facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : -Chapter 8.-Rewrite 05/12/2018

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 67.7k

ความคิดเห็น : 122

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2561 12:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
-Chapter 8.-Rewrite 05/12/2018
แบบอักษร

YOU BLOW A KISS, BUT IT JUST DON'T FEEL THE SAME

(Chapter8.)

   เชนเดินเข้ามาภายในบ้านของตนเอง

   “ทำไมมันเงียบแบบนี้นะ” เชนพึมพำกับตัวเอง จู่ๆ ก็มีเสียงวิ่งตึงๆ ลงบันไดมา

  “อ๊ะ…มาร์ส วิ่งระวังหน่อยสิ เดี๋ยวก็วิ่งไปชนอะไรเข้าเกิดเราเจ็บตัวขึ้นมาอาจะทำยังไง” เชนพูดเสียงดุๆ ใส่หลานชาย มาร์สเป็นลูกบุญธรรมชองพี่ชายเขา

   “ขอโทษฮะ อาเชน” เด็กน้อยพูดขึ้นอย่างน่ารัก

   “อืม นี่ไปไหนกันหมดบ้านเงียบเชียว” เชนถามขึ้น

   “ไปเที่ยวฮ่องกงกันฮะ” มาร์สพูดขึ้นเสียงใส

   “อ้าว แล้วทำไมเราถึงไม่ไป” เชนถามออกมาอีกอย่างแปลกใจ

   “มาร์สมีสอบน่ะฮะ”

   “แล้วกินอะไรหรือยัง” เชนถามขึ้น

   “ยังฮะ”

   “แล้วทำไมถึงยังไม่กิน นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ปวดท้องไปจะว่ายังไง” เชนบ่นออกมานิดหน่อย

   “ก็มาร์สกำลังจะลงมาหาอะไรกินฮะ แต่เจออาเชนซะก่อน” เด็กน้อยพูด

   “อืม ไปๆ ไปหาอะไรกินกัน” เชนทำท่าจะก้มลงยกตัวมาร์ส ขึ้นอุ้ม

   “นั่นอาเชนจะทำอะไรฮะ” เด็กน้อยพูดเสียงตกใจ

   “อุ้มเราไง” เชนบอกออกไป

   “มาร์สอายุแปดขวบแล้วนะฮะ มาร์สเดินเองได้ฮะ”เด็กน้อยพูดขึ้นขึงขัง

   “แต่ทำไมเราถึงตัวเล็กจัง” เชนพูดออกมายิ้มๆ

   “อาเชน!!! ก็มาร์สยังเด็กนี่ฮะ” เด็กน้อยหน้าหวานทำหน้ามุ่ยขึ้นมาทันที

   “โอเคๆ ฮ่าๆ” เชนอดขำไม่ได้ มาร์สช่างเหมือนเขาตอนเด็กๆ

   “ตั้งแต่วันพรุ่งนี้อาจะไปรับไปส่งมาร์สเองนะครับ” เชนบอกพร้อมกับจูงมือเล็กของมาร์สไปที่ห้องอาหาร

   “ฮะ” มาร์สรับคำและยิ้มกว้างออกมา…

   รุ่งขึ้นเชนขับรถมาส่งหลานชายตัวเองที่โรงเรียน

   “ตั้งใจสอบนะมาร์ส ตอนเย็นเดี๋ยวอาจะพาไปกินไอศกรีม” เชนพูดขึ้น

   “จริงเหรอฮะ” เด็กน้อยทำเสียงตื่นเต้น ตาลุกวาวเป็นประกายอย่างน่ารัก

   “จริงสิ”

   “ถ้าอย่างนั้นมาร์สจะตั้งใจสอบให้มากๆ เลยละฮะ” มาร์สรีบอ้อน

   “ดีมากเด็กน้อย” เชนใช้มือบางลูบผมนิ่มของมาร์สอย่างนึกเอ็นดู

   “สวัสดีฮะอาเชน มาร์สไปก่อนนะฮะ”

   รถสปอร์ตคันหรูของเชนขับมาตามถนน และตอนนี้รถหลายร้อยคันต่างจอดนิ่งสนิทอยู่บนถนนเพราะรถติดสุดๆ ปกติเชนจะมีคนคอยรับคอยส่งไม่ขาด นานทีที่เขาจะขับรถเองจึงไม่ได้สังเกตว่าทุกวันนี้รถในกรุงเทพติดแสนสาหัสขนาดไหน

   “จะติดห่าอะไรนักหนาวะ” เชนบ่นพึมพำออกมา

   เสียงมือถือของเชนดังขึ้น เชนล้วงมือหยิบออกมาจากกระเป๋าอย่างยากลำบาก

   “เออ ว่าไงไอ้ฟาน” เชนกดรับและพูดคุยกับปลายสายทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของเพื่อนรัก

   “กูมาส่งหลานที่โรงเรียน…หลานโว้ยไม่ใช่ผัว เพื่อนเลว…เออแค่นี้ กูขับรถอยู่” เชนเหลือบเห็นตำรวจนายหนึ่งเดินตรงมายังรถของเขาเอง

   ก๊อกๆๆ เสียงเคาะกระจกรถ

   “ซวยฉิบ” เชนสบถออกมาก่อนจะลดกระจกรถลง

   “นี่คุณครับ เขาไม่ให้ใช้มือถือขณะขับรถรู้หรือเปล่าครับ” ตำรวจหนุ่มถามขึ้น

   “รู้ครับแต่มันเรื่องเร่งด่วนแล้วผมไม่ได้พกแฮนด์ฟรี จะให้ทำยังไงล่ะครับ” เชนพูดขึ้น

