ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 14

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,ปราบผี,วาย,อาจารย์ปีศาจ,ร้านสารพัดนึก,แฟนตาซี,Y,yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.3k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2561 19:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
14
แบบอักษร

2018-02-09

"มีกลิ่นไอปีศาจบางเบา ท่านพยุงเขาไว้ให้มั่นนะ" หลิงหลงปีนขึ้นเตียง ขาสั้นๆ ฮึบๆ น่าเอ็นดูจนมายืนด้านหลังองค์ชายจงซิน เด็กน้อยล้วงอกเสื้อหยิบยันต์มาสามแผ่นแปะเข้าที่ศีรษะและแผ่นหลังแล้วแผ่กำลังภายในเข้าใส่จนแผ่นยันต์เรืองรอง ร่างกายขององค์ชายจงซินกระตุกแอ่นไปข้างหน้าจนองค์ชายตั๋วลู่ต้องเกร็งแขนจับไว้ให้มั่น หลิงหลงแผ่กำลังภายในเพิ่มเข้าไปอีกองค์ชายจงซินคอพับหลับตาพูดด้วยเสียงแหลมเล็กของสตรีวัยกลางคน

"เหอๆ ๆ เจ้าไล่ข้าไม่ได้หรอกเด็กน้อย"

หลิงหลงดึงพลังกลับกระแทกตัวนั่งลงกับพื้น ใบหน้าน่ารักมีเหงื่อซึม

"เป็นอะไรหรือไม่" องค์ชายตั๋วลู่ถามมาด้วยความเป็นห่วง

"ข้าไม่เป็นไร เพียงแต่หิวข้าวเท่านั้น ท่านวางองค์ชายจงซินลงเถอะ" หลิงหลงโบกมือเปิดประตูมิติออกหยิบหมึกกับพู่กันออกมา

"ท่านจงถอดเสื้อเขาออก" หลิงหลงสั่งองค์ชายตั๋วลู่ที่ทำตามโดยง่าย องค์ชายจงซินถูกลอกคราบเหลือเพียงกางเกงชั้นในนอนหงายอยู่บนเตียง

หลิงหลงเขียนยันต์บนร่างองค์ชายจงซินเริ่มจากใบหน้าไล่ลงมาที่หน้าอกและแขนทั้งสองข้าง

"ท่านพลิกให้เขานอนคว่ำ ข้าจะเขียนยันต์ที่ด้านหลังด้วย" หลิงหลงสั่ง องค์ชายตั๋วลู่พลิกร่างของน้องชายให้เด็กน้อยเขียนยันต์จนทั่ว วิลเบอร์เกาะข้างเตียงสูดจมูกไม่หยุดจนหลิงหลงวางพู่กัน

"ข้าสะกดปีศาจไว้ชั่วคราว รอจนพี่ชายข้ามาถึงเราจะเริ่มกำจัดปีศาจกัน"

หลิงหลงพยายามปีนลงจากเตียงแต่ขาสั้นๆทำได้ลำบาก ฮ่องเต้ทนมองไม่ไหวจึงมาอุ้มเด็กน้อยลง

"ขอบคุณ อุ๊ย ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ" หลิงหลงเผลอรีบยกมือปิดปาก

"ไม่เป็นไร ข้าสังเกตเห็นว่าเจ้าคงไม่ถนัดพูดแบบทางการเจ้าก็พูดกับข้าแบบธรรมดาเถอะ" ฮ่องเต้ยังอุ้มเด็กน้อยไม่ยอมวาง

"เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันเป็นปีศาจอะไรแล้วเข้าสิงบุตรชายข้าได้อย่างไร" พระสนมหลิวถาม นางเดินมาห่มผ้าให้บุตรชายส่วนองค์ชายตั๋วลู่เลี่ยงออกมา

