ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 13

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,ปราบผี,วาย,อาจารย์ปีศาจ,ร้านสารพัดนึก,แฟนตาซี,Y,yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.2k

ความคิดเห็น : 85

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2561 19:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
13
แบบอักษร

Image result for ลูกหมู

2018-02-08

หลิงหลงเก็บของที่จำเป็นอย่างเร่งด่วน มีอี้เทาช่วยเก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวให้ หลิ่วอินทำตัวให้เป็นประโยชน์ด้วยการสันนิษฐานอาการขององค์ชาย

"ก็เป็นไปได้ว่าจะถูกปีศาจนิทราจับดวงวิญญาณไว้ วิธีกำจัดข้าก็สอนให้แล้ว ไม่ยากหรอก" หลิ่วอินนั่งมองหลิงหลงและชี้นิ้วกำกับให้อี้เทาเก็บเสื้อผ้าชุดงามๆไปด้วย

"อี้เทา เจ้าหยิบเครื่องประดับไปด้วยสิ ในวังทุกคนล้วนใส่เครื่องประดับแข่งขันประชันกัน ข้าไม่อยากให้เจ้าน้อยหน้าผู้อื่น"

"อาจารย์ ข้าจะไปรักษาคน ไม่เห็นต้องเอาเสื้อผ้าเครื่องประดับเหล่านี้ไปสักหน่อย" หลิงหลงขัดจึงโดนหลิ่วอินฟัดแก้มจนแก้มแดงก่ำ

"ไม่รู้จักใช้ความงามให้เป็นประโยชน์เสียเลย เจ้าเด็กคนนี้นี่"

"แล้วอาจารย์ไม่ไปกับพวกเราหรือขอรับ" อี้เทาถาม

"นั่นสิอาจารย์ ถือโอกาสไปเที่ยวเมืองหลวงกัน" หลินหลงสนับสนุน

"ตอนนี้ข้ายังไม่สามารถออกจากบ้านหลังนี้ได้ รออีกสักหน่อยก็แล้วกัน" หลิ่วอินยิ้ม เขารักเด็กทั้งคู่มากจึงไม่อยากเล่าบางเรื่องให้ทั้งคู่พลอยกังวลไปกับเขาด้วย

"เอาล่ะ ทบทวนแผนที่เรียบร้อยแล้วนะหลินหลง" อี้เทาโยนทุกอย่างใส่ประตูมิติ

"อื้ม งั้นข้าไปล่ะนะ เจอกันพรุ่งนี้นะพี่ ข้าไปก่อนนะอาจารย์" หลิงหลงโบกมือให้แล้วโดดขึ้นหลังวิลเบอร์ที่ขยายร่างใหญ่ถึงสิบเชียะ บนหลังมีเปลผูกไว้พร้อมหมอนนุ่มนิ่มหลายใบซึ่งหลิงหลงดัดแปลงจากกูบช้างที่เคยเห็นเมื่อชาติก่อน เมื่อเด็กน้อยจัดท่าทางเสร็จวิลเบอร์ก็เหาะมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงทันที

เมืองหลวงของแคว้นเล่ยห่างจากเมืองเหลียงหยุนกังที่พวกหลิงหลงอาศัยอยู่ชั่วระยะเดินทางเจ็ดวัน ที่หูชิงหนิวบอกว่าใช้เวลาสองวันหนึ่งคืนนั้นหมายถึงเดินทางทั้งวันทั้งคืนโดยแวะเปลี่ยนม้าไม่หยุดพัก ขนาดหลิงหลงให้วิลเบอร์เหาะมาก็ยังใช้เวลาถึงหนึ่งวันหนึ่งคืน

"ร้อนชมัด กลับไปต้องทำหลังคาเสียแล้ว ไม่คิดว่าจะต้องเดินทางไกลขนาดนี้" หลิงหลงบ่น เมื่อถึงยามบ่ายแสงแดดส่องเข้าหน้าเต็มๆ