   “ถ้าอย่างนั้นทุกคนคงจะอ้างแบบคุณกันทั้งนั้น กฎหมายจะมีไว้ทำไมล่ะครับ” ตำรวจหนุ่มพูดขึ้นเสียงนิ่ง

   “อุ๊บ ฮะๆ” เชนขำออกมาดังลั่นรถ เพราะเขาพานนึกไปถึงคำพูดของตัวเองที่เพิ่งพูดกับรุ่นน้องแบบเดียวกันนี้

   “ขำอะไรครับ ผมขอใบขับขี่ด้วยครับ”

   “โธ่ คุณตำรวจขอสักครั้งนะครับ” เชนพูดขอ

   “ถ้าอย่างนั้นรถทุกคันคงต้องขอผมแบบนี้” วันนี้เขาดันเจอตำรวจที่ตงฉินอย่างผิดคาด แจ็กพอตเป็นบ้า เชนคิดในใจ

   “ไม่มีใครรู้หรอกน่า…นะครับ ผมจะไม่บอกใคร” เชนส่งสายตาปริบๆ ให้ตำรวจนายนั้น

   “ไม่ได้ครับ ผมขอใบขับขี่ด้วยครับ”

   “โอเคๆ ยอมแล้วๆ”

   ใบสั่งและใบขับขี่ถูกยื่นแลกเปลี่ยนกัน เชนจำต้องรับใบสั่งมาอย่างเสียไม่ได้ แต่ก็เพราะตัวเองทำผิดกฎจริงๆ นั่นแหละ

   “ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ วันหลังอย่าใช้มือถือขณะขับรถอีกนะครับมันอันตราย” ตำรวจหนุ่มพูด

   “ครับ คุณตำรวจ”

   “ฮะๆ วันซวยอะไรวะเนี่ย” เชนพูดขำๆ กับตัวเอง 

   เสียงมือถือของเชนดังขึ้นอีกไม่หยุด เขาหยิบขึ้นมาดูและเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของพระอาทิตย์จึงปิดเครื่องทันทีอย่างไม่ใส่ใจ…

   เชนขับรถมาจอดหน้าตึกเรียนของตัวเอง

   “อ๊ะ!!!” เชนร้องออกมาเสียงหลงเมื่อเขาลงจากรถก็ถูกมือของใครบางคนคว้าเอวบางของตนเองไว้ กลิ่นน้ำหอมแสนคุ้นเคยโชยแตะจมูกทำให้เชนรู้ทันทีว่าเป็นใคร

   “ทำไมถึงไม่รับโทรศัพท์” เสียงนิ่งถามขึ้น

   “ก็ไม่อยากรับ” เชนบอกออกมา มือบางพยายามแกะมือหนาของ    พระอาทิตย์ออกจากเอวคอดของตัวเอง

   “มึงจะเอาแบบนี้ใช่ไหม” พระอาทิตย์คว้าข้อมือเล็กของเชน แล้วยกขึ้นเหนือหัว

   “ปล่อย” เชนพูดขึ้นเสียงแข็ง แรงบีบที่ข้อมือของเชนหนักขึ้นนิดๆ แต่เขารู้ดีว่าพระอาทิตย์กำลังส่งสัญญาณเตือนเขา

   “บอกให้ปล่อยไงเล่า!!!” เชนตะโกนอย่างไม่พอใจ

   เพียะ!!!

   มือบางของเชนสะบัดไปโดนเข้าที่ข้างแก้มของพระอาทิตย์เต็มแรง

   “พอใจรึยัง!!! แล้วก็หายบ้าสักที” พระอาทิตย์บ่นอย่างหัวเสีย

   “ปล่อยนะอาทิตย์!!!” เชนตะโกนใส่หน้า

   “มึงจะตะโกนทำไม ไม่อายคนอื่นบ้างหรือไงวะ” พระอาทิตย์พูดต่อว่าออกมา

   “กูจะอายทำไม ในเมื่อมึงเองก็ไม่เห็นว่าจะมียางอาย” เชนพูดจิกกัดคนตรงหน้าอย่างไม่ลดละ

   “ไอ้เชน!!!”

   พระอาทิตย์เรียกเชนเสียงสูงเพราะไม่คิดว่าร่างบางจะต่อปากต่อคำกับเขาได้ถึงขนาดนี้

   “ปล่อยกูเดี๋ยวนี้!!!”

   “แม่ง!!! หยุด” พระอาทิตย์สบถเสียงลอดไรฟัน

   “ไม่!!! กูไม่หยุด” เชนสะบัดเสียงใส่อย่างเดือดดาลไม่แพ้กัน

   “กูบอกให้หยุดไง!!! เชน!!!” พระอาทิตย์พูดห้ามออกมาเสียงดุดันอีกรอบ หากเชนยังไม่หยุดเขาก็จะจัดการขั้นเด็ดขาดแล้วจริงๆ

   “ทำไม จะตบ จะกระทืบกูก็เอาเลย งานถนัดมึงนี่” เชนเชิดหน้าขึ้น     ท้าทายไม่หยุด ปากบางเชิดขึ้นจนน่ามันเขี้ยวเสียจริง

   “หยุดพล่ามสักที กูรำคาญ ไปขึ้นรถ” พระอาทิตย์ได้แต่หอบหายใจเหนื่อยๆ กับการปราบพยศเชน

   “ไม่!!!” เชนปฏิเสธออกมาเสียงแข็ง

   “เชน กูบอกให้ไปขึ้นรถ” พระอาทิตย์สั่งย้ำออกมาเสียงเรียบ

   “กูบอกว่าไม่ไป ปล่อย!!!”