"นางเป็นปีศาจต้นไม้ ปกติอาศัยอยู่ในป่าลึกถ้ามีบุรุษหลงผ่านไปมักจะถูกนางเข้าสิงกักวิญญาณไว้เป็นทาสจนกว่านางจะเบื่อ ข้าจะตามความฝันขององค์ชายเข้าไปจับปีศาจออกมาแต่ต้องมีคนคอยดูแลร่างของข้าด้านนอกจึงต้องรอให้พี่ชายข้ามาถึงก่อน" เสียงเล็กๆ จีบปากจีบคอเล่าจึงถูกฮ่องเต้หอมแก้มไปฟอดใหญ่

"อาจจะเป็นเมื่อตอนที่จงซินเข้าป่าไปล่าสัตว์ก็ได้นะขอรับ" องค์ชายตั๋วลู่ออกความเห็น เขายื่นมืออกมารับหลิงหลงแต่บิดาเบี่ยงตัวหนี เสียงท้องเด็กน้อยร้องโครกดังลั่น

"ให้ข้าพาหลิงหลงไปรับประทานอาหารที่ตำหนักข้าก่อนดีกว่า ระหว่างรอให้พี่ชายของหลิงหลงมาถึงท่านพ่อกับท่านน้าก็ไปพักผ่อนกันก่อน" องค์ชายตั๋วลู่เสนอ

"ก็ดีเหมือนกันแต่ข้าจะพาหลิงหลงไปพักที่ตำหนักสนมหลิวเองเจ้าก็ไปพักเถอะ" ฮ่องเต้ซีจิ่นตัดบทโมเมอุ้มหลิงหลงออกไป พระสนมหลิวยิ้มเป็นเชิงขออภัยให้องค์ชายตั๋วลู่แล้วรีบตามไปมีวิลเบอร์วิ่งหางชี้ตามไป

"ข้าไม่ยอมแพ้หรอกนะท่านพ่อ" องค์ชายตั๋วลู่บ่น คนตระกูลเขาชอบเด็กน่ารักกันทุกคน ดีที่องค์หญิงสองออกเรือนไปแล้วมิเช่นนั้นคงเปิดศึกแย่งหลิงหลงกับบิดาเป็นแน่ เขาจึงเปลี่ยนใจไปรับประทานอาหารกลางวันกับมารดาแทน จะได้แจ้งข่าวเรื่องจงซินด้วย

หลิงหลงที่รับประทานอาหารจนเต็มคราบนั่งตาปรือ ท้องน้อยๆบรรจุด้วยอาหารรสเลิศที่พระสนมหลิวสั่งห้องเครื่องด้วยตนเอง วิลเบอร์เองก็ได้รับประทานจนเต็มที่เช่นกัน

"ง่วงแล้วสินะ ให้นางกำนัลพาหลิงหลงไปนอนเถิดเพคะ หม่อมฉันจะนวดผ่อนคลายให้พระองค์เอง" สนมหลิวเอ่ยขึ้น

"ดีเหมือนกัน พอรู้ว่าลูกจะหายก็สบายใจขึ้นมากทีเดียว พวกเจ้าจงดูคุณชายน้อยให้ดี" ฮ่องเต้ซีจิ่นสั่ง พระองค์กับพระสนมหลิวผลัดกันจูบแก้มยุ้ยๆ อย่างเอ็นดูก่อนจะส่งเด็กน้อยให้นางกำนัล

พวกนางกำนัลดีใจกันใหญ่ที่มีเด็กเล็กๆ ในตำหนัก แย่งกันอุ้มหลิงหลงที่ง่วงจัดจนยอมให้อุ้มไปพาไปตำหนักเล็กที่เคยเป็นขององค์ชายจงซินมาก่อน

พวกนางวางหลิงหลงที่หลับไปแล้วลงบนเตียง เช็ดตัวผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนแล้วห่มผ้าให้ เจ้าสุกรวิลเบอร์ก็ได้ตะกร้าสานใบใหญ่ปูผ้านุ่มๆ นอนอยู่ข้างเตียงเช่นกัน