"เราพักกันก่อนเถอะวิลเบอร์ ถ้าเจอลำธารเหมาะๆแวะเลยนะ"

"อู๊ด" วิลเบอร์รับคำ เจ้าสุกรเร่งความเร็วขึ้นอีกมองไปเห็นเส้นสีเงินสะท้อนประกายอยู่ไกลๆ แสดงว่าเป็นลำธาร มันจึงเบี่ยงออกนอกเส้นทางเล็กน้อย บินเหนือลำธารจนเห็นลานหินกว้างดูสะอาดสะอ้านจึงลดความเร็วลงจอดอย่างนุ่มนวล

"ให้ข้าถอดเสลี่ยงออกก่อน เจ้าจะได้พัก"

"อู๊ด" วิลเบอร์แกว่งหาง พอหลิงหลงถอดเสลี่ยงออกให้มันก็ลดขนาดร่างกายลงวิ่งไปแช่น้ำทันที

หลิงหลงนำเสื่อและอาหารออกมาจากห้วงมิติแล้วตะโกนเรียกวิลเบอร์มารับประทานซาลาเปาที่อี้เทาเตรียมมาให้

"ข้าจะนอนพักสักหน่อยรอให้แดดอ่อนกว่านี้ค่อยออกเดินทาง วิลเบอร์จะนอนด้วยไหม"

เจ้าสุกรส่ายหน้า มันวิ่งไปนอนแช่น้ำใต้ร่มเงาไม้ หลิงหลงจึงวาดอาณาเขตกันสัตว์ร้ายแล้วหลับไป

กว่าที่เด็กน้อยจะตื่นขึ้นมาแสงแดดก็อ่อนแรงจนใกล้มืด เขามองหาวิลเบอร์ก็เห็นมันปักหัวอยู่ในย่าม

"วิลเบอร์"

เจ้าสุกรสะดุ้งเฮือก มันหันหน้ามาหาหลินหลง จมูกและปากของมันเต็มไปด้วยเศษอาหารส่งสายตาออดอ้อนมาให้

"เจ้าทำสิ่งใดผิดมา" หลิงหลงหรี่ตามอง

"อู๊ด" วิลเบอร์หูลู่หางตก หลิงหลงบิดขี้เกียจแล้วลุกมาดูจึงพบว่าเจ้าสุกรจัดการเสบียงจนเกลี้ยงรวมถึงส่วนของเขาด้วย

"วิลเบอร์ ข้าจะจับเจ้าย่างเป็นมื้อเย็นดีไหม"

"อู๊ด อู๊ด อู๊ด" วิลเบอร์ร้องอย่างตกใจ มันเอาตัวมาถูหลิงหลงอย่างออดอ้อนจนเด็กน้อยหัวเราะตบหัวมันเบาๆ

"ข้าล้อเล่นหรอกน่ะ ยังต้องอาศัยเจ้าบินไปเมืองหลวงนี่นา" หลิงหลงยิ้มเหี้ยมจนวิลเบอร์ตัวสั่น

"คิกคิก ไปล้างตัวไป ข้าจะจับปลามาปิ้ง รีบรับประทานจะได้เดินทางกัน"

กว่าทั้งคู่จะรับประทานเสร็จดับกองไฟพร้อมออกเดินทางความมืดก็เข้ามาเยือน

"เร่งสุดชีวิตเลยนะวิลเบอร์ เราเสียเวลามากแล้ว"

"อู๊ด" เจ้าสุกรรับคำ มันรับประทานปลาเผาไปหลายตัวจนพุงกาง ต้อนนี้พลังของมันเต็มร้อยจึงเร่งความเร็วเต็มที่ 

หลิงหลงนอนเปลโยกไปเยกมาสักพักก็เริ่มง่วง เด็กน้อยหาวหวอดหลับหูหลับตาดึงผ้าห่มออกมาจากช่องมิติม้วนกับร่างกายแล้วผล็อยหลับไป ทุกอย่างล้วนเป็นอี้เทาเตรียมไว้ให้จึงค่อนข้างจะพร้อมดี