   “ทำไมมึงดื้อแบบนี้ห๊ะ เชน” พระอาทิตย์สบถออกมาในที่สุดเพราะไม่คิดว่าเชนจะพูดยากพูดเย็นแบบนี้

   “ปกติกูก็เป็นของกูแบบนี้” เชนยังคงยืนยันในความเป็นตัวของตัวเอง

   “ถ้ามึงยังไม่คิดจะเปลี่ยนละก็ สักวันกูได้กระทืบมึงตายแน่”

พระอาทิตย์บอก

   “ทำไมกูต้องเปลี่ยน กูไม่คิดที่จะไปอยู่กับมึงแล้วรอให้มึงกระทืบหรอกนะ” เชนพูดขึ้นอย่างนึกโมโห

   พระอาทิตย์เหยียดยิ้มเป็นเส้นตรง ที่เขายังไม่ทันจะพูดเรื่องอยู่ด้วยกันแต่กลับเป็นเชนที่หลุดปากออกมาเสียเอง

   “ปากดีจริงๆ ไปขึ้นรถ” พระอาทิตย์พูดขึ้นและทำท่าจะลากเชนขึ้นรถตัวเอง แจ็คก้มหัวให้เชนเล็กน้อยเป็นการทักทาย เชนพยักหน้ารับเหมือนทุกครั้ง 

   “กูมีเรียน” เชนพูดบอก

   “มึงไม่มีเรียนอย่ามาโกหก” พระอาทิตย์สวนกลับทันควันเพราะเขาให้แจ็คเช็กมาหมดแล้ว

   “อย่ามารู้ดี” เชนเถียงออกมาอีก

   “แน่ละสิ กูเป็นใคร กูเช็กมาหมดแล้วว่ามึงไม่มีเรียน”

   “เหอะ ปล่อย!!! กูต้องไปทำเรื่องฝึกงาน” เชนสะบัดแขนออกจากมือหนาของพระอาทิตย์

   “ฝึกอะไรมึงแค่ปีสาม” ร่างแกร่งพูดขึ้นพร้อมหรี่ตามองเชนอย่างจับผิด

   “ฝึกงานก็ฝึกงานสิ ไม่รู้อะไรอย่ามาสาระแน” เชนต่อว่าออกมาและมองค้อนคนตัวโต

   “ไอ้เชน มึงว่ากูเหรอห๊ะ” พระอาทิตย์ถามขึ้นอย่างเข่นเขี้ยว

   “เออน่ะสิ ทีงี้ล่ะหูดีฉิบ” เชนพึมพำออกมา

   “ถ้างั้นก็ไปสิ กูจะไปด้วย” มือหนาปล่อยแขนเรียวและพูดขึ้น

   “เฮ้ย มึงจะบ้ารึไง” เชนอุทานต่อว่าเสียงตกใจ

   “อย่ามา ‘เฮ้ย’ เป็นเด็กไม่มีมารยาทใส่กู กูอายุมากกว่ามึงนะไอ้เชน” พระอาทิตย์ดุขึ้นมาอีก

   “แต่มึงไม่ได้มีความน่าเคารพสักนิด” เชนพูดขึ้นตามความคิดของตัวเองและพยายามหนีให้ห่างจากมือของพระอาทิตย์

   “เดี๋ยวมึงจะโดน” พระอาทิตย์คาดโทษเสียงดุ

   “ไปคุยกันในรถ” เขาลากเชนให้เดินเข้าไปในรถ เชนได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างไม่พอใจ

   “มีอะไร” เชนถามออกมาเสียงเขียว เขานั่งกอดอกและหันมองออกไปนอกรถ

   “ตอบกูมาทำไมไม่รับโทรศัพท์” พระอาทิตย์ถามขึ้นอีก

   “บอกไปแล้วว่าไม่อยากรับก็คือไม่อยากรับ ไม่มีเหตุผล” เชนพูดจบ มือหนาก็ดึงร่างบางให้นั่งบนตักแกร่ง และยังไม่ทันที่เชนจะหายตกใจ       พระอาทิตย์ก็ก้มลงจูบไปที่ปากบางสีสดอย่างลงโทษ

   “อื้อ!!! ปล่อยกูเลยนะ” เชนร้องครางและรีบผละตัวออกห่าง

   “ฮะๆๆ ถ้ากูไม่ปล่อย?” พระอาทิตย์หัวเราะกวนประสาทออกมา

   “ไปตายซะ” เชนสบถ

   “ถ้ากูไปตายมึงจะไปกับกูด้วยไหม” พระอาทิตย์ถาม

   “เรื่องอะไร มึงก็ไปของมึงคนเดียวสิ” เชนหันมาตอบเสียงหงุดหงิด

   “แล้วยังจะปากดีสั่งคนอื่นให้ไปตาย” พระอาทิตย์พูดเสียงพึมพำ

   “ปล่อย กูเจ็บ” เชนบอกพร้อมกับทำท่าขยับตัวลงจากตักแกร่ง

   “กินข้าวหรือยัง” พระอาทิตย์ถามเสียงเรียบ

   “อะไรนะ” เชนทวนคำถามอีกครั้ง เชนหันหน้ามามองอย่างนึกแปลกใจ พระอาทิตย์หันหน้าหลบไปด้านข้างนิดๆ