"เราจะทิ้งคุณชายน้อยไว้แบบนี้หรือ" พวกนางปรึกษากัน

"ข้าอยู่เป็นเพื่อนเอง เจ้านำน้ำไปเท ข้าจะไปหยิบงานฝีมือมานั่งทำระหว่างรอคุณชายตื่น"

นางกำนัลคนอื่นเห็นด้วย ต่างแยกย้ายไปทำงาน

พอพวกนางจากไปก็มีเงาร่างสายหนึ่งโผล่ขึ้นมา

"ที่บ้านเลี้ยงมาอย่างไรกันนะจึงน่ารักขนาดนี้" องค์ชายตั๋วลู่หอมแก้มยุ้ยนั้นแล้วช้อนตัวหลิงหลงขึ้นสู่อ้อมแขน วิลเบอร์ร้องอู๊ดๆ จ้องหน้าองค์ชายจนเขาพูดกับมัน

"ข้าเพียงแต่จะพาหลิงหลงไปนอนที่ตำหนักข้าเท่านั้น เจ้าก็มาด้วยสิ"

องค์ชายตั๋วลู่ก้าวเท้าออกจากห้องอย่างปลอดโปร่งสวนกับนางกำนัลที่ถือตะกร้างานฝีมือ

"เจ้าบอกท่านพ่อกับท่านน้าว่าข้าจะพาหลิงหลงไปดูแลเอง"

"เพคะองค์ชาย" นางกำนัลได้แต่รับคำ ในใจนึกเสียใจที่อดเล่นกับเด็กน้อยแต่ก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะทำอะไรได้

องค์ชายตั๋วลู่อุ้มหลิงหลงมายังห้องบรรทมส่วนพระองค์ พระองค์ยังไม่มีสนมหรือชายาด้วยที่ผ่านมายังไม่ถูกใจใคร คนดูแลตำหนักคือปินกงกง ขันทีผู้ใหญ่ที่ดูแลเขามาตั้งแต่เล็ก

"องค์ชายนำเด็กมาจากไหนหรือพ่ะย่ะค่ะ" ปินกงกงที่ทราบเสมอเมื่อองค์ชายก้าวเท้าเข้าตำหนักเดินเข้ามาปรนนิบัติ

"เขามาช่วยรักษาอาการป่วยของจงซิน ข้าจึงนำมาพักด้วย"

"อาการป่วยขององค์ชายจงซินเป็นอย่างไรหรือพ่ะย่ะค่ะ" ปินกงกงเห็นองค์ชายจงซินมาแต่เล็กถึงไม่ใช่เจ้านายโดยตรงก็อดเป็นห่วงไม่ได้

"ตอนนี้อาการทรงตัวแล้ว ตอนเย็นจะเริ่มทำการรักษาอีกครั้ง" องค์ชายตั๋วลู่ถอนหายใจ หวังว่าเด็กน้อยจะรักษาน้องชายของเขาได้ดังว่า

"เมื่อใกล้เวลาข้าจะเข้ามาอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายมีประสงค์สิ่งใดเพิ่มเติมหรือไม่"

"เตรียมเสื้อผ้ากับอาหารไว้ให้หลิงหลงแล้วกัน ข้าไม่เห็นเขามีสัมภาระมาด้วย แล้วก็ตะกร้าให้เจ้าสุกรนี่ด้วย"

"อู๊ด" วิลเบอร์ร้องสนับสนุนเรียกรอยยิ้มจากกงกงชราได้ เขาจัดการที่นอนให้วิลเบอร์แล้วถอยออกจากห้องไป เจ้าสุกรวิ่งไปนอนในตะกร้าของมันอย่างรู้ความ

องค์ชายตั๋วลู่มองเด็กน้อยบนเตียงแล้วที่คิดว่าจะทำงานต่อก็เปลี่ยนใจไปนอนข้างเด็กตัวกลมเสียอย่างนั้น

