ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 การตื่นขึ้นของวาลคิรี

ชื่อตอน : บทที่ 3 การตื่นขึ้นของวาลคิรี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 613

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.พ. 2561 11:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 การตื่นขึ้นของวาลคิรี
แบบอักษร

บทที่ 3 การตื่นขึ้นของวาลคิรี


   ท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้างที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด มีสีต่างๆมากมายและกลิ่นหอมหวานของดอกไม้ ได้มีวาลคิรีตนหนึ่งกำลังนั่งเชยชมดอกไม้ดอกไม้ต่างๆอยู่ เธอคนคือวาลคิรีที่มีปีกถึงแปดปีกและมีปีกเป็นสีขาวสว่างสวยงาม ผมของเธอเองก็มีสีขาวเช่นเดียวกันกับสีปีกของเธอ ดวงตาสีฟ้าคู่สวยกำลังมองไปรอบๆก่อนจะเจอวาลคิรีอีกตนที่กำลังบินลงมาหาเธอ


   “เซเทร่า อยู่ที่นี่อีกแล้ว”วาลคิรีในชุดเกราะสีดำสนิดขอบทองได้เรียกทักเพื่อนสนิดของเธอ


   “ฉันชอบที่นี่ ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยดอกไม้มากมายมันทำให้จิตใจของฉันรู้สึกสงบ..แล้วเธอล่ะคิดว่าไงเมล”เซเทร่าก็หันไปยิ้มให้กลับเพื่อนของเธอ เมลเองก็เดินมาข้างๆเธอก่อนจะทิ้งตัวละนั่งข้างๆ


   “อืม ฉันเองก็ชอบที่แห่งนี้เหมือนกัน”เมลเองก็พูดออกมา ทั้งเซเทร่าและเมลเองก็มีแปดปีกซึ่งเป็นวาลคิรีระดับจักรพรรดินี แต่ถึงแม้ว่าพวกเธอจะอยูู่ระดับจักรพรรดินีพวกเธอก็ไม่ชอบการต่อสู้และสงครามพวกเธอชอบเที่ยวเล่นไปตามที่ต่างๆในโลกมนุษย์ซะมากกว่า


   “อ่ะ พวกเธอมาอยู่นี่เอง”วาลคิรีอีกสองตนได้โผล่ออกมาซึ่งพวกเธอมีปีกสีแตกต่างกันออกไป สีแดงและสีทอง ชุดเกราะของพวกเธอเองก็ด้วย


   “เซเทร่า เธอเนี่ยชอบดอกไม้จังเลยนะ”วาลคิรีสีแดงได้พูดออกมาพร้อมกับลูบหัวของเซเทร่าเบาๆเพราะวาลคิรีสีแดงมีอายุมากกว่า เซเทร่าเองก็มองเธอเป็นเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง


   “สักวัน คงจะมีสักวันสินะที่มนุษย์ ปีศาจ วาลคิรี จะได้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขและไม่มีสงครามที่ไร้เหตุผลแบบนี้”เซเทร่าพูดออกมาโดยพวกเธอทั้งหมดก็รู้ว่าในบรรดาวาลคิรี เซเทร่าเป็นวาลคิรีที่อ่อนโยนที่สุดในกลุ่ม


*********************************************************************************************************


   “ว่าไงนะ!!! เป็นไปไม่ได้หรอก”เสียงของเมลดังขึ้นมาพร้อมกับทุกโต๊ะดังปัง!! ตอนนี้เมลอยู่ในห้องประชุมของพวกวาลคิรี ซึ่งมันเป็นที่รวบรวมวาลคิรีระดับสูงมาพูดคุยและปรึกษาเรื่องต่างๆกัน


   “ไม่มีทางที่เซเทร่าจะลงไปทำลายเมืองของพวกมนุษย์ได้หรอก เธอไม่ใช่คนแบบนั้น”เมลยังพูดปฏิเสธออกมาก่อนที่วาลคิรีคนอื่นจะร่ายเวยท์มนต์และบนโต๊ะก็ได้ฉายภาพที่เกิดขึ้นบนพื้นดิน สิ่งที่เมลเห็นนั้นเธอไม่อยากจะเชื่อสายตาเพราะตอนนี้พวกเพื่อนๆของเธอ รวมถึงวาลคิรีสีแดงและสีทองกำลังต่อสู้กับเทเซร่าอยู่ เทเซร่าที่เมลเห็นในตอนนี้มันไม่ใช่เทเซร่าที่เธอรู้จักเลย เธอลงมือฆ่าวาลคิรีด้วยกันเองโดยไม่ลังเลเลยสักนิด


   “ฉันจะลงไปเอง”เมลบอกก่อนจะวิ่งออกจากห้องประชุมและลงมายังพื้นดิน การต่อสู้ระหว่างวาลคิรีด้วยกันเองจึงเกิดขึ้น วาลคิรีสีแดงและสีทองต่างก็เสียท่าให้เทเซร่าเพราะพวกเธอไม่ได้ตั้งใจจะสู้จริงๆจังๆกับเทเซร่า แต่พวกเธอต้องการเรียกสติของเทเซร่าให้กลับมา