หลิงหลงปรือตาขึ้นตามเสียงเรียกของวิลเบอร์ เห็นเมืองใหญ่อยู่ลิบๆข้างหน้าแสงตะวันทอประกายระเรื่อเป็นสีส้มเต็มผืนฟ้าดูงดงาม เด็กน้อยควักแผนที่ขึ้นมาตรวจสอบจึงมั่นใจว่ามาถูกแล้ว

"วิลเบอร์ ข้าจะใช้มนต์พรางตัวนะ ไม่รู้ว่าคนที่นี่จะใจดีเหมือนที่บ้านหรือเปล่า ป้องกันไว้ก่อนจะดีกว่า"

หลิงหลงหยิบผงบางอย่างออกมาโปรยขึ้นท้องฟ้า ร่ายมนต์งึมงำก็มีวุ้นใสๆมาเคลือบพวกเขาไว้ เมื่อมันคลุมทั้งคู่ร่างก็เลือนหายไปในอากาศ

วิลเบอร์พาหลิงหลงบินมาถึงพระราชวังหลวงเป็นสิ่งก่อสร้างใหญ่โตอยู่กลางเมือง มีลำธารสายเล็กไหลผ่านรวมถึงการทดน้ำกระจายไปทั้งวัง 

"โอ้โห นี่มันใหญ่พอๆกับพระราชวังต้องห้ามเลยมั้งเนี่ย" หลิงหลงอุทานด้วยความตื่นตาตื่นใจ เด็กน้อยเริ่มเก็บหมอนกับผ้าห่มใส่ประตูมิติ วิลเบอร์ร่อนลงต่ำเห็นลานกว้างใหญ่ด้านหน้าจึงร่อนลง หลิงหลงเก็บเสลี่ยงใส่ประตูมิติ ตอนนี้เขาเริ่มหิวแล้ว เหนื่อยด้วย เพราะพลังของวิลเบอร์ก็ใช้กำลังภายในของเขาส่วนหนึ่ง เด็กน้อยปรากฎร่างขึ้นพร้อมลูกสุกรตรงลานกว้างก่อนเข้าประตูท้องพระโรงทำให้ทหารยามแตกตื่น แต่ด้วยเห็นว่าเป็นเด็กแล้วยังหน้าตาน่ารักจึงเข้ามาพูดด้วยดีๆ

"หนูน้อยพลัดหลงกับบิดาหรือ" ทหารหนุ่มท่าทางใจดีถาม

"เปล่า ข้ามาหาฮ่องเต้" หลินหลงปฏิเสธ

"หือ เจ้ามีธุระอันใดกับฮ่องเต้ จะมาขอเข้าพบกันง่ายๆแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ"  พวกทหารคิดว่าหลินหลงอาจเป็นลูกขุนนางสักคนที่พลัดหลงกับบิดา แต่ตั้งแต่องค์ชายจงซินป่วย ฮ่องเต้ก็งดออกว่าราชการ เพียงให้องค์รัชทายาทออกมาฟังสรุปรายงานจากขุนนางเท่านั้น

"ก็เขาส่งคนไปรับช้ามารักษาองค์ชาย...อืม....ชื่ออะไรนะวิลเบอร์"

"อู๊ดอู๊ด" วิลเบอร์ร้อง

"อ้อ! องค์ชายจงซินมั้ง เขานอนมาหลายวันแล้วนี่ พี่ชายนำข้าไปพบเขาเร็วเข้าเถอะ"

ทหารหนุ่มคล้ายถูกคำว่าพี่ชายหลอมละลายจิตใจ ฝากเพื่อนดูแลหลิงหลงแล้วเสี่ยงตายเข้าไปรายงานหัวหน้าด้านใน


"เจ้าจะให้เด็กไม่มีที่มาที่ไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้อย่างนั้นรึ" หัวหน้าทหารรักษาการณ์ตาถลน