   “พอกูถามทำไมมึงชอบทำเป็นคนหูหนวกนักห๊ะ” พระอาทิตย์ ทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเพราะเขินกับคำพูดของตัวเอง

   “ใครจะรู้ว่ามึงพูดหรือถามแบบคนปกติเขาก็เป็นล่ะ” เชนรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่จู่ๆ คนตรงหน้าก็อ่อนข้อให้เขาขึ้นมา

   “ตอบกูมา” พระอาทิตย์ถามย้ำออกมา

   “ยังไม่ได้กิน กูเพิ่งไปส่งหลานกูมา” เชนพูดบอก

   “ถ้าอย่างนั้นก็ไปกินข้าว…ไปด้วยกัน” พระอาทิตย์พูดบอกก่อนจะชะงักไปนิด ปกติเขาไม่จำเป็นต้องตามใครแบบนี้เลยสักครั้งนอกจาก       เหว่ยฟาน

   “ไม่ไป” เชนปฏิเสธออกมาโดยไม่ต้องคิดเลยสักนิด

   “แต่มึงต้องไป” เขาสั่งออกมาเสียงเข้ม

   “อย่ามาบังคับ” เชนสะบัดเสียงเขียวใส่คนตรงหน้า

   “แต่กูหิว” พระอาทิตย์พูดขึ้นเสียงนิ่ง

   “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกูล่ะ” เชนหันไปถาม

   “ออกรถแจ็ค” เขาสั่งลูกน้องเสียงเข้ม

   “ไม่นะแจ็ค บอกแล้วว่ากูไม่ไปไง” เชนพูดห้ามแจ็คและหันมาพูดกับพระอาทิตย์

   “มึงอยากให้กูฆ่ามึงหมกรถใช่ไหมห๊ะ เชน!!!” พระอาทิตย์ขู่เชนเสียงนิ่ง

   “มึงมันเลว” เชนส่งเสียงงึมงำในลำคอ

   ฟอด!!! เสียงหอมแก้มของเชนดังขึ้น

   “อย่ากดตัดสายกูเป็นครั้งที่สอง” 

   ฟอด!!!

   “อย่าปิดเครื่องถ้ากูไม่สั่ง”

   จุ๊บ จุ๊บ ปากหนากดจูบย้ำๆ ที่ริมฝีปากบาง

   “อื้อ พระอาทิตย์ อย่า!!” เชนพยายามหลบริมฝีปากหนาให้วุ่นพร้อมร้องห้าม ทำเอาแจ็คต้องรีบเปิดประตูและออกไปยืนนอกรถ

   “อย่าดื้อกับกูให้มันมากไปกว่านี้ เพราะถ้ามากกว่านี้กูได้ฆ่ามึงตายสักวัน” พระอาทิตย์พูดขู่ออกมา

   “แล้วทำไมกูต้องฟังคำสั่งมึง” เชนมองพระอาทิตย์ตาเขียว

   “หรือว่ามึงอยากให้กูฟังคำสั่งมึงล่ะ” เขาถามย้อนเชนกลับไป

   “เออ ก็ดีเหมือนกัน มึงจะได้เลิกวุ่นวายกับกูสักที”

   “อย่าฝัน มึงต้องฟังคำสั่งกูเท่านั้น” พระอาทิตย์พูดเสียงเย็น

   “ไอ้คนประสาท” เชนต่อว่าออกมา 

   “ประสาทก็ผัวมึงไม่ใช่หรือไง”

   “คิดไปเอง ปล่อย…กูเจ็บ” เชนพูดเสียงลอดไรฟัน

   “สำออยจริงๆ”

   กึก!!! เชนสะบัดแขนออกจนไปโดนหน้าผากของพระอาทิตย์อย่างแรง

   “กูดีด้วยไม่ชอบนะมึง” พระอาทิตย์ชะงักพลางกัดฟันกรอด

   “ไม่ต้องมาทำดีกับกู เพราะกูไม่ต้องการ”

   “แต่กูจะทำ” พระอาทิตย์พูดออกมาหน้าตาย

   “ถามความต้องการกูหรือยัง”

   เชนไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้เลยจริงๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แต่ก็ไม่เคยทำดีด้วยนานหรอก มีแต่จะป่าเถื่อนใส่เขาทุกครั้ง

   “ทำไมกูต้องถามห๊ะ”

   “เออ เรื่องของมึงเถอะ ปล่อยกูสักที” เชนพูดน้ำเสียงอ่อนใจ            พระอาทิตย์ยอมคลายอ้อมกอดและปล่อยให้เชนลุกออกจากตักแกร่ง

   แจ็คได้แต่ถอนหายใจและส่ายหน้าไปมา เขาได้ยินหมดทุกคำพูดที่เจ้านายทั้งสองคนคุยกันเพราะประตูรถปิดไม่สนิท

   “ตอนเย็นแจ็คจะมารับมึงไปกินข้าวที่บ้านกู” พระอาทิตย์พูด

   “กูไม่ไป” เชนรีบปฏิเสธออกมาเสียงเรียบ

   “มึงต้องไป”

