให้พี่วีส่งรูปมาให้ดูละ รอดูละกันว่าใช่คนเดียวกันกับที่มึงบอกรึเปล่า”

เชนพยักหน้ารับคำและหยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาดื่มรอเวลา


ถ้าใช่คนเดียวกันจริงๆ เขาจะทำยังไงต่อไป เขาจะไปหาเธอเหรอ หรือจะปล่อยเธอไป?

แล้วถ้าไม่ใช่คนเดียวกันล่ะ ถ้าเป็นแค่คนที่หน้าเหมือนล่ะ แต่คนเราจะหน้าเหมือนกันได้ขนาดนั้นเชียวเหรอ?

ติ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของเปรมทำให้เชนหลุดจากภวังค์ เปรมหยิบโทรศัพท์และเปิดดูก่อนจะร้องออกมา

“หูย ถ้าคนนี้คือคนที่มึงตามหา กูบอกเลยว่าไม่ควรตายจริงๆ”

“ไหน”

เชนคว้าโทรศัพท์จากมือเปรมมาดูอย่างรีบร้อน เมื่อเขาได้ดูรูปที่จอโทรศัพท์เขาก็ถึงกับนิ่งเงียบไป สายตาเขาจับจ้องอยู่ที่หน้าจอนั้น หน้าจอที่มีรูปของหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ หญิงสาวที่ไม่เคยหายไปจากความทรงจำของเขา ใบหน้าของเธอยังคงสวยสดใสเหมือนเดิม หากแต่การแต่งหน้าแต่งกายอาจจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลาบ้าง แต่เธอก็คือเธออย่างแน่นอน

“เป็นไง ใช่พิมพ์ป่ะ?”

“ใช่ คนนี้แหละ”

“พี่วีบอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าที่จะให้บริษัทถ่ายงานให้เร็วๆนี้ แต่... เขาบอกว่าเขาชื่ออันว่ะ”

“อัน?” เชนมองหน้าเพื่อนอย่างงงๆ

“ใช่ รู้สึกว่างานของคุณอันจะเป็นชุดงานของตากล้องที่พึ่งลาออกไป ที่พี่วีเคยติดต่อจะให้มึงมาช่วยถ่ายให้น่ะแหละ”

“จริงดิ!?”

เชนรู้สึกว่าตัวเองกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เขามีความรู้สึกบางอย่างว่า อัน ก็คือ พิมพ์ คนที่ใครๆก็บอกว่าเธอตายไปแล้ว เขาอยากลองพูดคุยกับเธออีกสักครั้งว่าเธอคือคนๆเดียวกันจริงๆหรือเปล่า หรือมันเป็นแค่ความหวังลมๆแล้งๆของเขา

เชนคว้าโทรศัพท์ของตัวเองออกมาและกดโทรออกหาใครบางคน

“ครับพี่วี ผมเชนนะ... ผมจะโทรมาบอกว่า ผมรับงานของเลนติโน่ที่พี่วีติดต่อผมมานะครับ ถ้าจะให้เริ่มงานเมื่อไหร่ ก็แจ้งผมมาได้เลยนะครับ... ครับผม ยินดีครับพี่... ครับ สวัสดีครับ”

“ไอ้เชน นี่มึง...”

“ตำแหน่งตากล้องชั่วคราวของเลนติโน่คงทำให้กูได้รู้เรื่องทั้งหมด สวัสดีครับเพื่อนร่วมงานคนใหม่”

พี่คงจะได้เจอเราแล้วสินะ พิมพ์...







_______________________________________________________

ในที่สุดก็เดินทางมาถึงบทสุดท้ายของเรื่องนี้สักที

เป็นเรื่องสั้นที่ใช้เวลายาวนานมากกกก เพราะไรท์ยุ่งจัดจนไม่มีเวลามาต่อ ฮือ

ยังไงก็ขอขอบคุณทุกคนมานะคะที่เข้ามาอ่าน ขอบคุณมากจริงๆค่ะ

และแน่นอน เรื่องต่อไปเป็นเรื่องที่ทุกคนรอคอยกันมานานแสนนาน

ตอนจบของเรื่องนี้ก็ได้แอบเกริ่นๆไว้แล้วเนอะว่าจะเป็นยังไง อยากให้ติดตามกันต่อไปน้า

รอไรท์ปิดเทอมจะรีบพุ่งหัวมาอัพเรื่องต่อไปให้ทุกคนชื่นใจนะคะ จุ้บๆ


ฝากกดไลท์เพจในเฟซบุ๊กด้วยนะคะ เวลาไรท์อัพนิยาย จะได้รับทราบกันโดยทันที

ขอขอบคุณอีกหลายๆครั้งที่ยังอยู่ด้วยกันมาถึงวันนี้

และขอโทษที่ไรท์อัพช้าบ้าง เลทบ้าง แต่ก็ยังอยู่ด้วยกัน ขอบคุณมากจริงๆ ฮักเน้อ ♥


ด้วยรัก ♥






ความคิดเห็น