"นิสัยชอบเลี้ยงเด็กของข้านี่แก้ไม่หายจริงๆ " พระองค์บ่นกับตัวเองดึงร่างกลมๆ หอมๆ มาสู่อ้อมกอดแล้วหลับไป

ฮองเฮาหลี่ซวงอี๋เสด็จมาถึงตำหนักบุตรชาย นางมีใบหน้าคมคายแม้ไม่ถึงขั้นงามล่มเมืองแต่โหงวเฮ้งดีเยี่ยม นางเป็นบุตรีแม่ทัพใหญ่ผู้ค้ำจุนราชบัลลังก์จึงจำต้องแต่งกับฮ่องเต้อย่างเสียไม่ได้ นางทราบดีว่าฮ่องเต้มิได้รักนางแต่ก็เกรงใจและให้เกียรตินางเป็นอย่างดี สนมหลิวถึงกับไม่ยอมทรงครรภ์เปิดโอกาสให้นางให้กำเนิดรัชทายาทก่อน คนอ่อนให้นางขนาดนี้นางจึงคร้านที่จะหาเรื่องผู้อื่นให้มากความ วังหลังจึงสงบสุข

"ถวายพระพรฮองเฮา" ปินกงกงรีบเข้ามาต้อนรับ

"ตั๋วลู่ทำสิ่งใดอยู่หรือ"

"อยู่ในห้องบรรทมกับคุณชายน้อยพ่ะย่ะค่ะ"

"เด็กที่มารักษาจงซินอย่างนั้นหรือ เห็นว่าหน้าตาน่ารักมากใข่หรือไม่"

"เป็นดังข่าวลือพ่ะย่ะค่ะ เชิญฮองเฮาประทับก่อนข้าจะไปเรียนองค์ชาย"

"ไม่ต้อง ข้าจะเข้าไปปลุกเขาเอง" ฮองเฮาโบกมือ นางเคยเป็นทหารมาก่อนจึงไม่เข้มงวดเรื่องปลีกย่อยเท่าใด ฝีมือในการต่อสู้ของนางสูงเยี่ยมยิ่ง มันสมองยิ่งเป็นเลิศถือเป็นเสาค้ำจุนราชวงศ์อันแข็งแกร่ง บิดาของนางได้อวยยศเป็นอ๋องมีกำลังทหารถึงสองแสนนายอยู่ที่ชายแดนด้านตะวันตก ผู้ใดยังกล้ามีเรื่องกับตระกูลหลี่

"ฮึๆ หลับสบายกันเลยนะ" ฮองเฮายิ้มเอ็นดูเห็นบุตรชายนอนกอดร่างเล็กกลมๆ ที่พาดขาคล่อมบุตรชายของพระนางไว้ วิลเบอร์รู้สึกตัวถึงผู้มาใหม่มันวิ่งมาขวางหน้าพระนางกับแท่นบรรทมทันที

"แสนรู้ยิ่งนัก ข้าเป็นมารดาของชายผู้นี้ไม่ทำอันตรายพวกเขาหรอก" ฮองเฮาหัวเราะให้วิลเบอร์

"อึดอัด" หลิงหลงที่นอนอิ่มแล้วดิ้นยุกยิก รู้สึกคล้ายมีสิ่งใดหนักๆ ทับร่างกาย เด็กน้อยปรือตาขึ้นเห็นสตรีสูงศักดิ์ยืนอยู่ข้างเตียงก็ตาสว่าง

"ไม่ต้องตกใจหรอกข้าเป็นมารดาขององค์ชายตั๋วลู่" นางยิ้มให้

"ถวายพระพรฮองเฮา" หลิงหลงคำนับ

"ท่านแม่" องค์ชายตั๋วลู่ตื่นมาก็คว้าหลินหลงมากอดฟัดจนหน้าน้อยๆ นั้นบึ้งตึง

"ตั๋วลู่ ปล่อยน้องมาหาแม่ก่อน" ฮองเฮาปราม ดึงหลิงหลงมาเชยคางดูแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความถูกใจ

"น่ารักจริงๆ " ฮองเฮากอดหมับฟัดเด็กน้อยจนแก้มแดง

"คืนนี้ให้น้องไปนอนกับแม่ ตอนนี้พาน้องไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้วจะได้มารับประทานอาหาร"

องค์ชายตั๋วลู่รับคำมารดาอุ้มหลิงหลงพาดบ่าเดินเข้าห้องอาบน้ำด้านข้าง เขาจับหลิงหลงถอดเสื้อผ้าท่ามกลางเสียงโวยวายของเด็กน้อย สุดท้าย หนึ่งผู้ใหญ่หนึ่งเด็ก หนึ่งสุกรก็ได้แช่น้ำร้อนด้วยกันในสระกว้าง จนเมื่อขึ้นจากน้ำหลิงหลงก็โวยวายอีกครั้งที่ถูกนางกำนัลจับไปเช็ดตัวนวดน้ำมันหอม

ปินกงกงเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้หลิงหลงเป็นชุดในสมัยเด็กขององค์ชายตั๋วลู่นั่นเอง เมื่อเกล้าผมแล้วก็ดูราวกับคุณชายน้อยๆ ทีเดียว หลิงหลงค่อนข้างจะพอใจที่ไม่ต้องใส่ชุดหวานแหววของหลิ่วอิน

"หืม ใส่ชุดแบบนี้ดูดีก็จริงแต่มีตรงไหนไม่ถูกต้องกันนะ" ฮองเฮามองหลิงหลงอย่างพิจารณา องค์ชายตั๋วลู่มองแล้วก็เห็นด้วยกับมารดา

สองแม่ลูกช่วยกันคิดจนฮองเฮาแกะผมที่เกล้าออกเกล้าเป็นซาลาเปาสองก้อนจึงยิ้มอย่างพอใจ

"ค่อยดีขึ้นหน่อย" พระนางฟัดแก้มยุ้ยอย่างหมั่นเขี้ยว

"เสื้อผ้านี่ด้วย ปินปินกงกงไปดูชุดเก่าของหลิงหลงนะข้าคิดว่าน่าจะอยู่ที่ตำหนักท่านน้า จงไปตัดชุดใหม่ให้เขาเลือกแบบที่ใกล้เคียงมาสักสิบ... ไม่สิยี่สิบชุดแล้วก็ดูชุดนอนของใช้ส่วนตัวมาให้ครบนะ"

"พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย" ปินกงกงรับคำสั่งเลี่ยงไปจัดการโดยเร็ว

"ท่านไม่ต้องตัดเสื้อผ้าให้ข้าหรอก พี่ชายใส่กระเป๋ามาให้ตั้งเยอะ" หลิงหลงเปิดมิติหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าออกมาวาง ฮองเฮาหลี่เปิดดูเห็นเสื้อผ้าน่ารักตัดด้วยฝีมือปราณีตก็ถูกใจ

"เปลี่ยนให้น้องใส่ชุดนี้ดีกว่าตั๋วลู่ พี่ชายเจ้าเข้าใจเลือกชุดจริง"

"ชุดพวกนี้เป็นอาจารย์ของข้าตัดให้พ่ะย่ะค่ะ" หลิงหลงปฏิเสธ ปากน้อยๆเบะออกที่ในที่สุดก็หนีชุดหวานแหววของอาจารย์ไม่พ้น

ผ่านมื้ออาหารไปได้ คนขององค์ชายตั๋วลู่ก็ส่งข่าวมาว่าอี้เทาเดินทางมาถึงแล้ว องค์ชายจัดให้ชายหนุ่มเข้าพักในตึกเล็กในตำหนักของพระองค์ พักรับประทานอาหารนิดหน่อยแล้วก็ยกขบวนไปตำหนักองค์ชายจงซินกัน