   “มึงจะมาบังคับกูไม่ได้หรอกนะพระอาทิตย์” เชนพูดออกมาเสียงแข็ง

   “มึงอยากให้คนทั้งบ้านเข้าใจมึงผิดหรือยังไง”

   “ช่างสิ กูไม่แคร์คนอื่นอยู่แล้ว" เชนพูดขึ้นอย่างไม่สนใจ

   “รวมทั้งกู” พระอาทิตย์ถามย้ำ

   “ใช่ รวมทั้งมึง” เชนพูดจบก็ก้าวลงจากรถไปดื้อๆ

   พระอาทิตย์เองก็ไม่ได้ตามหรือว่ารั้งเชนให้อยู่ต่อ มันคงเป็นเรื่องสมควรแล้วที่เชนจะทำท่าทางแบบนี้ใส่เขา…

   เวลาผ่านมาถึงช่วงเย็นเชนขับรถมารับมาร์สที่โรงเรียนและพาไปกินไอศกรีมตามที่สัญญากันไว้ เขาใช้เวลาพอสมควรในการพามาร์สเที่ยวห้างใกล้บ้านเพราะนานทีจะได้มีเวลาให้หลานตัวเอง

   ขณะที่เชนขับรถเข้ามาจอดในบริเวณบ้าน ใบหน้าสวยก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นรถยนต์คันหรูคุ้นตาจอดอยู่ภายในโรงจอดรถบ้านตัวเอง

   เชนรีบลงจากรถแต่ก็ไม่ลืมเดินไปเปิดประตูหลังเพื่อถือกระเป๋าให้มาร์ส  ด้วย พระอาทิตย์กับแจ็คมารอเชนอยู่นานแล้ว มาร์ส มองคนทั้งสองอย่างงงๆ เชนให้พี่เลี้ยงมารับตัวมาร์สขึ้นไปอาบน้ำและอ่านหนังสือภายในห้อง

   “มึงมาได้ยังไง” เชนถามออกมาอย่างแปลกใจและหันไปมองสาวใช้อีกอย่างขอคำตอบ ที่ให้คนแปลกหน้าเข้ามานั่งภายในบ้านเขาแบบนี้

   “คือว่า…” สาวใช้ก้มหน้าพูดอึกอัก

   “รีบไปอาบน้ำแต่งตัว” พระอาทิตย์พูดขึ้นเสียงนิ่ง

   “กูไม่ไป” เชนปฏิเสธออกมา

   “ทำไม” ร่างแกร่งพูดถามขึ้น เชนหันไปมองสาวใช้นิ่งๆ

   “ออกไปก่อนไป” เชนสั่ง หญิงสาวรีบเดินออกจากห้องรับแขกทันที

   “จะพากูไปให้คนที่บ้านมึงดูถูกแบบเมื่อวานอีกหรือไง”

   เชนพูดขึ้นเสียงนิ่งเบาหวิว เขารู้สึกแปลกๆ เมื่อต้องนึกถึงเรื่องที่เกิดที่บ้านของพระอาทิตย์เมื่อวานนี้

   “แล้วทำไมไม่อธิบายไปล่ะ” พระอาทิตย์ขมวดคิ้วถามออกมาเสียงเครียด

   “ทำไมกูต้องมานั่งอธิบายในสิ่งที่กูไม่ได้เป็นให้คนอื่นฟัง”

   เชนพูดออกมาพร้อมมองหน้าพระอาทิตย์นิ่งๆ นึกน้อยใจที่คนตรงหน้าก็ยังไม่เข้าใจความรู้สึกเขาเลยสักนิด

   “นั่นไม่ใช่คนอื่น แต่พวกเขาเป็นครอบครัวของกู” พระอาทิตย์พูดขึ้น

   “แล้วครอบครัวมึงมาเกี่ยวอะไรกับกู” เชนถามออกมาอีกอย่างไม่เข้าใจ เขาเองก็ไม่มีอะไรยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวของพระอาทิตย์อยู่แล้ว

   “มึงโง่รึไงห๊ะ ไปกับกู” พระอาทิตย์พูดขึ้นอย่างนึกโมโห

   “กูไม่ไป”

   “อย่าให้กูต้องพูดซ้ำนะเชน” พระอาทิตย์พูดขึ้นพร้อมถอนหายใจออกมาหนักๆ กับท่าทางดื้อเพ่งของเชนในตอนนี้

   “มึงเลิกยุ่งกับกูสักทีเถอะ” เชนพูดแกมขอร้องออกมาเพราะเขาเองก็เหนื่อยแล้วเหมือนกัน

   “แล้วทำไมกูต้องทำตามที่มึงพูด” พระอาทิตย์เลิกคิ้วถามขึ้น

   “เพราะมึงกับกูไม่ได้เป็นอะไรกัน เลิกยุ่งวุ่นวายกับกูสักที”   

   “แล้วที่มึงนอนให้กูเอาทุกวันทุกคืนเขาเรียกว่าอะไร”

   คำพูดของพระอาทิตย์ไม่วายทำร้ายเชนอีกครั้ง พูดจาดูถูกกันแบบนี้ไม่มากไปหน่อยหรือไง เชนคิดในใจ ดวงตากลมโตมองคนตรงหน้าอย่างตัดพ้อ แต่เพียงชั่วแว็บเดียวก็ปรับให้มาเป็นปกติดังเดิมอย่างรวดเร็ว