   “เทเซร่า!!!”สุดท้ายการต่อสู้ระหว่างสองวาลคิรีที่แข็งแกร่งที่สุดก็ได้เริ่มต้นขึ้น การต่อสู้ที่มีการสูญเสียมากที่สุดได้เกิดขึ้น วาลคิรีระดับจักรพรรดินีที่ต่อสู้กันรุนแรงจนโลกสั่นสะเทือน...ก่อนเรื่องทั้งหมดจะกลายเป็นตำนานและเรื่องเล่าผ่านรุ่นสู่รุ่น


*********************************************************************************************************


   ใบหน้าที่ไร้หัวใจค่อยๆเปลื่ยนเป็นสีแดงขึ้นเล็กน้อย หัวใจของเธอที่เต้นปกติค่อยๆแรงขึ้นเพราะเรน เขาได้จับไปที่หน้าอกของเธอ แม้ว่าตอนนี้เรนจะจับไปโดยที่ไม่ได้รู้สึกตัวและหมดสติไปแล้วก็ตาม มันก็ทำให้เธอต้องเหวี่ยงเขาลงใส่พื้นดีจนพื้นแตกออกเป็นเป็นหลุม


   เธอกอดอกปิดหน้าอกของตัวเองไว้โดยไม่รู้ตัว ก่อนที่บางสิ่งบางอย่างที่หายไปจากตัวเธอจะกลับมาอารมณ์ความรู้สึกต่างๆกำลังไหลเข้ามาในตัวเธอจนเธอต้องเอามือขึ้นมากุมหัวตัวเองไว้


   “ม่ายยยย อ๊าาาาาา”เธอตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนความทรงจำ ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่เธอทำไปจะไหลเข้ามาในหัว เรื่องการต่อสู้ สิ่งที่เธอทำลาย สิ่งที่เธอต้องสูญเสียด้วยน้ำมือของตัวเธอเอง


   เธอยังคงกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็ปปวด ม่านตาของเธอขยายขึ้นและลงอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งเปลื่ยนสีไปมาระหว่างสีเหลืองอำพันและสีฟ้าสดใส


   เธอมองซ้ายมองขวาก่อนจะหันไปมองร่างของเรนที่ไม่ได้สติ เธอเดินไปหาร่างของเรนที่ไร้สติก่อนจะดึงตัวเขาขึ้นมากอดไว้ เธอพยายามควบคุมตัวเองอย่างหนักแม้ว่าสิ่งที่อยู่ในหัวเธอมันบังคับให้เธอฆ่าเขาก็ตามแต่ใจของเธอเรียกร้องว่าอย่าทำแบบนั้น


   เธอรู้ว่าเขาพยายามจะปกป้องเธอจากพวกหมาป่าเงาพวกนั้น แต่เธอห้ามตัวเองไม่ได้ ตอนนี้บนหน้าผากของเธอมีสัญลักษณ์ไม้กางเขนโผล่ขึ้นมา มันทำให้เธอปวดหัวมากกว่าเดิม


   “ไม่มีเวลาแล้ว”เธอพูดออกมาก่อนจะกอดร่างของเรนและบินพุ่งขึ้นไปบนฟ้า ระหว่างที่เธอบินพุ่งขึ้นไปความทรงจำที่เธอได้ต่อสู้กับเมลมันก็เข้ามาในหัวของเธอ เธอจำได้แล้วว่าตอนนั้น ตอนที่เมลเสียหลักให้เธอ เธอกำลังจะฆ่าเมลแต่เธอก็ได้ผลักเมลให้ร่วงลงมายังพื้นดินก่อน เมลที่เป็นถึงระดับจักรพรรดินีการตรงจากที่สูงไม่ใช่ปัญหาของเธอเลยสักนิด


   หลังจากที่ปล่อยเมลให้ร่วงลงสู่พื้นดินแล้วเธอก็ได้บินสูงขึ้นไปอีกจนหลุดออกจากแรงโน้มถ่วงของโลก เทเซร่าคิดว่าตัวเธอเองไม่สามารถอยู่ในโลกใบนี้ได้ เธอจะทำลายโลกใบนี้ถ้าเธอยังอยู่ แม้ว่าเธอรู้ว่ามีใครกำลังควบคุมเธอแต่เธอก็ไม่รู้ว่าใคร วิธีเดียวของเธอในตอนนี้ก็คือปิดผนึดตัวเองให้หลับไหลไปจนกว่าจะถึงเวลาที่เธอจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง


   “ฉันของฝากชีวิตและความหวังไว้กับเธอนะ”ดวงตาของเธอกลับมาเป็นสีเหลืองอีกครั้งซึ่งเธอก็รู้ว่าเวลาของเธอเหลือน้อยแล้ว เธอจับใบหน้าของเรนด้วยมือสองข้างก่อนที่เธอจะยื่นหน้าเข้าไปหาเขา


   ผู้คนที่อยู่บนพื้นได้มองขึ้นไปบนฟ้าอย่างตกตะลึง พวกเขาเห็นแสงสว่างสีทองเปล่งประกายไปทั่วท้องฟ้าพร้อมกับคลื่นพลังงานมหาศาลที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นไหลผ่านตัวพวกเขาไป แสงสว่างสีทองนี่สว่างเป็นอย่างมากแม้จะเป็นเพียงเวลาสั้นๆแต่ทุกมุมโลกก็ได้เห็นแสงสว่างครั้งนี้

ความคิดเห็น