พอถึงด้านหน้าตำหนัก หลิงหลงเห็นใบหน้าคุ้นเคยใบหน้าหนึ่งก็สะบัดตัวออกจากอ้อมแขนองค์ชายตั๋วลู่กระโดดถีบหน้าคนผู้นั้นทันทีท่ามกลางเสียงอุทานของทุกคน

อี้เทาที่รู้จักคนผู้นี้ดีเช่นกันเข้าไปยืนค้ำศีรษะมองโดยไม่มีท่าทีจะช่วยเหลือคนที่นอนอยู่กับพื้น แถมวิลเบอร์ยังใช้กีบเท้าของมันประทับแก้มคนผู้นี้ บนใบหน้าของเขาจึงมีทั้งรอยเท้าเด็กและกีบเท้าหมู

"หลิงหลงเจ้าทำร้ายข้าทำไม" คนบ่นยันกายลุกขึ้นนั่งสะบัดศีรษะไล่ความมึนงง

องค์ชายตั๋วลู่รีบอุ้มหลิงหลงออกห่างจากเจิ้งจื่อยี่ มือลูบคลำร่างในอ้อมแขนหารอยบาดเจ็บ

"เจ็บตรงไหนหรือไม่ ถ้าไม่ถูกใจทหารองครักษ์ก็บอกข้าจะสั่งลงโทษเขาเอง อย่าทำแบบนี้จะบาดเจ็บเอาได้เข้าใจหรือไม่"

เจิ้งจื่อยี่ได้ฟังแล้วก็สะดุ้ง เขาสังหรณ์ใจตั้งแต่ได้ยินว่ามีเด็กมารักษาอาการป่วยขององค์ชายจงซิน ไม่คิดว่าจะเป็นหลินหลงจริงๆ

"เช่นนั้นขอให้ท่านสั่งพักงานเขาสักสามเดือนเถิดท่านพ่อกับท่านปู่ไม่เจอหน้าเขามาสามปีแล้ว"

"พวกเจ้ารู้จักกันมาก่อนรึ" องค์ชายตั๋วลู่เลิกคิ้ว

"บิดาของข้ารับอี้เทากับหลิงหลงเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่หลายปีก่อนแล้วพ่ะย่ะค่ะ" เจิ้งจื่อยี่บอกเหตุผลที่มักจะใช้บอกคนภายนอกออกไป

"แล้วเจ้าไม่รู้หรือว่าน้องของเจ้าสามารถรักษาจงซินได้" องค์ชายตั๋วลู่กล่าวเสียงเข้มทำเอาจื่อยี่รีบคุกเข่าขออภัย

"ข้าไม่ได้กลับบ้านหลายปีไม่ทราบว่าน้องชายมีความสามารถถึงเพียงนี้พ่ะย่ะค่ะ"

"หึ" องค์ชายตั๋วลู่แค่นเสียงอุ้มหลิงหลงเข้าห้องตามมารดาไปตามด้วยคนที่เหลือทิ้งให้จื้อยี่ยืนหน้าซีดอยู่ภายนอก

"ทำใจดีๆ ไว้เถอะ น้องเจ้าท่าทางมีความสามารถไม่น้อย องค์ชายคงไม่สร้างความลำบากให้เจ้า" จุ้นฮุยหนึ่งในสี่องครักษ์ขององค์ชายจงซินปลอบแต่ไม่ช่วยอะไร หลิงหลงชอบกลั่นแกล้งเขาจะตายไป ได้ฮองเฮากับองค์รัชทายาทหนุนหลังยังจะต้องกลัวผู้ใดอีก เมื่อเช้าตอนที่หลินหลงมาถึงเจิ้งจื่อยี่ออกเวรไปแล้วจึงไม่ได้พบกัน คนได้แต่ถอนใจเข้ายืนประจำที่