   “ก็…ขายตัวไงละ มึงอยากให้กูเป็นแบบนั้นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ          พระอาทิตย์” เชนพูดขึ้นและหันหลังให้

   “เลิกบ้าสักที!!!” พระอาทิตย์กระชากเชนให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา

   “ก็เพราะมึงไม่ใช่หรือไงที่ทำให้กูเป็นแบบนี้นะห๊ะ ฮึก”

   เชนสะกดกลั้นอารมณ์ตัวเองไม่ได้อีกต่อไป หยาดน้ำตาค่อยๆ ไหลรินเปรอะสองแก้มใส เขาสั่งสมอารมณ์อัดอั้นมานานจริงๆ 

   “…” พระอาทิตย์เห็นเข้าก็ชะงักไป

   “มึงมันเลว ฮึก ปล่อยกู ไอ้เลว ไอ้ชั่ว ฮึกๆ” มือบางเอาแต่ทุบตีไปที่อกแกร่งหนักๆ 

   “…” ไม่มีเสียงจากพระอาทิตย์ เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก

   “เพราะมึงทำให้กูต้องอ่อนแอแบบนี้ ฮึกๆ ฮือๆ เพราะมึง”

   เชนไม่เคยรู้สึกแย่และหมดแรงเท่านี้มาก่อน ผู้ชายคนนี้ทำให้เขากลับไปอ่อนแอแบบนี้ได้อย่างไรกัน

   “…” 

   มือหนาของพระอาทิตย์ค่อยๆ ยกขึ้นเพื่อเช็ดน้ำตาให้แผ่วเบา ร่างแกร่งรั้งตัวเชนให้เข้ามาในอ้อมกอด เชนพยายามขัดขืนแต่ก็ต้องหยุดไปเอง เขาไม่มีแรงที่จะสู้รบกับผู้ชายคนนี้แล้วจริงๆ

   “ถ้ามึงจะอ่อนแอเพราะกูมันก็ดีแล้ว เพราะถ้ามึงไปอ่อนแอต่อหน้าคนอื่นกูจะถือว่ามึงไปอ่อยมัน” มือหนาลูบหลังบางของเชนช้าๆ ราวกับพยายามปลอบ ทั้งที่คำพูดตรงกันข้าม

   “ฮึก สารเลว” เชนต่อว่าออกมาอีก

   “หยุดร้องสักที ไปอาบน้ำซะ”

   “กูบอกแล้วว่ากูไม่อยากไปฮึก” เชนบอกทั้งที่ยังสะอื้นไม่หาย

   “อืม ไม่ไปก็ไม่ไป แต่กูหิวข้าวมึงต้องไปกินข้าวกับกู”

   พระอาทิตย์พูดออกมาเสียงเรียบ ในเมื่อให้เชนกลับบ้านกับเขาไม่ได้ เขาเองก็ไม่อยากจะบังคับอีก

   “ไปอาบน้ำ” พระอาทิตย์สั่งออกมาเสียงเข้ม

   “…” เชนหยุดร้องไห้และมองหน้าพระอาทิตย์นิ่งๆ

   “หรืออยากให้กูอาบให้”

   “เสือก” เชนว่าออกมาเสียงเขียว

   “ปากมึงนี่ดีได้ตลอดนะ” พระอาทิตย์พูดออกมาไม่จริงจังนัก

   เชนเดินขึ้นไปบนห้องของตัวเองและสั่งกำชับให้สาวใช้คอยดูแลมาร์ส ระหว่างที่เขาไม่อยู่ด้วย…

   เชนอาบน้ำแต่งตัวและเดินลงมาจากชั้นบนของบ้าน เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนสบายตากับกางเกงขาสั้นเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อย ทำเอา          พระอาทิตย์ที่ยืนมองอยู่ถึงกับจ้องเขม็ง

   “ไปเปลี่ยนกางเกง” พระอาทิตย์พูดสั่งเสียงนิ่ง

   “ทำไม” เชนย้อนถาม

   “กูบอกให้ไปเปลี่ยน”

   พระอาทิตย์พูดขึ้นเสียงหงุดหงิด เชนได้แต่ยักไหล่แล้วเดินตรงไปที่ประตู

   “ไปสิแจ็ค ฉันหิวข้าว” เชนหันกลับมาพูดกับแจ็ค

   “ครับ แต่ว่าคุณเชน…” แจ็คพูดขึ้นเสียงอ่อย

   “ไอ้แจ็ค!!!” พระอาทิตย์เรียกลูกน้องตัวเองเสียงเข้ม

  “จะอะไรนักหนา คนอื่นก็ได้แค่มอง มันเอาไปได้ไหม กูไปกินข้าวไม่ได้ไปอ่อยผู้ชาย” เชนพูดออกมาเสียงหงุดหงิดที่คนตัวโตดูเรื่องมากกับแค่กางเกงขาสั้นตัวเดียว

   “ใครจะรู้ มึงอาจมีจุดประสงค์คิดอ่อยผู้ชายก็ได้”

   “หึ ถ้ากูจะอ่อย กูจะใส่ให้สั้นกว่านี้อีก” เชนพูดประชด

   “ไอ้เชน!!!”