"ขอรับหัวหน้า" ทหารรับคำเสียงอ่อย

"เจ้าก็รู้ ฮ่องเต้ทรงกังวลพระทัยกับบอาการขององค์ชายจงซินจนไม่ออกว่าราชการมาหลายวันแล้ว เจ้าจะให้ข้าเสี่ยงตายไปกราบทูลอย่างนั้นรึ"

"ท่านก็บอกกงกงสิ เด็กคนนั้นบอกว่าเขามารักษาองค์ชายนะ เผื่อเขาทำสำเร็จล่ะหัวหน้า" ทหารหนุ่มหว่านล้อม

"หมอหลวงยังไม่สามารถหาสาเหตุพบ แล้วเด็กผู้หนึ่งจะทำได้อย่างไร"

"เขาอาจจะมีตำรับลับตกทอดมาในตระกูลก็ได้ นะหัวหน้า ท่านลองไปถามกงกงให้หน่อย ไหนๆวันนี้ก็ไม่มีหมอมาเข้าแถวถวายการรักษานี่"

"เฮ้อ ก็ได้ แต่ข้าไม่รับปากนะว่าจะสำเร็จหรือไม่" หัวหน้าถอนใจ เขาเองก็อยากให้องค์ชายหายดีเช่นกันจึงขอลองเสี่ยงดูสักครา


และแล้วก็เป็นอย่างที่เขาเดาไว้ ถิงกงกงปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด ขณะที่เขากำลังเดินคอตกกลับมานั้นก็มีเสียงหนึ่งทักขึ้นก่อน

"ซุนเกาหลี่ มาถึงนี่ข้างนอกเกิดเหตูอันใด"

"คารวะองค์รัชทายาท ข้างนอกไม่มีเหตุใดพ่ะย่ะค่ะ"

"เจ้ามาถึงนี่ย่อมมีสาเหตุ มีเรื่องใดสามารถบอกกล่าว" องค์ชายตั๋วลู่ทราบดีว่าหัวหน้าทหารรักษาการณ์ผู้นี้ปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด 

"ทูลองค์ชาย ด้านหน้ามีเด็กผู้หนึ่งบอกว่าจะมารักษาองค์ชายจงซินพ่ะย่ะค่ะ"

"ไปเชิญเขามา ตอนนี้ไม่ว่าเป็นใครข้าก็ยินยอมทั้งนั้น ถิงถิงอย่าตัดสินใจเองอีก" องค์ชายตั๋วลู่ตวัดตามอง ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ตัวสั่นรีบคุกเข่าขออภัย 

"เจ้าพาข้าไปพบเด็กคนที่เจ้าว่าสิ" องค์ชายเดินนำทำให้หัวหน้าทหารรักษาการณ์ต้องรีบเดินตาม ในใจยังนึกขออภัยถิงกงกง


"ไหนเด็กที่เจ้าว่า" องค์ชายตั๋วลู่เห็นทหารมุงดูอะไรบางอย่างอยู่หน้าบันได พระองค์ก้าวเท้ายาวๆตรงไปทันที ทหารที่เห็นรีบเปิดทางให้ พระองค์เห็นเด็กน้อยหน้าตาน่ารักนั่งอยู่บนหลังลูกสุกร ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นบูดบึ้ง

"หลิงหลงถวายพระพรองค์รัชทายาทก่อนเร็ว"

เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมาสบตาองค์ชายตั๋วลู่ ต่างฝ่ายต่างชะงักไปวูบก่อนหลิงหลงจะสะบัดหน้าหนี 

องค์ชายยิ้มนิดๆพระองค์เลี้ยงน้องมาหลายคนทำไมจะไม่ทราบว่านี่คืออาการงอนของเด็ก พระองค์ย่อขาลงให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับหลิงหลง

"ข้าคือองค์ชายตั๋วลู่เป็นรัชทายาทแคว้นเล่ย"