"เจ้าบอกว่าองค์ชายจงซินถูกปีศาจต้นไม้เข้าสิงอย่างนั้นใช่ไหม"อี้เทาถามซ้ำ

"ใช่ มันแฝงอยู่ในร่างองค์ชายจับดวงจิตเขาไว้ ข้าไม่อาจฝืนดึงมันออกมาเพราะเกรงว่าองค์ชายจะเป็นอันตราย มีแต่ต้องเข้าไปกำจัดมันจากด้านในเท่านั้น" หลิงหลงยืนยัน

"เจ้าจะถอดวิญญาณอย่างนั้นหรือ" อี้เทาขมวดคิ้ว นี่เป็นวิธีที่ถูกต้องแต่เขาไม่อยากให้น้องต้องเสี่ยง

"ถูกต้อง พี่คอยดูแลร่างข้าไว้ก็พอ"

"ไม่ได้ ข้าถอดวิญญาณเอง เจ้าอยู่ด้านนอกคอยดูร่างและเชื่อมวิญญาณข้าและดูแลองค์ชาย"

"ไม่ได้ ปีศาจต้นไม้ชอบชายหนุ่ม นางอาจจะจับพี่ไปด้วยอีกคน เราไม่อาจเสียเวลาได้อีกแล้วลงมือเถอะ" หลิงหลงตัดบท

อี้เทาถอนหายใจ เขาออกไปเรียกเจิ้งจื่อยี่เข้ามาส่งไหเคลือบให้ใบหนึ่ง

"นำผงในไหไปโรยให้รอบตำหนัก อย่าได้เว้นช่องว่าง ส่งผู้คนออกไปให้หมดอย่าได้ออกมาเพ่นพ่านวุ่นวาย"

เจิ้งจื่อยี่ที่พอเข้าใจวิธีปราบปีศาจอยู่บ้างรับมาโดยไม่โต้แย้ง

"เชิญพวกท่านออกไปรอด้านนอกเถิด" หลิงหลงบอกเชื้อพระวงศ์

"พวกข้าขออยู่ชมได้หรือไม่ รับรองว่าจะไม่รบกวน" ฮ่องเต้ต่อรอง

"ก็ได้ เชิญประทับด้านนี้แล้วห้ามออกจากวงเวทย์เด็ดขาด"

ฮ่องเต้ ฮองเฮาและพระสนมหลิวมานั่งประทับรอที่โต๊ะมุมหนึ่งของห้อง หลินหลงวาดวงเวทย์ในอากาศอย่างรวดเร็วเกิดโดมโปร่งใสครอบคนทั้งสามอยู่ภายใน

"แล้วท่านทำไมยังอยู่อีก" หลิงหลงทำเสียงเข้มกับคนที่ชอบรับประทานเต้าหู้เขา

"ข้าอาจจะช่วยได้ให้ข้าอยู่เถิดนะ" องค์ชายตั๋วลู่ขอร้อง หลิงหลงทำปากยื่นก่อนจะล้วงไปในประติมิติโยนดาบที่ดัดแปลงมาจากอาวุธของพรายทะเลให้เล่มหนึ่ง

"เอาไว้ป้องกันตัว วิลเบอร์ถ้ามันออกมากำจัดเลยนะ"

"อู๊ด" เจ้าสุกรรับคำ

หลิงหลงวาดวงเวทย์ในอากาศครอบร่างพวกเขาทั้งสี่คนไว้อี้เทาประคององค์ชายจงซินไว้ในอ้อมกอดให้หัวใจแนบหัวใจ เพื่อถ่ายเทพลังและปกป้ององค์ชายจงซินเมื่อแสงสีฟ้าจางไปหลิงหลงก็ยืนนิ่งอยู่หน้าเตียง

"รบกวนองค์ชายอุ้มหลิงหลงมาวางข้างองค์ชายจงซิน จากนี้พวกเราก็ได้แต่รอแล้ว" อี้เทาสั่ง เขาหลับตาลงเมื่อเห็นน้องน้อยนอนอยู่ในอ้อมแขนองค์ชายตั๋วลู่ การปราบปีศาจได้เริ่มขึ้นแล้ว

ความคิดเห็น