   “ไปแจ็ค ปล่อยให้คนบ้ามันยืนบ้าอยู่ตรงนี้แหละ” เชนเดินออกจากประตูไปโดยไม่สนใจพระอาทิตย์สักนิด

   “ครับคุณเชน” แจ็ครับคำและทำท่าจะเดินตามออกไป

   “แจ็ค ใครเป็นเจ้านายมึงห๊ะ” พระอาทิตย์พูดขึ้นเสียงดังลั่น

   “เอ่อคือ…” แจ็คมีสีหน้าลำบากใจ พระอาทิตย์ถอนหายใจหนักๆ เพราะไม่อยากถือสาหาความให้วุ่นวายไปมากกว่านี้

   “ไปๆ” พระอาทิตย์ทำมือบอกให้แจ็คขึ้นรถไป…

   แจ็คขับรถมาจอดที่หน้าโรงแรมหรูใจกลางเมือง พระอาทิตย์พาเชนขึ้นมาที่ห้องอาหารชั้นบนสุดของตัวโรงแรม

   “สวัสดีค่ะ คุณพระอาทิตย์เชิญทางนี้ค่ะ” บริกรสาวเดินมาเชิญ        พระอาทิตย์ไปที่โต๊ะประจำ เพราะเขามาที่นี่ค่อนข้างบ่อย ค่ำนี้คนค่อนข้างเยอะจนโต๊ะเต็มเกือบทุกโต๊ะ

   “มานั่งตรงนี้”

   พระอาทิตย์พูดขึ้นพร้อมกับมองผู้ชายโต๊ะฝั่งตรงข้ามที่คอยจ้องเชนตั้งแต่เดินเข้ามาภายในร้านเขม็ง

   “เรื่องเยอะ” เชนบ่นอุบแต่ก็ยอมนั่งอีกฝั่งตามที่พระอาทิตย์ต้องการเพราะไม่อยากมีเรื่อง และตอนนี้เขาก็หิวมากๆ

   “กูเรื่องเยอะก็เพราะมึงชอบอ่อยผู้ชายไปทั่วไง”

   “มึงว่ากูอ่อย ทีมึงล่ะ มองผู้หญิงคนนั้นแทบอยากจะเข้าไปขย้ำซะให้ได้ ทีแบบนี้ทำไมถึงไม่ว่าตัวมึงเองบ้าง หรือจะพากันไปเปิดห้องสักห้องเป็นไง” เชนพูดเหน็บขึ้น เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันที่จู่ๆ ก็พูดแบบนั้นออกมาทำไม

   “เอาไว้กูเบื่อมึงก่อน แล้วกูจะคิดเรื่องพาคนอื่นไปเปิดห้องดู”           พระอาทิตย์พูดเสียงเรียบ

   “เลว” เชนว่าออกมาอย่างอดไม่ได้

   “อย่าปากดี” พระอาทิตย์พูดจบ อาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟวางอยู่ตรงหน้าของทั้งคู่ ทั้งสองลงมือทานข้าวกันเงียบๆ

   “กินเข้าไปเยอะๆ ผอมแห้งจนมีแต่กระดูก” พระอาทิตย์พูดออกมา เขานั่งมองเชนทานข้าวได้สักพักแล้วเหมือนกัน

   “แล้วมึงจะมายุ่งอะไรกับร่างกายกู”

   “ก็เวลากูเอามึง กูก็กลัวว่ามันจะหักเอาน่ะสิ”

   “ในหัวมึงมีแต่เรื่องใต้สะดือสินะ ต่ำจริงๆ” เชนว่าออกมาอีก

   “กูก็คิดแต่เรื่องต่ำๆ กับมึงแค่คนเดียวนั่นแหละ”

  “มึงรู้อะไรไหมพระอาทิตย์ คนแบบมึงเนี่ยกูโคตรรังเกียจ” เชนพูดขึ้นและมองเหยียดไปที่คนตัวโตที่นั่งฝั่งตรงข้ามเขา

   “ทำไม อยู่ใกล้กูแล้วมันจะตายรึไงห๊ะ!!!” พระอาทิตย์พูดขึ้นพร้อมกับจับแขนเชน

   “เออนะสิ ถ้าอยู่ใกล้มึงแล้วทำให้กูตาย กูคงไม่ต้องมานั่งทนเจอกับคนเลวๆ แบบมึงหรอกพระอาทิตย์”

  “ปากดีกับกูเข้าไปจะกินไหมข้าวน่ะ กูเสียเวลาพล่ามกับมึงมามากพอละ” พระอาทิตย์พูดพร้อมตักอาหารเข้าปาก เขาไม่อยากจะอารมณ์เสียกับเชนไปมากกว่านี้

   เคร้ง!!! เชนวางช้อนลงบนจานอย่างแรง

   “กูอิ่มแล้ว” เชนพูดขึ้นเสียงเหวี่ยงๆ

   “กินเข้าไปอีก” พระอาทิตย์สั่งเสียงเรียบ

   “กูอิ่ม” 

   “กูบอกให้กินเข้าไป เชน” พระอาทิตย์พูดย้ำเสียงดุ

   “อย่ามาบังคับอะไรกูอีก”

   “มึงก็อย่ามาทำตัวไร้สาระ กินเข้าไป”

   “ไม่!!! กูอิ่ม”

   “ตามใจ”           

   “รบกวนเอาพุดดิ้งพวกนี้ใส่กล่องให้ด้วยนะครับ” เชนหันไปสั่งบริกรที่ยืนคอยให้บริการอยู่ไม่ไกล