"ข้าชื่อถางหลิงหลง สุกรของข้าชื่อวิลเบอร์" 

องค์ชายตั๋วลู่ตื่นตัวขึ้นมา นี่คือหนึ่งในสองพี่น้องตระกูลถางที่พระองค์ส่งคนไปรับมิใช่หรือ ใยจึงเดินทางมาถึงเมืองหลวงเร็วนัก แล้วคนอื่นเล่า

"เสียมารยาทแล้ว ข้าส่งคนไปรับเจ้าที่บ้านทำไมจึงมาถึงเร็วนักเล่าแล้วคนอื่นๆล่ะ"

"ข้าเห็นว่าองค์ชายป่วยมาหลายวัยแล้วจึงล่วงหน้ามาก่อน ส่วนพี่ข้าจะตามมากับคนของท่านน่าจะถึงเย็นนี้" หลิงหลงคลายโทสะลงไปบ้างส่งสายตาจิกองค์ชายตั๋วลู่ รีบเชิญเขาเข้าไปด้านในเร็วๆเซ่ กระเพาะน้อยๆของเขาร้องครวญครางแล้วไม่รู้หรือไง

"งั้นให้ข้าพาเจ้าไปตำหนักในเถอะนะ" องค์ชายตั๋วลู่ขยับมือวูบเดียวก็อุ้มหลิงหลงไว้ในอ้อมแขนเสียแล้ว ทำทหารรักษาการณ์ถอนหายใจด้วยความเสียดาย พวกเขาก็อยากอุ้มร่างกลมๆนี่เหมือนกันนะ

"ข้าขี่วิลเบอร์ไปก็ได้ ปล่อยข้าลงนะ" หลิงหลงดิ้นดุ๊กดิ๊กแต่ถูกแขนแกร่งโอบไว้แน่น จะลงมือก็เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นถึงรัชทายาท ถ้าพลั้งมือทำอีกฝ่ายบาดเจ็บเขาคงจะซวยแน่

"อู๊ดๆ" วิลเบอร์งับขากางเกงขององค์ชายตั๋วลู่แน่นจนองค์ชายต้องเดินไปทั้งๆอุ้มหลิงหลงและมีลูกสุกรเกาะขาเป็นที่ทั้งน่ารักทั้งน่าขบขันแก่คนที่เห็นแต่ไม่มีผู้ใดกล้าหัวเราะ

หลิงหลงเห็นว่าฝืนไปก็เหนื่อยเปล่าจึงเอนร่างพิงอกแกร่งแต่โดยดี แขนโอบรอบคอองค์ชายสายตากวาดมองรอบด้านอย่างสนใจ

"สวยใช่หรือไม่ ไว้ถ้าผ่านเรื่องยุ่งๆไปแล้วข้าจะพาเจ้ามาเเดินเล่นนะ" องค์ชายถือโอกาสจูบกระหม่อมเด็กน้อยอย่างอดไม่ได้ ร่างกลมๆหอมๆในอ้อมแขนเขาช่างน่ารักนัก ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีความสามารถดังเช่นที่สายรายงานมา


องค์ชายตั๋วลู่พาหลิงหลงมาถึงตำหนักขององค์ชายจงซิน เขาเคาะประตูส่งเสียงบอกแล้วก้าวเข้าไป

"หลิงหลง ทำความเคารพเสด็จพ่อของข้าฮ่องเต้ซีจิ่น กับพระสนมหลิวมารดาขององค์ชายจงซินที่เจ้าจะมารักษาไง" องค์ชายตั๋วลู่ปล่อยหลิงหลงยืนเอง วิลเบอร์ก็คายขากางเกงขององค์ชายออกจากปากวิ่งมายืนข้างเด็กน้อย

"ถวายพระพรฝ่าบาท ถวายพระพรพระสนม ข้าถางหลิงหลง นี่สุกรของข้าชื่อวิลเบอร์" หลิงหลงย่อขาทำความเคารพไปมั่วๆ วิลเบอร์ก็ส่งเสียงร้องครั้งหนึ่ง

"น่าเอ็นดูจังเลยเพคะท่านพี่" พระสนมหลิวเห็นแก้มยุ้ยๆนั่นก็อยากฟัดจึงกวักมือเรียกหลิงหลงเข้ามาหา นางจับมือป้อมๆไว้แล้วถาม

"เจ้าสามารถรักษาบุตรชายเราได้หรือไม่ หากบุตรชายเราหายป่วยข้าจะตกรางวัลเจ้าอย่างงาม"

"ข้าต้องขอตรวจอาการองค์ชายก่อนถึงจะบอกได้ ส่วนรางวัลไม่ใช่เรื่องใหญ่ เมื่อเจอคนป่วยต้องรักษา"

"น่ารักจริงข้าอยากเห็นบิดามารดาของเจ้านัก"

"ข้าไม่มีบิดา มารดาก็เสียไปแล้ว" หลิงหลงส่ายหน้า"

"ตายจริง ข้าขอโทษด้วย"

"ไม่เป็นไร ข้าทำใจได้นานแล้ว ขอข้าตรวจดูอาการองค์ชายก่อน"

พระสนมจูงหลิงหลงมาข้างเตียง ฮ่องเต้ที่ยืนเงียบเปิดม่านให้เห็นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาแต่ปรากฏร่องรอยความซีดเซียวนอนหลับตาอยู่

หลิงหลงจับชีพจร แหวกตูม่านตา เขาเสกไฟดวงเล็กขึ้นมาทดสอบรูม่านตาแต่ปราศจากการตอบสนอง ทดลองฝังเข็มทดสอบระบบประสาทก็มีเพียงระบบประสาทอัตโนมัติเท่านั้น

เมื่อเห็นบุตรชายขากระตุก ฮ่องเต้และฮองเฮาก็มองหลิงหลงดั่งพระมาโปรด จากที่ไม่มั่นใจในตอนแรกยามนี้พวกเขาเริ่มมีความหวังขึ้นอีกครั้ง

"องค์ชายมิได้ป่วยทางร่างกายจริงๆ ข้าจะทดสอบเขาบางอย่าง พวกท่านอยู่เงียบๆห้ามรบกวนข้าเด็ดขาด" หลิงหลงสั่ง เด็กน้อยพยามยามพยุงองค์ชายจงซินขึ้นนั่งจนหอบแฮ่กก็ยังไม่สำเร็จจนองค์ชายตั๋วลู่ต้องเข้ามาช่วย

"ท่านจับเขานั่งไว้แบบนี้ก็ได้ วิลเบอร์ลองดมดูว่ามีกลิ่นไอปีศาจหรือไม่" 

เจ้าลูกสุกรทำจมูกฟุดฟิด มันสูดลมหายใจอย่างแรงไม่หยุด จนทุกคนในห้องรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมา

"มีกลิ่นไอปีศาจบางเบา ท่านพยุงเขาไว้ให้มั่นนะ" หลิงหลงปีนขึ้นเตียง ขาสั้นๆฮึบๆน่าเอ็นดู​จนปีนมายืนด้านหลังองค์ชายจงซินจนได้ เด็กน้อยล้วงอกเสื้อหยิบยันต์มาสามแผ่นแปะเข้าที่ศีรษะและแผ่นหลังแล้วแผ่กำลังภายในเข้าใส่จนแผ่นยันต์เรืองรอง ร่างกายขององค์ชายจงซินกระตุกแอ่นไปข้างหน้าจนองค์ชายตั๋วลู่ต้องเกร็งแขนจับไว้ให้มั่น 

หลิงหลงแผ่กำลังภายในเพิ่มเข้าไปอีกองค์ชายจงซินคอพับหลับตาพูดด้วยเสียงแหลมเล็กของสตรีวัยกลางคน

"เหอๆๆ เจ้าไล่ข้าไม่ได้หรอกเด็กน้อย"

ความคิดเห็น