   “ไหนบอกว่าอิ่ม” พระอาทิตย์ถามขึ้นและมองเชนอย่างจับผิด

   “ก็กูอยากกิน” เชนพูดเสียงเบาออกมา

   “หึ แจ็คไปจัดการสั่งเผื่ออีกสองชุด” พระอาทิตย์หันไปสั่งแจ็ค

   “เอาไปทำไมเยอะแยะ” เชนขมวดคิ้วถามขึ้น

   “จะเอาไปฝากหลานมึงไม่ใช่รึไง” พระอาทิตย์พูดขึ้นอย่างรู้ทัน

   “…อืม” เชนหันไปทางอื่นและตอบรับเบาๆ ในลำคอ

   เขาไม่รู้เลยว่าผู้ชายปากร้ายคนนี้คิดจะทำอะไรกันแน่ แต่เพราะเรื่องแค่นี้ก็ทำให้เชนใจสั่นแปลกๆ ได้เหมือนกัน…

   เมื่อทานอาหารเรียบร้อยพระอาทิตย์ให้แจ็คขับรถมาส่งเชนที่หน้าบ้านโดยมีเขาและเชนนั่งมาด้วยในรถ

   “มานี่ มาใกล้ๆ กู” พระอาทิตย์สั่งให้เชนขยับเข้าใกล้ทั้งที่พวกเขานั่งอยู่ภายในเบาะหลังที่ไม่ห่างกันเลยสักนิด

   “วันนี้กูปล่อยให้มึงกลับบ้านเพราะไม่มีใครดูแลหลานมึง”            พระอาทิตย์รั้งตัวเชนให้เข้ามาในอ้อมกอด

   “กูต้องขอบใจมึงงั้นสิ” เชนเชิดหน้าพูดขึ้น

   “รู้ตัวก็ดี” พระอาทิตย์พูดเสียงเรียบ สายตาคมมองกรอบหน้าสวยของเชนนิ่งๆ

   “จูบได้ไหม” พระอาทิตย์พูดพึมพำ

   “อะไรนะ อุ๊บส์…” ปากหนาประกบจูบริมฝีปากสีสดไม่รุนแรงแต่หนักหน่วงตามอย่างกระหาย

   “อื้อ อึก อ่อย (ปล่อย)” มือบางตีเข้าที่ต้นแขนหนารัวๆ เชนพยายามเบี่ยงหน้าหนีริมฝีปากร้อนของคนตรงหน้า

   “ฮึ่ม…” เสียงฮึมฮัมครางห้ามให้เชนหยุดขัดขืน มือหนากระชับขยุ้มผมบริเวณท้ายทอยของเชนเบาๆ

   “อื้อ อืม…” เสียงครางฮือเล็ดลอดออกมาจากลำคอของเชนแผ่วเบา พระอาทิตย์ค่อยๆ ถอนปากออกช้าๆ

   “แฮ่กๆ ทำบ้าอะไร”

   “กูขอมึงแล้วนะ” พระอาทิตย์พูดพร้อมใช้ลิ้นหนาลิ้มเลียหยดน้ำใสๆ ที่ไหลออกจากมุมปากของเชนช้าๆ

   “แต่กูยังไม่ได้อนุญาต” เชนพูดจบก็ค่อยๆ หันหน้าหนีให้ห่างจากใบหน้าหล่อคมของพระอาทิตย์

   “หุบปากสักนาทีเถอะ” พระอาทิตย์สั่งออกมาพร้อมจ้องใบหน้าสวยราวกับผู้หญิงของเชนไม่วางตา

   “เรื่องของกู” เชนเถียงขึ้น มือบางผลักอกแกร่งให้ออกห่าง

   “อย่านอนดึก ห้ามแอบหนีกูเที่ยวล่ะ อย่าให้กูรู้นะว่ามึงแอบหนีออกไปอ่อยใคร” พระอาทิตย์พูดพร้อมหยิบบุหรี่ขึ้นจุดสูบ มือหนาลดกระจกรถลงเล็กน้อยเพื่อให้ได้ระบายอากาศ 

   “มึงเห็นกูเป็นคนยังไงห๊ะ!!! ถึงชอบดูถูกกูนัก” เชนนึกโมโห

   “ก็เห็นว่ามึงเป็นพวกชอบอ่อยผู้ชายไปวันๆ น่ะสิ ถ้าไม่อยากให้กูดูถูก มึงก็ควรทำตามที่กูสั่งว่าห้ามออกไปไหนโดยที่ไม่บอกกู” พระอาทิตย์ขู่เสียงเฉียบ

   “เลว!!! ออกไป…กูจะลง” เชนผลักไหล่พระอาทิตย์แรงๆ จนตัวเซไปชนประตูรถ มือหนาคว้าข้อมือเล็กแล้วรั้งเข้าไปปะทะอกแกร่ง

   ฟอด!!! คนตัวโตก้มลงหอมแก้มใสดังฟอดใหญ่ 

   “ก็ลงไปสิ” พระอาทิตย์พูดขึ้นและยกยิ้มมุมปาก เชนรีบลงจากรถไปอย่างรวดเร็วด้วยท่าทางฟึดฟัดเต็มที่ พระอาทิตย์ได้แต่มองตามหลังร่างบางไปเงียบๆ เท่านั้น

   “กูควรทำยังไงกับมึงดีเชน” เสียงกระซิบที่ดูเหมือนกำลัตั้งคำถามให้ตัวเอง แล้วคำตอบแบบไหนล่ะที่เขาจะพอใจ…


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว